............ตรงหน้ามีหนทางเดิน จะสนใจป่ารกชัน.
ฟ้าโปร่ง เมฆขาว ฤดูซิวเทียนคืบคลาน
ยังเป็ดวงตะวันดวงเดิม
เมืองก็ยังเป็เมือง ซินอัน
ท่าเรือก็เป็ท่าเรือเดิม
แต่ที่ไม่เหมือนเดิมคือสำนักทรายทอง! สายมากแล้ว ที่สำนักทรายทอง พลุกพล่านไปด้วย เ้าของร้านค้า เ้าของเรือ จับกัง และเ้าหน้าที่กรมเมือง...เดินเข้าเดินออกขอเข้าพบเ้าสำนักทรายทองคนใหม่ ถังลิ่วซิว
ตังแต่เมือวานจนยามซื่อแล้วมันยังไม่ได้ล้มตัวลงนอน เมือคืนมันกับพวกศิษย์น้องช่วยกันเก็บกวาดคนในสำนักแทบหมดสิน
เดิมที่มันคิดผละออกจากเมืองชินอันตังแต่เมือคืน แต่พอได้ฟัง จูมู่กุนซือคนเก่าของพรรคทรายทอง เสนอตำแหน่งเ้าสำนักพรรคทรายทองแลกกับชีวิตของพวกมันเหตุนี้มันถึงยอมเหลือไว้ใช้งานไม่ถึงสิบคนที่ .......เป็เ้าสำนักเล็กๆ กับ ออกร่อนเร่ในยุทธจักร ถังลิ่วซิวของเลือกอันดับแรก......
คืนนั้นมันสั่งให้คนของสำนักตามตัวคนในสังกัดมารายงานตัว จนเช้า มันคิดจะเข้านอน กล้บมีพ่อค้าวานิชมากมายเข้าหารือ...จนไกล้เทียงแล้ว จึงค่อยว่างลง คิดลุกขึ้นหลบไปด้านใน เ้าถั่วน้อยกลับถามมันว่า
" ศิษย์พี่ เงินกองนี้จะทำอย่างไร ?"
ถังลิ่วมองดูกองเงินก้อนขาวๆไม่ต่ำกว่าสองพันตำลึง ตอบงงๆว่า
"เ้าถาม กุนซือจู ว่าเงินของพรรคอยู่ที่ใด เ้าก็ไว้ที่นั้นเถอะ ! "
มันเดินเข้าด้านในหยุดชะงักหันมาถามว่า
"เหล่าเซียน ล่ะ? "
"ยังไม่ออกจากห้อง"
"เ้าไม่ปลุกมันหรือ นี้สายมากแล้ว มันเป็ไรหรือไม่ "
" ฮ้าๆๆ ศิษย์พี่ไม่ต้องห่วงไป มันแค่หลับไปเมือตอนรุ่งเช้านี้เอง "
" อือ...นัองเรา บอกพวกเ้าแบ่งเป็สองกล่มพักผ่อนครั้งละหนึ่งชั่วยาม ห้ามหลับยามเด็ดขาดสถานกาลยังไม่อาจไว้ว่างใจอาจมีคนคิดจะตลบหลังพวกเราก็เป็ได้ เ้าจ้ดการเถอะ เราจะไปปลุกมันเอง
" ไกล้เที่ยงแล้ว มู่เซียนตื่นแล้ว สามปีบนเขามันอาศัยในกระท้อมหลังสำนักหัวซาน ใช้ชีวิตแต่ผู้เดียว ไม่เกี่ยวกับผู้ใด หน้าที่ของมันคือ ฝึกกระบี่ สะสมลมปราณรัสมีม่วง และ หุ่งหาอาหารเอง ส่วนข้าวสารอาหารแห้ง น้าสาวให้คนจัดหามา การทุ่มเทของมันเช่นนี้ จึงไม่แปลกในความสำเร็จด้านกระบี่ของมัน และ วิชาหมัดเท้าที่เขียนไว้ที่ผนังถ้ำ สำคัญสุด การสอนของ ผู้เฒ่าฟงชิงหยาง ได้เปิดมุมมองวิชากระบี่ให้กับมัน
ถังลิ่วซิวพลักประตู เข้ามามองเห็นมันนั้งเปลือยกายอยู่ข้างเตียงก้มหน้าลงเอามือกุ้มศีรษะพึมพำไม่ได้ศัพท์บนเตียงนั้นยังมีร่างเปลืยนปล่าวนอนคว่ำหน้าผมยาวสรวยกระจายเต็มหมอน .
มู่เซียนเงยหน้าจองมองมันเนินนานจึงถามอย่างไม่มั่นใจว่า
"เมือคืน เราไม่ได้ก่อเื่ที่รับไม่ได้กระมัง ?"
ถังลิ่วซิว เดินเข้าไปห่มผ้าปกปิดร่างงาม ยืนมือจับชีพจรตรวจว่าหายใจหรือไม่ กล่าวกับมันว่า "เหตุใดท่านคิดว่าไม่ทำเื่ที่เลวร้าย ?"
มู่เซียนมองดูมันจ้บขอมือหญิงสาว ต้องฝืนยิ้มรู้สึกผิดต่อนางผู้นี้ไม่น้อย ดูเหมือนเมือคืนมันคงจัดหนักเกินไป ปลุกเท่าไรนางก็ไม่ได้สติ ถอนหายใจ ตอบว่า
" ตอนนี้เราท่านยังอยู่ดีมีสุข "
ถังลิ่วซิว สายหน้า ลากเก้าอี้มานั้งตรงหน้ามัน กล่าวด้วยสีหน้าจริงจัง
" ท่านบุกเข้าตึกมัน ทุบตีบริวารมัน แย่งชิงสตรีของมัน ทุบตีมัน ท่านว่าเื่เล็กหรือ "
มู่เซียนฝีนยิ้มกล่าวอยากสำนึดผิด
" ท่านคงลำบากไม่น้อย" ถังลิ่วซิว มันมองดูใบหน้าที่สำนึกผิด ตบบ่ามันเบาๆกลั่นหัวร่อกล่าวว่า
"เมือคืนเราตามท่านมาหวังจะห้ามปราม แต่ท่านกลับโยนซากศพมันออกมา".
มู่เซียน อุทานดัง.. อา! ถังอี่ซิวหัวร่อฮ่าๆๆ เริ่มเล่าเื่เมือค่ำคืน สุดท้ายกล่าวว่า
"สัญญากับเรา ห้ามเมามายเช่นนี้อีก ไม่ดีกับตัวท่านและผู้อืน "
ถังลิ่วซิว เห็นมันรับปากจึงกล่าวอีก
"ส่วนเรือที่จะไปลั่วหยางคงไม่ทันแล้ว... "
" พี่ถัง! ท่านคิดทำการใหญ่ ข้าฯเห็นด้วย เมืองนี้เหมาะสมเป็ที่พักถ่ายสเบียง ผู้คนพลุกพล่าน เหมาะกับทำการค้า เปิดบ่อน เปิดหอนางโลม และ แรงงานขนถ่ายสินค้า เงินทองไม่ขาดมือ แต่หามีผู้ใดเกรงกลัวท่าน "
ถังลิ่วซิวถอนใจ
" เราทราบ!กากเดนที่หลงเหลือของหัวซาน ยังมีผู้ใดเหลือบแล "
มันโคร่งศีรษะกล่าว " ข้ากับพี่น้องเป็เช่นจอกแหน หัวซานถูกฝ่ายกระบี่ยึดไป
..... แผ่นดินแม้กว้างใหญ่แต่ข้า ไม่รู้จะไปที่ใด ข้าเพียงคาดหวังพรรคทรายทองนี้จะทำให้พวกเราตั้งหลักได้บ้าง กังวลแต่ ศิษย์น้องที่เหลือ ฝีมืออ่อนด้อยนัก"
มู่เซียนถอนใจเฮือกใหญ่
" เช่นนี้เถอะ ! ข้าจดจำวิชาที่เขียนไว้ในถ้ำได้ไม่น้อย ให้พวกมันเตรียมกระดาษฟู่กันไว้ "
มู่เซียนจองมองถ้งลิ่วซิวเห็นหน้ามันนิ่งสงบ รับรู้ในความคิดของมัน ต้องด่าออกมาคำหนึ่ง "เฮอะ! เราทราบท่าน้าอะไร เอาเถอะ ในความคิดข้าท่านเหมาะสมกับตำแหน่งเ้าสำนักที่สุด "
"แต่ท่านเป็ทายาทสายตรงขออาจารย์"
"ทายาทส่วนทายาท หาใข่ตำแหน่งเ้าสำนัก "
มู่เซียนลุกเดินไปหยิบคัมภีร์รัศมีม่วงหันร่างยื่นคัมภีร์ให้มันกล่าวว่า
"ให้ท่านนำไปคัดลอก พอใจกระมัง ?"
ถังลิ่วซิวหน้านิวคิ้วขมวดเหลือบมองทวนที่หลับใหลของมัน ลุกขึ้นรับไว้ ก่อนเดินออกไป กล่าวว่า " อาบน้ำ ใส่เสื้อผ้า ข้าเตียมอาหารไว้ "
มันใช้เวลาครึ่งวัน เขียนและอธิบาย เพลงกระบี่และวิชาหมัดมวยที่เขียนไว้ในถ้ำ ที่มันพอจะทำความเข้าใจได้
ยืนมองดูเหล่าศิษย์หัวซางที่นั้งก้มหน้าจดคำอธิบายของมัน คงเป็ไปได้ยาก.. ที่พวกมันจะเรียนรู้เพลงกระบี่ของหัวซานฝ่ายกระบี่ เพลงกระบี่ของหัวซานฝ่ายลมปราณ แต่ต่างกันฝ่ายกระบี่ไม่มากนัก กลับเป็วิชาหมัดมวยที่เขียนไว้ในผนังถ้ำยากที่พวกมันจะทำความเข้าใจได้ !
..เพียงแค่เห็นรูปภาพสองสามรูป น้อยคนที่จะเรียนรู้จนสำเร็จ.ด้วยตนเอง..อาจจะยกเว้น..จอมยุทธเตีย
ตัวมัน.ก็ไม่มีข้อยกเว้น แต่มันมีโชควาสนาที่ได้ ผู้เฒ่าฟงชินหยางอยู่ข้างกายตลอดสามปี ใหนเลยจะมีสิ่งใดไม่เข้าใจ
มันมองดูสีหน้างุนงงสงสัยของพวกมันได้แต่ ถอนหายใจเฮือกใหญ่ อดคิดถึง น้าสาวที่จากไปไม่ได้ "อาอี้.(น้าสาว)ข้าฯคงทำได้เท่านี้ หวังว่าศิษย์ที่เหลือของท่านจะมีชีวิตอยู่ต่อไป....
...ความอยู่รอดขึ้นอยู่กับความทุมเทของตัวมัน .
....คมดาบยิ่งฝนยิ่งคม มนุษย์ไยมิใช่เป็เช่นกัน.......