บทที่ 21
แม่เฒ่าร้านสุรา
“ร้านอาหารในเมืองหลวงไม่นับรวมโรงเตี๊ยมและหอสุราแม้ไม่มีถึงร้อยก็ต้องมีเก้าสิบ ร้านเหล่านั้นไม่ว่าจะรสชาติ หน้าตา ความประณีตรวมไปถึงเสี่ยวเอ้อร์ก็ไม่มีสิ่งใดให้ตำหนิติเตียน ดังนั้นผู้ที่มาใหม่ต้องคิดให้รอบคอบ คิดถึงความแปลกใหม่ที่เหล่าคนคร่ำครึคาดไม่ถึง” หากกล่าวถึงความคิดแปลกใหม่พิสดารและไหวพริบ ในบรรดาผู้คนรอบกายทั้งหมด กลับนึกถึงซิ่งหลิงขึ้นมาเสียอย่างนั้น
ซิ่งหลิงเอียงคอเห็นจิ้งเส้าหวงที่กำลังมองประเมินนางอยู่ก็หลุดยิ้ม นวยนาดนั่งบนพื้น วางคางลงบนตั่งยาว ยิ้มแย้มส่งสายตามองจิ้งเส้าหวง
“จริงๆ แล้วข้าน้อยก็พอมีความคิดอยู่บ้างเจ้าค่ะ แต่ตอนนี้ร้านชูฮั่วทำให้ใจว้าวุ่น ประเดี๋ยวเจอภูเขาประเดี๋ยวพบสายน้ำยากข้ามผ่าน” ซิ่งหลิงตีหน้าเศร้า ถอนใจเฮือกใหญ่ขยับปลายนิ้วแตะลงบนท่อนแขนแกร่ง ลากนิ้วสัมผัสอย่างเนิบช้า
“แต่ใช่ว่าไม่คิดช่วยเหลือคุณชายแบ่งเบาความหนักอกหนักใจนะเจ้าคะ ตัวข้าเป็นบ่าวเมื่อผู้เป็นนายไม่สบายใจย่อมต้องช่วยบรรเทา เพียงแต่อาจทำได้ไม่เต็มความสามารถก็เท่านั้น” ซิ่งหลิงสบประสานมองตาจิ้งเส้าหวงแล้วเผยสีหน้าหนักใจ
“ไม่รู้ว่าหากต้องการซื้อเรือนแถวในถนนตะวันตกต้องจัดการอย่างไร มีราคาเท่าใด ไหนจะเรื่องการรับสินค้ามาขาย ทั้งยังมีค่าใช้จ่ายต่อเติมซ่อมแซมร้านค้า เพียงแค่คิดก็เวียนหัวเหลือเกินแล้วเจ้าค่ะ การเปิดร้านค้ามิใช่เรื่องง่ายจริงๆ คุณชายปราดเปรื่องน่าเลื่อมใสเหลือเกิน”
“มากมารยา” จิ้งเส้าหวงมองนางเรียบๆ ยิ่งเห็นว่าซิ่งหลิงยิ้มแย้มยอมรับสีหน้าของเขาก็ยิ่งเย็นชา ใช้ปลายนิ้วดันหน้าผากของนางซ้ำๆ จนซิ่งหลิงแทบหงายเงิบไปด้านหลัง “ข้าต้องการความคิดแปลกประหลาดจากเจ้า แต่ตัวข้าก็ไม่คิดมอบความช่วยเหลือให้แก่เจ้า หากเป็นเช่นนี้จะทำอย่างไร หืม”
“ร่ำไห้ใช้น้ำตาหญิงงามดีหรือไม่เจ้าคะ” ซิ่งหลิงถามดังขอความคิดเห็น มุมปากมีรอยยิ้มเบาบาง เอียงคอครุ่นคิดอีกหน
“หรือก่อเรื่องราวใหญ่โต คิดสั้นผูกคอกับขื่อคานดีเจ้าคะ” นางลากเสียงยาว หันมองรอบๆ นัยน์ตาก็ไปหยุดอยู่ที่แจกันใบใหญ่ตั้งประดับอยู่ไม่ไกลก็เอื้อมมือไปจับไว้
“หรืออาละวาดทำลายข้าวของดีเจ้าคะ”
“ไม่ว่าอะไรล้วนกล้าทำกระมัง” จิ้งเส้าหวงมองฝ่ามือขาวบางที่จับแจกันเตรียมผลักให้ล้มจึงเค้นเสียงหัวเราะ
“หากซิ่งหลิงปรารถนาสิ่งใดต่อให้ต้องกลายเป็นหญิงบ้าเสียสติก็จะทำเจ้าค่ะ”
“หากเป็นตระกูลอื่นด้วยความอวดดีนี้ของเจ้าคงถูกลากตัวไปโบย จับขังในห้องเก็บฟืนไม่อาจมองเห็นแสงเดือนแสงตะวันอีกต่อไป”
“แล้วเหตุใดคุณชายไม่ทำเล่าเจ้าคะ” ซิ่งหลิงถอนใจด้วยความผ่อนคลาย ไม่เกรงกลัวคำขู่ของเขา นัยน์ตาทอด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าก็รู้ เหตุผลที่ยังสามารถอยู่ตรงนี้ได้เพราะเจ้ายังมีประโยชน์”
จิ้งเส้าหวงยื่นหน้าเข้าไปใกล้จนปลายจมูกแทบแตะสัมผัส นัยน์ตาพราวระยับเปี่ยมด้วยความเจ้าเล่ห์ แววตาของนางมีทั้งความท้าทายและความดื้อรั้น ไร้ความเกรงกลัวหรือประหม่า แม้ถูกจับจ้องกดดันด้วยสายตาทว่าใบหน้าของซิ่งหลิงยังคงความถือดีอยู่เต็มเปี่ยมแม้แต่มือก็ยังไม่คลายออกจากแจกัน ผ่านไปอึดใจหนึ่งจิ้งเส้าหวงจึงพ่นลมหายใจแรงๆ
“หากเรื่องร้านค้าของข้าเสร็จสิ้น ร้านชูฮั่วของเจ้าข้าจะให้ชุนจี้ให้คำปรึกษา คิดว่าอย่างไร”
“คุณชายมีเมตตาซิ่งหลิงจะกล้าปฏิเสธน้ำใจของคุณชายได้อย่างไร” ซิ่งหลิงยิ้มกว้างจนตาหยี คลายมือออกจากแจกัน หันมาจับมือของจิ้งเส้าหวง สอดนิ้วตนเองเข้าพัวพันนิ้วสากด้านของจิ้งเส้าหวงอย่างซุกซน
ฝ่ามือของนางอ่อนนุ่มเรียบลื่น ทั้งที่เป็นสตรีเรือนหลังไม่ควรยุ่งเกี่ยวกับการปกครองแท้ๆ แต่ผู้ใดไหนเลยจะรู้ว่าตั้งแต่พบนางเรื่องราวหนักอกหนักใจยากแก้ไขกลับคลี่คลายได้โดยง่าย ด้วยความคิดแปลกประหลาดที่ผู้อื่นคาดคิดไม่ถึง
“ได้ยินว่าในเมืองว่านมีร้านสุราเล็กๆ ร้านหนึ่ง มีแม่เฒ่าเป็นเถ้าแก่เนี้ยคอยจัดการดูแลเรื่องต่างๆ ร้านสุราย่อมต้องมีสุราหลากหลายเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้า ทว่าน่าแปลกของเลื่องชื่อที่สุดของร้านกลับมิใช่สุรา” ซิ่งหลิงยิ้มแย้ม ใช้ปลายนิ้วไล้ไปตามหลังมือของเขา สัมผัสเล็กๆ น้อยๆ นี้ดึงดูดสายตาของจิ้งเส้าหวงให้มองตาม
“สิ่งใด สาวงามหรือ” น้ำเสียงกลั้วหัวเราะของเขาทำให้ซิ่งหลิงยิ้มแย้ม น้ำเสียงกระเง้ากระงอด
“หากเป็นเมื่อก่อนคุณชายจะดื่มสุราเคล้านารีก็ไม่เป็นไร แต่ตอนนี้คุณชายอย่าได้ดูแคลนแรงริษยาของสตรีจะดีที่สุดนะเจ้าคะ”
จิ้งเส้าหวงเพียงแค่หัวเราะเสียงต่ำ รอฟังว่าริมฝีปากฉ่ำวาวจะจำนรรจาเรื่องราวน่าสนใจอะไรออกมา
“ชื่อเสียงที่เล่าขาน สิ่งที่ทำให้ลูกค้าเฝ้ารอเข้าร้านสุราของแม่เฒ่าไม่ใช่ทั้งสุราและหญิงงาม แต่เป็นอาหารแกล้มสุราต่างหาก ไม่ว่าจะเป็นยำแตงกวา ผัดหอยลายหรือไก่แช่เหล้า อาหารแกล้มทั้งหมดในร้านล้วนเป็นที่สุด อร่อยจนต้องดูดนิ้วเลียก้นชาม แต่อร่อยก็เรื่องหนึ่ง อีกเรื่องกลับเป็นความตื่นเต้นที่ได้เฝ้ารอว่าวันนี้จะได้กินอะไร”
“หืม” แววตาซุกซนของซิ่งหลิงเจิดจ้าทอแสง ทำให้จิ้งเส้าหวงอยากรู้มากขึ้น
“แม่เฒ่าผู้นี้เอาแน่เอานอนไม่ได้ ดื้อรั้นเอาแต่ใจตน เมื่อวานขายไก่แช่เหล้า วันนี้ขายเนื้อตากแห้ง มะรืนขายน้ำแกงเนื้อ ในแต่ละวันแม่เฒ่าจะเป็นผู้ที่เลือกชนิดอาหารแต่ละโต๊ะด้วยตัวเอง
ลูกค้าที่เข้าร้านมาไม่อาจสั่งได้ตามใจ ต่อให้อยากกินผัดโป๊ยเซียนแต่หากแม่เฒ่าวางเต้าหู้ผัดพริกลงบนโต๊ะก็ไม่อาจร้องขอให้เปลี่ยน แต่จะว่าอะไรได้เล่าในเมื่อแม่เฒ่าผู้นี้รสมือล้ำเลิศไม่ว่าจะทำอะไรก็ล้วนอร่อยทั้งหมด
ผู้อื่นที่ได้กินขาหมูต้มเค็มพากันพูดถึงความอร่อย ทำให้ผู้ที่ไม่ได้กินขาหมูต้มเค็มอยากรู้ว่าจะอร่อยสักเท่าใด แวะเวียนเข้าร้านสุราทุกวันเพื่อลิ้มรสขาหมูต้มเค็ม แต่พอแม่เฒ่าไม่ได้ยกขาหมูต้มเค็มขึ้นโต๊ะก็ทำให้เสียดายและผิดหวัง แม้กระนั้นอาหารฝีมือแม่เฒ่าก็อร่อยอยู่ดีถึงจะไม่ใช่ขาหมูต้มเค็มดั่งที่หวังเอาไว้ก็ตาม แต่พอได้กินขาหมูต้มเค็มแล้วก็ได้ยินว่าผัดเปรี้ยวหวานนั้นเลิศรสเฝ้ารอจะได้กินผัดเปรี้ยวหวานต่อไป ท้ายที่สุดก็จะเป็นเช่นนี้ต่อไปเรื่อยๆ”
ซิ่งหลิงไหวไหล่เล็กน้อย มองจิ้งเส้าหวงกำลังจมอยู่ในความคิดก็ยิ้มมุมปาก ถอนใจพูดขึ้น
“ชนชั้นสูงในเมืองหลวงต่างเคยชินกับการพะเน้าพะนอเอาอกเอาใจ คิดสิ่งใดก็สมตามปรารถนาไปเสียทั้งหมด แต่หากชนชั้นสูงเหล่านั้นได้พบเจอความแปลกประหลาดของแม่เฒ่า ไม่ได้ในสิ่งที่ต้องการก็กระตุ้นความอยากเอาชนะ ทั้งยังมีความใคร่รู้เฝ้ารอคอย ถือเป็นความท้าทายอย่างหนึ่ง”
“ซิ่งหลิงเอ๋ยซิ่งหลิง เจ้านี่ช่าง...” จิ้งเส้าหวงพูดเพียงเท่านี้ก็เงียบไป รอยยิ้มกดลึกบนใบหน้า ปัดปอยผมปรกดวงหน้าเล็กจ้อย แววตาเจือความลึกล้ำมองนางด้วยความชื่นชมปะปนด้วยความซับซ้อน
ไม่ต้องให้คนไปตรวจสอบถึงเมืองว่านก็รู้ว่าแม่เฒ่าร้านสุราที่นางกล่าวถึงไม่มีตัวตนอยู่จริง รู้ทั้งรู้ว่านางกุเรื่องเพื่อไม่ให้เขาถามไถ่ว่าได้ความคิดเช่นนี้มาจากที่ใด แต่จิ้งเส้าหวงก็ไม่ได้ไล่ต้อนซิ่งหลิงให้จนมุม ยอมปิดตาข้างลืมตาข้าง
สิ่งที่ทำให้ตระกูลจิ้งสามารถขึ้นมาเป็นหนึ่งในคหบดีใหญ่ได้ก็เพราะความพลิกแพลงและความคิดที่ผู้อื่นคิดไม่ถึง
มาถึงตอนนี้จิ้งเส้าหวงก็ยังไม่เชื่อถือว่าอี้จีคนหนึ่งจะมีความสามารถลึกล้ำได้เพียงนี้ ในเมื่อนางมีประโยชน์จะให้ปล่อยทิ้งไปก็น่าเสียดาย โบราณว่าไว้จงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัว แต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ตัวยิ่งกว่า
อีกาที่ทาสีขาวช้าเร็วก็ต้องกลับไปดำดังเดิม เวลานี้นางอยากแสร้งเป็นหงส์ก็เป็นไปก่อนเถิด วันใดที่ใบหน้าที่แท้จริงเผยโฉมออกมา วันนั้นค่อยกำจัดทิ้งก็ยังไม่สาย