- 1 -
ถ่ายทอดคำสั่ง
เพ่ยอิงกำลังกลัว กลัวว่าลางสังหรณ์ของตัวเองจะเป็จริง!
เง็กเซียนฮ่องเต้หวั่นใจกับจอมมารป๋อเหวิน มารร้ายจิตใจมืดบอดไร้แสงสว่าง ถูกโซ่ตรวนรัดตรึงไว้ที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล ไม่มีท่าทีว่าจะดีขึ้น
หนังสือจากเง็กเซียนฮ่องเต้วางไว้ที่ตำหนักเหลียนฮวา ที่พำนักขององค์มหาเทพจวิ้นหยาง
“เพ่ยอิง มีหนังสือมาถึงเ้า”
“มหาเทพ ท่านอย่าให้เราไปไหนเลยนะ เราจะอยู่รับใช้ท่านเหนือชีวิต”
“อะไรของเ้า?”
“ไม่ว่าเง็กเซียนฮ่องเต้อยากให้เราทำสิ่งใด ท่านต้องไม่ยอม ท่านปฏิเสธไปเลย” เพ่ยอิงเอ่ยขอร้องอย่างสิ้นหวัง
“ลองอ่านก่อนดีไหม เผื่อว่าจะเป็งานทั่วไป”
มหาเทพจวิ้นหยางยิ่งใหญ่เทียมฟ้า ใต้หล้าให้ความเคารพอย่างยำเกรงในอำนาจของพระองค์ จะมีก็แต่เพ่ยอิง ราชเลขาส่วนพระองค์ ที่แทบจะเล่นหัวกันอย่างราวกับเป็สหาย
หนังสือถูกเปิดออกโดยมหาเทพจวิ้นหยาง เพ่ยอิงนั่งลงกับพื้นอย่างอ่อนแรงท้อแท้ เนื้อหาในหนังสือก็อย่างที่เพ่ยอิงสังหรณ์ใจ
“นานวันป๋อเหวินยิ่งอาการหนัก เพ่ยอิง เ้าลงไปที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล”
อะไรๆก็ไม่พ้นเพ่ยอิงคนนี้หรอก จะมารร้าย ิญญาคลั่ง ภูตผีปีศาจออกอาละวาด ไม่พ้นเทพอย่างเขาสักอย่าง
“ไม่อยากไป! เราไม่อยากไปเลย ฮรือออ....” ใครต่างก็รู้ว่าป๋อเหวินเป็อย่างไร จอมมารผู้ยิ่งใหญ่จิตใจโเี้ จนต้องจับไปคุมขังที่หุบเขาแห่งความมืด
“เพ่ยอิงเ้าไม่ใช่เด็กแล้วหนา เื่พวกนี้เ้าผ่านมันมานับไม่ถ้วนแล้ว” มหาเทพส่ายพระพักตร์ สายพระเนตรทอดมองอย่างเอ็นดู
“ท่านปฏิเสธได้มหาเทพ เราเป็ราชเลขาส่วนตัวท่าน อย่างไรเง็กเซียนฮ่องเต้เกรงท่านอยู่แล้ว”
“ข้าไม่อยากปฏิเสธ”
“โถ่....มหาเทพ เราไม่อยากไป เผชิญหน้ากับป๋อเหวินง่ายที่ไหนกัน”
“เ้ามีอาวุธศักดิ์สิทธิ์ กระบี่สาดแสงธาราของเ้าต่อกรกับทุกสิ่งได้อยู่แล้ว ไหนจะดวงตาที่สามของเ้าอีกเล่าเพ่ยอิง ป๋อเหวินไม่มีทางหยามเ้าได้แน่นอน”
“แต่ป๋อเหวินมีดาบอัคนีปีศาจ”
“เขาจะพ่ายทุกสิ่งที่เป็เ้า เลิกงอแงแล้วไปเตรียมตัวเสียที” เพ่ยอิงขมวดคิ้วหน้ายุ่งทันที มหาเทพพูดสิ่งใดเขาไม่เห็นเข้าใจ แต่ถึงอย่างนั้นก็ต้องยอมรับคำสั่งของเง็กเซียนฮ่องเต้
หุบเขาหนึ่งรัตติกาล มืดมิดมองไม่เห็นสิ่งใด ใช้กักขังความชั่วร้ายและสะกดพลังเอาไว้ ป๋อเหวินอยู่ในที่แห่งนี้มานานนับหลายร้อยปี เขาไม่มีทางหลุดพ้นตราบใดที่ใจยังคงมืดบอดเช่นนี้
เพ่ยอิงเดินทางมาถึงหุบเขาหนึ่งรัตติกาล สองเท้าแตะพื้นก็ััได้ถึงรังสีอำมหิตจากป๋อเหวิน
นี่ขนาดยังไม่ก้าวเข้าไปด้านใน จอมมารก็ปล่อยพลังออกมาทักทายทันที ไม่อยากคิดเลยว่าถ้าไม่โดนสะกดไว้ ป่านนี้เพ่ยอิงคงได้ไปนอนในหลุมดำที่ไหนสักแห่ง
ร่างกายของป๋อเหวินโดนตรึงด้วยตรวนขององค์ยูไล มีศิลาแก้วของมหาเทพจวิ้นหยางล้อมร่างกายเอาไว้ สายตาเปล่งแสงสีแดงสะท้อนกับศิลาแก้ว ทำเพ่ยอิงขนลุกซู่ไปหมดทั้งตัว
“ป..ป๋อเหวิน”
ให้ตายเถอะ! เสียงสั่นชะมัด เทพอย่างเขาไม่ควรต้องกลัวพวกมารสักนิด
“เทพอย่างเ้า อย่าคิดจองหองต่อหน้าข้า!”
“ต่อหน้าท่านแล้วมันอย่างไร?”
“อวดดี!!”
“ขอร้องล่ะป๋อเหวิน เราอยากกลับ์ ท่านช่วยมีจิตสำนึกขึ้นมาสักที”
“บังอาจ!!!!!”
หุบเขารัตติกาสั่นะเืเมื่อป๋อเหวินโกรธ จะบ้าตายกับสิ่งที่กำลังเผชิญ พลังของเขาใช่ย่อยที่ไหน เพ่ยอิงเกือบทรงตัวไม่อยู่แล้วเมื่อครู่
“ป๋อเหวิน หนอย! ท่านเห็นว่าเรายังไงก็ได้รึ? ท่านมันบ้าคลั่ง เหมือนพวกสุนัขในน้ำแข็ง”
“เทพชั้นต่ำ!” จอมมารเค้นเสียงรอดไรฟันออกมา ทว่าเพ่ยอิงยังคงยืนกอดอกไม่สะท้าน แววฟ้าครามดุจมวลน้ำในมหาสมุทรกำลังจดจ้องมาที่เขา
“นานมากแล้วนะป๋อเหวิน นานจนผู้นำเผ่ามารของท่านเปลี่ยนไป ไม่มีผู้ใดเอ่ยถึงท่าน พวกเขาไม่สนใจว่าท่านจะโดนกักขังอยู่ที่ไหน”
“.....”
“เสวี่ยชิงเหอเป็ผู้นำเผ่ามารในเวลานี้”
ดวงตาแดงก่ำอ่อนลงเล็กน้อย แล้วแปรเปลี่ยนเป็ความโกรธแค้นขึ้นมา เพราะ์ที่กักขังเขาไว้ต่างหาก ทำให้เื่มันแย่เช่นนี้ ไม่ว่าอย่างไรจอมมารป๋อเหวินก็ละความแค้นนี้ไม่ได้
“ข้าเกลียด์ เกลียดเทพอย่างเ้า!”
เพ่ยอิงไม่รู้เลยว่าเพราะอะไรที่ทำให้ป๋อเหวินแค้นใจ์นัก จึงทำอะไรสิ้นคิดด้วยการบุกไปถล่ม์จนย่อยยับ และลงเอยด้วยการโดนขุมขังเหมือนสัตว์เลี้ยงตัวหนึ่ง
“เราจะอยู่จนกว่าท่านจะเปลี่ยน”
“ไม่มีวันนั้น!”
“เอาเลยป๋อเหวิน เราจะคอยดูว่าท่านจะเป็เช่นนี้ได้อีกนานแค่ไหน” รอยยิ้มของเพ่ยอิงทำให้ป๋อเหวินหงุดหงิด หากหลุดไปได้ละก็เขาจะขย้ำคอขาวๆนั่นเสีย
เพ่ยอิงเป็เทพน่ารังเกียจในสายตาของป๋อเหวิน หน้าขาววอกเอาแต่เดินลอยไปมา ปากก็พูดไม่หยุดจนน่าหนวกหู การอยู่กับเทพในที่แห่งนี้เริ่มเป็ความทุกข์ทรมาน
“ป๋อเหวิน หากไม่ตอบเราล่ะก็ จะพูดมันอยู่แบบนี้ไม่หยุดเลย”
“เงียบ!!!!”
“ฮ่าฮ่า! ทำไมเล่าสหาย ท่านไม่ควรโมโหกับเื่เล็กน้อยพวกนี้นะ” แม้ว่าเพ่ยอิงจะทำเป็สนุกสนาน แต่ในใจของเขาอยากร้องไห้ออกมาทุกเวลา ในหุบเขาแห่งนี้ทั้งหนาวเย็น พื้นก็แข็ง อาหารไม่อร่อย ป๋อเหวินเองก็ไม่มีทีท่าจะดีขึ้นสักนิด
มหาเทพจวิ้นหยางและเง็กเซียนฮ่องเต้กำลังมองเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เพ่ยอิงทำหน้าที่ของตัวเองได้ดี และดูเหมือน่นี้ป๋อเหวินจะไม่ได้ใช้พลัง
“ราชเลขาของพระองค์ไม่เคยทำเราผิดหวัง ข้ายังคิดอยู่ว่าถ้าป๋อเหวินไม่ดีขึ้น เราคงต้องกำจัดเขาทิ้ง”
“รอชมต่อไปเถิดเง็กเซียน ดูว่าเพ่ยอิงทำสิ่งใดได้บ้าง”
“ถ่ายทอดคำสั่งของข้าออกไป นับจากนี้คอยอารักขาราชเลขาของมหาเทพจวิ้นหยาง หากไม่มีความจำเป็ อย่าเข้าใกล้หุบเขาหนึ่งรัตติกาลเป็อันขาด ข้าไม่้าให้ป๋อเหวินต่อต้าน”
“พะยะค่ะ ฝ่าา”
มหาเทพจวิ้นหยางกลับวังเหลียนฮวา และพบกับองค์ยูไลที่กำลังรอพระองค์มานานนับชั่วโมง
“ท่านมีสิ่งใดหรือ”
“มหาเทพจวิ้นหยาง ท่านคงไม่ลืมหรอกใช่ไหม”
“หืม?”
“ชะตาชีวิตของเพ่ยอิงไม่ใช่เื่ล้อเล่น เด็กนั่นเป็ศิษย์ของเราเพียงหนึ่งเดียว” องค์ยูไลตอบกลับด้วยท่าทีสงบ สมกับเป็พุทธองค์ของสรวง์
“ป๋อเหวินจะได้พบกับแสงสว่าง เขาไม่ใช่เด็กจิตใจมืดบอดเสียหน่อย”
องค์ยูไลลืมตามองไปด้านนอก ท้องฟ้าแดงเข้มเป็เขตของเผ่ามาร ที่ตอนนี้อยู่ในความดูแลของเสวี่ยชิงเหอ นางพญามารคู่หมั้นของจอมมารป๋อเหวิน
หุบเขาหนึ่งรัตติการหนาวเย็นมากทุกวัน เพ่ยอิงต้องสวมชุดหนาชิ้นปกป้องร่างกาย ใครว่าเป็เทพแล้วพลังแก่กล้าไม่ร้อนหนาว อย่างไรเทพก็ยังมีความรู้สึก มารเองก็มีความรู้สึกเช่นเดียวกัน
ฟึบ! เปลวไฟแก้หนาวของเพ่ยอิงดับลง ร่างของใครบางคนปรากฏอยู่ด้านหน้า
“ชินอ๋องเยี่ยหลาง.....”
เพ่ยอิงลุกขึ้นทันที ชินอ๋องเยี่ยหลางอนุชาฝาแฝดของเง็กเซียนฮ่องเต้ เขาคือเ้าแห่งปรภพของโลกิญญา ควบคุมทั้งมาร ปีศาจ และภูตผีิญญาทุกดวง
“เ้าเองหรือเพ่ยอิง เสด็จพี่บ้าไปแล้วหรืออย่างไรถึงส่งเทพมาอยู่ในที่แบบนี้”
“ท่านมาทำอะไรที่นี่”
“ข้าหรือ ข้าก็แค่อยากมาดูโฉมหน้าของคนที่ทรยศเผ่ามาร ทำเื่ชั่วช้าเช่นเ้านี่น่ะสิ” ชินอ๋องเยี่ยหลางแสยะยิ้มให้กับร่างของป๋อเหวิน
“ท่านอย่าเข้าใกล้เขา”
“เพ่ยอิง เ้าไม่ควรขวางข้าหรอกนะ” ั์ตาม่วงของชินอ๋องเยี่ยหลางชวนลุ่มหลง แต่เพ่ยอิงก็เลือกหันหน้าไปทางอื่นแทน มองไปที่ศิลาแก้วก็พบว่าป๋อเหวินกำลังลืมตาขึ้นมา
“่นี้ป๋อเหวินกำลังดีขึ้น ชินอ๋องเยี่ยหลาง เราขอร้องท่านเถอะนะ”
“ดีขึ้น? เ้าคิดว่าตัวเองเปลี่ยนมารร้ายให้ดีได้หรืออย่างไร”
“ชินอ๋องเยี่ยหลาง อย่าทำเช่นนี้กับเขา มิเช่นนั้นมหาเทพจวิ้นหยางไม่อยู่เฉยแน่ ท่านจะรับไหวหรือที่จะต่อกรกับองค์ยูไล”
“เพ่ยอิง เ้าคิดว่ากำลังข่มขู่ผู้ใดอยู่”
ชินอ๋องเยี่ยหลางมองผ่านเพ่ยอิงไป ก็พบว่าป๋อเหวินกำลังสะกดอารมณ์ของตัวเอง เพราะเขารับรู้ได้ว่าบริเวณที่ยืนอยู่สั่นะเื จึงแสยะยิ้มให้ก่อนจะหันหลังเดินออกไป
เทพหนุ่มหมดแรงนั่งลงกับพื้น หัวใจเขาเต้นระรัวด้วยความหวาดกลัว ชินอ๋องเยี่ยหลางตั้งใจมาทำอะไรที่นี่กันแน่ ยิ่งคิดก็ยิ่งเหนื่อยล้าและเหน็บหนาวเหลือเกิน
“ป๋อเหวิน ท่านไม่เป็อะไรใช่หรือเปล่า”
“......”
“ชินอ๋องเยี่ยหลางน่ากลัวชะมัด”
“เทพใจเสาะ”
“เราเป็ศิษย์เอกขององค์ยูไล ท่านสั่งสอนให้เราเอาน้ำดับไฟ ไม่ได้สอนให้เอาไฟโหมสู้ไฟ”
“งี่เง่า!!!!”
“ไม่เอาน่าป๋อเหวิน เลิกปล่อยพลังสักทีได้ไหม พื้นมันะเืเราเวียนหัว” เพ่ยอิงเริ่มชินกับป๋อเหวินมากขึ้น และสามารถต่อปากต่อคำได้อย่างไม่เกรงกลัวเหมือนตอนแรก
“ออกไปได้ข้าจะควักลูกตาของเ้า!”
“อืม”
ป๋อเหวินมองเห็นเทพหนุ่มกำลังจุดไฟ เพ่ยอิงเหมือนมวลน้ำในมหาสมุทร ในขณะที่เขาเป็ไฟร้อนแรงพร้อมโหมกระหน่ำ ดวงตาฟ้าครามคู่นั้นกำลังจ้องเพลิงไฟตรงหน้า
“ข้าไม่มีวันเปลี่ยนใจ เลิกพยายามได้แล้ว!”
“จอมมารอยากครอง์หรือเปล่า ออกไปท่านจะทำลายทุกสิ่งด้วยความรู้สึกส่วนตัว ถามจริงเลยป๋อเหวิน ท่านแค้นเคืองอะไรนัก”
“หุบปาก!!!”
“ชินอ๋องเยี่ยหลางอยากกำจัดท่าน –”
“ข้าบอกให้หุบปากไง!!!!” ป๋อเหวินเริ่มเกรี้ยวกราดใส่เพ่ยอิง เทพหนุ่มจึงต้องยกมือขอยอมแพ้ ขืนยังพูดต่อเขาคงเวียนหัวจนอ้วกออกมาแน่
ทหารอารักขาขึ้นไปรายงานเง็กเซียนฮ่องเต้ ถึงการมาของชินอ๋องเยี่ยหลางที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล
“เยี่ยหลางทำสิ่งใดหรือไม่”
“ไม่เลยพะยะค่ะ ราชเลขาเพ่ยอิงขวางเอาไว้ได้”
“เ้าเฝ้าไว้อย่าให้คลาดสายตา”
“พะยะค่ะ ฝ่าา”
เง็กเซียนฮ่องเต้มองลงไปที่หุบเขาหนึ่งรัตติกาล หวังว่าป๋อเหวินจะค้นพบหนทางสว่างเสียที