เลเวลอัพ

    ตอนที่ 18 เสือดาวมาจากไหน (1)

    จ้าวเอ้อตื่นขึ้นมาแต่เช้าตรู่ เพราะมีนกกางเขนส่งเสียงร้องอยู่บนหลังคาห้องเขาตลอดเวลา
    “เสียงร้องของนกกางเขน ดูเหมือนจะมีเรื่องดี ๆ มาจนถึงหน้าประตูเลย ยังไงวันนี้จะต้องได้รับโชคเป็นแน่” ในใจของจ้าวเอ้อรู้สึกดีใจ
    ทันทีที่เขาเปิดประตูร้านออกไป
    “ผัวะ! "
    มีวัตถุสีดําร่วงใส่หน้าเขา
    จ้าวเอ้อหลบไม่ทัน จึงทําให้วัตถุนั้นร่วงใส่จนล้มหัวคะมำ เขาพ่นคําด่าออกมาด้วยความโมโห “ใครกัน? ใครช่างกล้าทําเรื่องหยาบคายแบบนี้ที่กลุ่มการค้าพันธมิตรเฟิงหยวน?”
    กลุ่มการค้าพันธมิตรเฟิงหยวน ถือว่าเป็น 1 ใน 10 กลุ่มสมาคมการค้าใหญ่ของ แผ่นดินเทียนอู่ที่กระจัดกระจายอยู่ตามพื้นที่ต่างๆ ของแผ่นดินเทียน
    สินค้าที่เกี่ยวข้องกับกลุ่มพันธมิตรการค้าเฟิงหยวนเป็นยาลูกกลอน สมุนไพรวิเศษ ศาสตราวุธวิเศษ สมบัติวิเศษ...ขอเพียงแค่เป็นสินค้าที่เกี่ยวกับการค้าขายและหาเงินล้วนมีหมด
    ถึงแม้จะแค่ทําการค้าขายแต่ก็ทรงอิทธิพลยิ่งนัก ในแผ่นดินเทียนอู่ไม่ว่าจะเรื่องอะไรก็ตาม ล้วนถูกค้ำจุนโดยพลังยุทธ์ ตามข่าวลือกลุ่มพันธมิตรการค้าเพิ่งหยวนมีผู้แข็งแกร่งที่อยู่ในระดับด่านฌานรักรบราชันย์จ้านหวงอยู่
    ถึงแม้จ้าวเอ้อจะเป็นหนึ่งในหุ้นส่วนแต่เขาก็ไม่ได้เป็นแค่หุ้นส่วนธรรมดาๆ เพราะแม้แต่บรรดาผู้ดีทั้งหลายต่างก็มิกล้าดูถูกเหล่าหุ้นส่วนของกลุ่มพันธมิตรการค้าเฟิงหยวน
    เมื่อสิ้นเสียงของจ้าวเอ้อ
    หลงเฟยก็พุ่งเข้ามา และพูดขึ้นว่า “คือข้าเอง! ”
    “เป็นแกเองเหรอ?” จ้าวเอ้อมองแวบเดียวก็จําหลง ฟยได้ จากนั้นพูดขึ้นด้วยความโมโหขึ้นทันทีว่า “แกคงไม่อยากมีชีวิตอยู่ต่อแล้วสินะ”
    หลงเฟยหัวเราะด้วยเสียงที่เย็นชาและพูดขึ้นว่า “มาสิ มาดูกันว่าใครกันแน่ที่จะไม่มีชีวิตอยู่ต่อ แต่ว่า...ก่อนอื่นเลยแกลองเก็บเอายาลูกกลอนที่อยู่บนพื้นมาดูดีๆ ก่อนสิ”
    เมื่อพูดจบ
    หลงเฟยก็เข้าไปนั่งที่เก้าอี้รับรองลูกค้าชั้นสูงภายในร้าน “ทําไมถึงไม่มีน้ำชามาต้อนรับ? พวกแกต้อนรับลูกค้าชั้นสูงกันแบบนี้เหรอ?”
    สีหน้าของจ้าวเอ้อเต็มไปด้วยความโมโห จากนั้นเขาก็ก้มหยิบยาลูกกลอนบนพื้นขึ้นมาและคิดในใจว่า “เดี่ยวอีกสักพักข้าค่อยจัดการแก”
    เมื่อหยิบยาลูกกลอนมาดูอย่างละเอียด คิ้วของเขาก็ขมวดอย่างอัตโนมัติ ในใจเต้นตุบ ๆ “ยาลูกกลอนชั้นเลิศ?”
    ทว่า ทันใดนั้นเองจ้าวเอ้อกลั้นความโมโหเอาไว้และพูดขึ้นว่า “นี่แกปรุงยาลูกกลอนรักษาบาดแผลด้วยตัวเองงั้นหรือ?”
    หลงเฟยพูดขึ้น “นายปรุงมันไม่ได้งั้นหรือ?”
    จ้าวเอ้อพูดขึ้นด้วยน้ำเสียงที่ปนโมโหเล็กน้อย "การที่สามารถปรุงยาลูกกลอนรักษาบาดแผลได้แล้วมันยังไง? ที่นี่คือร้านขายยาลูกกลอนของพันธมิตรการค้าเฟิงหยวน ทางที่ดีนายควรจะลดทาที่อันหยิ่งผยองของนายลงจะดีกว่า"
    หลงเฟยพูดขึ้น “เดิมที ท่าทีของชายน้อยอย่างข้าก็เป็นแบบนี้อยู่แล้ว ไม่รู้เหมือนกันว่าอะไรคือการลดท่าที”
    “เมื่อวาน แกเป็นคนหัวเราะเยาะข้าไม่ใช่หรือ?”
    “วันนี้ข้าสามารถปรุงยาลูกกลอนรักษาบาดแผลได้จนสําเร็จแล้ว ไหนแกลองหัวเราะให้ข้าดูหน่อยสิ”
    จ้าวเอ้อขมวดคิ้ว พลางคิดว่าคนที่สามารถปรุงยาลูกกลอนได้ อีกทั้งยังเป็นยาลูกกลอนรักษาบาดแผลชั้นเลิสอีก จะต้องเป็นคนที่มีศิลปะการปรุงยาลูกกลอนถึงแม้กลุ่มพันธมิตรการค้าเฟิงหยวนจะมีความกล้าหาญสักเพียงใด ก็ไม่กล้าผิดใจกับอาจารย์ด้านการปรุงยาลูกกลอน
    แต่ทว่า
    ในใจของเขากลับรู้สึกไม่พอใจมาก พลันหัวเราะอย่างเย็นชาและพูดขึ้น “แกพูดว่าแกปรุงยาเองแล้วจะให้ เชื่อว่าแกปรุงเองเลยงั้นหรือ? ไม่แน่อาจจะไปซื้อมาจากที่ไหนก็เป็นได้"
    “นี่มันเรื่องอะไรกัน?”
    ในตอนนั้น มีผู้อาวุโสอายุราว 60 ปีผู้หนึ่งเดินออกมา ช่างเป็นผู้อาวุโสที่ดูกระปรี้กระเปร่า ท่าทีการเดินคล่องแคล่วดูก็รู้ว่าเป็นผู้มีฝีมือสูง
    จ้าวเอ้อเข้าไปต้อนรับโดยทันที พลันพูดขึ้นด้วยความเคารพว่า “ท่านผู้อาวุโสหลิ่ว บุคคลผู้นี้มาทําตัวหยาบคายที่ร้านของพวกเรา”
    หลิ่วเพิ่งมองดูยาลูกกลอนรักษาบาดแผลในมือของจ้าวเอ้อสักพัก จู่ๆ สีหน้าก็เปลี่ยนทันที จากนั้นก็หันกลับไปจ้องมองหลงเฟย “ นี่เจ้าปรุงยาลูกกลอนรักษาบาดแผลนี้ขึ้น มาเองงั้นหรือ?”
    หลงเฟยทําสีหน้าจริงจังขึ้นมา พลันพยักหน้าและพูดขึ้น “ใช่แล้ว”
    "เฮ้อ..."
    หลิ่วเฟิงบ่นพึมพํา “ทั้งความบริสุทธิ์ของส่วนผสม คุณภาพ ลมปราณที่แฝงอยู่ รวมถึงประสิทธิภาพในการรักษาบาดแผลจัดว่าเป็นยาที่เหนือกว่ายาลูกกลอนชั้นเลิศขึ้นไปอีก"
    ท่านผู้นี้ก็เป็นอาจารย์ด้านการปรุงยาลูกกลอนเช่นกัน ฉะนั้นเขาสามารถวิเคราะห์สิ่งที่เห็นได้มากกว่าจ้าวเอ้อหลายเท่า
    หลิ่วเฟิงมองมาที่หลงเฟยและถามขึ้นอีกครั้งว่า “เจ้าปรุงมันขึ้นมาเองจริง ๆ หรือ?”
    “ให้ตายเถอะ!” หลงเฟยพูดขึ้น
    “ข้าปรุงเอง ข้าเป็นคนปรุงเอง จะให้ข้าพูดสักกี่รอบ หยุดพูดมากได้แล้ว รีบๆ เสนอราคามาสักที"
    โปรดติดตามตอนต่อไป