ภายใต้การแบ่งหน้าที่อย่างรวดเร็ว หนุ่มแว่นยืนประจำที่ประตูเหล็กอย่างนิ่งสงบ ปอนด์เริ่มสำรวจห้องโถงอย่างระมัดระวัง ส่วนสาวย้อมผมบลอนด์ ชายบาร์เทนเดอร์ และหนุ่มนักศึกษาได้เริ่มแยกย้ายกันไปยังพื้นที่ใกล้เคียง เริ่มจากค้นหาบริเวณห้องรับแขกที่อยู่ตรงทางเข้า ซึ่งเป็นห้องแรกสุดที่พวกเขาอยู่
ทุกคนเคลื่อนไหวอย่างเชื่องช้าแต่ระมัดระวัง พวกเขาพยายามสอดส่องดูตามขอบชั้นวางหนังสือดีไซน์หรู ใต้โซฟาหนังราคาแพง และตามซอกมุมอับโดยพยายามไม่แตะต้องสิ่งของใด ๆ ในบ้านโดยไม่จำเป็น หนุ่มนักศึกษาใช้ปลายเท้าเขี่ยพรมเพื่อดูว่ามีอะไรซ่อนอยู่หรือไม่ ส่วนสาวย้อมผมบลอนด์ใช้สายตากวาดมองวัตถุตกแต่งที่มีรูปร่างแปลกตา
[ 00:25:59 ]
[ 00:25:58 ]
[ 00:25:57 ]
ในขณะที่นาฬิกายังคงเดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง เสียงที่ทุกคนรอคอยก็ดังขึ้น
“จ…เจอแล้ว! กุญแจดอกแรก!”
เป็นหนุ่มนักศึกษาที่พบมัน กุญแจถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนที่ด้านหลังของโทรทัศน์จอแบนขนาด 32 นิ้วที่ติดตั้งอยู่บนแท่นวางแบบลอยตัว มันมีลักษณะเป็นกุญแจสีทองรมดำที่ดูโบราณขัดแย้งกับสไตล์โมเดิร์นของบ้าน
ด้วยความตื่นเต้นบวกกับความรีบร้อนลนลานที่ต้องการจะมอบกุญแจให้กับคนเฝ้าประตู หนุ่มนักศึกษายื่นมือไปหยิบกุญแจอย่างรวดเร็ว แต่เผลอมือปัดโดนจอโทรทัศน์จนขยับเบี้ยวออกมา
“ฉ…ฉิบหายแล้ว!” เขาร้องตกใจ
ทันใดนั้นเอง! เสียงกลไกดังครืดลากยาวอย่างรุนแรง ป้อมปืนกลมินิกันขนาดเล็กที่ติดตั้งอยู่บนเพดานห้องรับแขกก็โผล่ออกมาจากช่องที่ซ่อนอยู่ มันไม่ได้รอคำสั่งใดๆ แสงเลเซอร์สีแดงสว่างวาบขึ้นที่ลำกล้อง และเสียงกราดยิงก็ดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่วทั้งบ้าน
วืดดดดดด… ปังๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ!!!
ฝนกระสุนวิ่งแหวกอากาศด้วยความเร็วสองพันนัดต่อนาที ปะทะเข้าร่างของหนุ่มนักศึกษาจนพรุน เลือดสีแดงฉานสาดกระเซ็นไปทั่วผนังหินอ่อน ร่างของเขาทรุดลงสู่พื้นพร้อมกับเสียงปืนที่หยุดลงอย่างฉับพลัน
“กริ๊ดดดดดดด!!!”
สาวยอมผมบลอนด์กรีดร้องสุดเสียงด้วยความหวาดผวา ชายบาร์เทนเดอร์ล้มตัวลงกับพื้นแล้วคลานไปหลบหลังโซฟาหนังอย่างรวดเร็วพร้อมกับหนุ่มแว่นที่ต้องรีบผละออกจากประตูที่เฝ้าไว้
ปอนด์ที่ยืนอยู่ใกล้ที่สุด รีบพุ่งตัวไปหลบหลังเสาคอนกรีตขนาดใหญ่ทันที อะดรีนาลีนสัญชาตญาณเอาตัวรอดของเกมเมอร์ทำให้เขาตอบสนองได้เร็วที่สุด เขากำมือถือแน่น มองร่างของหนุ่มนักศึกษาที่แน่นิ่งจมกองเลือดอยู่บนพื้นอย่างสยดสยอง ขณะที่ตาแข็งค้างเลือดกลบปาก
นี่คือความหมายของ ‘สิ่งอันตราย’ ไม่ใช่แค่ไฟฟ้าช็อต แต่คือ ‘ระบบป้องกันอัตโนมัติ’ ที่สังหารทันทีเมื่อมีการทำลายข้าวของหรือสัมผัสผิดที่
กริ๊ง กริ๊ง! นาฬิกาที่นับถอยหลังบนจอถูกแทรกด้วยหน้าต่างข้อความในระยะเวลาสั้นๆ
[ เหลือผู้เล่น 4 คน ]
ทุกคนต่างตกอยู่ในความหวาดกลัวขั้นสูงสุด พวกเขาเหลือรอดเพียงสี่คน กุญแจดอกแรกยังคามืออยู่ที่ร่างไร้ชีวิตของหนุ่มนักศึกษา เสียงปืนกลที่เงียบลงทิ้งไว้เพียงความเงียบที่น่ากลัวกว่าเดิม กลิ่นคาวเลือดที่คละคลุ้งทั่วห้องผสมกับกลิ่นเขม่าเหม็นไหม้ควันดินปืน ทุกคนยังคงหมอบอยู่ตามที่กำบังที่หาได้
สาวย้อมผมบลอนด์กรีดร้องอย่างควบคุมตัวเองไม่ได้ “มันฆ่าเขา! ฆ่าเขาจริงๆ!”
ชายบาร์เทนเดอร์ที่ซ่อนอยู่หลังโซฟาตัวหนา มองไปยังร่างของหนุ่มนักศึกษาด้วยดวงตาที่เบิกกว้าง “แค่... โดนทีวีหน่อยเดียว... มันก็ฆ่าเลยเหรอวะ!”
หนุ่มแว่นตัวสั่นเทา รีบถอดแว่นออกมาเช็ดเหงื่อที่ไหลจากหน้าผากด้วยมือที่ไม่มั่นคง “นี่คือสิ่งที่เกมมาสเตอร์เตือน... สิ่งของทุกอย่างเป็นอันตราย... นี่ไม่ใช่แค่การเล่นสนุก... นี่คือกับดักที่ลงโทษด้วยความตายทันทีไงครับ”
ตอนนี้พวกเขาเหลือเพียงสี่คน แผนเดิมที่ให้หมอเอกเฝ้ากุญแจสามดอกที่ถูกเก็บรวบรวมไว้ ก็เป็นอันต้องล้มเลิกไปโดยปริยาย
ชายบาร์เทนเดอร์รวบรวมความกล้า ค่อยๆ โน้มตัว ออกจากหลังโซฟาอย่างช้าๆ ความหวาดกลัวเข้าครอบงำ แต่กุญแจดอกแรกมีความสำคัญเกินกว่าจะทิ้งไว้ เขารีบเอื้อมมือไปหยิบกุญแจที่เปื้อนเลือดซึ่งยังคงคาอยู่ในมือของผู้เล่นที่ถูกกำจัด
เมื่อได้กุญแจมาแล้ว พวกเขาทั้งสี่คนกลับมารวมกลุ่มกันอย่างหวาดระแวงอีกครั้ง
“ร…เราต้องเปลี่ยนแผนแล้วครับ” หนุ่มแว่นกล่าวอย่างรวดเร็ว “ไม่รู้ว่าในบ้านนี้จะมีแค่กับดักที่เป็นป้อมปืนอย่างเดียวหรือเปล่าครับ”
“ตอนนี้การรวมกันหาน่าจะยากเกินไปแล้วครับ” ปอนด์กล่าวอย่างหนักแน่น สัมผัสได้ถึงความไม่ไว้วางใจที่หนาแน่นขึ้นในอากาศ ตระหนักว่าเขาต้องใช้ทักษะการวิเคราะห์ของเขาให้เป็นประโยชน์ที่สุด
“ผมขอเสนอครับ... ผมจะแยกตัวไปหาที่ชั้นสองคนเดียว”
คำพูดของปอนด์ทำให้ทุกคนชะงัก มองปอนด์ด้วยสายตาที่สงสัยระคนโล่งใจ
“ก็ได้ค่ะ! เราต้องรีบทำอะไรสักอย่างแล้วค่ะ!” สาวผมย้อมผมบลอนด์ตัดบทการโต้แย้ง เธอชูมือถือราคาครึ่งแสนของหล่อนขึ้นโชว์หน้าจอที่กำลังนับถอยหลังอย่างรวดเร็ว
[ 00:23:59 ]
[ 00:23:58 ]
[ 00:23:57 ]
“เวลาเหลือแค่ยี่สิบกว่านาทีเองค่ะ! เราเสียเวลาไปกับการถกเถียงไม่ได้อีกแล้ว! ต้องรีบทำอะไรสักอย่างค่ะ”
“ผมจะไปชั้นสองเองครับ” ปอนด์ยืนกรานอย่างหนักแน่น “ส่วนคนที่เหลือ พวกคุณช่วยกันค้นหาชั้นล่างให้ละเอียดที่สุดเท่าที่จะทำได้ครับ ไม่ต้องเฝ้าประตูแล้วนะครับ และพยายามอย่าแตะข้าวของอะไรเพิ่มอีกนะครับ”
ปอนด์หันหลังอย่างเด็ดขาดแล้ววิ่งขึ้นบันไดวนที่ทอดขึ้นสู่ชั้นสองอย่างรวดเร็ว โดยไม่รอฟังคำตอบหรือการประท้วงใดๆ
“เดี๋ยวก่อนครับ!” หมอเอกเรียกเสียงดังพอให้ทุกคนได้ยิน แม้ปอนด์จะเริ่มวิ่งขึ้นบันไดไปแล้วก็ตาม เขาก็ไม่ค่อยพอใจกับแผนนี้ แต่สัญชาตญาณของการจัดการความเสี่ยงยังคงทำงาน
“ก่อนที่เราจะแยกย้ายกันไปตามหาสิ่งที่เราไม่รู้... ผมขอถามชื่อแต่ละคนหน่อยครับ!”
ทุกคนชะงัก มองหน้ากันอย่างประหลาดใจ พวกเขาต่างคนต่างยึกยักและลังเลใจที่จะแนะนำตัว เพราะในสถานการณ์เช่นนี้ การรู้จักชื่อคือการสร้างความผูกพัน หรือความไว้ใจที่ไม่จำเป็น
“มันสำคัญด้วยหรอครับ?” หนุ่มบาร์เทนเดอร์ถาม
“ครับ อย่างน้อยถ้าเราไม่รอดกันจริง รู้จักกันไว้ก็ยังดีครับ”
ปอนด์ที่กำลังก้าวขึ้นบันไดอย่างรวดเร็วต้องชะงักฝีเท้าและหยุดฟังอย่างเงียบๆ ในใจคิดว่ามันไร้สาระและเสียเวลาเปล่า แต่ถ้าการรู้จักชื่อทำให้การประสานงานดีขึ้น แม้จะติดใจคำพูดของหนุ่มแว่นที่พูดเหมือนจะพากันไปตายยังไงอย่างงั้น
“โอเค! ก็ดีค่ะ!” เก๋ไก๋กล่าวด้วยน้ำเสียงที่พยายามทำให้ดูสบายๆ ทั้งที่ใบหน้ายังคงซีดเซียว “เก๋ไก๋ค่ะ เรียกสั้นๆ ว่าเก๋ก็ได้ค่ะ”
☠ โปร์ไฟล์ผู้เล่น ☠
ชื่อ: ฌาลิดา ศรีมหาพรรณ
ขื่อเล่น: เก๋ไก๋
อายุ: 31 ปี
อาชีพ: นักบัญชีธนาคาร
หนุ่มพยักหน้ารับอย่างพึงพอใจที่เก๋ไก๋ให้ความร่วมมือ เขาแนะนำตัวอย่างเป็นทางการทันทีเพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือ
“ผม เอกภพครับ” หมอเอกกล่าว
☠ โปร์ไฟล์ผู้เล่น ☠
ชื่อ: เอกภพ กิจจาวัติ
ขื่อเล่น: เอก
อายุ: 30 ปี
อาชีพ: หมอ
ชายบาร์เทนเดอร์มองไปที่เพื่อนร่วมทีมที่เหลือด้วยความไม่เต็มใจ แต่ก็ยอมทำตามเพราะรู้ว่าตอนนี้พวกเขาคือ ‘ทีม’
“ผมชื่อนนท์ครับ” ชายบาร์เทนเดอร์บอกสั้นๆ
ทุกคนต่างหันไปมองปอนด์ที่ยืนนิ่งอยู่ที่บันไดวน เขายืนนิ่งอยู่พักหนึ่ง เขาหมุนตัวกลับมามองเพื่อนร่วมทีมที่เหลืออย่างรวดเร็ว
“ปอนด์ครับ…” เขาตอบสั้นๆ เพียงคำเดียว ก่อนจะหันหลังและเร่งฝีเท้าวิ่งขึ้นบันได ตรงไปยังชั้นสองทันที โดยไม่ให้มีใครมีโอกาสถามคำถามเพิ่มเติมได้อีก
☠ โปร์ไฟล์ผู้เล่น ☠
ชื่อ: อธิปไตย สินสงค์
ขื่อเล่น: ปอนด์
อายุ: 24 ปี
อาชีพ: พนักงานพาร์ทไทม์