เทพสงครามสายเลือดมังกร

    ตอนที่ 98 ผลึกแก้วเพลิงอัสนี

    หลังจากที่พาอาวเสวี่ยมาส่งที่นี่ กานหลินก็จากไป  การที่สมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งต้องการพบหลงเฉินนั้นเป็นสิ่งที่เขามีอิสระที่จะจัดการได้ด้วยตัวเอง จึงมิใช่เรื่องที่กานหลินจะเข้ามาสอดแทรกได้


    เห็นได้ชัดว่าอาวเสวี่ยรู้สึกรำคาญใจที่ถูกใช้ให้มา  ยิ่งนางมองใบหน้ายิ้มแย้มของหลงเฉิน ความเกรี้ยวกราดภายในใจก็ยิ่งปะทุ


    “เถ้าแก่เจาให้มาบอกเจ้าว่าสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งมีผลฟื้นฟูวิญญาณเข้ามาใหม่ เผื่อเจ้าจะต้องการ”


    นางจ้องมองหลงเฉินด้วยสายตาเฉยชาก่อนจะเอ่ยด้วยเสียงแผ่วเบา


    นางทำงานอยู่ในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งอยู่ดี ๆ แต่ด้วยเหตุผลบางประการนางกลับได้รับคำสั่งให้เดินทางมาที่นี่เพื่อบอกเรื่องนี้กับหลงเฉิน  นี่คงเป็นเรื่องที่สร้างความลำบากให้นางไม่น้อย


    นางไม่เข้าใจว่าเหตุใดเถ้าแก่เจาถึงได้ทำเพื่อหลงเฉินถึงเพียงนี้


    “ต้องการสิ แน่นอนอยู่แล้ว ข้าต้องการมัน!”


    หลงเฉินเป็นเด็กที่ถูกเลี้ยงตามใจมาโดยตลอด เขาจึงไม่คิดซ้ำสองด้วยซ้ำว่าจะเก็บหยกศักดิ์สิทธิ์นับร้อยที่มีไว้ใช้ในอนาคตหรือไม่


    ‘เมื่อข้าแข็งแกร่งขึ้น การหาของเช่นนี้คงไม่ใช่ปัญหาหรอก จะดีกว่าหากข้าซื้อของพวกนี้ไว้ในขณะที่ยังทำได้  และนำสมุนไพรวิญญาณมาให้ยอดยาหยีของข้าเพื่อที่นางจะได้มีชีวิตอยู่ได้นานขึ้น’


    เมื่อคิดได้ดังนั้น หลงเฉินก็สังเกตเห็นว่าสายตาของอาวเสวี่ยจับจ้องมาที่เขาด้วยความเกลียดชังสุดหัวใจ  หลงเฉินเองก็เป็นคนไม่กลัวใครและไม่คิดจะถือสานางอยู่แล้ว  เขาสั่งนางด้วยท่าทีหยิ่งผยอง


    “แม่นางอาวเสวี่ย นำทางข้าไปได้เลย”  


    ก่อนมาที่นี่ เถ้าแก่เจากำชับกับนางไม่ให้แสดงกิริยาหยาบคายกับหลงเฉิน และนางเองก็ไม่อยู่ในสถานะที่สามารถเพิกเฉยต่อคำสั่งได้  ไม่ว่าหลงเฉินจะรับมือยากเพียงใด  นางก็ทำได้เพียงกัดฟันทนเท่านั้น


    ‘เจ้าเด็กอวดดี ทันทีที่ข้ามีโอกาส ข้าจะถลกหนังเจ้า!  เจ้ามีหัวใจเหล็กเพียงไม่กี่ชิ้น แต่ด้วยเหตุผลบางอย่างเถ้าเจากลับคิดว่าเจ้าเป็นคนพิเศษ!  ข้าจะต้องหาโอกาสพิสูจน์ให้ได้ว่าเจ้าหลงเฉินอะไรนี่ไม่สามารถเทียบกับตัวข้าได้เลย!’


    ด้วยหัวใจที่เต็มไปด้วยความเกลียดชัง  อาวเสวี่ยนิ่งเงียบไปตลอดทาง สีหน้าของนางเคร่งขรึมนัก


    “แม่นี่ก็ดูไม่เลวร้ายเท่าไร แม้นางจะชอบทำหน้าตาบูดบึ้งก็ตาม แต่ไม่ว่าอย่างไรข้าก็คิดว่าหลิงซีของข้าก็งดงามที่สุดอยู่ดี...”


    ด้านหลังอาวเสวี่ย  หลงเฉินทำมือทำไม้พลางพูดด้วยเสียงแผ่วเบา  ทำให้หลิงซีพึงพอใจอย่างมาก นางหัวเราะคิกคักไม่หยุด


    หากอาวเสวี่ยได้ยินคำพูดของเขาเข้า  นางคงพยายามฆ่าเขาเสียให้ได้


    อย่างไรก็ตาม  สีหน้าเคร่งขรึมของอาวเสวี่ยทำให้หลงเฉินระวังตัวอยู่ตลอดเวลา


    ‘ข้าไม่รู้ว่าเถ้าแก่เจาพยายามจะทำสิ่งใด หากเป็นเรื่องเกี่ยวกับผลฟื้นฟูวิญญาณจริง เขาก็น่าจะให้อาวเสวี่ยนำมันมาให้ข้า ดีกว่าที่ต้องลำบากพาข้ามาที่นี่ หรือว่าเขายังจะพยายามโน้มน้าวข้าอีก?’


    ด้านหลังอาวเสวี่ย  หลงเฉินกำลังชื่นชมเรือนร่างเพรียวบางและฝีเท้าที่นุ่มนวลของนาง พลางครุ่นคิดว่าจะรับมือกับเถ้าแก่เจาอย่างไร


    ขณะนี้เป็นเวลาเที่ยงวัน  มีลูกค้าอยู่ในสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่งไม่มากเท่าเวลาปกติ  เมื่อหลงเฉินมาถึง  เถ้าแก่เจาก็รอต้อนรับเขาอย่างอบอุ่น  เขาโอบกอดหลงเฉินและตบไหล่


    “หลงเฉิน สหายน้อยของข้า ในที่สุดเจ้าก็มา!”


    “ดูกระตือรือร้นผิดวิสัย เขาจะต้องมีจุดประสงค์ชั่วร้ายแฝงอยู่แน่ ๆ”


    ภายในกระบี่หลิงซี  หลิงซีมเม้มปากและทำท่ารำคาญกิริยาของเถ้าแก่เจา


    หลงเฉินตอบรับเถ้าแก่เจาอย่างร่าเริง  จากนั้นเขาก็พาหลงเฉินไปยังห้องรับรองแขกพิเศษและบอกให้เขานั่งลง สั่งให้อาวเสวี่ยที่มีท่าทีเคร่งขรึมรินน้ำชา  เขายิ้มอยู่ตลอดเวลาขณะที่จ้องมองหลงเฉิน 


    “ข้าได้ยินมาว่าเจ้าสังหารยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้น  นี่เจ้าบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์แล้วรึ?”


    ชั่วขณะที่นางได้ยินเถ้าแก่เจาพูดเข้าประเด็นราวกับกำปั้นทุบดินนั้น  อาวเสวี่ยก็รินน้ำชาหกเลอะออกมาด้านนอกด้วยความประหลาดใจ


    “ขออภัย เถ้าแก่ ข้าสะเพร่าเอง ...”


    เถ้าแก่เจาไม่ได้อยู่ในอารมณ์ที่จะโมโหต่อหน้าหลงเฉิน  เขาจึงสั่งให้นางออกไปข้างนอก แต่หลงเฉินกลับโบกมือและจ้องนางด้วยท่าทางจองหอง


    “อย่าเพิ่งไป  ในเมื่อเจ้าทำสกปรกเลอะเทอะ มันก็เป็นหน้าที่ของเจ้าที่ต้องทำความสะอาดให้เรียบร้อยมิใช่รึ?”


    “นี่เจ้า---!”


    อาวเสวี่ยกำลังจะระเบิดอารมณ์ ทว่าเถ้าแก่เจารีบเอ่ยขึ้น


    “อาวเสวี่ย ทำความสะอาดเสีย”


    เมื่อได้ยินน้ำเสียงสงบเยือกเย็นของเถ้าแก่เจา  อาวเสวี่ยจึงไม่กล้าขัดขืนและทำได้เพียงจ้องเขม็งไปที่หลงเฉิน กัดฟันแน่นและทำตามคำสั่ง


    เมื่อเห็นว่านางพยายามระงับอารมณ์ความรู้สึกเอาไว้  หลงเฉินก็รู้สึกพอใจเป็นอย่างมาก


    เมื่อครั้งก่อนที่เขามายังสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง  คนผู้นี้เคยเชิดหน้าใส่เขาซึ่งทำให้เขาไม่ค่อยพอใจนัก  ในที่สุดเขาก็ทำให้นางรู้สึกเช่นเดียวกันได้


    หลังจากนั้น หลงเฉินก็เริ่มพูดคุยกับเถ้าแก่เจา


    “เถ้าแก่เจา จริงอยู่ที่ข้าบรรลุถึงระดับแก่นศักดิ์สิทธิ์แล้ว แต่ถึงกระนั้น ไม่ว่าท่านจะได้ยินเรื่องที่ข้าสังหารหวงเฟยหยางล้วนแล้วแต่เป็นเรื่องโกหกที่ใครบางคนพูดออกไปเพื่อใส่ร้ายข้า  หากข้าสามารถสังหารพี่หวงได้  ข้าคงไม่ได้มานั่งคุยกับท่านอย่างไร้รอยขีดข่วนเช่นนี้หรอก”


    เถ้าแก่เจาเองก็ไม่ได้หลงเชื่อข่าวลือเรื่องที่หลงเฉินสังหารหวงเฟยหยาง  นอกจากนี้ หลงเฉินเองก็เพิ่งจะบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์เท่านั้น


    อย่างไรก็ตาม  แม้ว่าเขาจะไม่ได้สังหารหวงเฟยหยาง ก็ไม่ได้ส่งผลต่อความชื่นชมที่เขามีต่อหลงเฉิน  เขาหยิบกล่องไม้ขนาดใหญ่ที่มีผ้าไหมสีแดงอยู่ด้านในออกมา  ภายในมีผลฟื้นฟูวิญญาณอยู่สองผล


    เมื่อเห็นผลฟื้นฟูวิญญาณถึงสองผล  ดวงตาของหลิงซีก็เป็นประกาย  ทว่าหลงเฉินกลับดูไม่พอใจนัก


    “หลงเฉิน สหายน้อยของข้า นี่คือผลฟื้นฟูวิญญาณที่เจ้าต้องการ”


    หยกศักดิ์สิทธิ์ในถุงมิติของหลงเฉินนั้นมีมากพอจะจ่ายให้กับผลฟื้นฟูวิญญาณทั้งสองผล  หากแต่เขาทำได้เพียงถอนหายใจด้วยความเศร้า


    “เถ้าแก่เจา ด้วยสถานะทางการเงินของข้าในตอนนี้ ข้าคงซื้อผลฟื้นฟูวิญญาณได้แค่ผลเดียวเท่านั้น สองผลคงไม่พอแน่ ๆ”


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินยากจนและน่าสมเพชถึงเพียงนี้  อาวเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ก็มองเขาด้วยสายตาเหยียดหยาม ทีแรกนางรู้สึกกลัวเขาเล็กน้อยเมื่อได้ยินว่าเขาได้สังหารยอดฝีมือระดับแก่นมนุษย์ขั้นต้นได้  แต่ก็พบว่ามันเป็นเพียงข่าวลือ


    ‘เจ้าเด็กเมื่อวานซืนนี่เพิ่งจะบรรลุถึงระดับแก่นมนุษย์ มันน่าภูมิใจตรงไหนกัน? อีกไม่กี่วันข้าก็จะบรรลุระดับแก่นมนุษย์เช่นกัน เมื่อถึงเวลานั้น  คอยดูก็แล้วกันว่าเจ้าหรือข้าที่แข็งแกร่งกว่ากัน!’


    การที่เถ้าแก่เจาให้ความสำคัญกับหลงเฉินมากทำให้อาวเสวี่ยรู้สึกริษยา


    เมื่อเห็นสีหน้าขมขื่นของหลงเฉิน  เถ้าแก่เจาถึงกับหัวเราะออกมา


    “ข้าก็บอกไปแล้วมิใช่หรือ?  นี่เราก็พบกันเป็นครั้งที่สอง นับได้ว่าเป็นสหายกันแล้ว เอาอย่างนี้ก็แล้วกัน  เจ้าซื้อจากข้าไปหนึ่งผล และข้าจะให้เจ้าอีกหนึ่งผลโดยไม่คิดเงิน ดีไหมล่ะ?”


    ผู้จัดการเจาชื่นชมในพรสวรรค์ของหลงเฉินเป็นอย่างมาก  และเขายังต้องการมอบอภิสิทธิ์ต่าง ๆ ให้หลงเฉินอย่างมากมาย


    หลงเฉินตระหนักดีว่ามันเป็นไปไม่ได้ที่จะออกจากตระกูลหลิงอู่  ดังนั้นเขาจึงต้องไตร่ตรองและปฏิเสธข้อเสนอของเถ้าแก่เจาอีกครั้ง


    เมื่อเห็นว่าหลงเฉินยังมีท่าทีลังเลใจ  เถ้าแก่เจาก็ขยิบตาและจ้องมองหลงเฉินตรง ๆ


    “เอาอย่างนี้แทนก็แล้วกัน หากเจ้าทำอะไรให้ข้า ข้าก็จะให้ผลฟื้นฟูวิญญาณเป็นรางวัล และนี่ก็ไม่ถือว่าเจ้าติดค้างอะไรข้าด้วย  เจ้าจะว่าอย่างไร?”


    “จะให้ข้าทำสิ่งใดรึ เถ้าแก่เจา?”


    ขณะที่กำลังพูดอยู่นั้น  เจาเทียนฟางก็มีสีหน้าเอาจริงเอาจัง  หลงเฉินเดาว่านี่คงเป็นจุดประสงค์แท้จริงที่เขาเชิญหลงเฉินมาที่นี่  มิเช่นนั้นเขาคงไม่ลำบากให้อาวเสวี่ยพาเขามา


    เจาเทียนฟางยิ้มเล็กน้อยและสั่งให้อาวเสวี่ยที่ยืนอยู่ข้าง ๆ ออกไปจากห้อง  หลังจากนั้นเขาก็หยิบถุงมิติและนำผลึกแก้วที่มีขนาดเท่ากำปั้นทารกออกมา


    หลงเฉินจ้องมองไปและเห็นว่าผลึกแก้วนั้นเป็นสีฟ้า  มันมีรูปร่างเป็นสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูนสองด้านที่คมอย่างน่าเหลือเชื่อ พื้นผิวของผลึกแก้วยังปรากฏสายฟ้าที่ส่องประกายอยู่บนนั้น พร้อมกับเปลวไฟสีฟ้าที่ปะทุออกมาจากผลึกแก้ว


    “ผลึกแก้วเพลิงอัสนี?”


    ภายในกระบี่หลิงซี  เสียงตื่นเต้นของหลิงซีดังออกมา


    เวลานี้หลงเฉินอยู่ใกล้กับเถ้าแก่เจามาก และหลังจากที่ได้ยินเสียงหลิงซีโพล่งคำว่า ‘ผลึกแก้วเพลิงอัสนี’ ออกมา เขาก็ไม่กล้าพูดอะไรมากนัก  อย่างไรก็ตาม เขาบอกได้ว่าผลึกแก้วนี้เป็นของล้ำค่าอย่างแน่นอน


    “เจ้ารู้หรือไม่ว่าสิ่งนี้คืออะไร?”  เถ้าแก่เจาถาม


    “ไม่รู้เลย”  หลงเฉินส่ายหน้า


    “สิ่งนี้เรียกว่า... ผลึกแก้วเพลิงอัสนี”


    เขาหมุนผลึกแก้วเพลิงอัสนีในฝ่ามือพร้อมจับจ้องมันโดยไม่กะพริบตา คำพูดต่อไปของเขาเต็มไปด้วยอารมณ์ความรู้สึก


    “ผลึกแก้วเพลิงอัสนีเป็นสมบัติล้ำค่า มันไม่มีระดับขั้นอะไรหรอก และตราบใดที่ผสานมันเข้ากับร่างกาย คนผู้นั้นก็จะมีพลังในการควบคุมสายฟ้าและเปลวไฟ  พลังนี้ใช้ในการบ่มเพาะร่างกายและนับว่าได้ผลดีทีเดียว  และเมื่อเจ้าผสานร่างกายกับผลึกแก้วเพลิงอัสนีมากกว่าสิบชิ้น เจ้าก็จะได้ครอบครอง [กายาเพลิงอัสนี]! ”


    หลงเฉินจ้องมองผลึกแก้วเพลิงอัสนีด้วยความประหลาดใจ


    “เพียงแค่ผสานร่างเข้ากับมันเท่านั้น? และไม่ต้องฝึกฝนอะไรเลยรึ?”


    มิเท่ากับว่าของสิ่งนี้ใช้ได้สะดวกกว่า [กายาย้อนกลับ] ที่เขาเพิ่งได้ครอบครองเช่นนั้นหรือ?


    เพราะเคล็ดวิชาบัญญัติชีวา --- [กายาย้อนกลับ]  จะสร้างขึ้นได้ก็ต่อเมื่อใช้เวลาทั้งวันทั้งคืน


    “ก็ไม่ต้องน่ะสิ” เถ้าแก่เจาส่ายศีรษะ


    “จำนวนผลึกแก้วเพลิงอัสนีที่เจ้าสามารถผสานได้นั้นขึ้นอยู่กับพรสวรรค์และร่างกายของเจ้า  ตราบใดที่เจ้าผสานมันได้มากกว่าสิบชิ้น  เจ้าก็จะได้ครอบครองกายาเพลิงอัสนี บรรดาผู้ที่ได้ผลประโยชน์จากพลังที่ใช้สายฟ้าและเปลวไฟถูกเรียกขานว่าจอมยุทธ์เพลิงอัสนี!”


    จอมยุทธ์เพลิงอัสนี?


    ฟังดูก็ไม่เลว


    ตอนนั้นเองที่หลงเฉินตระหนักว่าโลกที่เขารู้จักนั้นช่างแคบเหลือเกิน  เขาเพิ่งได้ผลหวนคืน และตอนนี้ก็ได้มาเจอผลึกแก้วเพลิงอัสนีอีก  ทุกสิ่งล้วนแล้วแต่น่าอัศจรรย์ทั้งนั้น


    เจาเทียนฟางบอกว่าเขาต้องการให้หลงเฉินทำบางอย่าง  แล้วเขาก็นำผลึกแก้วเพลิงอัสนีออกมา เพื่ออะไรกัน?


    หลงเฉินถามด้วยความสงสัย


    “เถ้าแก่เจา แล้วผลึกแก้วเพลิงอัสนีนี่เกี่ยวอะไรกับข้าหรือ?”


    เมื่อพวกเขาวกกลับมาที่คำถามสำคัญ  เถ้าแก่เจาก็หัวเราะร่าและจ้องมองหลงเฉินใกล้ ๆ


    “พูดตามตรง ข้าชื่นชมเจ้ามาก  ข้าอยากจะทดสอบพรสวรรค์และอยากให้เจ้าลองดูว่าเจ้าจะสามารถผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีในร่างเจ้าได้กี่ชิ้น!”


    หลงเฉินรู้สึกราวกับตกลงไปในบ่อทอง  สีหน้าเหลือเชื่อปรากฏบนใบหน้าของเขา


    เถ้าแก่เจาผู้นี้บอกว่าเขาต้องการให้หลงเฉินทำอะไรบางอย่าง  หลงเฉินจึงสงสัยว่ามันจะยากเย็นสักเพียงใด แต่กลับกลายเป็นว่ามันเป็นโอกาสอันยอดเยี่ยมสำหรับเขา


    เถ้าแก่เจาเพียงต้องการโน้มน้าวให้หลงเฉินเข้าร่วมกับสมาคมพ่อค้าอรุณรุ่ง เขาจึงพยายามหยิบยื่นสิทธิพิเศษมากมายให้หลงเฉินครั้งแล้วครั้งเล่า  หลงเฉินรู้สึกลังเลและสงสัยว่าเขาควรจะยอมรับหรือไม่โดยคำนึงถึงพันธะที่จะเกิดขึ้นหากเขายอมรับข้อเสนอ เมื่อเห็นว่าเขาลังเล เถ้าแก่เจาจึงอธิบายอย่างจริงจัง


    “หลงเฉิน  อย่าคิดว่าการผสานผลึกแก้วเพลิงอัสนีนั้นเป็นเรื่องง่าย มันมีพลังรุนแรงมากจนทำให้ร่างกายระเบิดออกได้หากคนผู้นั้นไม่สามารถทนรับได้ไหว  หากร่างกายของเจ้าทนไม่ได้แม้ผลึกแก้วเพลิงอัสนีเพียงชิ้นเดียว  ก็เป็นไปได้สูงมากว่าเจ้าจะตายเพราะมัน  นี่เป็นเหตุผลที่ทำให้เรื่องนี้ไม่ใช่ภารกิจง่าย ๆ เมื่อต้องแลกกับผลฟื้นฟูวิญญาณถึงสองผล  ลองคิดดูให้ดี ๆ”


    ขณะที่หลงเฉินยังคงครุ่นคิดอยู่นั้น  เสียงของหลิงซีก็ดังออกมา


    “เร็วเข้าสิ รีบรับปากเร็วเข้า!”


    หลิงซีมีประสบการณ์มากมายและตระหนักถึงสภาพร่างกายของหลงเฉินเป็นอย่างดี  ดังนั้นเมื่อได้ยินนางพูดเช่นนั้น  หลงเฉินก็ไม่ลังเลอีกต่อไปและรีบพยักหน้า


    “สมบัติล้ำค่าจะพบได้ในที่ที่เต็มไปด้วยอันตรายเท่านั้น  ในเมื่อเถ้าแก่เจ้าชื่นชมในตัวข้า  ข้าคงต้องขอลองผลึกแก้วเพลิงอัสนีดูสักหน่อยแล้ว!”


    **********************



    คล้ายกับเรื่องเทพสงครามสายเลือดมังกร ที่คุณอ่าน