เทพสงครามมังกรเทวะ

    ผสานรัก

    เวลาผ่านไปสามวันหลังจากที่เฟยหรงได้เลื่อนขั้นเป็นระดับภัยพิบัติวิญญาน ในเวลาสามวันนี้เฟยหรงไม่ได้ทำอะไรนอกจากปรับระดับพลังของเขาให้สเถียรและมั่นคงมากที่สุดเท่าที่จะทำได้เนื่องจากเขารีบร้อนกลั่นพลังจนเกินไปทำให้จิตวิญญานของเขาสั่นคลอนไม่ใช่น้อย ยังดีที่ทักษะบ่มเพาะของเขาเป็นระดับเทวะดังนั้นมันจึงช่วยทำให้จิตวิญญานของเขามั่นคงได้ในเวลาอันสั้นมิฉะนั้นเกรงว่าเขาจะต้องอยู่ในระดับภัยพิบัติวิญญานไปตลอดชีวิอย่างแน่นอน

     

    "เห้อ โชคดีที่อาจารย์ช่วยข้าไว้ท่านไม่เช่นนั้นข้าไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมา"เฟยหรงลืมตาตื่นก่อนจะถอนหายใจออกมาสายตาจับจ้องไปที่ประตูที่บัดนี้มีหนึ่งหญิงหนึ่งชายกำลังแอบมองเขาด้วยความห่วงใย เฟยหรงแอบยกยิ้มในใจสองคนนี้ไม่ใช่ใครที่ไหนนอกจากฮั่วหลินเฉินและฮั่วหลิงหลิงนั่นเอง

     

    "เข้ามาเถอะ พวกเจ้าจะมัวทำลับๆล่อๆอยู่ใย"เฟยหรงกล่าวออกทางด้านสองพี่น้องได้ยินดังนั้นก็ค่อยๆเดินเข้ามาพร้อมรอยยิ้มเจื่อนที่ประดับบนใบหน้าเต็วไปด้วยความอับอายที่ถูกจับได้ว่าพวกเขากำลังแอบดูชายหนุ่มอยู่ แต่จู่ๆหลินเฉินก็กล่าวขึ้นมาว่า "พี่ชายข้าอยากออกไปเที่ยวเล่นข้างนอกขอรับ"

     

    "หืม เจ้าเด็กคนนี้ทุกทีเวลาจะออกไหน ไม่เคยมาขออนุญาติข้าวันนี้เกิดเป็นอะไรขึ้นมาถึงมาขอได้"เฟยหรงกล่าวถามด้วยความสงสัย

     

    "แห๊ะๆพี่ชายพอดีช่วงที่ท่านฝึกฝน ข้าได้ออกไปเที่ยวเล่นหนหนึ่งแล้วขอรับปรากฏว่าพบเข้ากับสหายเก่าจากราชวงศ์เหล่ย เหล่ยหมิงที่นี่ด้วยก็เลยชวนกันไปทำภารกิจน่ะขอรับ"เมื่อเจ้าน้องชายตัวน้อยกล่าวออกมาตามตรง เฟยหรงจะคัดค้านได้อย่างไรเขาอนุญาติให้ฮั่วหลินเฉินไปได้ทำให้เจ้าตัวถึงกับดีใจยกใหญ่ก่อนจะวิ่งจากไปด้วยใบหน้าที่มีเเต่ความสุข

     

    ส่วนตัวของเฟยหรงนั้นเขาได้มองไปยังฮั่วหลิงหลิงที่อยู่ข้างๆขณะที่นางกำลังทำท่าทีไม่พอใจนักก่อนที่เขาจะกล่าวถามว่านางไปตามตรง "เจ้าเป็นอะไรหรือเปล่า"

     

    ฮั่วหลิงๆที่ได้ยินก็พลันกอดอกขนาดพอดีของนางในทันทีพร้อมทั้งหันกายออกจากเฟยหรงก่อนจะกล่าวด้วยน้ำเสียงน้อยใจว่า "น้องชายสุดที่รักของข้าตอนนี้เห็นเจ้าดีกว่าพี่สาวเช่นข้าไปแล้ว เห้อคิดแล้วช่างน่าน้อยใจยิ่งนัก"

     

    "อ๊าง!"

     

    ก่อนที่ฮั่วหลิงหลิงจะกล่าวอะไรไปมากกว่านี้เฟยหรงก็รวบนางเข้ามานั่งตักและโอบกอดนางเอาไว้ในทันที ความใกล้ชิดนี้ทำให้เขาได้กลิ่นหอมของดอกไม้จากกายของหญิงสาวได้อย่างชัดเจน เส้นผมสีแดงสดของนางปลิวไสวไปตามร่างกายที่เอนมาหาชายหนุ่มให้ความรู้สึกน่าหลงไหลอย่างบอกไม่ถูก เฟยหรงเอาหน้าของเขาไปใกล้ๆหน้าของหญิงสาวก่อนจะกล่าวกระซิบว่า "นั่นช่วยไม่ได้หลินเฉินชื่นชอบข้ามาก เช่นนั้นเจ้าไม่ทำให้ข้าเป็นพี่ชายของเขาจริงๆเสียเลยละ"

     

    เมื่อได้ยินคำพูดที่ไร้ยางอายของชายหนุ่ม หญิงสาวที่หน้าแดงระเรื้ออยู่แล้วก็แดงกล่ำเข้าไปอีกตั้งแต่โดนชายหนุ่มดึงเข้ามากอดนางก็ตื่นตระหนกอยู่ก่อนแล้วแต่เมื่อได้มาอยู่ใกล้ๆฟังคำพูดเช่นนี้มันทำให้นางอดที่จะใจเต้นระรัวไม่ได้เนื่องจากตลอดสี่ปีมานี้นี่เป็นครั้งแรกที่เฟยหรงกล่าวเช่นนี้ออกมา

     

    "เจ้าคนชั่วร้าย วาจาเช่นนี้เจ้าก็กล้ากล่าวออกมาได้"หญิงสาวกล่าวอย่างเขินอายจนทำให้เฟยหรงยกยิ้มอย่างพอใจ เขายังไม่หยุดเพียงแค่นั้นแต่กลับกล่าวกระซิบสั้น "แล้วเจ้าตกลงหรือไม่"

     

    หญิงสาวไม่ได้กล่าวอะไรนางหันกายที่แสนยั่วยวนไปทางชายหนุ่มก่อนที่จะจับหน้าของเขาประทับริมฝีปากอย่างแผ่วเบาก่อนจะผละออกมาอย่างรวดเร็ว

     

    "นี่แทนคำตอบได้หรือไม่ เจ้าคงไม่ว่าข้าใจง่ายหรอกนะ"

     

    "ฮ่าๆๆเป็นคำตอบที่คลุมเครือนัก เจ้าช่วยตอบอีกครั้งได้หรือไม่"เฟยหรงกล่าวอย่างเจ้าเล่ห์ หญิงสาที่ได้ยินถึงกับใช้มืออันเรียวงามและนิ้มนวลทุบไปที่อกของชายหนุ่มเบาๆด้วยความมั่นใส้อย่างอดไม่ได้ จูบเมื่อครู่นั่นคือความกล้าทั้งหมดของนางที่รวบรวมมาแล้วแต่ชายคนนี้กลับได้คืบจะเอาศอกซะอย่างนั้นจะไม่ให้นางเขินอายได้อย่างไร

     

    "วาจาเช่นนี้ก็ยังกล่าวมาได้"นางกล่าวขึ้นอีกครั้งแต่กลับไม่ได้ปฏิเสธคำร้องขอของอีกฝ่าย พร้อมทั้งประทับรอยจูบอย่างแผ่วเบาอีกครั้งแต่มันกลับแตกต่างกันออกไปเนื่องจากเฟยหรงไม่ได้ปล่อยให้หญิงสาวผละริมฝีปากออกแต่อย่างใดและได้เปลี่ยนรสจูบที่หอมหวานกลายเป็นเร้าร้อนในทันที ลิ้นของทั้งสองพัวพันกันราวไม่อยากแยกจาก จนเวลาผ่านไปสักพักพวกเขาจึงจะแยกจากกันชั่วขณะนั้นฮั่วหลิงหลิงถึงกับหายใจแรงด้วยความเหนื่อยหอบ

     

    "สาวน้อยเจ้ายังต้องฝึกอีกมาก"เฟยหรงกล่าวอย่างขบขันจนหญิงสาวที่ได้ยินถึงกับทำหน้ามุ้ยก่อนจะบิดเบาไปหนึ่งทีด้วยความหมั่นใส้

     

    "หึ หากเจ้าพูดอีกคำจะบิดเจ้าให้ตาย"ฮั่วหลิงหลิงกล่าวอย่างเขินอาย เฟยหรงได้แต่หัวเราะในใจเบาๆเวลานางเขินอายช่างน่ารักไปอีกแบบ

     

    หนึ่งชายหนึ่งหญิงสบสายตากันอย่างหลงไหล เฟยหรงโน้มตัวขึ้นไปก่อนจะบดจูบหญิงสาวด้วยความรักก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอนลงบนเตียงใหญ่ใหญ่พร้อมทั้งปลดเปลื้องอาภรณ์ของกันและกันจนหมดสิ้น จนเรือนร่างอันงดงามของฮั่วหลิงหลิงปรากฏแก่สายตาของชายหนุ่ม

     

    "งดงามเหลือเกิน"เฟยหรงกล่าวออกมาและไม่อาจจะระงับความปรารถนาได้อีกต่อไป เขาค่อยโอบกอดหญิงสาวที่ตอนนี้เขินอายและขดตัวเหมือนกระต่ายน้อยช้าๆก่อนที่จะสวมกอดและบดจูบอีกคราให้นางได้ผ่อนคลาย ทั้งนี้มือที่ไม่อยู่สุขของเขาก็พลันลูบไล้ไปทั่วร่างกายของหญิงสาวจนนางต้องครางออกมาด้วยความเสี่ยวซ่าน

     

    เฟยหรงและฮั่วหลิงหลิงผสานสายตาเข้าหาก่อนก่อนจะผสานรักของเขาด้วยความเร้าร้อนเกินบรรยายจนระยะเวลาผ่านไปถึงช่วงเที่ยงของวันนั้นพวกเขาถึงหยุดกิจกรรมรักนี้ลงในที่สุด