การเดินทางของเฟยหรงและคนอื่นๆเต็มไปด้วยความราบรื่น ผ่านไปสักพักใหญ่เฟิงหลินเทียนก็ได้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ ร่างใหญ่โตของหนึ่งพยัคฆ์หนึ่งมังกรทะยานเมฆามาในที่สุดก็มาถึงตระกูลเฟิงที่ในเวลานี้ดูเหมือนกำลังเกิดความโกลหลครั้งใหญ่อยู่ด้านหน้าประตู
"หืม เสื้อผ้าอาภรณ์เช่นนั้นคนของนิกายเปลวเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดนี่ พวกมันมาทำไม?"เฟิงหลินเทียนอุทานขึ้นมาดวงตาเต็มไปด้วยความแปลกใจ ทั้งเมื่อมองเห็นว่าหน้าตาของพวกมันเต็มไปด้วยความหยิ่งยะโสเฟิงหลินเทียนก็ดูเหมือนไม่ค่อยพอใจนักที่พวกมันบุกมายังคฤหาสน์เช่นนี้
"เพลิงสวรรค์ไร้สิ้นสุด?? ดูเหมือนจะมาหาเรื่องตระกูลเฟิงของท่านนะ เอายังไงดีขอรับถล่มมันเลยดีหรือไม่"เฟยหรงกล่าวถาม ตัวเขาเองก็ไม่ค่อยชอบนิกายนี้เท่าไรนัก ดังนั้นหากเฟิงหลินเทียนมีคำสั่งให้สังหารพวกมันเฟยหรงก็จะทำในทันที
"รอก่อน ข้าอยากรู้ว่าพวกมันมาทำอะไร หากพวกมันมาร้ายเอาไว้ค่อยสังหารพวกมันทิ้งก็ยังไม่สายเกินไปนัก"เฟิงหลินเทียนกล่าว เฟยหงพยักหน้ารับ จักรพรรดิมังกรและพยัคฆ์ขาวสามเนตรกางปีกอยู่บนท้องนภาเหนือกว่าที่คนธรรมดาจะมองเห็นได้ รอดูสถานการณ์ที่จะเกิดขึ้น
ตัดมาที่ด้านล่างตระกูลเฟิงในขณะที่เข้าสู่การป้องกันเต็มรูปแบบคนของสำนักเปลวเพลิงไร้สิ้นสุดเองไม่มีท่าทางหวาดกลัวเลยแม้แต่น้อยพวกมันเต็มไปด้วยความมั่นใจที่มากล้น ด้านบนเหนือหัวของพวกเขาไม่ไกลเหล่าผู้อาวุโสระดับจักรพรรดิเทวะกำลังคอยดูเชิงซึ่งกันและกันอยู่
"สำนักเปลวเพลิงไม่สิ้นสุดแห่งเขตใต้มีธุระอะไรกับตระกูลเฟิงไม่ทราบถึงได้มาเยือนโดยไม่บอกกล่าวเช่นนี้"เฟิงจื่อเหมย ภรรยาของเฟิงหลินเทียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาด้านหน้าของนางคือประมุขนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุด เหยาเหยียน
"พูดอะไรอย่างนั้น ข้ามาที่นี่แน่นอนว่าเพื่อสานสัมพันธ์ให้แน่นแฟ้นก็เท่านั้น"เหยาเหยีนกล่าวใบหน้าเต็มไปด้วยความเจ้าเล่ห์
"สานสัมพันธ์??"
"ใช่แล้ว พอดีลูกชายคนโตของข้าเหยาเย่นั้นชอบพอในตัวของแม่นางเฟิงเสวียมานานแล้วดังนั้นข้าจึงมาสู่ขอนางอย่างไรละ"เหยาเหยียนกล่าวใบหน้าเต็มไปด้วยรอยยิ้ม ด้านหลังของเขามีชายรูปร่างหน้าตาหล่อเหล่ากำลังมองมาที่เฟิงเสวียด้วยสายตาที่หื่นกระหาย
"หากเป็นเช่นนั้นก็คงต้องเสียใจกับประมุขเหยาด้วย ธิดาของข้ามีลูกและสามีแล้วดังนั้นเห็นทีพวกท่านคงมาเสียเที่ยวเสียแล้ว"เฟิงจื่อเหมยกล่าวขึ้นอีกครั้ง ในครานี้ใบหน้าที่เต็มไปด้วยรอยยิ้มของอีกฝ่ายเริ่มน่าเกลีดขึ้นในทันที ข่าวสารที่ว่าเฟิงเสวียมีสามีแล้วไม่เคยถูกแพร่ออกไปนอกเขตตะวันออกดังนั้นพวกมันที่อยู่เขตใต้จึงไม่มีใครรู้เรื่อง โดยเฉพาะสองพ่อลูกเหยาเหยีนนและเหยาเย่พวกเขาพึ่งออกมาจากการปิดด่านหมาดๆทำให้ไม่ได้รับข่าวสารมาเป็นเวลานาน และเมื่อเหยาเย่เปิดเผยความในใจว่าเขาหลงไหลในคุณหนูของตระกูลเฟิงเหยาเหยียนจึงได้มาสู่ขอให้ในทันที แต่ไม่คิดว่าเหตุการณ์จะเป็นเช่นนี้ไปได้
"โกหก พวกท่านโกหกเสวียเอ๋อของข้าจะไปมีสามีกับลูกได้อย่างไร โกหกทั้งนั้น"เหยาเย่ตะโกนลั่น เฟิงเสวียที่อยู่ด้านหลังคล้านจะทนอีกต่อไป "คุณชายเหยา ได้โปรดอย่าเรียกข้าเช่นนั้น เราไม่ได้สนิทสนมกันถึงขั้นนั้นและข้าเองก็ไม่อยากสนิทกับท่านเลยแม้แต่น้อย"
เหยาเย่ที่ได้ยินแทบกระอักเลือด หญิงสาวที่เขาหลงไหลกลับกล่าวกับเขาด้วยน้ำเสียงที่เย็นชาแะลไม่สนใจใยดี เมื่อเป็นเช่นนี้ชายหนุ่มจึงตัดสินใจทำสิ่งที่ใครไม่คาดฝัน นั่นคือการพุ่งเข้าไปหาเฟิงเสวียและหมายจะพาตัวนางออกไปนั่นเอง "เจ้าเป็นคนบังคับข้าเอง ในเมื่อพาไปดีๆไม่ได้งั้นข้าจะใช้กำลังพาเจ้าไป!!"
"บัดซบเจ้ากล้าหรือ"บรรพบุรุษตระกูลเฟิงตวาลลั่นคลื่นพลังของเขาราวกับจะสยบได้ทั้งนิกายเพลิงสวรรค์แต่กลับหายไปอย่างไร้ร่องรอยพร้อมกับการมาถึงของคนชุดดำจำนวนมากที่อยู่ในระดับจักรพรรดิเทวะ
"พวกเจ้า!! ที่แท้ก็หมายจะลบล้างตระกูลเฟิงของพวกเรา"ผู้อาวุโสใหญ่หันไปหาเหยาเหยียนที่ตอนนี้ยกยิ้มอย่างเหี้ยมหาญเต็มไปด้วยความสะใจ แท้จริงแล้วการมาในตระกูลเฟิงในครั้งนี้การสู่ขอเฟิงเสวียเป็นเพียงหนึ่งในสองจุดประสงค์ของพวกมันเท่านั้น อีกจุดประสงค์ก็คือการทำให้ตระกูลเฟิงเข้าร่วมกับพวกมันหรือไม่ก็ทำลายทิ้งนั่นเอง
"คิดไม่ถึงว่าพวกเจ้าจะร่วมมือกับตำหนักรัตติกาล!!"เฟิงจื่อเหมยมองพวกมันด้วยสายตารังเกียจ
"ฮ่าๆๆฮูหยินเฟิง หากท่านยอมรับการแต่งงานของลูกชายข้าตั้งแต่แรกเรื่องเช่นนี้ก็ไม่เกิดขึ้น ในเมื่อเรื่องมาถึงขั้นนี้ก็เลือกมาซะว่าจะอยุ่ใต้อาณัติของพวกเราหรือจะตาย!!"เหยาเหยียนกล่าวด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความหยิ่งยะโส จักรพรรดิเทวะเกือบสิบหน้าคนกำลังล้อมตระกูลเฟิงอยู่นี่เป็นเหตุการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน ทั้งแรงกดดันยังมากมายจนทำให้ทุกคนในตระกูลเฟิงพากันหวาดกลัวในพลังอำนาจ
"จะฆ่าก็ฆ่า ต่อให้ตายข้าก็ไม่มีวันยกบุตรสาวให้พวกเจ้าและไม่มีทางยอมจำนน"เฟิงจื่อเหมยกล่าวน้ำเสียงเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น มือข้างหนึ่งดึงเฟิงเสวียมาอยู่ด้านหลังนั่นทำให้เหยาเย่ไม่มีทางมีโอกาสได้แต่ต้องบุตรสาวของนางหากยังมีนางคอยขวางกั้นอยู่
"ตัดสินใจได้เด็ดขาดดีสมเป็นนายหญิงใหญ่แห่งตระกูลเฟิง แต่ความเด็ดขาดนั้นอาจจะอยู่ไม่รอดถึงวันต่อไป!!"เหยาเหยียนยกยิ้มเย็นเหล่าจักรพรรดิเทวะทั้งของนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดและตำหนักรัตติกาลพุ่งเข้าโรมรันสู้กับพวกบรรพบุรุษของตระกูลเฟิงอย่างสู่สี แต่ไม่ว่าอย่างไรน้ำน้อยย่อมแพ้ไฟ เหล่าจักรพรรดิเทวะของตระกูลเฟิงหยุดยั้งพวกมันได้เพียงสิบคนเท่านั้นส่วนอีกห้าคนหลุดรอดจากพวกเขาตรงไปที่เฟิงจื่อเหมยพร้อมกับยกฝ่ามือหมายสังหารให้สิ้น
"ท่านแม่!!"เฟิงเสวียตะโกนก้องอย่างสุดใจ ถึงอย่างไรแม่ของนางก็ยังเป็นเพียงราชันเทวะขั้นปลายไหนเลยจะรับมือทักษะพวกนี้ได้หมด นางหลับตาลงพร้อมยอมรับความตายไปพร้อมกับมารดาผู้ให้กำเนิดในทันที ความหวังในเวลานี้ช่างริบหรี่เหลือกเกิน
"ฮูหยินเฟิง นี่คืการตัดสินใจของเจ้าเอง ฮ่าๆๆ"เหยาเหยียนยกยิ้มฝ่ามือเปลวเพลิงที่ปกคลุมไปด้วยเพลิงสวรรค์พุ่งเข้าใส่หน้าอกของเฟิงจื่อเหม่ย จนทำให้นางตื่นตระหนกและผลักเฟิงเสวียออกไปจากตรงนั้นเพื่อป้องกันการโจมตีของจักรพรรดิเทวะ แต่ในทันทีนางผลักเฟิงเสวียออกไปเหยาเย่ก็มารอรับนางอยุ่แล้วนั่นทำให้เฟิงจื่อเหมยหน้าซีดขาวไปกว่าเก่าขึ้นไปอีก
"เสร็จข้าละคนสวย"เหยาเย่ยกยิ้มอย่างโรคจิต"มือของมันเกือบจะคว้าจับเฟิงเสีวยได้อยู่แล้ว แต่ทันใดนั้นปราณกระบี่ที่แหลมคมก็ฟันผ่านมือของมันไปราวกับไม่มีอะไรขวางกั้นพอรู่ตัวอีกทีมันก็ไม่มีมือไปสัมผัสเฟิงเสวียแล้ว
ส่วนทางด้านเฟิงจื่อเหมยก็เช่นกันก่อนที่ฝ่ามือของเหยาเหยียนจะพรากชีวิตนางไป โล่เปลวเพลิงขนาดใหญ่ก็ปรากฏขึ้นต่อหน้าและป้องกันการโจมตีของมันไว้อย่างง่ายดาย
"เจ้าพวกตัวบัดซบที่แท้ก็ร่วมมือกันหมายจะกลืนกินตระกูลเฟิงของข้า พวกเจ้ามีคุณสมบัตินั้นหรือ"เสียงของเฟิงหลินเทียนดังนั้นมาพร้อมกับการปรากฏตัวของจักรพรรดิมังกรและพยัคฆ์ขาวสามเนตรที่ตอนนี้อยู่ในกระบวนการพร้อมสู้รบแล้วนั่นเอง
ส่วนทางด้านของเฟยหรงนั้นในเวลานี้เขาได้หายไปจากหลังของจักรพรรดิมังกรตั้งนานแล้วและในเวลานี้เขาได้โอบเอวของผู้เป็นภรรยาอย่างเฟิงเสวียเอาไว้ก่อนจะกล่าว "คิดจะแตะต้องภรรยาคนอื่นถามสามีนางหรือยัง"เสียงที่คุ้นเคยดังออกมาเฟิงเสวียค่อยๆลืมตาขึ้นกลับพบว่านางกำลังอยู่ในอ้อมกอดของชายหนุ่มที่หล่อเหลาเอามากๆทั้งยังมีกลิ่นอายที่คุ้ยชิน แม้รูปร่างหน้าตาจะเปลี่ยนไปแต่นางจำได้อย่างแน่นอนว่าชายคนนี้คือสามีของนาง
"เฟยหรง"
นางกอดชายหนุ่มเอาไว้แน่นไม่สนสายตาผู้ใด ด้านตรงข้าวเหยาเย่มองมาที่สองสามีภรรยาด้วยความโกรธแค้นที่มากล้นในหัวใจ มันไม่ได้กรีดร้องแต่อย่างใดหลังจากแขนข้างหนึ่งขาดทั้งยังระเบิดพลังออกมามากกว่าเก่าอีกต่างหากและหมายจะฆ่าเฟยหรงให้ตายทั้งที่ยังไม่ได้สนทนากันสักคำ "เป็นเจ้าที่แย่งหญิงที่ข้ารักไป ไปตายซะ!!"
"เย่เอ๋อ หยุดมือ!!"เหยาเหยียนตะโกนออกไปแต่เหมือนว่าบุตรชายของมันจะไม่ได้ยินเสียแล้วเปลวเพลิงสวรรค์ของมันปะทุออกมาจากร่างกายอย่างเต็มกำลังพุ่งเข้าหาเฟยหรงและเฟิงเสวียด้วยความแค้นที่มีมากล้น
"โอ้ ดับเครื่องชนแต่ข้าไม่คิดจะตายกับเจ้าหรอกนะ กระบี่ลมปราณ"เฟยหรงยังคงสีหน้าเย็นชากระบี่ลมปราณพุ่งเข้าไปหาอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว หากโดนเข้าชีวิตของมันจะมอดม้วยในทันที
"บัดซบ!! เจ้ากล้าหรือ"เหยาเหยียนพุ่งไปหาเฟยหรงหมายจะเอาชีวิตแต่กลับต้องชะงักฝีเท้าเอาไว้เนื่องจากพยัคฆ์ขาวสามเนตรได้มาขวางมันเอาไว้ดังนั้นมันจึงได้แต่มองดูกระบี่ลมปราณตัดขั่วหัวใจของผู้เป็นบุตรชายต่อหน้าต่อตา
"สวบ!"
"ไม่!!! ข้าจะฆ่าเจ้า! เจ้าตัวบัดซบบังอาจสังหารลูกชายข้า"ประมึขนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดโกรธเกรี้ยวเพลิงสวรรค์ปะทุออกจากร่างของมันเช่นกันพร้อมประจันหน้ากับอีกฝ่ายไม่ว่าจะเป็นใครก็ตาม
"เหอะ นี่แหละมนุษย์ที่โง่เขลาตอนจะสังหารคนอื่นกลับไม่คิดอะไรแต่พอฝั่งตัวเองดดนบ้างกลับร้องโอดโอย จะสังหารหลานชายข้าผ่านข้าไปได้หรือยัง"พยัคฆ์สวรรค์กู่ก้องคำรามพายุขนาดใหญ่นับร้อยลูกปรากฏขึ้นมาจากที่ใดไม่มีใครทราบแต่มันทั้งรุนแรงแจะฉีกกระชากเหล่าศิษย์นิกายเพลิงสวรรค์ไร้สิ้นสุดไปหลายร้อยคนรวมถึงผู้อาวุโสระดับต่ำกว่าราชันเทวะขั้นปลายเองก็ไม่อาจหลบหนีจากวังวนพายุนี้ไปได้
อีกด้านเฟิงหลินเทียนและจักรพรรดิมังกรทองหลงเสี่ยวหยาที่รับคือจักรพรรดิเทวะทั้งสี่คนของวิหารรัตติกาลในเวลานี้พวกเขาฆ่าอีกฝ่ายได้แล้วสองคนเหลือเพียงสามคนเท่านั้นที่อยู่ในสภาพเหนื่อยหอบ เช่นเดียวกับเฟิงหลินเทียนที่มีบาดแผลเต็มตัวส่วนจักรพรรดิมังกรนั้นไร้รอยขีดข่วน
"บัดซบ!! ท่านเจ้าวิหารไม่เคยบอกเลยว่าอีกฝ่ายจะมีจักรพรรดิมังกร พวกเราอยู่ต่อไปต้องตายแน่ๆ!"จักรพรรดิเทวะชุดดำคนหนึ่งกล่าวขึ้น คนของวิหารรัตติกาลทุกคนผละตัวออกจากการต่อสู้ในทันทีและมารวมตัวกัน "วิหารรัตติกาลจะจำความอัปยศในครั้งนี้เอาไว้ เฟิงหลินเทียน รอวันที่เจ้าวิหารจะลงมาด้วยตัวเองได้เลย"หัวหน้าของพวกมันกล่าวขึ้นพร้อมเตรียมจะถอนตัวออกไป
"คิดจะไปไหนจะง่ายดายปานนั้น อย่างน้อยก็ให้พวกเจ้าได้ไปสักคนละหนึ่งบาดแผลก็แล้วกัน"จักรพรรดิมังกรเอ๋ยขึ้นกงเล็บสีทองล่วงหล่นจากฟากฟ้า ทำให้พวกมันถึงกับดวงตาเบิกกว้างเมื่อกงเล็บนั้นมากระทบเข้ากับร่างกายพวกมันก็ทำให้จักรพรรดิเทวะทุกคนพากันกระอักเลือดคำโตก่อนจะหายไปในม่านเสียงสีดำ
ในเวลานี้เห็นได้ชัดเลยว่าตำหนักรัตติกาลได้ทอดทิ้งนิกายเพลิงสวรรค์ไม่สิ้นสุดเสียแล้ว พอเฟิงหลินเทียนหันกลับไปหาเจ้านิกายเหยาในตอนนี้มันกลับนอนหมดสภาพภายใต้อุ้งเท้าของพยัคฆ์ขาวสามเนตรเป็นที่เรียบร้อย ด้านบนหลังของพยัคฆ์ขาวเด็กหญิงตัวน้อยสองคนกำลังดูการต่อสู้ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยความตื่นเต้นแน่นอนพวกนางหลบอยู่ภายใต้ขนสีขาวนั้นอยู่ตลอดเวลาอยู่แล้วทั้งยังเห็นเหตุการณ์ทั้งหมดแต่ก็ได้หามีความหวาดกลัวไม่ เฟิงหลินเทียนที่เห็นก็อดยกยิ้มขึ้นมาไม่ได้ สมแล้วที่เป็นผู้สืบทอดกายศักดิ์สิทธิ์แห่งมังกรไม่มีท่าทีจะหวาดกลัวการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย