บทที่ 49
สี่สกิล
แสงอันสว่างไสวปรากฏขึ้นด้านหน้าการนับถอยหลังของการเปิดการ์ดของระบบเริ่มขึ้น
ในตอนนี้ระบบทำการสุ่มการ์ดสกิลออกมาเรียบร้อยแล้วมันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าของเดย์
[ ระบบ :ระบบแจ้งเตือนท่านได้รับการ์ดสกิล ภูตแห่งสายลม ]
[ ระบบ :ระบบแจ้งเตือนท่านได้รับการ์ดสกิล ภูตแห่งเปลวเพลิง ]
[ ระบบ :ระบบแจ้งเตือนท่านได้รับการ์ดสกิล ภูตแห่งสายน้ำ ]
[ ระบบ :ระบบแจ้งเตือนท่านได้รับการ์ดสกิล ภูตแห่งแผ่นดิน ]
ข้อความจากระบบปรากฏขึ้นแจ้งเตือนบริเวณด้านหน้าแจ้งเตือนให้เดย์ได้มองเห็นว่าเขาได้รับอะไรมาบ้าง
ดวงตาทั้งสองข้างในตอนนี้กำลังเบิกกว้างขึ้นด้วยความตื่นตระหนกตกใจ
“ สกิลพวกนี้มัน? ”
เดย์เริ่มทำการตวัดไปมาใช้มือของตนเองตวัดและมองความสามารถของสกิลที่ปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้า
[ ระบบ : สกิลภูติแห่งสายลม ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลท่านสามารถใช้ความสามารถการเรียกใช้งานภูติแห่งสายลมสร้างการโจมตีเวทสายลมอันแข็งแกร่งได้ ]
[ ระบบ : สกิลภูตแห่งเปลวเพลิง ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลท่านสามารถใช้ความสามารถการเรียกใช้งานภูติแห่งเปลวเพลิงสร้างการโจมตีเวทสายลมอันแข็งแกร่งได้ ]
[ ระบบ : สกิลภูตแห่งสายน้ำ ระดับสกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิลท่านสามารถใช้ความสามารถการเรียกใช้งานภูติแห่งสายน้ำสร้างการโจมตีเวทสายลมอันแข็งแกร่งได้ ]
[ ระบบ : สกิลภูตแห่งแผ่นดิน ระดับ สกิลระดับแพลตตินั่ม [Platinum] ]
[ อธิบายความสามารถของสกิล ท่านสามารถใช้ความสามารถการเรียกใช้งานภูติแห่งแผ่นดินสร้างการโจมตีเวทสายลมอันแข็งแกร่งได้ ]
นั่นคือความสามารถของสกิลที่มันปรากฏออกมาบริเวณด้านหน้า
เดย์ใช้ดวงตาของตนเองจ้องมองความสามารถของสกิลพวกนั้นอย่างไม่กระพริบตา
“ ความสามารถที่เรียกใช้พูดอย่างนั้นเหรอมันจะเหมือนกับพวกความสามารถที่สามารถใช้พวกอสูรรับใช้ในการโจมตีได้หรือเปล่า ”เดย์กำลังคิดภายในใจของตนเองอย่างสงสัยเกี่ยวกับความสามารถที่มันปรากฏขึ้นบริเวณด้านหน้าในตอนนี้
จากลองที่อ่านข้อมูลคร่าวๆที่ถูกเขียนเอาไว้ดูเหมือนว่ามันจะไม่ใช่ความสามารถธรรมดาทั่วไปเพราะระดับของพวกมันทั้งสี่สกิลถูกจับอยู่ในระดับแพลตตินัม
“ ซึ่งมันเป็นระดับที่สูงเป็นอย่างมากเมื่อเทียบกับสกิลที่เขาถือครองอยู่ทั้งหมดคิง”
“ มองดูจากสกิลทั้งหมดแล้วสกิลระดับแพลตตินัมที่เราถือครองอยู่มีเพียงแค่สกิลบทมิสเตอร์”
“ แน่นอนว่าสกิลบดริมิเตอร์เป็นสกิลที่มีความสามารถพิเศษมาก”
“ ถ้าเจ้าสกิลทั้งสี่สกิลพวกมันมีความสามารถที่จัดอยู่ในระดับแพตตินั่มก็แสดงว่าความแข็งแกร่งของเมื่อวานน่าจะไม่น้อยกว่าสกิลปลดลิมิตเตอร์”
“ เอาล่ะถ้าแบบนั้นก็ลองเปิดใช้งาน ”เดย์ยกฝ่ามือของตนเองขึ้นมา
“ เปิดใช้งานสกิลภูติแห่งสายลม”
[ ระบบ : เปิดใช้งานสกิลภูติแห่งสายลม]
หลังจากนั้นพลังเวทย์ก็ถูกดูดออกมาจากภายในร่างกายมันส่องผ่านออกมาทางฝ่ามือหลอมรวมกันและก็ก่อกำเนิดกลายเป็นก้อนแสงสีเขียว
ก้อนแสงสีเขียวลอยล่องอยู่ภายในฝ่ามือมันมีขนาดเล็กแต่ส่องแสงสว่างไสว
เดย์เห็นแบบนั้นคิ้วทั้งสองข้างของเขาขมวดเข้าหากัน “เจ้านี่อย่างงั้นหรอภูติแห่งสายลม ”
“ ทำไมมันดูอ่อนแอจังแถมยังดูเหมือนว่ามีพลังเวทย์อยู่เพียงแค่น้อยนิด”
เดย์ไม่ว่าจะมองอย่างไรเจ้านี่เองก็ดูเหมือนว่ามีพลังเวทย์อยู่เพียงแค่น้อยนิดและดูไม่แข็งแกร่งเหมือนกับภูติภายในเทพนิยายเลย
“ แล้วเจ้านี่สามารถใช้งานอะไรบ้าง ”
“ จากที่เขียนอธิบายเอาไว้รู้สึกว่ามันจะสามารถสร้างเวทย์การโจมตีสายลมได้สินะ”
“ ท่านเข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ” เสียงภายในหัวดังขึ้นมาชี้แจงกับเรื่องที่เขากำลังสงสัย
“ อธิบายได้ง่ายๆภูติสายลมสามารถปล่อยการโจมตีจากเวยท์สายลมออกมาได้”
“ โดยความรุนแรงของการโจมตีและก็พลังของการโจมตีล้วนแล้วจะสามารถรุนแรงขึ้นโดยการที่ดึงพลังเวทย์จากร่างกายของ”
“ ถ้าจะพูดอีกแบบหนึ่งก็คือเธอกำลังจะบอกว่าค่าตัวของฉันมีพลังเวทมากมันเองก็จะสามารถสร้างการโจมตีที่รุนแรงขึ้นได้สินะ”
“ เข้าใจถูกต้องแล้วค่ะ ความสามารถในการโจมตีและความสามารถของภูติจะขึ้นอยู่กับผู้ใช้งานเสียส่วนใหญ่”
“ ภูติหรือว่าสปิริตระดับนี้เป็นสิ่งมีชีวิตที่อยู่ในสภาพจิตพลังที่สามารถนำออกมาได้ก็จำเป็นต้องยืมพลังของท่านเพื่อนำมาใช้งาน ”
“ เพราะแบบนั้นเมื่อความสามารถของท่านเพิ่มขึ้นมันเองก็จะแข็งแกร่งขึ้นด้วยเช่นเดียวกัน”
เดย์หลังจากที่ได้ฟังแบบนั้นเขาก็พอจะทำความเข้าใจได้เกี่ยวกับ
“ เข้าใจแล้วถ้ามองตามหลักการมันเองก็น่าจะเป็นแบบนั้น”
“ ตามที่ตัวของเรารู้มาภูติเป็นสิ่งมีชีวิตโบราณที่จริงแล้วมันเป็นสิ่งมีชีวิตที่ถูกรักษาอยู่ภายในสภาพรูปร่างของจิตตามในหนังสือหรือว่าตามภายในหนังต่างๆก็ล้วนแล้วถูกเขียนเอาไว้แบบนี้ ”
“ ดูเหมือนว่าจะเป็นจริงแบบนั้นสินะ ”
“ เอาเถอะยังไงเสียก็ไม่ได้ผิดหวังเสียทีเดียว”
“ เพราะว่ายังไงแล้วผลลัพธ์ที่ได้ออกมามันเองก็น่าจะดีกว่าสกิลทั้งสี่สกิลมันเป็นสกิลระดับแพลตตินัมความสามารถของมันคงจะมีประโยชน์อย่างแน่นอน”
เดย์เขามั่นใจว่าความสามารถของสกิลในระดับนี้ยังไงซะก็ต้องมีประโยชน์อย่างแน่นอน
เดย์เก็บภูติสายลมอีกครั้ง
หลังจากนั้นก็มาจ้องมองดูสิ่งที่อยู่บริเวณด้านหน้าของตนเอง
“ เอาล่ะต่อไปก็การใช้งานแต้มพลอยพวกนี้เพื่อเพิ่มความแข็งแกร่งของตนเอง”
“ แต้มพอยท์ทั้งหมดมีถึงสองพันพ้อยการที่จะพัฒนาขึ้นมันเองก็คงจะเป็นเรื่องที่ไม่ยากเย็นอะไรนะ”
“ แต่ว่าตอนนี้เราต้องเริ่มต้นก่อนจะเลือกทางไหนดีความสามารถในควรจะมีในการต่อสู้มากที่สุด”
เดย์คิดว่าถ้าเขาใช้แต้มพอยท์สองพันนี่หมดไปสิ่งที่เขาจะได้รับกลับมามันคงจะเป็นความแข็งแกร่งที่อยู่เหนือโทมัสไปเรียบร้อยแล้ว
เดย์ใช้เวลาในการจัดการมองดูของที่อยู่ภายในนั้นอยู่สักพักใหญ่
ผ่านไปประมาณสองชั่วโมง
เดย์ที่นั่งอยู่ภายใต้ต้นไม้ใหญ่มุมปากของเขายกยิ้มขึ้นจ้องมองข้อความจากระบบที่อยู่บริเวณด้านหน้าในตอนนี้“ เรียบร้อยเพียงแค่นี้ก็เตรียมการทุกอย่างเสร็จแล้ว ”
“ ลือก็เพียงแค่รอให้วันนั้นมาถึง ”
เดย์จัดการใช้งานแต้มพอยท์ของตนเองจนเสร็จเรียบร้อยแล้วเขาคิดว่าความสามารถของตนเองในตอนนี้สามารถเอาชนะโทมัสได้อย่างแน่นอน
หลังจากการเฝ้ารอในที่สุดวันนั้นก็เดินทางมาถึง
ในวันนี้เวนดี้จัดการตามแผนที่ถูกวางเอาไว้กับเดย์เธอเรียกพวกผู้บริหารภายในค่ายแห่งนี้ส่วนใหญ่มารวมตัวกันเพื่อประชุมและพยายามจะหาเรื่องสนทนาที่เป็นเรื่องสำคัญมาคุยกัน
แน่นอนว่าเธอทำทุกอย่างตามแผนการที่ถูกวางเอาไว้
ในช่วงยามสายของวันเหล่าผู้นำของค่ายต่างพากันเข้าไปประชุมภายในกระโจมใหญ่ใจกลางค่าย
เดย์ที่กำลังยืนมองเหล่าพวกผู้นำของภายในค่ายแห่งนี้เดินเข้าไปภายในนั้นเขาจ้องมองพวกมันด้วยรอยยิ้ม“ ได้เวลาแล้ว.. ”
“ พวกนั้นสินะผู้คุ้มกันของโทมัสเริ่มลงมือจากพวกมันก่อนเลยเป็นอันดับแรก ”
เดย์เดินตรงเข้าไปหาพวกมันทั้งสี่คนอย่างรวดเร็ว
เขาเดินตรงเข้าไปหาพวกมันสี่คนที่กำลังยืนเฝ้าอยู่บริเวณด้านหน้า
ผู้คุ้มกันทั้งสี่ของโทมัสชายที่ยืนอยู่บริเวณด้านหน้าใช้ดวงตาจ้องมองมองที่เดย์แล้วถามขึ้น“ มีเรื่องอะไรอย่างงั้นเหรอ ด้านนายมีการประชุมกันอยู่ห้ามเข้าไป ”
เดย์ตอบกลับไป . “ คือว่าตัวของฉันมีเรื่องพูดคุยกับพวกคุณหน่อยละช่วยตามมาได้รึเปล่า? ”
พวกมันแสดงแววตาที่เต็มไปด้วยความฉงน.
จบบท