กลางลานฝึกทหารที่ใช้เป็นลานประลองชั่วคราว ผลการประลองถูกตัดสินด้วยการจู่โจมสวนกลับเพียงแค่ครั้งเดียว เพียงแค่หมัดธรรมดาเท่านั้น! นี่ไม่ใช่ทักษะต่อสู้ด้วยซ้ำ ถึงมันจะเป็นหมัดธรรมดาแต่แกรนด์ก็ไม่ออมแรงเลยแม้แต่น้อย กำปั้นของเขาทะลวงเข้าใต้ชายโครงของคู่ต่อสู้เข้าอย่างจัง เพียงแค่หนึ่งวินาทีการต่อสู้ก็รู้ผลแพ้ชนะ นี่นับว่าเป็นการประลองหรือไม่ ผู้ที่ยืนดูอยู่ก็ไม่แน่ใจ ถ้าจะบอกว่ามันเหมือนกับผู้ใหญ่รังแกทารกก็เหมือนจะไม่เกินจริงเลย ชายผู้ห้าวหาญเมื่อหลายวินาทีก่อนตอนนี้นอนกุมท้องตัวงอเป็นกุ้งที่ร่มไม้ใต้กำแพง แกรนด์เดินตามเข้าไปใกล้พร้อมกับนั่งยองๆ ลงข้างๆ สายตาของเขากวาดไปทั่วร่างที่นอนหมดสภาพพร้อมกับสองมือที่เอื้อมไปแตะกาย กลุ่มของคร็อกคัสชะโงกดูอยู่ห่างๆ โดยไม่กล้าขยับไปไหน แต่กระนั้นก็ยังดูไม่ชัดว่าแกรนด์กำลังจะทำอะไรกันแน่ เขากำลังเข้ามาช่วยดูอาการคู่ต่อสู้งั้นหรือ? เปล่า..ที่แกรนด์กำลังทำคือค้นตัวเผื่อจะเจออะไรติดมือกลับไปต่างหาก! ในแหวนมีของพอใช้ได้อยู่หลายชิ้น เทียบกับค่าเสียเวลานิดหน่อยก็นับว่าคุ้มค่า เมื่อกวาดทรัพย์สินเสร็จเรียบร้อย แกรนด์ก็ไม่ลืมที่จะใช้การข่มขวัญเพื่อฝังความกลัวไว้ในจิตใต้สำนึกของอีกฝ่าย นี่เป็นวิธีการที่จะช่วยป้องกันไม่ให้ความลับของเขารั่วไหลจากปากของผู้ที่เคยเห็น
“หมดธุระแล้ว ไปกันเถอะ”
แกรนด์เอ่ยกับเอเลน่าก่อนที่ทั้งสองจะเดินจากไปเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น หลังจากทั้งคู่ไปแล้ว กลุ่มของคร็อกคัสก็ตรงเข้าไปเพื่อดูอาการคนเจ็บ ปรากฏว่าไม่มีกระดูกส่วนไหนหักแต่อย่างใด เรื่องนี้ทำให้พวกเขาทุกคนโล่งอก
“เฮ้ย!!!”
เคลวิสแหกปากออกมาซะดังลั่น คนอื่นๆ ที่ดูอาการอยู่ก็พลอยสะดุ้งไปด้วยเพราะนึกว่าไอ้วายร้ายนั่นมันวกกลับมา
“อะไรของเจ้า?”
“หาย! มันหายไปไหน? แหวนของข้าหายไปอีกแล้วขอรับคุณชาย”
เคลวิสพูดพลางยกมือของตนให้คร็อกคัสดู เขาเพิ่งรู้ตัวตอนที่เตรียมจะนำเอายาฟื้นฟูร่างกายออกมารักษาพี่ชาย แต่กลับพบว่าแหวนของเขาหายไปแล้ว
“ของข้าก็หายขอรับ!”
“ข้าด้วย!”
คนอื่นๆ พากันสำรวจดูต่างพบว่าแหวนบนนิ้วของตนก็หายไปเช่นกัน
“เฮ้ย! ของข้าก็ด้วย!”
คร็อกคัสอุทานออกมาอย่างตกใจ มันหายไปตอนไหน? แหวนของทุกคนหายไปพร้อมๆ กัน? จะว่าไปเรื่องทำนองนี้ก็เคยเกิดมาแล้ว ตอนที่เจอแกรนด์ครั้งก่อน ตอนนั้นหายแค่ของเคลวิสคนเดียว แต่ดูตอนนี้สิ หายกันหมดยกกลุ่ม นี่มันอะไรกัน? ถ้าจะบอกว่าถูกแกรนด์ฉกไปก็ไม่น่าใช่ เพราะพวกเขารักษาระยะไม่ได้เข้าใกล้เจ้าวายร้ายนั่นเลย เพียงแค่ยืนดูอยู่ห่างๆ ตั้งแต่พบเจอจนจากไป แต่จะเพราะอะไรก็ช่าง ต่อจากนี้เมื่อเจอไอ้วายร้ายนั่นอีกคงต้องหลีกหนีให้ไกลจากมันที่สุด เจอมันทีไรมีแต่เรื่องซวยๆ เกิดขึ้นทุกที ครั้งที่แล้วโดนมันปั่นราคาเนื้อสวรรค์ในโรงประมูลยังเจ็บใจไม่หาย เพิ่งจะทำใจยอมรับได้แท้ๆ ว่าตนเสียค่าโง่ไป และเรื่องทำนองนี้จะไม่เกิดขึ้นอีก ใช่..เรื่องทำนองนี้ไม่เกิดขึ้นอีก แต่มันเกิดเรื่องใหม่ แหวนของเขาดันหายไปแบบไม่รู้ตัว คร็อกคัสถอนหายใจอย่างสุดเสียดาย แต่จะทำอย่างไรได้ เขาไม่ใช่คนอ่อนแออย่างที่พอเกิดเรื่องอะไรก็จะหนีไปฟ้องให้พ่อจัดการให้ สักวัน ข้าจะทำให้เจ้าเสียใจ! คร็อกคัสพูดในใจอย่างเจ็บแค้น
“โอ้ว! สมกับเป็นลูกชายคนเดียวของแม่ทัพใหญ่แห่งกลอเซน พกของมาขนาดนี้ นี่มันตู้สมบัติเคลื่อนที่ชัดๆ ฮ่าๆ”
แกรนด์ส่องเข้าไปในแหวนของคร็อกคัสพลางหัวเราะอย่างอารมณ์ดี เอเลน่ามองท่าทางของแกรนด์ด้วยใบหน้าเรียบเฉย นี่สินะที่เรียกว่าชินชา ถ้าเป็นแต่ก่อนเธอก็คงกลอกตามองบนไปแล้ว อูกิที่เกาะอยู่บนไหล่ของแกรนด์ยิ้มแฉ่งด้วยท่าทางภาคภูมิใจ แหวนทั้งหมดที่ได้มาจากกลุ่มของคร็อกคัสเป็นฝีมือของมันเอง แกรนด์ยกนิ้วโป้งให้กับความรู้งานโดยไม่ต้องสั่งของมัน สิ่งนี้เองที่เขาเรียกว่าแค่มองตาก็รู้ใจ
“หมอนั่นใช้วอริเออร์ฟอร์ซได้ห่วยจริงๆ”
เอเลน่าพูดขึ้นลอยๆ
“ต้องบอกว่าใช้แบบโง่ๆ มากกว่า ดูก็รู้ว่ามันเพิ่งจะเคยฝึกเรียกออกมาแค่ครั้งสองครั้ง ที่ใช้ออกมาเพราะอยากจะใช้อวดคน”
“การควบคุมพลังของร่างสถิตสูงกว่าคนปกติจนน่ากลัวจริงๆ”
เอเลน่าวิเคราะห์เปรียบเทียบดู ตอนที่แกรนด์หรือเซย์ร่าใช้วอริเออร์ฟอร์ซครั้งแรก พวกเขาสามารถควบคุมมันได้เหมือนฝึกมาแรมปี ช่างต่างจากคนทั่วไปที่ใช้สู้ครั้งแรกเหมือนอยู่คนละมิติ
“ก็พวกข้ามีพรสวรรค์ เหอะๆ ๆ”
แกรนด์หัวเราะออกมาเบาๆ อย่างพึงพอใจ
ก่อนจะกลับหมู่บ้านกัน ทั้งคู่เดินทางไปเยี่ยมพ่อของเอเลน่าที่โรงพยาบาล แต่ได้คุยกันครู่เดียวก็ต้องบอกลา ดูท่าทางช่วงนี้ท่านจะยุ่งๆ อยู่กับการรักษา เมื่อมีเวลาหมอฮาเวิร์ดบอกจะเดินทางไปเยี่ยมที่หมู่บ้านเอง
“ท่านรอข้านานรึเปล่า?”
เมื่อแกรนด์กับเอเลน่ากลับมาถึงก็เห็นเวสก้ากับอริสนั่งดื่มชาอยู่ที่โต๊ะรับรอง อีกฟากหนึ่งของโต๊ะมีบ็อบกับครีทนั่งโม้วีรกรรมจนน้ำลายแตกฟองเป็นเพื่อน
“ข้าไม่รู้สึกว่านานนะ นั่งคุยกับพวกเขารู้สึกสนุกจนลืมเวลาไปเลย”
เวสก้าตอบมาพร้อมกับใบหน้ายิ้มแย้ม
ท่านได้พบกับลูกชายคนเล็กรึยัง ช่วงนี้ฝีมือของเขาพัฒนาขึ้นมาก
“พบแล้ว ขอบคุณที่ท่านดูแลเขาและลูกสาวข้าเป็นอย่างดี”
“ท่านเวสก้าไม่ต้องเกรงใจไป คนกันเองทั้งนั้น จะว่าไป วันนี้ท่านมีเรื่องอะไรจะคุยกับข้าถึงได้มาแต่ไก่โห่เชียว”
“ขออภัยที่ไม่ได้แจ้งท่านล่วงหน้าว่าจะมา”
คำพูดของเวสก้าที่แต่ก่อนค่อนข้างวางมาดพ่อค้าใหญ่ แต่ตอนนี้ท่าทางของเขาแสดงออกถึงความเคารพต่อแกรนด์มากขึ้น เมื่อถามถึงเรื่องธุระ ภายในแววตาของเขาพลันแสดงความเศร้าออกมาเล็กน้อย
“ดูเหมือนว่าทางเราจะถูกทางการเมืองกลอเซนกีดกันการค้าเข้าซะแล้ว”
“หืม? กีดกันการค้า?”
“เมื่อเดือนที่แล้วจู่ๆ ทางการก็ยกเลิกสิทธิ์ค้าขายสินค้าบางอย่างกับเรา แล้วเอาไปให้กลุ่มอื่น แม้ช่วงแรกข้าจะไม่ค่อยแน่ใจเท่าไหร่ แต่พอเวลาผ่านไปมันก็ยิ่งชัดขึ้น คล้ายกับว่าผู้มีอำนาจบางคนคอยจับตาเราเป็นพิเศษ”
“แบบนี้นี่เอง”
“ข้าจึงมาหารือกับท่านเรื่องการค้าระหว่างเมือง”
“อยากกีดกันการค้าในเมืองก็ให้พวกมันทำไป ยังไงตอนนี้เรามีจุดกระจายสินค้าอยู่แล้ว ข้าจะส่งแร่ชนิดต่างๆ จากเอโดราสมาที่นี่ ของพวกนี้ทางการกลอเซนต้องการเพราะมีความสำคัญทางการทหาร ราคาก็ค่อนข้างสูง ถึงทางการไม่ซื้อคนอื่นก็ต้องซื้อ มันจะกีดกันได้เท่าไหร่เชียว ทางท่านล่ะ มีความเห็นว่าอย่างไร?”
แกรนด์ถามความเห็นจากเวสก้า ดูจากสีหน้าก็รู้ว่าหัวหน้ากลุ่มการค้าผู้นี้กังวลกับเรื่องที่เขากำลังเจอมากแค่ไหน
“ข้าก็คิดเช่นนั้น การค้าขายระหว่างเมืองมีกำไรมหาศาลก็จริง แต่ก็มีความเสี่ยงระหว่างทางสูงมากเป็นเงาตามตัว”
“ท่านไม่ต้องห่วง ข้าจัดการเรื่องนี้แล้ว ผู้คุ้มกันสินค้าทุกรอบจะเป็นคนจากค่ายเจ็ดดาวทั้งหมด”
“ห๊ะ!!!”
เวสก้าตกตะลึงกับคำตอบที่ได้รับ จ้างคนของค่ายเจ็ดดาวคุ้มกัน? นี่มันต้องใช้ค่าจ้างที่สูงลิ่วขนาดไหนเขาย่อมรู้ดี แต่แกรนด์กลับบอกด้วยท่าทีสบายๆ ว่าจ้างคุ้มกันทุกรอบ? แม้แต่ตระกูลของเขาที่ค้าขายมาหลายชั่วอายุคนยังไม่เคยจ้าง นั่นเพราะพวกเขาไม่มีความจำเป็นใดๆ การค้าขายในเขตกลอเซนกับเมืองย่อยต่างๆ ในเขตปกครองก็ไม่ต้องเสี่ยงอันตรายขนาดนั้น หรือนี่จะเป็นโอกาสในการขยายกิจการไปสู่ขอบเขตใหม่? แต่เมื่อนึกถึงมันก็พลันอดรู้สึกละอายใจไม่ได้ เวสก้าเคยคิดว่าตนคือพ่อค้าที่ช่ำชอง แต่บัดนี้กลับแก้ปัญหาของตนไม่ตกจนต้องวิ่งมาพึ่งเด็กน้อย คนที่ในอดีตถึงขนาดมารับบริจาคลูกธนูจากร้านของเขา
“ข้าคิดว่าจะส่งสินค้าระหว่างเมืองเดือนละครั้ง คงต้องเตรียมแหวนมิติไว้เยอะๆ ซะแล้ว”
เมื่อฟังจากปากของแกรนด์ทุกคนก็พลันเข้าใจทันที สินค้าที่พวกเขาแลกเปลี่ยนไม่ใช่สิ่งมีชีวิต สามารถเอาใส่ไว้ในแหวนได้ ดังนั้นจึงไม่จำเป็นต้องมีขบวนคุ้มกันอะไรมากมาย เอาสินค้าใส่แหวนจากโน้นมาเทลงนี่ แล้วใส่จากที่นี่กลับไป สะดวกและประหยัดเวลา มันไม่เป็นที่นิยมเนื่องจากต้องมีแหวนมิติมากพอที่จะขนถ่าย การค้าขายระหว่างเมืองนั้นต้องมีสินค้ามหาศาลเพื่อให้ได้กำไรสูงสุด ดังนั้นจำนวนของแหวนมิติก็ต้องมากพอด้วย
“ท่านจะเรียกร้องค่าตอบแทนใดจากทางเรา?”
เวสก้าในตอนนี้สีหน้าคล้ำหมองลง ชัดเจนว่าแกรนด์วางแผนการค้าระหว่างเมืองไว้หมดแล้ว เขามีทั้งกลุ่มการค้า กลุ่มที่เคยเป็น 1 ใน 3 กลุ่มการค้าที่ใหญ่ที่สุดแห่งเอโดราส มีแรงงาน มีสินค้าและเหมืองในครอบครอง มีผู้คุ้มกันที่ติดต่อเอาไว้แล้ว นี่ก็ชัดพอที่จะบอกว่าหมู่บ้านนักล่าในตอนนี้ไม่ต้องพึ่งร้านของตนแล้ว
“ท่านเวสก้า ข้าถามท่านตรงๆ ท่านมีความทะเยอทะยานอยากจะไปสู่จุดที่ไม่เคยไปหรือไม่?”
แกรนด์เอ่ยขึ้นพร้อมกับจับจ้องไปที่แววตาของอีกฝ่ายอย่างจริงจัง
“แน่นอน ตอนที่เป็นผู้นำกลุ่มการค้าใหม่ๆ ข้าคิดอยู่เสมอเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เมื่ออายุล่วงเลยไป ข้าจึงเข้าใจว่าช่วงชีวิตนี้ข้าคงไม่มีโอกาสทำมันให้สำเร็จได้”
“แต่ข้าไม่คิดเช่นนั้น ช่วงชีวิตนี้ท่านทำได้แน่นอน และยังได้มีโอกาสเห็นมันเติบโตภายใต้ความสามารถของท่านด้วย มาเข้าร่วมกับพวกเราเถอะ ข้าจะให้ท่านดูแลกิจการทุกอย่างของข้า จุดที่ท่านฝันมาทั้งชีวิตว่าอยากก้าวไปให้ถึงอยู่ในที่การเลือกของท่านแล้ว”
เวสก้าชะงักไปทันทีเมื่อได้ยิน ให้ดูแลกิจการทั้งหมด? พูดออกมาง่ายขนาดนี้เลย? นี่ไม่เท่ากับบอกว่ายกกลุ่มการค้าให้ฟรีๆ งั้นหรือ? แม้แกรนด์บอกว่าให้ผลประโยชน์ตอบแทน 10% - 20% ของรายได้ต่อปี นี่ก็เป็นจำนวนเงินมหาศาลจนแทบไม่อยากเชื่อแล้ว แต่กับการบอกให้ดูแลกิจการทั้งหมดนี่มัน.. เวสก้าหลับตาสูดลมหายใจเข้าลึกเพื่อให้ร่างกายผ่อนคลายจากความเครียด ก่อนจะเอ่ยออกมาอย่างมั่นใจ
“ข้ายอมรับ ต่อจากนี้ทุกอย่างที่เป็นของข้าจะอยู่ภายใต้การควบคุมของท่าน ข้าสัญญาว่าจะนำพากิจการทุกอย่างของท่านไปสู่ความยิ่งใหญ่”
“ยินดีต้อนรับท่านสู่ครอบครัวของเรา ท่านเวสก้า คุณอริส”
แกรนด์ตอบพร้อมกับยื่นมือขวาออกมาข้างหน้า ทั้งสองจับมือกันเพื่อแสดงว่าต่อจากนี้ต้องล่มหัวจมท้ายด้วยกันแล้ว บรรยากาศเป็นไปด้วยความชื่นมื่น แกรนด์มอบหมายงานเกี่ยวกับการค้าทั้งหมดให้กับเวสก้าทันที โดยมีอริสเป็นผู้ช่วย ด้วยประสบการณ์ของเขาย่อมทำได้ดีโดยไม่ต้องจับต้นชนปลายใหม่เหมือนแกรนด์ คืนนี้มีงานเลี้ยงต้อนรับเช่นเคย ต้อนรับการมาของทุกคน หมู่บ้านนักล่าไม่ใช่หมู่บ้านเล็กๆ ที่มีประชากรไม่ถึงร้อยเหมือนตอนแรกตั้งอีกแล้ว เมื่อร้านเวสก้าหลอมรวมเข้ากัน ตอนนี้หมู่บ้านนักล่าก็มีประชากรทั้งในและนอกหมู่บ้าน จำนวนรวมกันประมาณพันห้าร้อยคนเข้าแล้ว งานเลี้ยงที่เป็นดั่งเทศกาลประจำหมู่บ้านคืนนี้ถูกจัดขึ้นอย่างยิ่งใหญ่จากความร่วมมือของทุกคน เนื้อสวรรค์จากกระทิงเขาเกลียวตัวแรกที่เหลืออยู่ร่วมพันกิโลกรัม ถูกนำออกมาปรุงเป็นอาหารในงานนี้ทั้งหมด นี่นับเป็นงานใหญ่ที่สุดตั้งแต่มีหมู่บ้านมา ค่ำคืนแห่งการฉลองผ่านไปด้วยความชื่นมื่น รุ่งเช้าทุกคนที่ตื่นมาต่างทำหน้าที่ของตนด้วยความขันแข็ง ตอนนี้ทุกคนต่างเชื่อมั่นในตัวของหัวหน้าหมู่บ้านอย่างหมดใจ
“ข้าชอบไส้กรอกนี่นะ ทำออกมาเยอะๆ มากเท่าไหร่ยิ่งดี”
แกรนด์พูดกับชายชราที่เป็นอดีตหัวหน้าหมู่บ้านหลังเขา
“รับทราบขอรับ”
ชายชรารับคำอย่างแข็งขัน แกรนด์คิดจะทำไส้กรอกไว้เป็นเสบียงและส่งขาย มันเป็นอาหารสำเร็จรูป อาหารชิ้นนี้เหมาะกับคนเดินทางอย่างยิ่ง เนื่องจากเป็นอาหารที่ถนอมและทำให้สุกด้วยการรมควัน ปรุงเสร็จสรรพแล้วในแท่งเดียว พกพาสะดวก ไม่ต้องหุงหาอาหารระหว่างทาง แหวนมิติเป็นสัญลักษณ์อย่างหนึ่งของผู้ที่มีฐานะดี ไม่ใช่ทุกคนที่จะมีมันได้ ดังนั้นอาหารของคนเดินทางส่วนมากที่ไม่มีแหวนจึงเป็นขนมปังแห้ง หรือไม่ก็เนื้อตากแห้งที่แข็งเหมือนกับหิน แถมยังฝืดคอเสียจนผู้คนส่ายหัวไปตามๆ กัน เรียกว่ากินกันตายก็คงไม่ผิดนัก ถ้ามีอาหารแปรรูปแบบนี้คงดีไม่น้อย คนที่ว่างงานก็เยอะ เอามาช่วยกันทำคงได้วันละไม่น้อย เรื่องวัตถุดิบก็คงให้อริสเป็นคนจัดการ
“เรื่องนั้นไปถึงไหนแล้ว?”
แกรนด์เดินตรงเข้าไปใจกลางของหอสมุด เวนไฮร์ที่ดูยุ่งเพราะกำลังนั่งขีดๆ เขียนๆ บางสิ่งลุกขึ้นมาต้อนรับ
“มีความคืบหน้านิดหน่อย แต่คิดว่าคงใช้เวลาพอสมควรในการถอดรหัส”
แกรนด์มองดูกระดาษที่ถูกเขียนจนรกเต็มโต๊ะก็เข้าใจ
“คืบหน้ายังไงมารายงานข้าด้วย”
เมื่อเห็นท่าทีของเวนไฮร์กำลังยุ่ง แกรนด์ไม่อยากจะรบกวนต่อ ตอนนี้เวนไฮร์กำลังศึกษาภาษาเซติค เขาพบว่าหนังสือโบราณที่แกรนด์ได้มาจากโรงประมูล มีอยู่เล่มหนึ่งที่เป็นหนังสือบันทึกอักขระและความหมายของภาษาเซติค แต่ดูเหมือนมันจะไม่สมบูรณ์เท่าไหร่ หนังสือพวกนี้เป็นของประดับอยู่ในห้องของหัวหน้ากลุ่มนกฮูกราตรี แน่นอนว่ามันเป็นของสะสมที่เจ้าตัวรู้แค่ว่าเป็นหนังสือโบราณ แต่ก่อนที่แกรนด์จะเดินออกไปเขาก็หันมากลับมาบอกกับเวนไฮร์
“คืนนี้เข้ามาที่บ้านหลัก ข้ามีบางสิ่งจะให้”
“รับทราบ”
แกรนด์เดินออกมาข้างนอก ช่วงที่อยู่หมู่บ้านเขาก็จำเป็นต้องฝึกเช่นกัน เมื่อคิดได้เช่นนั้นก็ลอยตัวขึ้นและบินไปหุบเขาที่ห่างจากหมู่บ้าน เมื่อมาถึงก็เจอบ็อบฝึกอยู่ก่อนหน้าแล้ว ที่นี่เป็นสถานที่ฝึกประจำของพวกเขาตั้งแต่ก่อนฤดูหนาวแล้ว ไม่ใช่แค่แกรนด์ บ็อบ เอเลน่าจะมาฝึกที่นี่ ครีทเองก็ต้องเอาระเบิดแบบใหม่มาทดสอบแถวๆ นี้เช่นกัน ที่เป็นเช่นนั้นเพราะพวกเขามีพลังที่สูงมากเกินไป การฝึกในหมู่บ้านจึงไม่เอื้ออำนวย ขนาดแค่ซ้อมกันสนามยังพังยับ เพราะที่หมู่บ้านคือสนามหินทั่วๆ ไป ไม่ใช่สร้างจากหินมีค่าเช่นสนามของค่ายเจ็ดดาว สนามของที่นั่นขนาดเซย์ร่าระเบิดพลังจนหมดมันยังไม่มีแม้รอยขีดข่วน แม้จะอยากได้สนามแบบนั้นแค่ไหนแกรนด์ก็ต้องถอดใจ ของแบบนี้ไม่ใช่มีแค่เงินอย่างเดียวจะสร้างได้
“ลูกพี่ อีกไม่นานข้าจะก้าวข้ามท่านให้ได้!”
บ็อบตะโกนขึ้นเมื่อเห็นแกรนด์ลอยอยู่บนท้องฟ้า แกรนด์ยิ้มรับอย่างพึงพอใจ
“รีบก้าวมาสิ ข้าจะอดใจรอไม่ไหวแล้ว”
ทั้งสองแม้จะฝึกบริเวณเดียวกัน แต่ก็แยกกันฝึกเฉพาะส่วนของตน เมื่อฝึกจนมืดค่ำก็พากันกลับ ถึงช่วงสามทุ่ม ไคลน์กับเวนไฮร์เข้ามาหาแกรนด์ในห้อง บนโต๊ะทำงานของเขามียาสีทองสองขวดวางอยู่
“พวกเจ้าคงเห็นแล้วใช่รึเปล่า การขยายตัวอย่างรวดเร็วของหมู่บ้านทำให้งานกับหน้าที่ทับซ้อนกัน”
แกรนด์พูดขึ้นเมื่อทั้งคู่ยืนอยู่ต่อหน้าโต๊ะของเขา
“เห็นขอรับ”
ทั้งสองตอบพร้อมกัน สิ่งที่แกรนด์พูดหมายถึงกองกำลังคุ้มกันหมู่บ้าน ในตอนแรกหมู่บ้านแห่งนี้เป็นเพียงแหล่งรวมนักล่าฝึกหัด เวรยามแต่ละวันเป็นกลุ่มของนักล่าที่ผลัดเปลี่ยนเข้าเวรกันเอง แม้จะทำได้แต่ก็ไม่ค่อยมีประสิทธิภาพ เนื่องจากงานของพวกเขาคือการล่า แต่ก็มีหน้าที่ของการเฝ้าระวังหมู่บ้านควบคู่กันไป
“ข้าจะตั้งหน่วยเฉพาะขึ้นมา แล้วให้พวกเจ้าทั้งสองดูแล หน่วยแรกมีหน้าที่คุ้มกันหมู่บ้านโดยตรง สมาชิกคัดเอาจากคนที่แข็งแกร่งที่สุด 15 คน ฝึกเป็นพิเศษเพื่อให้เป็นหน่วยที่แข็งแกร่งที่สุดของเรา ข้าจะให้ชื่อหน่วยว่า ‘พยัคฆ์แห่งรุ่งอรุณ’ เวนไฮร์ ให้เจ้าดูแลหน่วยนี้ ส่วนอีกหน่วยเน้นการติดตาม แกะรอย สำรวจ ทำงานแฝงตัวเป็นเสมือนเงา คัดเอาสมาชิกที่มีคุณสมบัติในด้านนี้ 15 คน ให้เป็นหน่วย ‘หมาป่าแห่งรัตติกาล’ ไคลน์ เจ้าดูแลหน่วยนี้ เนื่องจากจากทั้งสองหน่วยมีหน้าที่เฉพาะ อุปกรณ์ อาวุธ ชุด ข้าจะหาให้ทั้งหมด พวกเขาไม่ต้องไปล่า แต่จะได้รับเงินเดือนจากข้าโดยตรง เจ้าสองคนมีอะไรจะเสริมรึเปล่า?”
“ถ้าเกิดมีการสู้รบในรูปแบบกองทัพล่ะขอรับ?”
“หน่วยพยัคฆ์เป็นเสมือนหัวหน้าทหาร มีนักล่ากลุ่มต่างๆ เป็นลูกน้อง ส่วนหน่วยหมาป่าเป็นเสมือนองครักษ์ คอยดูแลปกป้องบุคคลสำคัญ มีคำถามเรื่องไหนอีก?”
“ไม่มีขอรับ”
“อืม..ถ้างั้นข้าจะข้ามมาที่เรื่องถัดไปเลยแล้วกัน พวกเจ้าเห็นยาสองขวดนี่แล้วสินะ หยิบไปคนละขวดสิ”
“หัวหน้า ยานี่คือ?”
“ยาเพิ่มระดับพลังสูตรพิเศษที่ปรุงขึ้นมาให้พวกเจ้าโดยเฉพาะ ใช้สมุนไพรเกือบเกลี้ยงสวนแต่ผลิตได้สามขวด และข้าคิดว่าภายในรอบหลายปีนี้เราคงไม่มีปัญญาสร้างมันขึ้นมาได้อีก ยานี้อาจช่วยทำให้พวกเจ้าก้าวข้ามขีดจำกัดของตนได้ง่ายขึ้น”
ยานี้นอกจากจะใช้สมุนไพรของเอเลน่าแทบจะยกสวน มันยังกลั่นออกมาโดยมีแกนชีวิตแวมไพร์เป็นส่วนผสมหลัก และตัวสมุนไพรบางตัวที่ได้มาจากค่ายเจ็ดดาวเป็นส่วนผสม การทุ่มทรัพยากรขนาดนี้ยังผลิตได้แค่เพียงสามขวด ดูเหมือนผลของมันจะรุนแรงเสียจนเอเลน่าเปรยว่าไม่เหมาะกับร่างกายของมนุษย์ แกรนด์นึกย้อนกลับไปเมื่อวาน เขาได้มอบยาขวดแรกให้บ็อบทดสอบเรียบร้อยแล้ว เจ้าตัวถึงกับออกปากว่าจะเร่งฝึกให้ก้าวข้ามแกรนด์ นี่เป็นตัวชี้วัดประสิทธิภาพของมันได้เป็นอย่างดี ไคลน์กับเวนไฮร์ไม่ได้กังขาถึงประสิทธิภาพใดๆ ของยาที่แกรนด์มอบให้ พวกเขาหยิบขวดยาของตนขึ้นมาพร้อมกับดื่มมันลงไปอย่างไม่ลังเล