หลี่ินึกเป็ห่วงยายเฉินว่าการไปขอร้องความเมตตากับป้าหลี่ที่กำลังโกรธแค้นอยู่นั้น จะได้ประโยชน์อะไรคงจะถูกด่าไล่ตะเพิดออกมาหรืออาจถึงขั้นถูกทำร้ายกลับมาด้วยซ้ำ แต่เมื่อห้ามปรามไม่ได้ผลก็คงได้แต่ตระเตรียมหุงหาอาหารรอ ถ้าหากเกินชั่วยามแล้วยายยังไม่กลับมา เขาก็ต้องเข้าหมู่บ้านไปตามแก
หมู่บ้านไป๋ลู่ไม่ได้เกี่ยวข้องอะไรกับตระกูลเฉินแม้แต่น้อย ส่วนตระกูลหลินของยายเฉินก็อยู่ในเมืองหลู่เฉิงห่างจากหมู่บ้านไป๋ลู่เกือบ 100 ลี้ ยายเฉินไม่ได้กลับตระกูลหลินมานับสิบปีเรียกว่าห่างเหินจนสัมพันธ์แทบขาดสะบั้น ไม่น่าแปลกใจที่สองตายายจึงถูกชาวบ้านตัวเล็กๆรังแก
เมื่อหุงข้าวเสร็จแล้วจึงมานั่งรอยายอยู่หน้าบ้าน รอได้เพียงครู่เดียวก็มีเสียงะโดังขึ้น
"มีใครอยู่บ้านไหม เปิดประตูให้หน่อย"มีเสียงชาวบ้านสองสามคนะโเสียงดังโหวกเหวกอยู่ริมรั้ว หลี่ิได้ยินเสียงเรียกให้เปิดประตูก็นึกแปลกใจ รีบลุกขึ้นวิ่งออกไปดู
"หลี่ิ เปิดประตูเร็วเข้า ยายเฉินหัวแตกเืท่วมตัว"เสียงร้อนรนของลุงหวังดังขึ้น หลี่ิได้ฟังก็ใรีบเปิดประตูรั้วทันที ครอบครัวลุงหวังช่วยกันหามยายเฉินที่นอนหมดสติเข้าไปนอนที่เตียง
หลี่ิเห็นภาพตรงหน้าแล้วเจ็บแค้นในใจสิ่งที่เขากลัวได้บังเกิดขึ้นแล้ว มองเห็นใบหน้ายายบวมเบ่งหัวบวมปูดเืไหลอาบหน้า แต่โชคดีที่ป้าหวังได้เอาผ้าอุดปากแผลมัดจนแน่นตอนนี้เืหยุดไหลแล้ว เมื่อเปิดผ้าบนศีรษะออกครั้นเพ่งมองค่อยใจชื้นาแบนศรีษะไม่ลึกแต่ค่อนข้างยาว ถ้ารักษาให้ดีห้ามเืได้ทันก็จะไม่เป็อันตรายถึงแก่ชีวิต เขาออกศึกมาหลายปีเห็นคนตายคนเจ็บมากมาย จึงแยกแยะาแที่ทำให้คนเสียชีวิตได้อย่างชัดเจน
ป้าจางรีบหาน้ำสะอาดหาเศษผ้า วิ่งไปวิ่งมาจนเหงื่อผุดขึ้นเต็มหน้าจัดการทำแผลให้ยายเฉินใหม่จนเสร็จ แล้วเช็ดเนื้อเช็ดตัวเปลี่ยนเสื้อผ้าใหม่ให้ กว่าจะเสร็จเรียบร้อยป้าจางถึงกับเหนื่อยหอบ
หลี่ิเห็นยายเฉินปลอดภัยแล้ว จึงเอ่ยถามถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นด้วยน้ำเสียงราบเรียบ ลุงหวังจึงเล่าให้ฟังว่า
"ในขณะที่ลุงเอาของในไร่ไปขายให้เถ้าแก่จวงที่ตลาด ขากลับพอดีเหลือบเห็นคนยืนมุงดูยายเฉินที่าเ็นอนหมดสติอยู่ จึงได้ช่วยกันแบกคนเจ็บขึ้นรถเทียมวัวมาส่งที่บ้านนี่แหล่ะ ปู่ติงพ่อค้าผักในตลาดแกเห็นบ่าวของเถ้าแก่หลี่หามยายเฉินมาวางไว้ที่ข้างถนน ส่วนสาเหตุไม่แน่ชัดว่าเกิดอะไรขึ้นก่อนหน้านี้"ลุงหวังพูดกับเด็กน้อยพอเงยหน้าขึ้นมา เห็นป้าหวังภรรยากำลังเอาแขนเสื้อซับเหงื่อที่ใบหน้าเดินออกมา จึงถามว่า
"ยายเฉิน เป็อย่างไรบ้างล่ะ"
ป้าจางขมวดคิ้วเล็กน้อยพลางกล่าวว่า"ยายไม่เป็อะไรแล้วนะ อาิสบายใจได้ แต่ต้องคอยห่มผ้าอย่าให้ถูกอากาศเย็น,หายาลดไข้มากิน ส่วนาแอย่าให้ถูกน้ำนะหลาน เอาเงินนี่ไปหาหมอให้เขาจัดยาให้ "แล้วยื่นเงิน 20 เหรียญทองแดงให้เด็กน้อย หลี่ิรับมาแล้วเอ่ยคำขอบคุณ
ป้าจางหน้าตึงเล็กน้อยกล่าวด้วยเสียงเข้ม"คนที่ทำร้ายยาย ช่างมีจิตใจชั่วช้ายิ่งนัก ทำร้ายได้แม้แต่คนแก่ที่ไม่มีทางสู้ สารเลวจริงๆ"
"นั่นน่ะสิ!ท่านแม่ คนประเภทนี้ต้องจัดการให้อยู่หมัด"ลูกชายป้าจางกัดฟันกรอด เป็เดือดเป็แค้นแทน หลี่ิเองก็ให้คิดแค้นอยากจะเข้าไปในหมู่บ้านจัดการคนที่ทำร้ายยายของตน ในขณะเดียวกันก็สำนึกผิดที่เื่บานปลายถึงเพียงนี้ก็เพราะตน จึงได้แต่อดกลั้นรอคอยโอกาส
"เอาละ นี่ก็บ่ายแล้วพวกเรากลับกันเถอะ งานที่ไร่ยังไม่เรียบร้อยเลย"แล้วหันมามองหลี่ิด้วยแววตาเป็ห่วงเป็ใย
"นี่!หลานชาย หากยายเฉินอาการหนักหนาก็ให้ไปหาลุงนะ คนรู้จักกันพอช่วยได้ก็ช่วยกันไป"หลี่ิซาบซึ้งครอบครัวลุงหวังมาก กล่าวขอบคุณแล้วตามไปส่งถึงประตูรั้ว
เมื่อครอบครัวลุงหวังกลับไปแล้วหลี่ิจึงเข้าไปตรวจดูอาการของยายเฉินอีกครั้ง เห็นว่าปลอดภัยดีแล้วจึงค่อยคลายใจ แล้วจึงไปที่ร้านยาในหมู่บ้านเมื่อซื้อยาได้แล้วจึงกลับบ้านมาต้มยา
ตอนพลบค่ำจึงได้ยกถาดข้าวต้มและถ้วยยาเข้ามาในห้องยายเฉิน เอามืออังที่หน้าผากของแก"อืม.ตัวรุมๆแสดงว่าเริ่มเป็ไข้แล้ว" จึงปลุกให้ตื่นแล้วพยุงให้ยายลุกขึ้นนั่ง พอลืมตาขึ้นมาได้เห็นหน้าหลานชายจึงยิ้มออกมา กวาดตามองไปทั่วจึงรู้ว่าเป็ห้องของตนจึงค่อยคลายใจ
หลี่ิเห็นยายตั้งสติได้แล้ว จึงกล่าวอย่างอารมณ์ดี"ยาย รู้สึกแล้วซินะ กินข้าวต้มสักสองสามคำแล้วจึงค่อยกินยา"
ยายเฉินน้ำตานองหน้า สำนึกตนว่าไม่ควรก่อเื่ให้หลานชายต้องลำบาก "ยายผิดเองไม่ควรไปหาครอบครัวใจบาปนั่น ถ้าเชื่อเ้าคงไม่เจ็บตัวเช่นนี้"แล้วนิ่งตรึกตรองชั่วคู่ จึงเอ่ยคำถาม"เอ่อ.แล้วยายกลับมาบ้านได้อย่างไร"
หลี่ิจึงอธิบายเื่ราวทั้งหมดที่เกิดขึ้นรวมถึงยังกล่าวขอบคุณครอบครับลุงหวังที่ช่วยเหลืออย่างเต็มที่
ยายเฉินรับรู้แล้วได้แต่พร่ำกล่าวคำขอบคุณครอบครัวลุงหวังไม่ขาดปากและเตือนหลานชายในภายหน้าต้องหาทางตอบแทนให้ได้ หลี่ิรับคำด้วยความเต็มใจ
เมื่อกินข้าวกินยาเรียบร้อยแล้วหลี่ิจึงเก็บชามไปล้างแล้วจะเดินเข้าห้องของตัวเอง เมื่อผ่านหน้าห้องของยายเฉิน แกก็ส่งเสียงเรียกหลานชายให้เข้ามาในห้องอีกครั้ง
"อาิ หยิบลังใบใหญ่ใต้เตียงออกมาให้ยายทีสิ"เสียงค่อนข้างสั่นเนื่องจากพิษไข้
"ยายคืนนี้ดึกแล้ว นอนพักผ่อนเถิดพรุ่งนี้ค่อยคุยกัน"หลี่ิพูดขัดทันที เพราะตัวเขา้าเข้าห้องเพื่อไปฝึกกรรมฐาน
"ไม่ต้องรอให้ถึงพรุ่งนี้หรอก หยิบให้ยายตอนนี้แหละ"
ยายเฉินหน้าตึงเสียงเข้มทันที เริ่มไม่พอใจที่หลานชายขัดใจแก หลี่ิถอนใจเบาๆ ได้แต่ตามใจคนป่วยแล้วก้มลงไปใต้เตียง จึงเห็นลังไม้ลงยาขัดจนขึ้นเงาสีดำขนาดใหญ่ราว 1×2 ศอก เขาต้องออกแรงพอสมควรเนื่องจากลังค่อนข้างหนักทีเดียว หลี่ิอดสงสัยไม่ได้ว่าในลังมีอะไร
"ยาย มีอะไรอยู่ในลังน่ะ"
ยายเฉินอมยิ้มนิดๆ แล้วกล่าวด้วยความภาคภูมิใจ"นี่คือสมบัติที่ตระกูลเฉินของเราเก็บไว้เพื่อมอบให้หลานคนเดียว เ้าลองเปิดออกดู"