“เร็วเข้า! จระเข้เพลิงหยวนตามมาแล้ว”
กลุ่มคนด้านหลังดันกลุ่มที่อยู่แนวหน้าให้เริ่มวิ่งต่อไปหลังจากจระเข้เพลิงหยวนไล่ตามพวกเขาขึ้นฝั่งแล้ว กลุ่มด้านหน้ากลับไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ เพราะด้านหน้าพวกเขาเป็นหน้าผาสูง แม้จะมีโซ่ขนาดใหญ่ยึดติดกับเกาะที่อยู่อีกฝั่ง การจะวิ่งเหยียบโซ่กลับเป็นไปไม่ได้เพราะบ่อลาวาข้างใต้ร้อนมากจนยากจะยืนไหว หากจะไปต่อพวกเขาจะต้องส่งระดับราชาขึ้นไป ถึงแม้ระดับผันแปรวิญญาณจะมีโอกาสเดินไปตามโซ่ พวกเขากลับมีสิทธิตายสูงมาก
บรึ้ม~!
“ฆ่าทุกคนซะ ต่อจากนี้ไปกลุ่มราชสีห์ของข้าจะเป็นคนลุยเอง”
บรึ้ม~!
พลังระดับราชาวิญญาณขั้น 2 ระเบิดออกมาจากร่างของหัวหน้ากลุ่มราชสีห์หลังจากมันร้องตะโกนบอกคนของมันให้ฆ่าทุกอย่างไม่ว่าจะเป็นจระเข้เพลิงหยวนหรือกลุ่มคนที่มาด้วยกัน ตอนนี้ถึงจุดหมายแล้วพวกมันจำเป็นต้องแย่งชิงกัน ทางฝั่งผู้นำหลวงจีนและนักพรตบึงน้ำเย็นพวกเขาต่างปลดปล่อยพลังระดับราชาออกมาเช่นเดียวกันจนเกิดคลื่นพลังกดทับไปรอบๆ
บรึ้ม~!
“ฆ่าไอ้หมอนั่น มันไม่ใช่คนของเรา”
ผู้นำกลุ่มราชสีห์ชี้มาทางตงฟาง จากนั้นมันก็กระโดดลงไปเหยียบโซ่เส้นใหญ่ ทางฝั่งหลวงจีนและนักพรตต่างก็กระโดดลงไปบนโซ่คนละเส้น มุ่งหน้าเข้าหาเกาะใจกลางบึงลาวาที่อยู่ใต้หุบเหวตรงหน้าพวกเขาทันที
“สมแล้วที่เป็นผู้นำกลุ่ม”
ตงฟางฉีกยิ้มกว้าง เขาถูกผู้นำกลุ่มราชสีห์จับได้ว่าปลอมตัวเข้ามา ถึงอย่างนั้นเขากลับรู้สึกเฉยกับมัน การที่ันักยันต์ระดับ 3 สามารถแก้ค่ายกลที่นักยันต์ระดับ 4 ทำไม่ได้ ยืนยันได้แล้วว่าเขาเป็นตัวปลอม ถึงอย่างนั้นตงฟางไม่ได้คิดจะเก็บซ่อนความลับนี้ให้มิดชิด เนื่องจากมันไม่ใช่ปัญหากับเขา กลุ่มคนเหล่านี้แม้จะรู้ว่าเขาปลอมตัวมา พวกมันกลับไม่มีใครเห็นใบหน้าที่แท้จริงของเขาจึงไม่มีปัญหาในอนาคต
“ตาย~!”
กลุ่มคนที่เข้ามาล้อมรอบตงฟางตามคำสั่งของผู้นำกลุ่มราชสีห์กระโจนเข้ามาโจมตีตงฟางด้วยระดับผันแปรของพวกมัน ตงฟางที่ยืนอยู่นิ่งๆเขาได้มองไปยังดาบที่กำลังพุ่งลงมาฟันหัว ทันใดนั้นเขาก็เปิดใช้งานทักษะเท้าพุ่งตัวออกไปด้านข้าง ทิ้งไว้เพียงหมอกสีดำในจุดที่เขาเคยยืน มันเป็นหนึ่งในผลของทักษะเท้าหมอกเมฆาทมิฬ ทำให้การโจมตีพลาดไป การใช้ทักษะของเขายังทำให้กลุ่มคนที่เข้ามาล้อมโจมตีหาเขาไม่เจออีกด้วย เพราะตงฟางได้ใช้ช่วงชุลมุนหลบหลีกเข้าไปในกลุ่มการโจมตีต่างๆ จนสายตาของพวกที่มุ่งเป้ามาที่เขา ไม่สามารถตามหาเขาได้
“พวกเจ้าเหรอที่คิดจะแย่งกล้วยไม้วิญญาณเจ็บกลีบกับข้า ฮ่าๆๆ ฝันไปเถอะ”
หมาป่าตัวสีขาวขนาดใหญ่ปรากฎด้านหลังผู้นำกลุ่มราชสีห์จากการเรียกใช้วิญญาณยุทธ์ จนร่างกายค่อยๆมีขนปกคลุมแล้วกระโจนเข้าไปโจมตีทางฝั่งหลวงจีน ผู้นำกลุ่มนักพรตบึงน้ำเย็นเห็นโอกาสที่ผู้นำทั้งสองต่อสู้กัน มันจึงรีบกระโจนมุ่งหน้าเข้าหากล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบ ทันใดนั้นเองมันกลับต้องรีบหยุดเท้าแล้วเรียกกระบี่ออกมาป้องกันเมื่อมีผู้นำอีกหลายกลุ่มตามมาได้แล้ว พร้อมกับส่งการโจมตีมาดักหน้าของมัน
บรึ้ม~!
พลังวิญญาณมากมายมหาศาลของระดับราชาวิญญาณพุ่งเข้าถล่มกันจนทำให้โซ่หลายสิบเส้นสั่นไหวส่งเสียงก้องกังวานออกไปไกล ตงฟางที่แอบมองจ้องการต่อสู้ของระดับราชาวิญญาณเขาก็แอบดีใจเพราะด้านใต้บึงลาวาขนาดใหญ่ที่มีดอกกล้วยไม้เกิด มีสัตว์อสูรตัวหนึ่งอาศัยอยู่ ตอนนี้มันกำลังถูกปลุกให้ตื่นจากการหลับไหล การโจมตีของผู้นำทั้ง 10 ทำให้มันรับรู้ได้ถึงอันตรายจึงค่อยๆแหวกว่ายผ่านลาวาขึ้นมาขับไล่กลุ่มคนที่เข้ามารบกวน
กร๊าซ!!!
“นั่มมันอสรพิษเพลิงสามเศียร!!!”
เสียงกรีดร้องของสัตว์อสูรที่โผล่ออกมาจากลาวาพุ่งกระจายออกไปข่มขู่ทุกๆคนที่อยู่ในอาณาเขตของมัน แม้จะเป็นระดับราชาพวกเขากลับคิดหนักเพราะอสรพิษเพลิงสามเศียรมีเปลวเพลิงที่รุนแรงมาก แม้จะเป็นระดับราชันก็ยากที่จะต้านทาน
“ฆ่ากันต่อไป”
ตงฟางมองจ้องไปยังผู้นำทั้ง 10 ที่หยุดโจมตีกันและกันแล้วหันมองไปจ้องงูยักษ์ 3 หัวกำลังพ่นไฟออกจากปาก จากความร้อนที่มันปลดปล่อยออกมานั้นแม้ตงฟางจะทำให้ร่างของเขากลายเป็นไฟ เขาคิดว่าจะต้องได้รับบาดเจ็บจากเพลิงที่ร้อนกว่าตัวของเขาสร้างได้อย่างแน่นอน
สายตาของอสรพิษเพลิงสามเศียรที่โผล่ขึ้นจากลาวามากรีดร้องด้วยความไม่พอใจ ค่อยๆกวาดมองไปยังกลุ่มคนที่ยืนอยู่บนโซ่ มันที่รู้ว่าคนกลุ่มนี้ต้องการกล้วยไม้วิญญาณที่มันดูแลจึงกรีดร้องออกมาพร้อมกันทั้ง 3 หัว จนผู้นำทั้ง 10 เรียกใช้พลังทุกอย่างจนด้านหลังปรากฎวงแหวนวิญญาณทั้ง 7 วง
ใครก็ตามที่เชี่ยวชาญยันต์ต่างควักมันออกมาใช้งาน นักพรตที่เชี่ยวชาญกระบี่เขาก็ใช้ทักษะจนด้านหลังมีกระบี่บินนับ 10 กำลังหมุนวน เกิดเป็นภาพกลุ่มคนผู้ทรงอำนาจต่อหน้าของตงฟาง
ขณะที่คนทั้ง 10 มองหาตำแหน่งที่ว่างบนโซ่หลายสิบเส้นเชื่อมต่อไปยังเกาะเล็กๆที่กล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบเติบโต พวกเขาก็เริ่มพุ่งตัวไปทันที แม้อสรพิษเพลิงสามเศียรจะมีถึง 3 หัวยังไม่พอจะต่อต้านพวกเขาที่มี 10 คน
บรึ้ม!
ผู้นำกลุ่มราชสีห์กระโดดเข้าไปต่อยกลางลำตัวอสรพิษเพลิงสามเศียรที่เข้ามาบดบังเส้นทางพลางวิ่งลอดผ่านร่างของอสรพิษเพลิงสามเศียรที่พาดผ่านโซ่ไปด้วยความรวดเร็ว ทางฝั่งนักพรตบึงน้ำเย็นที่ต้องเผชิญกับหนึ่งในหัวของอสรพิษเพลิงสามเศียรเขาได้กระโดดไปหาคนอื่นๆเพื่อให้ช่วยรับมือ
แต่ผู้นำกลุ่มที่เห็นหัวของอสรพิษเพลิงสามเศียรพุ่งตามนักพรตบึงน้ำเย็นมาต่างพากันกระโดดหลบ ด้วยการแยกหัวโจมตีทำให้ผู้นำทั้ง 10 ต่างพากันวิ่งหลบและป้องกันการโจมตีที่หลบไม่ได้ พลางพยายามขยับเข้าไปให้ใกล้กล้วยไม้วิญญาณที่พวกเขาต้องการ
บรึ้ม เปล้ง ตู้ม~!
ตงฟางมองดูการต่อสู้ของผู้นำทั้ง 10 และอสรพิษเพลิงสามเศียรอย่างใจเย็น แม้การต่อสู้จะรุนแรงมากถึงขั้นสั่นสะเทือนห้องโถงแห่งนี้จนเหมือนว่ามันจะถล่มลงมา ตงฟางกลับนั่งนิ่งๆมองดูการต่อสู้ เขาไม่ได้ลงไปวิ่งกับคนเหล่านี้จึงไม่จำเป็นต้องกลัวใดๆ
ในระหว่างมองจ้องการต่อสู้กลุ่มคนที่ถูกสั่งให้ฆ่าเขาตอนนี้พวกมันก็ตามมาเจอเขาแล้ว แต่กลับไม่สามารฆ่าเขาได้เนื่องจากตงฟางเกาะอยู่ใต้เหวร้อน จนพวกมันไม่กล้าลงมา
“ฮ่าๆ ในที่สุด ข้าก็มาถึง”
ผู้นำกลุ่มราชสีห์ฉีกยิ้มกว้างมองไปยังกล้วยไม้วิญญาณตรงหน้าด้วยความรู้สึกดีใจ ขณะที่มันค่อยๆยื่นมือไปเก็บกล้วยไม้วิญญาณร่างของหลวงจีนก็พุ่งเข้ามายืนใกล้ๆพร้อมกับประเคนหมัดอัดกระแทกเข้ากลางชายโครงจนผู้นำกลุ่มราชสีห์กระเด็นออกไปหลายเมตร ยังดีที่เขาใช้แขนซ้ายลอดผ่านแขนขวามาป้องกันการโจมตี ทำให้การโจมตีของหลวงจีนที่ควรจะโดนชายโครงกระทบเข้ากับมือของเขาแทน
“หลวงจีน แกคิดจริงๆเหรอว่าจะขโมยมันไปจากข้าได้”
“ดูข้างหลังก่อน”
ผู้นำกลุ่มราชสีห์มองไปด้านหลัง ปรากฎว่ามีหัวงูขนาดใหญ่กำลังมองจ้องเขาไม่วางตา เขาจึงต้องรีบกระโดดหลบการโจมตีที่พุ่งมาพร้อมกับพุ่งเข้าหาหลวงจีนเพื่อทำการขัดขวางไม่ให้หลวงจีนเก็บกล้วยไม้วิญญาณไป
“มันจะต้องเป็นของข้า”
เสียงร้องมาพร้อมกับรังสีกระบี่พุ่งตรงเข้ามายังจุดที่ผู้นำราชสีห์และหลวงจีนกำลังต่อสู้กัน พวกเขาจึงแยกออกเป็นสองฝั่งหลังจากมีกระบี่พุ่งเสียบใจกลางจุดที่พวกเขาต่อสู้
“ผู้นำบึงน้ำเย็น เจ้าคิดเหรอว่าจะขโมยมันไปได้”
“เหอะ ผู้นำกลุ่มราชสีห์ เจ้ากล้าใช้คำพูดว่าข้าขโมยมันไป ข้าถามท่านหน่อยว่ากล้วยไม้นี้เป็นของท่านแล้วหรือ ก็ไม่หนิ”
“ปากดี~!”
ผู้นำกลุ่มราชสีห์กัดฟัน เขาไม่สามารถใช้ฝีปากปะทะกับอีกฝั่งที่มาจากพวกผู้ดีจอมปลอมได้ แต่เขากลับรู้สึกสงสัยเกี่ยวกับการโจมตีที่หยุดลงไปในระหว่างที่พวกเขาคุยกัน เหตุใดอสรพิษเพลิงสามเศียรจึงไม่โจมตีพวกเขา
“ดูเหมือนว่ามันกลัวจะทำให้กล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบเสียหาย”
หลวงจีนเป็นคนตอบความสงสัย แล้วมองไปยังผู้นำอีก 7 ที่พยายามเอาชีวิตรอดจากการโจมตีของอสรพิษเพลิงสามเศียรมุ่งหน้าเข้ามาหาพวกเขาทั้ง 3 คน
“อย่า”
หลวงจีนห้ามผู้นำกลุ่มราชสีห์ที่กำลังจะเก็บกล้วยไม้วิญญาณที่มีเพียง 1 ต้น การเก็บกล้วยไม้วิญญาณในตอนนี้จะทำให้พวกเขามีโอกาสตายสูงมาก เขาจึงอยากใช้กล้วยไม้วิญญาณป้องกันตนเองสักระยะเพื่อวางแผนหลบหนีออกไป
“หลวงจีน ครั้งแล้วครั้งเล่าที่เจ้าหยุดข้า ข้าไม่โกรธ แต่ครั้งนี้เจ้ากำลังจะทำให้ข้าโกรธจริงๆ”
“ท่านผู้นำกลุ่มราชสีห์ ข้าว่าการออกไปไม่น่าจะทำได้แน่ ทำไมเราไม่ฟังหลวงจีนก่อนล่ะ เขาน่าจะมีแผนดีๆ หากออกไปจากสถานที่แห่งนี้ได้เราค่อยสู้กัน”
นักพรตพูดเสริม เขามองไม่เห็นโอกาสในการหลบหนีเลย การเดินลงมายังเกาะเล็กๆใต้หน้าผาเป็นเรื่องง่ายมาก ขากลับดันเป็นเรื่องยากเนื่องจากว่าสถานที่แห่งนี้ห้ามไม่ให้ใช้การบิน พวกเขาจำเป็นต้องใช้โซ่วิ่งกลับขึ้นไปด้านบน การวิ่งขึ้นที่สูงจึงเป็นเรื่องยากแล้วการมีอสรพิษเพลิงสามเศียรไล่ล่ายิ่งมีโอกาสน้อยที่พวกเขาจะรอดจากมัน
ตุบ~!
ผู้นำอีก 7 คนกระโดดเข้ามายืนใกล้ๆกล้วยไม้วิญญาณด้วยท่าทางเหนื่อยหอบ การที่กล้วยไม้วิญญาณยังคงอยู่ดีไม่ถูกใครเก็บไป ทำให้พวกเขาพอจะประเมินสถานการณ์ได้ว่ามันจะต้องเป็นสิ่งที่ใช้สำหรับคุ้มกันพวกเขาได้ชั่วคราวจากอสรพิษเพลิงสามเศียรที่ตอนนี้ทำเพียงเลื้อยไปรอบๆเกาะพยายามพ่นไฟขึ้นไปบนท้องฟ้า รอให้พวกเขาออกจากเกาะนี้ไป
“เรามาร่วมมือกันอีกไหม” หลวงจีนแนะนำทุกๆคน เพื่อชี้แนวทางการออกไปจากสถานที่แห่งนี้ แต่การพูดให้ทุกคนร่วมมือไม่มีทางเป็นไปได้เพราะทุกคนต่างต้องการเป็นผู้ถือกล้วยไม้วิญญาณ หลวงจีนจึงอธิบายเกี่ยวกับความน่ากลัวของกล้วยไม้วิญญาณให้ทุกคนฟัง จนไม่มีใครกล้าถือครองมันในช่วงวิ่งหนี
หากใครคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ถือกล้วยไม้วิญญาณ เขาจะถูกอสรพิษเพลิงสามเศียรจ้องเล่นงาน หลวงจีนจึงแนะนำให้พวกเขาส่งกล้วยไม้วิญญาณให้กันเป็นทอดๆเพื่อล่ออสรพิษเพลิงสามเศียรและเป็นการสร้างเส้นทางให้พวกเขาได้วิ่งออกไปจากสถานที่แห่งนี้
“ได้ หากออกไปข้างนอกได้ข้าจะโจมตีพวกเจ้าเพื่อนำมันกลับมาแน่นอน”
ผู้นำกลุ่มราชสีห์เห็นด้วยกับความคิดของหลวงจีน ด้วยวิธีนี้เขาเห็นเส้นทางรอดมากมาย หากกลัวถูกเล่นงานเพียงแค่โยนกล้วยไม้วิญญาณส่งให้คนอื่นไป เพียงเท่านั้นก็สามารถวิ่งได้โดยไม่ถูกโจมตี
“งั้นใครจะเป็นคนเก็บมันล่ะ”
“ข้าเอง”
นักพรตบึงน้ำเย็นอาสาเป็นคนเก็บกล้วยไม้วิญญาณ มันเป็นสิ่งที่พิเศษมากจำเป็นต้องเก็บด้วยความระมัดระวังไม่ให้เสียหาย แต่เมื่อมันสัมผัสไปยังกล้วยไม้วิญญาณเพื่อหาโคนต้น กล้วยไม้วิญญาณกลับหลุดติดมือมาง่ายๆเหมือนกับมีคนตัดมันก่อนหน้านี้แล้ว
“เอาล่ะ ที่เหลือก็แค่ดูปฎิกริยาของงูยักษ์”
ตงฟางเก็บนิ้วมือของเขาหลังจากใช้พลังจิตเด็ดกล้วยไม้วิญญาณเจ็ดกลีบออกมาจากดินร้อนจัด เขาจำเป็นต้องเก็บเองเพราะคนกลุ่มนี้กำลังจะทำให้สถานที่แห่งนี้ไม่มีกล้วยไม้วิญญาณอีกต่อไปจากการเก็บมันไปทั้งต้น ตงฟางจึงเหลือรากเอาไว้ให้มันได้เติบโตด้วยการดูดพลังวิญญาณและความร้อนในสถานที่แห่งนี้ต่อไป แม้เขาจะทำลายค่ายกลไปมากมาย ค่ายกลเหล่านี้กลับสามารถเกิดขึ้นมาได้ใหม่ จากค่ายกลขนาดใหญ่ที่ครอบพื้นที่แห่งนี้เอาไว้
“ข้าได้มันมาแล้ว”
“งั้นก็วิ่ง”
อสรพิษเพลิงสามเศียรมองไปยังกล้วยไม้วิญญาณไม่วางตา พลางมองคนที่อยู่ใกล้ๆด้วยหัวที่เหลืออีก 2 หัว ผู้นำทั้ง 10 ที่รู้ว่ามันให้ความสนใจกับกล้วยไม้วิญญาณมากพวกเขาจึงเริ่มพยักหน้าให้กันแล้วออกตัววิ่งทันที