นี่มันยิ่งกว่าตอนเครื่องบินตกอีกนะ ไม่น่าเลย ์อุตส่าห์ช่วยให้ดวงิญญาของเธอรอดจากเครื่องบินตก แต่ตัวเธอเองกลับพาดวงิญญาตัวเองมาเสี่ยงอันตรายต่อการสูญสลายแบบนี้
เธอหลับตาปี๋ รอรับความเ็ปที่คาดว่าจะได้รับ ผ่านไปแล้วเกือบหนึ่งนาที ทำไมยังไม่เกิดอะไรขึ้นอีกนะ แล้วนั่นเสียงอะไรนะ '฿@*฿!? '
'ไหนลองลืมตาขึ้นมาดูหน่อยซิ'
เธอค่อยเปิดตาของฉันขึ้นทีละนิดอย่างช้าๆ
'ทำไมภาพมันเบลอไปหมดเลยละเนี่ย ลองปิดตาแล้วเปิดใหม่อีกทีแล้วกัน'
'เอ้า 1 2 3'
'อ๊ากกกกก'
แตงโมกรีดร้องในใจด้วยความใ ทำไมแขนขาของเธอถึงสั้นแบบนี้ และทำไมเธอถึงนอนอยู่ท่ามกลางเด็กๆได้เนี่ย อย่าบอกนะว่าเธอมาอยู่ในร่างของเด็ก แถมดูแล้วน่าจะอายุยังไม่ถึงสิบขวบเลยด้วยซ้ำ
เอ๊ะ ที่คอของเธอมีสร้อยอยู่ด้วย
'ไหนดูสิ สร้อยอะไร'
'นี่มัน... หยกชิ้นที่อากงให้นี่นา มาอยู่ที่เด็กคนนี้ได้ยังไงกัน มันจะบังเอิญเกินไปแล้ว'
'โมใจเย็นก่อน ใจเย็นๆ ตั้งสติให้ดี' เธอคิดในใจ
หลังจากนั่งทำใจสักพัก เธอจึงเริ่มสำรวจสิ่งต่างรอบตัวและวิเคราะห์สถานการณ์
ดูเหมือนว่าเธอกำลังอยู่ในอะไรสักอย่างที่เคลื่อนที่อยู่ น่าจะเป็รถม้า เพราะเธอได้ยินเสียงม้าร้อง เสียงกีบม้า
ที่ที่เธออยู่มีผนังสี่ด้านด้านหนึ่งมีช่องระบายอากาศเล็กๆอยู่ อีกด้านเหมือนจะเป็ประตู เด็กๆที่อยู่ในนี้มีทั้งหญิงและชาย ดูแล้วน่าจะอายุพอๆกับเธอ ทุกคนยังหลับกันอยู่
เสื้อผ้าที่แต่ละคนใส่อยู่ขาดรุ่งริ่ง ที่หน้าของทุกคนเหมือนมีโคลนป้ายหน้าอยู่เป็จุดๆ ตัวผอมแห้ง เห็นแบบนี้แล้วคิดถึงพวกขอทานในหนังจีนจริงๆ
ขณะที่คิดอะไรเพลินๆอยู่นั่นแตงโมก็ได้เสียงคนเรียกชื่อของเธอ
"แตงโม"
เธอสะดุ้ง ก่อนจะมองไปรอบๆ และพบว่าเสียงมาจากในรถม้า
แต่....
ในรถม้าไม่มีเด็กคนไหนที่ตื่นอยู่นอกเหนือจากเธอ!! ผีหลอกแน่ๆเลย เธอจึงรีบท่องบทสวดในใจ
'ข้าไม่ใช่ผี' เสียงพูดปริศนาดังขึ้น
"อะสะ สะ เสียงใครนะ รู้ได้ไงว่าฉันคิดอะไรอยู่" เธอกล่าวออกมาด้วยเสียงที่เบาและสั่นเครือ
'ข้าเอง ข้ารู้หมดว่าเ้าคิดอะไร เพราะข้าอยู่ในหัวของเ้าไง ลองหลับตาดูสิ ฮ่าฮ่าฮ่าฮ่า' เสียงปริศนาดังขึ้นอีกรอบ
เมื่อแตงโมได้ยินเสียงปริศนากล่าวเช่นนั้น เธอจึงลองทำตามดู ปิดตาลง สิ่งที่เธอเห็นคือ...ลูกเจี๊ยบ ลูกเจี๊ยบตัวสีแดงแสนน่ารัก
ทันใดนั้นเธอก็ได้ยินเสียงพูดขึ้นมาว่า "สวัสดี ข้าคือหงส์แดง สัตว์ประจำแคว้นจูเสวี่ย เ้าคือคนที่ข้าเลือก นับจากนี้ไปข้าคือเ้านายของเ้า"
เธอคิดในใจ 'เ้าลูกเจี๊ยบถึงกับบอกว่าตัวเองเป็หงส์แดง หงส์แดงอะไรตัวเล็ก น่ารักขนาดนี้
ยิ่งเป็สัตว์ประจำแคว้นด้วยแล้ว มันต้องดูน่าเกรงขามกว่านี้ไม่ใช่หรือ
อุ้ย ลืมไปว่าเ้าลูกเจี๊ยบรู้ว่าฉันคิดอะไร แย่ละสิ'
"ข้าเป็หงส์แดงจริงๆนะเ้ามนุษย์ เรียกข้าว่าท่านหงส์แดง
ข้าไม่ใช่ลูกเจี๊ยบ และข้าไม่ได้น่ารัก ข้าแค่กำลังอยู่ใน่เจริญเติบโต
ไว้ข้าโตเต็มที่เมื่อไหร่เ้าก็จะได้เห็นเองว่าข้านั้นน่าเกรงขามแค่ไหน"
หงส์แดงมีสีหน้าที่จริงจังขึ้นแล้วพูดต่อว่า "แต่ก่อนอื่น เ้าต้องหาหยกอีกชิ้น ที่เป็คู่กับหยกของเ้า เมื่อหยกทั้งสองมาอยู่ใกล้กันเมื่อไหร่ เมื่อนั้นข้าจะเติบโตได้เร็วขึ้น"
เธอจึงถามกลับในใจว่า "แล้วทำไมฉันต้องทำตามที่เ้าบอกด้วย หยกนั่นอยู่ที่ไหนก็ไม่รู้ ที่นี่ที่ไหน เป็ยังไงฉันยังไม่รู้เลย"
"เ้าควรทำตามที่ข้าบอก เพราะมันจะส่งผลดีต่อเ้า หยกที่เ้าอยู่เป็หยกคู่ มันสามารถแสดงปฏิกิริยาต่อกันได้เมื่อมันอยู่ห่างกันไม่เกินสิบลี้"
* (1 ลี้ = 500 เมตร 10 ลี้ = 5 กิโลเมตร) *
"หยกนี้เป็สิ่งที่หลายๆคนอยากได้มาแต่ก็ไม่มีโอกาส เพราะหยกมันจะเลือกเ้านายเอง
หยกชิ้นที่อยู่กับเ้าเป็หยกหยิน ส่วนอีกชิ้นเป็หยกหยาง หยกทั้งสองชิ้นเหมือนกันทุกประการยกเว้นคำสลักหลังหยก
ของเ้าสลักว่า 'หยินหยางห้าแคว้นรวมหนึ่ง'
ส่วนอีกอันสลักว่า 'คู่หญิงชายต่างแคว้นไร้บาดหมาง'
นี่คือคำใบ้ที่ช่วยให้เ้าหาหยกอีกชิ้นได้ง่ายขึ้น
ส่วนข้อมูลเกี่ยวกับตัวเ้าและสถานที่แห่งนี้ข้าจะบอกเ้าเอง ตั้งใจฟังให้ดีละ"
หลังฟังจบ ทำให้เธอได้รู้ว่าร่างนี้มีชื่อว่า 'หลี่ซูเม่ย' ซูเม่ยที่แปลว่ามนตราที่สวยงาม นางเป็บุตรีของตระกูลหลี่แห่งแคว้นจูเสวี่ย ปัจจุบันนางมีอายุ 5 ขวบ ระดับพร์สีเขียว ตราสัญลักษณ์เป็รูปหงส์แดง ตอนนี้นางโดนลักพาตัวมาพร้อมกับเด็กคนอื่นๆให้เป็ขอทานเพื่อสืบข่าวให้กับใครบางคน แต่ด้วยระยะทางและสภาพแวดล้อมทำให้หลี่ซูเม่ยป่วยและจากไปในที่สุด เธอจึงเข้ามาอยู่ในร่างนี้แทน
ที่ที่เธออยู่ในตอนนี้คือดินแดนต้าชิง ดินแดนนี้ประกอบด้วยแคว้นทั้งหมด 5 แคว้น
1) แคว้นชิงหลง ตั้งอยู่ทางทิศตะวันออก
สัตว์ประจำแคว้นคือ 'ัเขียว'
2) แคว้นจูเสวี่ย ตั้งอยู่ทางทิศใต้
สัตว์ประจำแคว้นคือ 'หงส์แดง'
3) แคว้นไป๋หู่ ตั้งอยู่ทางทิศตะวันตก
สัตว์ประจำแคว้นคือ 'เสือขาว'
4) แค้วนเสวียนอู่ ตั้งอยู่ทางทิศเหนือ
สัตว์ประจำแคว้นคือ 'เต่าดำ'
5) แคว้นหวงหลง ตั้งอยู่ตรงกึ่งกลาง เป็ศูนย์กลางของแคว้นทั้งสี่
สัตว์ประจำแคว้นคือ 'ัทอง'
ในโลกใบนี้ คนที่มีระดับสีของพลังยุทธ์สูงๆ จะได้รับความนับถือและการยอมรับจากคนอื่นมากกว่า สีพลังยุทธ์มีทั้งหมด 7 สี เรียงจากมากไปน้อยคือ
1) สีทอง
2) สีดำ
3) สีม่วง
4) สีน้ำเงิน
5) สีเขียว
6) สีเหลือง
7) สีแดง *เริ่มฝึกจากสีนี้ทุกคน
เด็กทุกคนเมื่อมีอายุครบห้าขวบจะสามารถปลุกพลังได้ และทุกคนต้องไปยังสถานที่ตรวจวัดระดับพร์ที่ตั้งอยู่ใจกลางของแต่ละเมืองในแคว้นนั้นๆ ยกเว้นพวกตระกูลใหญ่และตระกูลเก่าแก่บางตระกูล ที่จะมีสถานที่ตรวจวัดระดับพร์เป็ของตนเอง
ระดับพร์เป็ตัวบ่งชี้ว่าคนคนนั้นสามารถฝึกพลังได้ถึงระดับสีไหนเท่านั้น ทุกคนมีพลังยุทธ์เริ่มต้นที่ระดับสีแดงเหมือนกันหมด ความเก่งกาจของแต่ละบุคคลขึ้นอยู่กับพร์และความขยันหมั่นเพียรของบุคคลนั้นๆ เพราะฉะนั้นการตรวจวัดระดับพร์ถือเป็สิ่งสำคัญยิ่งในดินแดนนี้
เมื่อทำการปลุกพลังแล้ว จะมีตราสัญลักษณ์ปรากฏขึ้นที่ไหล่ด้านใดด้านหนึ่งแล้วแต่บุคคล ตราสัญลักษณ์นี้จะแตกต่างกันในแต่ละผู้คน และเป็รูปแบบของพลังเวลาเรียกใช้
ครอบครัวของซูเม่ยเป็ครอบครัวเล็กๆที่อบอุ่นประกอบด้วย
บิดาของนาง หลี่หวังเหล่ย เป็เสนาบดีแห่งแคว้นจูเสวี่ย ระดับพร์สีดำ
มารดาของนาง จางซูหนี่ว์ เป็อดีตหญิงงามอันดับหนึ่งของแคว้นจูเสวี่ย บุตรีของท่านราชครูแห่งแคว้นจูเสวี่ย ระดับพร์สีม่วง
ท่านปู่ หลี่เลี่ยงรุ่ย อดีตเสนาบดีแห่งแคว้นจูเสวีย พร์สีดำ
ท่านย่า ไป๋หนิงฮวา อดีตองค์หญิงแห่งแคว้นไป๋หู พร์สีม่วง
ตระกูลหลี่เป็หนึ่งในตระกูลเก่าแก่ จึงมีสถานที่วัดระดับพร์เป็ของตัวเองเช่นกัน หลี่ซูเม่ยได้วัดระดับพร์เมื่อตอนอายุห้าขวบดั่งเช่นเด็กคนอื่นๆ
ผลที่ออกมากลับไม่เป็ที่น่าพอใจนัก ระดับพร์ที่หลี่ซูเม่ยวัดได้คือ สีเขียว ซึ่งห่างจากสีแดงมาเพียงสองลำดับ ทั้งๆที่บิดา มารดาของนางล้วนมีพร์ที่สูงยิ่ง
ด้วยเหตุนี้ทำให้หลี่ซูเม่ยต้องไปยังแท่นตรวจวัดพร์ที่กลางเมืองหลวง เพื่อยืนยันผลการตรวจวัดว่านางมีระดับพร์สีเขียวจริงๆ
หลังตรวจวัดอีกรอบเรียบร้อยแล้ว ซึ่งผลยังคงออกมาเช่นเดิม ดังนั้นเพื่อเป็การปลอบใจหลี่ซูเม่ย ท่านเสนาบดีจึงอนุญาตให้นางไปเดินเล่นในตลาดกับสาวใช้ส่วนตัวได้ แต่ด้วยความซุกซน ทำให้นางพลัดหลงกับสาวใช้ส่วนตัว และถูกจับไปในที่สุด
-----------------------------------------------------------
* จบกันไปแล้วค่ะสำหรับตอนที่ 3 ฝากติดตามตอนต่อไปด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ