ไอน้ำจากไหไม้สำหรับนึ่งข้าวเหนียวพ่นสูงจรดเพดาน อากาศข้างนอกค่อนข้างร้อนอบอ้าว ความรู้สึกเหนียวเนื้อตัวรบกวนเ้าของร้านให้รู้สึกหงุดหงิดได้โดยง่าย ชายชราผู้มีร่างกายผอมแห้งและสูงโย่งเดินไปเดินมาแบบไร้จุดหมายอยู่ในร้าน ดูเหมือนทุก ๆ อย่างช่างดูน่ากวนใจสำหรับเธอ มือไม้กระวีกระวาดหยิบจับสิ่งของเป็ตกหล่นน่ารำคาญใจ
“มาสเตอร์ ไปทำให้หัวเย็นหน่อยเถอะ” ชายชราผู้เป็ผู้ช่วยกล่าว
“นั่นสินะ”
เธอวางมือจากของทุกอย่าง หายใจเข้าลึก ๆ แล้วทิ้งทุกอย่างไว้ให้คุณตา แม้จะดูงก ๆ เงิ่น ๆ แต่เขาเป็ผู้มีปัญญาล้ำค่า อย่างน้อยก็คงนั่งคุยกับลูกค้าแทนเธอได้สักพักหากเกิดมีใครพรวดพราดเข้ามา อีกอย่างนี่ก็พึ่งจะ สามทุ่ม ยังมีเวลาอีกสามชั่วโมงกว่าจะถึงเวลาเปิดร้าน
น้ำเย็นไหลผ่านฝักบัวชำระล้างความกังวลใจ กลิ่นมะกรูดสำหรับหมักเส้นผมทำให้รู้สึกสดชื่นและสงบใจขึ้นมาบ้าง อ่างไม้สำหรับแช่ตัวบรรจุน้ำร้อนผสมเกลือแช่ตัว ในวันที่อากาศร้อนชื้นทำให้เหงื่อออกน้อยขัดกับอากาศที่ร้อนจัดจนน่าอึดอัด การแช่น้ำร้อนทำให้รู้สึกสบายตัวมากขึ้นเพราะช่วยขับเหงื่อ อีกทั้งพออาบน้ำเสร็จแล้วจะทำให้รู้สึกว่าอากาศเย็นกว่าความเป็จริงบ้างเล็กน้อย
เ้าของร้านนำเปลือกส้มยูสึมาลอยในน้ำร้อนเพื่อเพิ่มกลิ่นหอม พลางคิดถึงคำพูดที่หมูได้บอกฝากฝังใครสักคน เธอไม่ชอบใจหากเวลาถูกตื๊อมาก ๆ เพราะการตื๊อคือเื่ที่ไร้เหตุผลสิ้นดี หากพลันฉุกคิดสักนิดถึงใจคนอื่น จะไม่เซ้าซี้ให้เธอต้องช่วยทำสิ่งที่จะส่งผลเสียต่อทั้งเธอเองและตัวเขา รวมถึงคนที่เขารักด้วย ดังนั้นการที่ยึดถือว่า ‘ตื๊อเท่านั้นที่จะครองโลก’ จึงเป็ความคิดเอาแต่ใจอย่างยิ่ง
อยากจะครองโลกเพื่อให้มันหมุนรอบตัวเองคนเดียว แถมยังท่าทีแบบไม่ยี่หระนั่นอีก เธอคิด
แต่ว่าอะไรทำให้ดวงิญญาชายหนุ่มคนนี้ยังอยู่มากว่า 9 ปี ใช่ว่าเธอจะไม่เคยเจอดวงิญญาที่ตายมานานแล้วหรอก แต่การอยู่บนโลกนี้ในฐานะิญญาเร่ร่อนเป็เวลานานนั้นย่อมมีเหตุผล และเธออยากรู้ว่าเหตุผลนั้นคืออะไร จะว่าไปเขาขอร้องเราให้ช่วยพี่สาวของเขานี่นา เธอคิด หรือว่าสาเหตุที่เขาไม่ยอมจากโลกนี้ไปอย่างสงบเสียทีเป็เพราะว่าพี่สาวของเขายังไม่แต่งงานนั้นหรือ
“เื่ของพี่สาวเขาไม่เกี่ยวกับเรานี่นา...คนที่ยังไม่ตาย ไม่เกี่ยวกับเรา” เธอพึมพำอยู่คนเดียว หายใจเข้าลึก ๆ ข่มความอยากรู้อยากเห็นของตัวเอง ขณะที่กำลังลุกออกจากอ่างน้ำนั้นเองที่เสียงเปาะแปะกระทบหลังคาดังขึ้น ต้นประดู่สีเหลืองถูกลมพัดจนดอกร่วงหล่นปลิวเต็มลานกว้าง เม็ดฝนเม็ดใหญ่กระแทกกระจกหน้าต่างห้องน้ำ ในที่สุดฝนก็ตกลงมาเสียที
เ้าของร้านแต่งตัวอย่างอ้อยอิ่ง อากาศเย็นลงอย่างรวดเร็ว เธอเทอาหารเม็ดสำหรับแมวทิ้งเอาไว้ และแล้วก็นึกขึ้นได้ว่าแมวที่ว่านั้นยังไม่เข้าบ้าน เธอรีบวิ่งไปที่ประตูทันที และเมื่อประตูเปิดออกเ้าเหมียวตัวเปียกก็วิ่งผลุบเข้าบ้านอย่างรวดเร็ว
เคลย์ร้องครางเสียงยาวเพื่อตำหนิเ้าของที่ทิ้งมันเอาไว้ ครัวไทยขนาดเล็กภายในบ้านถูกใช้เป็ที่อุ่นตัวของเคลย์ เ้าของร้านก่อไฟในเตาถ่านย่างเนื้อตากแห้งให้มัน และใช้ผ้าขนหนูเช็ดตัวเ้าแมวพลางกล่าวขอโทษมันจนมันพอใจ...การขลุกอยู่กับแมวให้เธอสงบใจ และเธอก็ลืมเื่ เด็กใหม่ ที่ว่าเสียสนิท
ชุดเดรสผ้าฝ้ายแขนยาวสีขาวหม่นทอหนาพอสมควรแต่ยังระบายอากาศได้ดีทำให้เหมาะสำหรับคืนที่ฝนตก เ้าของร้านกางร่มเดินกลับเข้าไปในร้าน เท้าของเธอเฉอะแฉะจึงต้องรีบเปลี่ยนและใส่ถุงเท้าที่แห้งเพื่อให้ให้เท้าอุ่น ในร้านตอนที่ไม่ได้ต้มหุงอะไรพื้นมักจะเย็นอยู่เสมอยิ่งโดยเฉพาะวันที่เปียกโชกเช่นนี้ แต่หากได้จุดไฟแล้วไอร้อนจะระอุไปทั่วครัว
เ้าของร้านหยิบผักชีที่เก็บออกมาจากสวนออกมาเพื่อหั่นเอารากเพื่อเตรียมนำไปแช่เเข็ง รากผักชีที่แช่เเข็งไว้จะเก็บไว้ใช้ได้นานเพราะเมื่อเข้าฤดูฝนเต็มที่แล้ว ผักชีซึ่งเป็พืชที่ช้ำง่ายและปลูกได้น้อยจะมีราคาค่อนข้างสูง แต่ยังไม่ทันได้จรดปลายมีดลงไป ก็รู้สึกได้ถึงตาแป๋วแหววที่จ้องมองเธอจากด้านหลัง
“สวัสดีจ้ะ” แม้จะยังใอยู่บ้างแต่เ้าของร้านก็รักษามารยาทกับลูกค้าตัวน้อยอย่างดี พลางคิดว่าเธอคงใจลอยเสียจนไม่ได้ยินเสียงกระดิ่งประตูตอนที่เด็กชายผู้เงียบเชียบคนนี้เดินเข้ามากระมัง เขาสูงเพียงครึ่งหนึ่งของเธอ แก้มยุ้ยเนื้อตัวอวบอั๋นขาวผ่องน่ารักน่าชังเหลือเกิน
“สวัสดีครับมาสเตอร์...ผมเป็ผู้ช่วยคนใหม่ครับ” เด็กชายพูดด้วยเสียงใสแจ๋วท่าทางมุ่งมั่น จริงจังและดูเอาการเอางานเกินตัว
“หา...” เธออ้าปากค้าง
พอก้มมองดูดี ๆ แล้วถึงพึ่งสังเกตว่าเขาสวมผ้ากันเปื้อนลายทางสีชมพูของเธอคาดเอวเอาไว้ด้วย จริงสิ...นายคนนั้นบอกว่าจะมีผู้ช่วยคนใหม่นี่นา ชายชราเดินออกมาจากหลังครัว เขาไม่มีท่าทีแปลกใจเลยแม้แต่น้อย แถมยังยื่นผ้ากันเปื้อนผืนใหม่ให้เ้าของร้าน
“ผ้ากันเปื้อนแบบเต็มตัวนี่ใหญ่เกินไปสำหรับตัวเขา มาสเตอร์ใช้ผืนนี้แทนเถอะนะครับ” เขากล่าวพลางก้มหัวให้หนึ่งครั้งแล้วหายเข้าไปในครัว เพราะแบบนี้เธอถึงไม่ได้ยินเสียงประตู เด็กคนนี้อยู่ในร้านนี้ั้แ่ก่อนเธอกลับเข้ามาแล้วต่างหาก แถมยังชิงเอาผ้ากันเปื้อนสีชมพูลายดอกซากุระของเธอไปด้วย
แม้จะไม่ค่อยเต็มใจแต่เ้าของร้านก็สวมผ้ากันเปื้อนสีเหลืองผืนใหม่เสียอย่างช่วยไม่ได้ ขณะนั้นเองประตูหน้าร้านได้เปิดออก ชายหนุ่มผู้ก่อเื่ก็ปรากฏตัวขึ้น
“สวัสดีครับมาสเตอร์ ผมอยากกินอะไรอร่อย ๆ ฝีมือคุณอีกครั้งจัง”
ยอดเยี่ยม...ในที่สุดนายคนนี้ก็อยากจะกินอะไรสักอย่างเสียที
“ผมด้วยครับ” ว่าที่ผู้ช่วยคนใหม่เสริม
แต่เดี๋ยวก่อน...
“เด็กคนนี้.....” เธอมองไปที่หมูด้วยสีหน้าตั้งคำถาม
“เด็กที่ผมบอกว่าจะมาเป็ผู้ช่วยในร้านไงครับ ...” เขาหยุดพูดและมองดูที่เด็กน้อยครู่หนึ่ง “...น่าจะอายุสัก 9 ขวบได้มั้งครับ เป็เด็กดีว่านอนสอนง่าย...” หมูพยายามอธิบายก่อนที่จะถูกขัดจังหวะ
“ฉันหมายถึง...ทำไมฉันถึง้าผู้ช่วยคนใหม่” ใจจริงอยากจะถามว่าแล้วทำไมเด็กคนนี้ถึงต้องมาอยู่ที่นี่ต่างหาก แต่คงจะเป็การทำร้ายจิตใจเกินไป
“เพราะคุณเหนื่อยไงครับ..." หมูยิ้มแก้วปริ พยายามแสดงความหวังดีจนน่าหงุดหงิด "...คุณตาเองก็ช่วยอะไรในครัวได้ไม่มากจริงไหมครับ สู้ได้คนที่คล่องแคล่วว่องไวไปดีกว่านะครับ...อีกอย่าง... เขาเหงาน่ะ แม้การอยู่คนเดียวจะสนุกกว่าแต่ผมว่าร้านนี้จะต้องดีต่อเขาแน่ ๆ ...ได้ไหมครับ”
พอจบคำพูดของหมู เ้าของร้านจึงเห็นสายตาใสซื่อของเด็กชายจ้องมองที่เธออย่างขอคำตอบ
ชายชราเดินออกมาจากหลังร้านเมื่อได้ยินบทสนทนา เขาวางตะกร้าเห็ดด่านสดที่พึ่งได้มาจากชาวบ้านละแวกนั้นไว้ที่อ่างล้างมือจากนั้นก็เปิดให้น้ำไหลผ่านเบา ๆ
“ดวงิญญาอย่างพวกเราไม่้าเงิน หรือข้าวของ ไม่หิวแต่ยังรู้สึกอร่อยและมีความสุขได้กับอาหาร คุณก็แค่เลี้ยงของอร่อยเขาวันละมื้อเป็ค่าแรง เป็ของที่เหลือในแต่ละวันก็ได้ แต่ถ้าไม่เหลือพวกเราก็ไม่เดือดร้อนหรืออดตาย อีกครั้ง ดังนั้นผมหวังว่าคุณจะไม่ว่าอะไร...” ผู้าุโทั้งทางวัยวุฒิและปัญญาพูดขึ้น
“และนี่ก็ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับโลกของคนเป็ด้วย ผมอาจจะไปสู่สุคติได้เร็ว ๆ นี้ก็ได้นะครับ” หมูพูดเสริมขึ้น
เ้าของร้านสาวถอนหายใจ ความสัมพันธ์คือภาระทางใจ และภาระนั้น้าความรับผิดชอบ... เธอแค่ไม่อยากที่จะรับผิดชอบจิตใจของใคร ที่ผ่านมาชายชรานั้นรักสันโดษ เขามีความสุขและใช้เวลาในร้านอย่างสงบ ทำให้เธอไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยแต่กลับรู้สึกสบายใจและปลอดภัยเมื่ออยู่กับเขาเสียมากกว่า แต่สำหรับเด็ก 9 ขวบแล้ว เธอไม่มั่นใจเลยว่าเขาจะสันโดษได้สักเท่าไหร่
“แล้วเธอจะอยู่กินที่ร้านนี้เลยหรือเปล่า ที่นี่มีห้องแค่ห้องเดียว และคุณตาก็อยู่ไปแล้วด้วย”
“เราจะอยู่ด้วยกันครับ...” เด็กชายพูดขึ้น “...คุณตาบอกว่าเขาจะแบ่งห้องนอนกับผม” เด็กชายอธิบายอย่างกระตือรือร้น ท่าทางตื่นเต้นของเขาทำให้รู้ว่าเขาลุ้นกับคำตอบของเธอเหลือเกิน
ชายชราพยักหน้าหงึก ๆ หมูยิ้มกว้างจนตาหยี
นี่ตกลงกันหมดแล้วนี่นา
เธอรู้สึกหงุดหงิดใจที่ทุกคนปล่อยให้เธอเป็คนเดียวที่ไม่รับรู้เื่นี้ นี่ฉันเป็นางมารสวมปราด้าหรือไง ทำไมถึงร่วมมือกันกดดันฉันแบบนี้เล่า
“ดูเหมือนทุกคนจะตกลงกันไว้หมดแล้วนี่นา งั้นฉันจะว่าอะไรได้ล่ะคะ” เ้าของร้านหันหลังไปทำความสะอาดเห็ดด่าน ทั้งสามคนมองหน้ากันอย่างพอใจ พวกเขารู้ว่าเธอคงโกรธได้ไม่นาน ในขณะที่ผึ่งเห็ดให้สะเด็ดน้ำเธอหันไปหั่นผักชีต่อ
“วันนี้ผมเอาของมาให้ เพื่อเป็การตอบแทนสำหรับอาหารที่ผ่านมา และก็สำหรับที่จะช่วยดูแลเด็กคนนี้ด้วย”
หมูวางกล่องกระดาษลงบนเคาน์เตอร์ เ้าของร้านมองหน้าเขานิดหน่อย ก่อนวางมือจากมีดและเปิดกล่องนั้นออก ภายในมีหนังสือหนา 7 เล่ม
“นี่มัน...แฮร์รี่พอตเตอร์!” สายตาลุกวาวของหญิงสาวทำให้หมูยิ้มแก้มปริ เขารู้ว่าเธอเป็หนอนหนังสือเพราะเห็นเธอหลับคาหนังสือเมื่อวาน
หนอนหนังสือในวัย 30 ต้น ๆ จะต้องตื่นเต้นกับแฮร์รี่พอตเตอร์ฉบับปกทองตีพิมพ์ครั้งแรกแน่ ๆ
ชายชราแนะนำเขา หลังจากที่เขามาขอคำปรึกษา และก็เป็อย่างที่เขาว่าจริงๆ
เมื่อรู้ตัวว่าแสดงอาการดีใจจนออกนอกหน้า เธอรู้สึกเขินอายเล็กน้อย เธอปิดฝากล่องคืนที่เดิม เืฝาดพุ่งขึ้นปลายจมูกจนแดงก่ำ เขาดีใจที่ได้เห็นมันยิ่งกว่าตอนที่เธอยอมรับเด็กชายเข้าทำงานเสียอีก
“...ฉันชอบมันนะคะ...แต่...”
“รับเถอะครับ นี่ไม่ใช่สินบนนี่ ผมอยากให้คุณ และมันก็หลังจากที่คุณตกลงรับเด็กคนนี้ไปแล้วด้วย ที่สำคัญคุณทำอาหารให้ผมกินตั้งหลายครั้งโดยไม่เรียกร้องอะไรมาตลอด ดังนั้น ให้ผมได้มอบให้คุณเป็การขอบคุณแล้วกันครับ”
เธอกล่าวขอบคุณเขา พร้อมกับยอมรับมันด้วยความยินดี อย่างไรเสียการรับเด็กคนนี้เอาไว้อาจจะช่วยให้หมูไปสู่สุคติได้เร็ว ๆ นี้จริง ๆ ก็ได้
ถ้าเขาไปสู่สุคติได้ งานของเธอก็ถือว่าสำเร็จ
เธอนึกบอกตัวเองในใจ พยายามทำให้ตัวเองเชื่อว่าที่หายโกรธไม่ใช่เพราะชุดหนังสือที่น่าหลงใหลนั่น
คุณตายกนิ้วโป้งขึ้นแสดงความชื่นชมด้วยสีหน้าเรียบเฉย จากนั้นก็เดินหายกลับเข้าไปหลังร้าน เ้าของร้านลดความสูงของเก้าอีบาร์ลง เชื้อเชิญให้เด็กชายปีนขึ้นมานั่ง
“เธอชื่ออะไรละจ๊ะ” เ้าของร้านถามเด็กชาย
“พี่หมูเรียกผมว่าซึจิ ฮะ” เด็กชายบอกขณะที่พยายามหมุนเก้าอี้เข้าหาเคาน์เตอร์บาร์ หมูช่วยดึงเก้าอี้กลับให้สูงขึ้นเพื่อให้เขาเอื้อมถึงเคาน์เตอร์ได้
“ชื่อนี้พี่เขาตั้งให้หรือจ๊ะ น่ารักดีเหมือนกันนี่คุณ”
ชายหนุ่มทำท่าทางภาคภูมิใจจนออกนอกหน้า ก่อนจะนั่งลงข้าง ๆ เด็กชาย มีหลายครั้งที่ดวงิญญาตายก่อนที่จะรู้ว่าตัวเองชื่ออะไร หรือตายก่อนที่จะมีชื่อ หรือบางครั้งก็ทิ้งชื่อของเขาไปเสียดื้อ ๆ เด็กคนนี้คงเสียชีวิตมาก่อนที่เขาจะรู้ความ การเติบโตของิญญานั้นน่าฉงน พวกเขาจะมีรูปลักษณ์และเติบโตไปตามกาลเวลาเหมือนคนเป็แต่จะไม่แก่ไปเกินกว่าที่พวกเขาอยากจะเป็ พูดง่าย ๆ คือพวกเขาสามารถเลือกที่จะหยุดรูปลักษณ์ไว้ที่อายุเท่าใดเท่าหนึ่งก็ได้
“เพื่อเป็การต้อนรับ พี่จะทำอาหารให้เรากินก่อน เราอยากกินอะไร...คุณละคะคุณหมู อยากทานอะไร”
“ขอเป็อะไรก็ได้ที่คุณคิดว่าอร่อยเหมือนทุกทีก็ได้ครับ” หมูกล่าว
“ผมก็ด้วยครับ” ซึจิพยักพเยิดสนับสนุนความเห็นนั้น
แต่การทำของที่เ้าของร้านคิดว่าอร่อยมักไม่เกิดประโยชน์ต่อดวงิญญาเท่าไหร่ ในเมื่อพวกเขาอยากกินอะไรสักอย่างแล้ว เธอต้องใช้โอกาสนี้ในการค้นหาจานที่ใช่ของพวกเขาให้ได้ ไม่ว่าจะในฐานะลูกค้าหรือในฐานะผู้ช่วยในร้าน
“คุณน่าจะต้องแบ่งปันประสบการณ์ความอร่อยของคุณให้ฉันบ้างนะ ฉันเองก็เบื่อรสชาติของตัวเองเหมือนกัน วันนี้เรามากินรสชาติของคุณกันเถอะ” เ้าของร้านพยายามหว่านล้อมหมูเพื่อให้เขาได้ทบทวนถึงรสชาติอาหารแบบที่เขาเคยประทับใจ
“รสชาติของผม ผมจำไม่ได้หรอกนะ เพราะผมไม่ได้กินอะไรอร่อย ๆ มาตั้ง 12 ปีจนกระทั่งได้มาเจอร้านนี้”
“รสชาติที่จำได้ตอนเด็กล่ะคะ มีบ้างไหม รสชาติแบบที่จะหาทานได้ในครอบครัวเท่านั้น”
เขาเผลอยิ้มมุมปากกับคำพูดของเ้าของร้าน ไม่รู้ว่าเป็การเย้ยหยันคำพูดอันไร้เดียงสาของเธอหรือต่อความทรงจำของตัวเอง
“ผมอยากได้โซดาครับ” ซึจิพูดขึ้นแทน “เมื่อคราวก่อนคุณตาให้ผมลองทานโซดารสโคล่า มันรู้สึกประหลาดตอนที่มีฟองแตกเปาะแปะอยู่ในปาก สนุกมากเลยครับมาสเตอร์”
เ้าของร้านยิ้มให้ซึจิ
"ผมแค่เทมันออกจากขวดครับมาสเตอร์" คุณตาพูดอย่างถ่อมตน
แค่ครั้งนี้ครั้งเดียว เธอบอกกับตัวเองเมื่อเห็นท่าทางคาดหวังของซึจิ เธอยอมใจอ่อนเลือกเมนูอาหารให้กับทั้งคู่ และสัญญากับซึจิว่าจะทำโซดาไว้ให้เป็ของหวานแทน
หนึ่งชายชรา หนึ่งชายหนุ่ม และหนึ่งชายตัวกระจ้อยร่อยนั่งเรียงกันอยู่หน้าเคาน์เตอร์ ทั้งสามนั่งตัวตรง และเก็บมือไว้ใต้โต๊ะเพราะอาหารกำลังจะถูกยกมาเสิร์ฟตรงหน้าของพวกเขาและดูท่าทางร้อนจัด มันคือขนมผักกาดกระทะร้อนนั่นเอง
ขนมผักกาดเป็อาหารจีนที่เอามาประยุกต์ผัดด้วยเครื่องของผัดไทย แป้งที่กรอบนอกนุ่มในให้ััละมุนลิ้น หัวผักกาดขูดฝอยผสมแป้งข้าวเ้าและแป้งมันกวนจนเหนียวข้น กุ้งแห้งและเห็ดหอมแห้งถูกนำไปแช่น้ำและสับจนละเอียดผสมลงไปจนเป็เนื้อเดียวกัน จากนั้นนำใส่พิมพ์เค้กรูปสี่เหลี่ยมและนึ่งต่ออีกครึ่งชั่วโมง กระบวนการทั้งหมดนั้นแม้จะไม่มีเครื่องปรุงอะไรเยอะแยะมากมายแต่ก็ผ่านการสับ กวน นึ่งจนอุปกรณ์ในครัวเลอะเทอะไปหมด
กระทะร้อนฉ่าถูกวางลงตรงหน้าทั้งสามคน คนละหนึ่งที่ พวกเขาจ้องมองมันด้วยสีหน้าแปลกใจ
“นี่คุณทำเองหรือครับ” หมูถามขึ้นหลังจากที่นั่งจ้องอาหารตรงหน้าอยู่นาน ด้วยความทึ่งจึงไม่มีใครแตะมันสักคำเดียว ไข่ที่ตีพอแตกเริ่มสุกทีละน้อย ซอสเต้นเปาะแปะอยู่ในกระทะร้อน ใบกุ้ยช่าย ถั่วงอกสุกได้ที่พอดี ควรจะทานต่อนี้ก่อนที่ไข่จะสุกจนแข็งเสียก่อน
“งานหนักเลยสินะ...คุณทำแป้งเองด้วยเลยใช่ไหมครับ ผมเห็นว่าใช้หม้อและช้อนเต็มไปหมด” ชายชราพูดขึ้น
อย่าทำให้ขายหน้าสิคะคุณตา
“ใช่ค่ะ ทำเอง” เ้าของร้านตอบอย่างภาคภูมิใจ เธอไม่เข้าใจว่าทำไมทุกคนถึงค้างคาใจกับเื่นี้นัก
“ผมชิมละนะ...” หมูใช้ตะเกียบคีบขนมผักกาดขนาดพอดีคำและไข่พร้อมกัน เป่ามันสองสามทีแล้วนำเข้าปาก กลิ่นน้ำปลาที่ผ่านความร้อนหอมฉุย ตัวแป้งขนมผักกาดกรอบนอกนุ่มใน รสชาติเข้มข้นเปรี้ยวหวานจากมะขามเปียกเล็กน้อย ให้ความรู้สึกแบบไทยมากกว่าแบบจีน “...โอ๊ย...ร้อน” เ้าตัวะโร้องแต่ก็ยังกินต่อไป
หลังจากนั้นคุณตาและซึจิจึงลงมือรับประทานบ้าง เสียงก๊องแก๊งจากช้อนและส้อมของซึจิ และเสียงเป่าฟู่ฟ่าของหมูทำให้บรรยากาศคึกคัก ชายชรายังทานต่อไปอย่างสงบ มารยาทงดงามนั่นทำให้เธอข้องใจในที่มาที่ไปของเขา
เ้าของร้านจ้องมองพวกเขาทานอาหารของเธออย่างเงียบเชียบ วันนี้ั้แ่เปิดร้านยังไม่มีลูกค้าคนอื่นเลย หลายครั้งก็เป็แบบนี้ ั้แ่คำว่าร้อนของหมู ก็ไม่มีใครวิพากษ์วิจารณ์อะไรออกมาแม้แต่คำเดียว
หลังจากรับประทานเสร็จ ซึจิใช้ตะกร้าพลาสติกใส่ชามและยกมันไปบริเวณซักล้างด้านหลังร้าน แม้จะพยายามห้ามปรามแต่เขาก็อาสาที่จะทำความสะอาดทุกอย่างด้วยตัวเอง
“ให้เขาช่วยเถอะนะครับ ถึงจะเป็เด็กแต่เขาเองก็ความทระนงของตัวเอง ถ้าคุณจะกรุณาไม่ลดทอนคุณค่าของตัวเขาก็ให้เขาช่วยงานในฐานะผู้ช่วยจริง ๆ เถอะครับ” หมูบอกกับเ้าของร้าน
ชาม และหม้อเปื้อนเลอะเทอะไปด้วยแป้งเหนียวของขนมผักกาด เด็กชายต้มน้ำจนใกล้เดือด จากนั้นจึงยกเทลงในกะละมัง เขาแช่ภาชนะที่เปื้อนคราบฝังแน่นเ่าั้ เ้าของร้านยืนมองด้วยความลำบากใจเพราะรู้สึกว่ากำลังใช้แรงงานเด็ก แต่เขาก็ดูสนุกกับสิ่งที่กำลังทำเสียจริง ๆ เ้าของร้านผสมโซดากับน้ำหวานสีเขียวกลิ่นครีมโซดา จากนั้นจึงหยดเลม่อนลงไปเล็กน้อย และโปะด้วยไอศกรีมรสวานิลา
“เขาคือหลานชายของผมเอง” คำพูดของหมูดังขึ้นด้านหลังของเ้าของร้าน ขณะที่เธอยืนพิงผนังจ้องมองซึจิอย่างเอ็นดู
“อะไรนะคะ”
“เขาเป็ลูกของพี่สาวผมเอง..." หมูพูดย้ำอีกครั้ง เธอใเนื่องจากยังไม่เคยเจอดวงิญญาที่รู้จักกันเข้ามาในร้านมาก่อน อย่างที่ได้กล่าวไปว่าความสัมพันธ์ทำให้เธอลำบากใจ เธอไม่ชอบมันเลย
"...พอผมตาย พี่สาวผมก็คลอดเด็กก่อนกำหนด เขามีชีวิตอยู่ได้แค่ไม่กี่ชั่วโมงก็จากไป...”
“เสียใจด้วยนะคะ” เ้าของร้านหมายความว่าแบบนั้นจริง ๆ เธอรู้สึกเสียใจหลังจากที่ได้ยินเื่นี้จากหมู อุณหภูมิจากมือของเธอทำให้ไอศกรีมในแก้วเริ่มละลาย
“ไม่เห็นต้องเสียใจเลยนี่ ผมก็ได้อยู่กับเขาแทนพี่สาวของผม เธอร่างกายอ่อนแอและเป็ทุกข์อยู่ตลอดเวลาหลังจากที่ผมตาย...อ่อนแอเกินกว่าจะอุ้มท้องเด็กคนหนึ่งอยู่ให้ครบ 9 เดือน”
หมูเดินเข้ามาและกุมมือเ้าของร้านไว้อย่างเป็มิตร
“ผมขอร้องในฐานะฉันเพื่อนนะครับ...ขอฝากซึจิด้วยนะครับ”
เ้าของร้านรู้สึกกระอักกระอ่วนใจ ไม่ใช่เพราะคำขอร้องฝากฝังหลานชายแต่เพราะคำว่าฉันเพื่อนนั่นต่างหาก
“ค่ะ” เธอรับปาก จากนั้นจึงยื่นครีมโซดาให้หมูแก้วหนึ่ง ยัดมันไว้ในมือของเขาแทนที่มือของเธอ ใบมินต์ถูกทุบเล็กน้อยและแช่ลงไปกับน้ำโซดาสีเขียวรสชาติสดชื่น อุณหภูมิของไอศกรีมทำให้เกิดเกล็ดน้ำแข็งสีเขียวเกาะบริเวณผิวหน้าของเครื่องดื่ม เสียงกระดิ่งประตูดังขึ้น เพื่อนสองคนผละออกจากกันพลางชะเง้อมองไปหน้าร้าน
หญิงสูงวัยคนหนึ่งก้าวเข้ามาในร้าน เธอ ทำท่าทางจมูกฟุดฟิด ผมดัดสั้น กางเกงขาม้าสีกากีเรียบกริบจนขึ้นคม เสื้อคอบัวแขนสั้นสีเืหมูมีลายดอกไม้เล็ก ๆ สีขาวกระจายไปทั่ว ลักษณะภายนอกของเธอเหมือนกับคุณแม่หรือคุณยายของใครสักคนหนึ่งตามแบบมาตรฐานทั่วไป
"ฉันได้กลิ่นข้าวเหนียวหรือเปล่า...ได้กลิ่นมาตั้งกว่าแต่ร้อยวานู่นแน่ะ...ช่วยทำอะไรให้ฉันกินที ฉันหิวเหลือเกิน"
หิวเหลือเกิน?
ลูกค้าคนใหม่นั่นเอง...แถมลูกค้าคนนี้เป็ดวงิญญาของคนที่ยังไม่ตายเสียด้วย!!!