[จบ] นักพรตสาวไลฟ์สดทำนายชะตาพิชิตพันล้าน

    บทที่ 35 ผีน้อยที่คลุ้มคลั่ง

    บทที่ 35 ผีน้อยที่คลุ้มคลั่ง


    ห้องพักของซางโย่วอยู่ในสุดของมุมตึก ตอนที่เจียงชิงฉือเดินเข้าไปใกล้ เธอเห็นคนสองคนเดินออกมาจากข้างในด้วยสีหน้าตื่นตระหนก


    "เธอยืนเฝ้าอยู่ที่หน้าประตูนี่ ห้ามใครเข้าใกล้เด็ดขาด ฉันจะไปแจ้งผู้กำกับสักหน่อย แล้วจะรีบกลับมา"


    เมื่อเห็นผู้หญิงแต่งตัวเรียบร้อยกำลังจะเดินกลับมา เจียงชิงฉือรีบเลี้ยวซ้ายไปอีกระเบียงทางหนึ่งทันที


    คนรอบตัวซางโย่วน่าจะรู้จักและไม่ต้อนรับเธอ ดังนั้นควรหลีกเลี่ยงจะดีกว่า


    "คุณคะ ที่นี่เป็นพื้นที่พักของนักแสดง ไม่อนุญาตให้บันทึกภาพ กรุณาปิดการถ่ายทอดสดของคุณด้วย ที่นี่ไม่รับการสัมภาษณ์ กรุณาไปรอที่สถานที่ถ่ายทำ"


    เจียงชิงฉือชะโงกหน้าออกไปดู เห็นเธอขวางทางนักข่าวคนหนึ่งและบังคับให้ออกไป


    หลังจากแน่ใจว่าไม่มีใครแล้ว เจียงชิงฉือก็ทำท่าร่ายคาถาด้วยนิ้วมือ พร้อมท่องในใจ "ฟังไกลถึงแปดทะเล มองเห็นถึงห้าภูผา ภาพลวงตาในทะเล มายาไร้ที่สิ้นสุด จงปรากฏ!"


    ในพริบตา ทุกอย่างในห้องของซางโย่วปรากฏขึ้นตรงหน้าเธออย่างชัดเจนราวกับภาพฉาย


    "ลูกน้อยเป็นเด็กดี ลูกน้อยเชื่อฟังที่สุด แม่รักลูกน้อยของแม่มากที่สุดเลย..."


    ซางโย่วนั่งอยู่บนโซฟา ในอ้อมกอดของเธอมีทารกเปลือยกายที่มีศีรษะใหญ่กว่าปกติถึงสามเท่า


    ไม่ นี่ไม่สามารถเรียกว่าเป็นทารกได้ ไม่มีเด็กปกติคนไหนที่จะมีรูปร่างแบบนี้


    นี่คือผีทารก


    มันมีขนาดเท่าแขนท่อนล่างของซางโย่ว เป็นทารกที่ถูกผ่าออกมาเพื่อนำไปทำพิธีกรรมตั้งแต่ยังไม่ทันก่อร่างสมบูรณ์


    ผีทารกตนนี้มีผิวสีม่วงดำทั่วร่าง หัวใหญ่กว่าลำตัวถึงสองเท่า ดวงตาทั้งคู่ไม่มีส่วนที่เป็นสีขาวเลย มีแต่ลูกตาสีดำที่เหมือนจะระเบิดออกมาจากเบ้าตา


    ปากอ้ากว้าง ส่งเสียงอู้อี้ที่ฟังไม่รู้เรื่อง เมื่อขยับปากเปิดปิดจะเห็นฟันแหลมคมเหมือนฟันฉลาม


    ซางโย่วอุ้มเด็กไว้พลางปลอบประโลมไปพลางตัวสั่น ไม่กล้าแม้แต่จะมองสิ่งประหลาดในอ้อมกอด เต็มไปด้วยความหวาดกลัว


    "แม่ไล่พวกเขาออกไปหมดแล้ว ต่อไปจะไม่มีใครมารบกวนลูกรักของฉันอีก... ลูกรักน่ารักที่สุด ลูกรักว่าง่ายที่สุด..."


    จนกระทั่งเสียงอ้อแอ้ค่อย ๆ เงียบลง เธอจึงรวบรวมความกล้าเจรจา "ลูกรักจ๋า ดูสิ ที่นี่มีคนเยอะและสับสนวุ่นวาย มักจะมีคนไม่รู้จักกาลเทศะเข้ามา เหมือนเมื่อกี้ที่มาชนของเซ่นไหว้ของลูกรัก เรากลับบ้านกันดีไหม? แม่จะ... กรี๊ดดด!"


    ซางโย่วยังพูดหว่านล้อมไม่ทันจบ ผีน้อยหัวโตในอ้อมแขนก็พลันโกรธจัด อ้าปากเหมือนฉลามกัดเข้าที่ข้อมือของเธอ


    "โอ๊ย! เจ็บจะตายอยู่แล้ว!"


    ซางโย่วทั้งตกใจ ทั้งเจ็บ และกลัว เธอสะบัดมือขว้างทารกหัวโตออกไปทันที


    ผีทารกถูกเหวี่ยงไปกระแทกมุมโต๊ะแล้วตกลงพื้นดังโครม ถ้าเป็นคนปกติโดนกระแทกสองครั้งติดแบบนี้ ถ้าไม่หัวแตกเลือดออก ก็ต้องนอนนิ่งสักพักใหญ่ แต่มันกลับไม่เป็นอะไรเลยแม้แต่น้อย กลิ้งตัวลุกขึ้นจากพื้น แหงนหน้าขึ้นมองหน้าซางโย่วพร้อมแยกเขี้ยวแล้วหายใจฮัดฮัดใส่


    "ฟี้...ฟี้..."


    ม่านดำในดวงตาของมันเข้มขึ้นเรื่อย ๆ


    "ขะ...ขอโทษ...ฉันไม่ได้ตั้งใจ..."


    ซางโย่วเห็นสภาพของมันแบบนั้น ก็นึกถึงความหวาดกลัวเมื่อวานซืนที่ถูกมันโจมตี


    ใบหน้าของเธอซีดขาวด้วยความตกใจ รีบกล่าวคำขอโทษติด ๆ กัน ในใจรู้ว่าควรจะรีบย่อตัวลงไปปลอบให้มันหยุดโกรธ แต่ร่างกายกลับถอยหลังไปเรื่อย ๆ อย่างห้ามไม่อยู่เพราะความกลัว


    "แม่แค่เจ็บนิดหน่อย แม่ไม่ได้ตั้งใจจริงๆ นะ..."


    ผีทารกหัวโตโก่งตัวแล้วพุ่งเข้าใส่หน้าอกของเธอ ราวกับแมวที่คลุ้มคลั่ง มันจิกเสื้อผ้าของเธอแล้วอ้าปากกัดฉีก


    "อ๊าาา! หยุดเดี๋ยวนี้! ปล่อยฉัน! ถ้าไม่ใช่เพราะฉันเลี้ยงดูแก แกก็ตายไปนานแล้ว! ไอ้คนอกตัญญู ไม่รู้จักสำนึกบุญคุณ ยังกล้ามากัดฉันอีก! สักวันฉันจะ...! อย่ากัดคอฉัน อย่า อย่า... ขอโทษ ขอโทษ แม่ผิดเอง ขอโทษ..."


    ซางโย่วโกรธจัดที่ถูกมันกัด ทั้งตี ทั้งด่า ทั้งผลัก พยายามสลัดมันออก แต่ไม่เป็นผล ยังถูกมันปีนขึ้นมาที่คอ อ้าปากจะกัด


    ซางโย่วรีบยกแขนขึ้นป้องกัน ไม่กล้ายั่วโมโหมันอีก ร้องไห้ขอความเมตตา


    "ขอโทษ ๆ แม่ไม่ควรสลัดมือลูกออก แม่แค่เจ็บเลยออกแรงไปโดยไม่ตั้งใจ ที่แม่พูดไปเมื่อกี้ก็แค่โมโหไปชั่ววูบ แม่รักลูกที่สุด แม่ไม่มีทางทำร้ายลูกที่รักของแม่หรอก"


    "แม่จะให้เลือดลูกดื่ม ให้ลูกที่รักของแม่ดื่ม แม่ไปไหนก็จะพาลูกไปด้วย แม่จะไม่มีวันเอาเด็กคนอื่นมาแทนที่ลูกในชาตินี้ แม่รักลูกคนเดียว เอ็นดูลูกคนเดียว จะมีแค่ลูกคนเดียวตลอดไป..."


    คำพูดเหล่านี้ซางโย่วพูดซ้ำไปซ้ำมาไม่รู้กี่ครั้งต่อกี่ครั้ง


    เมื่อก่อนเวลาที่ต้องการให้ผีน้อยตนนี้ช่วยทำตามความปรารถนา ก็จะพูดจาหวานล้อมและหลอกล่อมันแบบนี้


    ซางโย่วไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมผีน้อยที่เดิมทีเชื่อฟังและทำตามคำสั่งทุกอย่างถึงได้เปลี่ยนไปเป็นแบบนี้


    ตอนนี้เธอต้องพยายามระงับความโกรธของมันเอาไว้


    ผีเด็กตนนี้ไม่ได้เลี้ยงมาอย่างไม่มีจุดประสงค์ แต่เป็นเด็กที่เธอตั้งใจตั้งครรภ์ขึ้นมา แล้วผ่าออกมาตอนท้องได้ 6 เดือน จากนั้นจึงให้อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญหลอมรวมร่างให้


    เพราะอาจารย์บอกว่าแบบนี้จะทำให้มีความจงรักภักดีและสนิทสนมกับเจ้าของมากขึ้น อีกทั้งยังเต็มใจที่จะช่วยเหลือเจ้าของให้สมปรารถนาอย่างสุดความสามารถ


    และตลอดมาก็เป็นเช่นนั้นจริงๆ


    เธอเคยอยู่ในวงการบันเทิงมาก่อน แต่มีความสามารถธรรมดา ทั้งการแสดงก็พอใช้ได้ หน้าตาก็ไม่ได้โดดเด่น งานที่ได้ก็แทบจะไม่มี ใช้เวลาห้าปีเสียเปล่า สูญเสียช่วงเวลาอันมีค่าของวัยสาว แม้แต่ยอดผู้ติดตามในเว่ยป๋อยังไม่ถึงแสนคน ไม่เห็นทางที่จะประสบความสำเร็จเลย


    ทว่านับตั้งแต่เลี้ยงผีทารกน้อยตนนี้มา เพียงแค่หนึ่งปีเธอก็เปลี่ยนจากนักแสดงไร้ชื่อเสียงที่ไม่มีใครรู้จัก มาเป็นดาราที่มีแฟนคลับนับล้านคนในปัจจุบัน งานโฆษณาล้นมือ ค่าตัวพุ่งสูงขึ้นเรื่อย ๆ และยังได้รับบทนำหญิงในผลงานยักษ์ใหญ่ที่นักแสดงหญิงทุกคนในวงการบันเทิงต่างจ้องจะแย่งชิง ได้ร่วมงานกับพระเอกขวัญใจมหาชน และจะได้รับส่วนแบ่งรายได้จากรายได้บ็อกซ์ออฟฟิศด้วย


    พูดได้ว่าการที่เธอกลายเป็นนักแสดงหญิงที่ร้อนแรงที่สุดในวงการบันเทิงทุกวันนี้ ทั้งหมดล้วนเป็นผลงานของผีทารก


    เธอจึงไม่กล้าละเลยในการบูชาดูแลมันเลยแม้แต่น้อย


    อารมณ์ของตุ๊กตาก็ค่อนข้างมั่นคง ทุกวันถูกเก็บไว้ในตู้บูชา เหมือนเป็นของประดับนำโชค


    แต่เหตุการณ์ผิดปกติเกิดขึ้นเมื่อไม่กี่วันก่อน


    น่าจะเป็นวันที่ซ่งโย่วสวี่ตาย


    หลังจากที่พวกเขาถ่ายทำที่สวนสนุกร้างเสร็จและกลับบ้าน จู่ ๆ ผีทารกก็เกิดอาการคลุ้มคลั่ง พุ่งชนตู้พระจนเกิดเสียงดังตึง ๆ


    ซางโย่วคิดว่ามันคงหิว จึงเจาะเลือดของตัวเองเล็กน้อยป้อนให้มัน และสามารถปลอบมันให้สงบลงได้


    แต่พอถึงเช้าวันรุ่งขึ้นสถานการณ์ก็ไม่ได้ดีขึ้นเลย ตอนที่เธอกำลังไหว้บูชา มันถึงกับแยกเขี้ยวใส่เธอ


    เธอรีบไปถ่ายทำ จึงให้ผู้จัดการไปสอบถามอาจารย์คนเดิมว่าเกิดอะไรขึ้น


    คืนนั้นเมื่อกลับถึงบ้าน เธอก็ถูกโจมตีทันที


    ผีทารกได้ทำลายแท่นบูชา กระโดดออกมาฉีกทำลายข้าวของในบ้าน โดยเฉพาะเสื้อผ้าที่เธอสวมใส่เมื่อวานให้ขาดเป็นชิ้น ๆ ทั้งบ้านเละเทะไปหมด


    เธอเพิ่งโดนหักหน้าที่บ้านเจียงชิงฉือแถมยังถูกแฉเรื่องแย่งแฟนของซางจื่อ ตอนนี้กำลังโมโหอยู่พอดี พอเห็นสภาพบ้านแบบนี้ก็ยิ่งฉุนขึ้นไปอีก จึงด่าผีทารกไม่ยั้ง


    ผีทารกที่เคยใจดีทำตามคำขอของเธอทุกอย่างจนเธอเหลิง ทำให้เธอลืมไปว่ามันคือผี ไม่ใช่เด็กทารกจริง ๆ


    เมื่อผีทารกกระโจนเข้าใส่ร่างของเธออย่างรวดเร็ว และกัดข้อมือของเธอจนเลือดไหลนอง เธอรู้สึกมึนงงไปชั่วขณะ และสัญชาตญาณก็ทำให้เธอพยายามสลัดมันทิ้ง


    ในความเจ็บปวดและหวาดกลัว เธอคว้ามีดผลไม้มาแทง แต่เมื่อพบว่ามีดไม่สามารถแทงทะลุร่างของมันได้ เธอจึงเริ่มรู้สึกกลัวอย่างแท้จริง


    เธอร้องไห้พลางขอโทษผีทารกพร้อมกับพูดจาอ่อนหวาน จนในที่สุดก็สามารถปลอบให้มันหยุดโจมตีได้ แต่ความคลั่งของมันยังไม่จางหาย




    คล้ายกับเรื่อง[จบ] นักพรตสาวไลฟ์สดทำนายชะตาพิชิตพันล้าน ที่คุณอ่าน