บทที่ 68
ไม่นานแท็กซี่คันเก่าก็เดินทางมาถึงยังที่หมาย ไอซ์จ่ายเงินครบทุกบาททุกสตางค์ตามจำนวน ก่อนจะเดินเข้าบ้านไป แน่นอนว่าเขาต้องใช้ความคิดเล็กน้อยกับเรื่องสหพันธ์ เพราะหลังจากนี้ดูเหมือนว่าเขาจะต้องเขาไปมีบทบาทในองค์กรนี้มากขึ้น“กลับซะเช้าเลยนะแก แล้วรถของแกไปไหนแล้วล่ะ..” ครีมที่ยืนกอดอก กระดิกเท้าเล็กน้อย เหมือนกับคุณแม่จอมโหดที่รอการกลับมาของลูกชายจอมเกเร แถมเจ้าลูกชายคนนี้กลับบ้านสายอีกด้วย“ก็มีเรื่องต้องจัดการน่ะพี่.. สหพันธ์ฮันเตอร์เล่นเอาผมแทบไม่ได้นอน เฮ้อ!!” สำหรับไอซ์แล้วสหพันธ์ฮันเตอร์ก็ยังพอมีประโยชน์อยู่บ้าง มันสามารถเอาไว้เป็นข้ออ้างให้พี่ครีมได้อย่างสมเหตุสมผล“อื้ม ก็จริง.. เห็นข่าวแล้ว ว่าแต่แกเข้าร่วมกับตระกูลหลินหรือเปล่า เห็นทำธุรกิจกันอยู่” พี่ครีมนั่งลงบนโซฟาก่อนจะเอ่ยถามขึ้น“ใช่ครับพี่ บริษัทผมได้รับการสนับสนุนจำนวน 50-100 ล้านต่อเดือน แต่ก็คงต้องทำงานหนักขึ้น สงสัยต้องหารับสมัครฮันเตอร์มาบ้างแล้ว คาดว่าคงต้องเสียเงินเยอะแน่ๆพี่” ไอซ์กล่าวกับพี่ครีมตามตรง จะว่าเขาโกหกไม่ได้ ในชื่อของเขาจะได้รับการสนับสนุน 50-100 ล้านเป็นเรื่องจริง แต่เขาไม่ได้ระบุว่าเป็นเงินสกุลไหนเท่านั้นเอง“ถึงจะดูเยอะ แต่ก็ต้องส่งวัตถุดิบมากขึ้นอย่างนั้นสินะ.. ถ้าดูจากกลไกของโลกแล้ว ค่าตัวของพวกฮันเตอร์ต้องเพิ่มขึ้นตามความสำคัญ ช่วงนี้จะจ้างพวกเขาต้องจ่ายพวกเขามากแน่ๆ แกต้องเลือกให้ดีๆล่ะ ไม่อย่างนั้นแกจะขาดทุนเอาได้..”ครีมกล่าวด้วยความเป็นห่วง จริงๆเธอไม่อยากให้น้องชายของเธอทำงานด้านนี้เลย แต่ดูเหมือนว่าเจ้านี่จะชอบการเป็นฮันเตอร์เอาเสียแล้ว ดังนั้นคนที่เป็นพี่สาวอย่างเธอก็ต้องยอมรับในสิ่งที่น้องเลือกให้ได้ และสนับสนุนเขาเท่าที่จะทำได้“ผมไม่คิดเลยว่าพี่จะศึกษาเรื่องฮันเตอร์มาบ้าง.. แต่ไม่ต้องห่วงครับผมจัดการเป็นอย่างดีแน่นอน เรื่องเงินก็ไม่ต้องห่วง เพราะผมได้จากพี่มาเยอะ ฮ่าๆ” ไอซ์กล่าวแบบติดตลกเล็กน้อย ครีมที่ได้ยินอย่างนั้นก็ถึงกับกำหมัดเตรียมจะทุบเจ้าน้องชายตัวแสบของเธอ“ช่างเหอะ.. แกมานั่งตรงนี้ก่อน แล้วก็อธิบายเรื่องต่อไปนี้มาซะดีๆ..” ครีมกล่าวพร้อมกับชี้ไปที่พื้น คำพูด และท่าทางของเธอบ่งบอกได้เลยว่าเขาต้องทำอะไรผิดมาแน่ๆ แต่เขาก็เลือกที่จะนั่งลงเหมือนว่าไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำตัวนิ่งๆไม่ให้เหมือนกับคนทำผิด“อะไรเหรอพี่..” ไอซ์นั่งลงแล้วก็กล่าวถาม“..จะอะไรซะอีก ก็เรื่องของแกกับดาราที่ชื่อหลินฟางฟางนั่นมันหมายความว่ายังไง แล้วแกเดินเข้าห้างทางประตูพิเศษนั้นก็อีก อธิบายมาทีละเรื่อง ชัดๆ..” ครีมกล่าวพร้อมกับเปิดมือถือที่มีข่าวของเขากับหลินฟางฟางเป็นหลักฐาน“..แหมมมมครีมก็.. น้องไอซ์กำลังมีความรัก แกจะไปห้ามทำไมกันเล่า..ฮิฮิฮิ” พี่บิวตี้ที่เดินออกมาจากห้องกล่าวขึ้นพร้อมกับอาการเขิน และแน่นอนว่าเธอกำลังจิ้นไอซ์กับหลินฟางฟางอยู่ และตอนนี้บิวตี้ก็ได้มาอยู่กับครอบครัวของไอซ์เป็นที่เรียบร้อยแล้ว“ความรักกับผีน่ะสิ.. ยัยบิวตี้” ครีมหันไปกล่าวกับเพื่อนสนิท“ดูพวกเขามองกันและกันสิ ฉันละเขินแทนจริงๆ..อ๊าย!.” บิวตี้เดินเข้ามามองรูปคู่ของไอซ์ และหลินฟางฟางด้วยอาการเขิน พวกเธอเองก็ตกใจเช่นกันที่เห็นข่าวนี้เมื่อวาน ครีมไม่ค่อยพอใจสักเท่าไร เธอไม่อยากให้น้องชายเสียใจ พวกเขามันก็แค่คนธรรมดา ดาราดังขนาดนั้น และยังเป็นทายาทของนักธุรกิจระดับแสนล้านอีก หลินฟางฟางคนนี้จะจริงใจต่อน้องชายเธอมากแค่ไหน“อย่าเข้าใจผิดสิครับพี่บิวตี้ มันก็แค่ข่าวไร้สาระ พวกเราเป็นเพื่อนกันเท่านั้นเอง…” ไอซ์รีบกล่าวปฏิเสธก่อนที่เรื่องมันจะไปไกลมากกว่านี้“เข้าใจผิด?.. ยังไง ไหนอธิบายสิ” ครีมกล่าวด้วยอารมณ์ที่ไม่เอ็นจอยกับเหตุการณ์นี้“ก็อย่างที่พี่รู้ ผมทำงานกับตระกูลหลิน และคุณท่านหลินขอร้องให้ช่วยเป็นเพื่อนกับเธอก็เพียงเท่านั้น ใช่แล้ว มันเป็นเรื่องงานทั้งนั้นแหละครับพี่” ไอซ์กล่าว“..หือ แค่เรื่องงานจริงๆนะ.. พี่ไม่อยากให้เราเข้าใกล้เธอคนนี้เท่าไร เธอเป็นคนสวย เป็นคนที่เพียบพร้อม เป็นที่จับตามองจากคนอื่นๆ มีผู้ชายหลายคนอยากจะรู้จักเธอ และมันไม่ดีเท่าไรถ้าหากข่าวอย่างนี้ออกมา พวกแฟนคลับของดารานับว่าโหดร้าย มันมีทั้งคนที่เห็นด้วย และไม่เห็นด้วย ถ้ามีพวกที่คลั่งในตัวของเธอมาดักทำร้ายแกจะทำยังไง..” ครีมกล่าว“คร้าบบบ เข้าใจแล้วครับ อีกสักเดี๋ยวก็คงมีประกาศจากเจ้าตัวออกมาเองแหละ.. จริงสิ แล้วพวกพี่ไม่ไปทำงานกันเหรอครับเนี่ย ปกติก็ไม่ค่อยเห็นจะอยู่บ้านกันอยู่แล้ว”ไอซ์ตอบปัดๆไป เขาเข้าใจดีในความเป็นห่วงของพี่สาว แต่ถ้าพวกบ้านั่นมันกล้าพอก็ให้มันเข้ามาได้เลย พ่อจะสับให้เละเลยคอยดู ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนเรื่องเป็นอย่างอื่น เพื่อเปลี่ยนบรรยากาศในการพูดคุย“คือจะว่ายังไงดีล่ะ พวกพี่ลาออกกันมาแล้วนะ..” บิวตี้กล่าวพร้อมกับนนใช้นิ้วชี้แตะกันเบาๆ“ก็ใครมันจะไปทนได้ล่ะ ไม่องไม่เอามันแล้วไอ้เงินเดือนบ้านั่นน่ะ เห็นว่าจะลาออกก็ใช้งานเยี่ยงทาส เชอะ! ไม่ง้อมันหรอก โยนแม่งเลย..” ครีมกล่าวอย่างโมโห เมื่อวานเธอลาออกพร้อมกับเซ็นไม่รับเงินเดือนของเดือนนี้ด้วยตัวเอง งานที่ปกติก็เยอะอยู่แล้ว พอจะออกเท่านั้นแหละมันกลับเพิ่มมาเป็นสามเท่าได้อย่างไรก็ไม่รู้ ยิ่งพูดก็ยิ่งอารมณ์เสีย“เอาน่าพี่.. ใจเย็นๆลงก่อน ผมมีข่าวดีจะบอกด้วยนะ.. ผมเซ็นสัญญาร้านคาเฟ่ให้พี่ไปแล้ว วันนี้ไหนๆก็ว่างกันแล้ว เราไปดูร้านกันเลยไหม..” ไอซ์กล่าวพร้อมกับรอบยิ้ม ครีมที่ได้ยินก็เริ่มกลับมาอารมณ์ดีขึ้นมาทันตาเห็น“จริงเหรอ.. แกเซ็นมาแล้วเหรอ ดีเลย..กำลังว่างอยู่พอดี บิวตี้เราไปดูร้านกัน หลังจากนั้นเราก็ไปดูเฟอร์นิเจอร์กันต่อเลย..” ครีมกล่าว ส่วนไอซ์ก็แสดงสีหน้าเศร้า เพราะเงินของเขากำลังจะหลุดลอยไปอีกหลายล้านบาทแน่นอน ส่วนบิวตี้ก็ได้แต่หัวเราะในความไบโพลาร์ของสองพี่น้อง พวกเขาดูเปลี่ยนอารมณ์กันได้เร็วจริงๆ หลังจากที่เตรียมตัวกันได้สักพัก ไอซ์ขึ้นไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดสักเล็กน้อย แต่มันก็น่าแปลกใจที่เขากลับไม่รู้สึกง่วงเลยแม้แต่น้อย ทั้งๆที่เมื่อคืนไม่ได้นอนเลยสักนิด และเขาเลือกที่จะช่างมันเอาไว้ก่อน ก่อนจะเตรียมตัวลงไปข้างล่าง เพื่อทานอาหารเช้า และออกเดินทางไปที่ร้านคาเฟ่ที่จะเป็นร้านของพี่สาวในอนาคต แต่ทันใดนั้นเองเขาก็เหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้“จริงสิ.. ลืมบอกเธอไปเลย..”คนที่ไอซ์กำลังกล่าวถึงนั้นก็คือหลินฟางฟาง วันนี้เขาคงจะต้องปฏิเสธเธอไปก่อน เพราะว่าเขาจะต้องไปทำธุระกับครอบครัว เขาพิมพ์ข้อความไปบอก แต่มันเป็นที่น่าแปลกใจที่ข้อความของเขามันขึ้นคำว่า ‘READ’ มันเหมือนว่าเธอกำลังรอคำตอบจากเขาอย่างไรอย่างนั้น ไม่นานข้อความของเธอก็มีการตอบกลับมา ‘โอเค.. ฉันจะไปด้วย..’ “เยี่ยม!!!.. ไม่มีอะไรที่ประเสริฐขนาดนี้อีกแล้ว..”ไอซ์อดไม่ได้ที่จะกล่าวบ่นออกมา เขาไม่รู้ว่าจะปฏิเสธหลินฟางฟางอย่างไรดี ทั้งๆที่เขาให้เหตุผลไปแล้วว่าจะไปกับครอบครัว เธอคนนี้จะต้องด้านเบอร์ไหนกัน ถึงไม่เกรงใจกันขนาดนี้ และอีกคนคือพี่ครีม เขาจะบอกกับเธอยังไงดี ยิ่งดูเหมือนว่าพี่ครีมจะไม่ค่อยชอบอะไรบางอย่างในตัวของหลินฟางฟางอยู่แล้วด้วย ยิ่งคิดยิ่งเหนื่อยใจ