เวลาผ่านไปหลินตงตอนนี้กลับมาสวมชุดคลุมที่ปิดทึบอย่างเช่นเดิม นัยน์ตาเขาเปล่งประกายภายใต้ชุดคลุมพลางจ้องมองไปยังเบื้องหน้าที่มีแต่พายุทะเลทราย
เขาก้าวเดินวิ่งตามหลังขบวนของผู้ฝึกยุทธไปอยู่ไม่ไกล ต้องบอกก่อนว่ากว่าจะถึงสนามรบโบราณแห่งนั่นก็ยังต้องใช้เวลากว่าหนึ่งวันเต็มๆแต่ด้วยความเร็วของการเดินทางที่เร่งรีบทำให้สามารถย่นระยะเวลามาได้อยู่บ้าง
"เร็วเข้าว้อย ใครที่ยังไม่มีกลุ่มก็พยายามจับกลุ่มกันเอาไว้..!!"
"ยิ่งพวกเราอยู่กันมากๆเขาจะเป็นการดึงดูดสัตว์อสูรให้เขามามากยิิ่งขึ้น..!!"
แต่ละคนโบกไม้โบกมือเพื่อสั่งการกันยกใหญ่ ในเมื่อพวกเขามีจุดหมายเดียวกันแล้ว การเดินทางจับกลุ่มเพื่อป้องกันไปตลอดทางก็จะเป็นการดียิ่งกว่า
อีกฟากนึงของกลุ่มที่อยู่ไม่ไกล ร่างเงาสีดำมืดก็กำลังตามหลังอยู่ไม่ห่าง
"มรดกของเทพวิญญาณยุทธที่ทรงพลังที่สุดยังงั้นเหรอ? ข้าคิดว่ามันมีอยู่จริงๆ ด้วยวิธีการของคนระดับนั่นทำให้ราชวงศ์ชิงหลงไม่สามารถพบเจอมันได้หรือว่ามรดกมันจะมีความนึกคิดกันนะ..!!"
ระหว่างทางที่ชายหนุ่มวิ่งไปก็ยังคงครุ่นคิดไปด้วยอย่างหนัก เทพวิญญาณยุทธที่แข็งแกร่งที่สุดสำหรับจักรพรรดิฟ้าแล้วมันอาจจะไม่ใช่ก็เป็นได้ คนอื่นๆอาจจะยังไม่รู้แต่ทว่าเขานั่นรู้ดี
เผลอๆตัวของจักรพรรดิฟ้าอาจจะได้พัฒนาขึ้นไปอีกขั้นนึงแล้วก็ได้ เขาเคยอ่านเจอจากคัมภีร์โบราณของท่านอาจารย์ ว่ากันว่าขั้นต่อไปของผู้ฝึกพลังยุทธก็คือระดับพลังที่ถูกเรียกขานกันว่าเทพวิญญาณยุทธโบราณ ผู้ที่มีพลังระดับนี้จะถูกเรียกสมญานามว่าเป็นผู้ยิ่งใหญ่แห่งยุค พวกเขาแต่ละคนมีพลังมากพอที่จะทำลายทวีปชิงหลงที่มีอาณาเขตกว้างไร้ที่สิ้นสุดนี้เป็นเศษซากได้ง่ายๆเลยทีเดียว
เวลาผ่านไปหลินตงที่ถูกเปิดทางจากกลุ่มผู้ฝึกยุทธก็ไม่ต้องลงมือ เขาแทบจะไม่ได้ออกแรงเลยด้วยซ้ำ การเดินทางของเขายังเหนื่อยมากกว่าอีก ตลอดเวลาที่ผ่านมาเขาก้าวเดินผ่านซากศพของสัตว์อสูรไปมากมาย พวกมันต่อให้จะมาเยอะเพียงใดก็ไม่สามารถต้านทานผู้ฝึกยุทธที่กำลังบ้าคลั่งในตอนนี้ได้ ส่วนลูกแก้วจิตอสูรนะหรอ พวกนั่นไม่ลืมมันอย่างแน่นอน ถึงจะไม่ได้้อะไรติดมือกลับมาจากสุสานของจักรพรรดิฟ้าแต่ทว่าเพียงแค่ลูกแก้วจิตอสูรที่มากมายเช่นนี้พวกเขาก็ดีใจกันเป็นอย่างมากแล้ว
และแล้วในที่สุดพวกเขาก็เดินทางมาถึง ต่อให้จะมีสัตว์อสูรมากมายขว้างกันเอาไว้พวกมันก็หยุดความโลภของผู้คนไม่ได้
เบื้องหน้าของเขาคือหลุมขนาดมหึมาที่ทอดยาวไปไกลอย่างไร้ที่สิ้นสุด ที่ด้านล่างของมันแฝงไว้ด้วยความน่าสะพรึงกลัวจากอดีตกาล
"นี่คือสุสานจักรพรรดิฟ้า กลิ่นอายพลังยุทธอบอวนซะจนหนาแน่น..!!"
หลินตงตอนนี้กำลังยืนอยู่บนเนินทรายที่กว้างใหญ่ นัยน์ตาสีแดงเพลิงสาดส่องไปยังเบื้องล่างที่ราวกับเป็นหลุมลึก รอบวงของมันมีขนาดที่ใหญ่โตจนแทบจะวัดอาณาเขตไม่ได้
ส่วนด้านล่างภายในหลุมที่อยู่ไม่ไกลมีเศษซากโบราณสถานที่แตกหักตั้งเรียงรายอยู่มากมาย พวกมันจมหายเข้าไปในทรายจนโผล่ออกมาเป็นบางส่วนเพียงเท่านั้น จากที่ดูๆแล้วคงจะบอกได้เลยว่าที่แห่งนี้ในอดีตคือสถานที่ตั้งของอะไรบางอย่าง
"ดูนั่น ไม่ผิดอย่างแน่นอน พวกอาคารถูกสลักไว้ด้วยตัวอักษรโบราณ สุสานของจักรพรรดิฟ้าปรากฏขึ้นมาแล้ว..!!"
"รีบไปเร็วเข้า ทุกๆหนึ่งหมื่นปีเทวสถานโบราณของจักรพรรดิฟ้าจะปรากฏขึ้นมาครั้งนึงและช่วงเวลานี้ก็คือจังหวะเดียวที่พวกเราจะได้กอบโกย..!!"
ทุกคนที่มองเห็นถึงสถานที่แห่งนี้ก็ตื่นเต้นอย่างถึงขีดสุด แต่ละคนไถลลงเนินทรายกันอย่างเร่งรีบ ส่วนบางคนยิ่งกว่าอีกพวกเขาถึงกับกระโดดด้วยพลังทั้งหมดที่มีเลยเชียวละ
ชายหนุ่มตอนนี้ยังไม่ได้ลงไป เขาเบิกเนตรมังกรอมตะของตนเพื่อมองไปยังใจกลางของหลุมก็เห็นว่ามันมีประตูขนาดใหญ่นับยี่สิบเมตรถูกปิดตายเอาไว้อยู่ มันคือตำหนักโบราณที่เริ่มพังทลาย เบื้องหน้าของประตูตอนนี้กำลังมีกลุ่มคนหลายกลุ่มยืนรอคอยกันอยู่ยกใหญ่แถมยังไม่หมดเพียงแค่นี้ เพราะว่าในบริเวณนั่นเต็มไปด้วยผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณหลายสิบคน พวกเขากำลังท่องบทสวดอะไรบางอย่างพร้อมกับปลดปล่อยคลื่นพลังวิญญาณไปยังประตูของสุสาน
แสงสว่างของคลื่นวิญญาณสีฟ้าครามหรือสีม่วงส่องสว่างเจิดจร้าท่ามกลางเทวสถานแห่งนี้
"เหอะๆ วิชาคลื่นวิญญาณปลดผนึก ทำให้ตายทั้งชีวิตก็ไม่เปิดหรอก..!!"
หลินตงเห็นจากที่ไกลๆก็หัวเราะในความไม่รู้ของพวกเขา ถึงจะเป็นประตูปกติที่ไม่แสดงอะไรออกมาแต่ทว่าประตูสุสานของจักรพรรดิฟ้าถูกสร้างขึ้นด้วยพลังของผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับหกขึ้นไป เขามองผ่านเนตรมังกรอมตะก็จะเห็นถึงคลื่นพลังวิญญาณสีแดงชาดที่ทรงพลัง ส่วนการจะทำลายมันได้ก็จะต้องใช้พลังของจิตยุทธแห่งนภาถึงหลายคน สำหรับการคลายผนึกก็จะต้องใช้ผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณระดับห้าขึ้นไป ถ้ามิเช่นนั่นประตูก็จะไม่ถูกเปิดออกตลอดกาล
ตรงบริเวณหน้าประตูกลุ่มคนหลายแห่งกำลังปรึกษาหาลือกันอย่างจริงจังจนกระทั่งพวกเขาสัมผัสได้ถึงเสียงอึกกะทึกคึกโครม ฝูงชาวยุทธมหาศาลนับพันคนกำลังวิ่งมายังทิศทางนี้จนเป็นเหตุให้พวกเขาต้องตกตะลึง
"นั่นอะไรกัน? ทำไมข่าวของสุสานจักรพรรดิฟ้าถึงรั่วไหลไปได้"
ชายวัยกลางคนร่างใหญ่คนนึงสบถออกมาอย่างหมดอารมณ์ ใบหน้าของเขาดูคมเข้ม เส้นผมสีดำตัดสั้นที่มาพร้อมกับลอยสลักของมังกรสีดำทมิฬทั่วทั้งตัว คงจะไม่ต้องบอกว่าเขาคนนี้คือใครเพียงแค่ทุกคนที่อยู่ภายในเมืองรกร้างเห็นถึงรอยสักนี้ก็รับรู้ได้ทันที
"ผู้นำของสมาคมมังกรดำ เหยียนลี่..!!"
ผู้ฝึกยุทธหลายคนที่เห็นกลุ่มคนเบื้องหน้าก็เริ่มหวาดสะพรึง เป็นอย่างที่ข่าวบอกไว้จริงๆ เหยียนลี่คนนี้กำลังจ้างวานผู้เชื่อมต่อห้วงวิญญาณในการเปิดสุสานของจักรพรรดิฟ้า มันทำให้หลายคนเริ่มไม่พอใจทีละนิด ต่อให้จะเป็นสมาคมมังกรดำแล้วยังไงแต่การที่พวกมันปกปิดข่าวสารสำคัญเช่นนี้ก็ทำให้เป็นศัตรูกับพวกเขาได้เช่นกัน
ส่วนสมาคมมังกรดำตอนนี้ก็ทำอะไรไม่ได้จึงทำได้เพียงปล่อยเลยตามเลย สำหรับเหยียนลี่แล้วเขาไม่ได้สนใจเลยสักนิด ต่อให้จะเข้าไปได้แล้วยังไง พลังระดับพวกแกเข้าไปก็ตายอย่างเดียว
ชายวัยกลางคนเมื่อคิดเช่นนั่นก็เริ่มแสยะยิ้มออกมาเขาหวังว่าจะให้เจ้าพวกนี้เข้าไปตกตายภายใต้กับดักซะก่อน ส่วนตัวของเขานะหรอจะเดินตามเข้าไปอย่างชิวๆพร้อมกับรับของล้ำค่าทั้งหมดไว้เอง ยิ่งคิดก็ยิ่งตื่นเต้นนัก
อีกฟากนึงหลินตงที่เห็นก็ยกยิ้มอยู่หน่อยๆ ดูเหมือนว่าเขาจะเจอทางเข้าไปที่เรียบง่ายกว่านี้นะ
เขาเมื่อคิดจบก็กำลังจะโดดลงไปยังหลุมทะเลทรายแต่ทว่าในวินาทีนั่นทั่วทั้งสี่ทิศก็เกิดเสียงสายลมที่แหลมเฟี้ยวเข้ามา
ชายหนุ่มรีบหันขวับไปอย่างรวดเร็วจนกระทั่งเห็นถึงภาพที่อยู่บนหมู่เมฆท้องฟ้า
ทางทิศใต้ปรากฏเป็นดอกบัวหกแฉกสีฟ้าครามขนาดใหญ่ลอยเข้ามาอย่างรวดเร็ว มันมีคลื่นพลังยุทธที่บริสุทธราวกับว่าอยู่ภายใต้ธรรมชาติที่งดงาม
ทางทิศเหนือปรากฏหอกสีเขียวมรตขนาดหลายร้อยเมตรที่มีรูปลักษณ์อหังการ กลิ่นอายของคลื่นพลังยุทธสีเขียวที่ราวกับพายุพัดผ่านทุกสรรพสิ่งให้หลุดพ้น
ทางทิศตะวันออกปรากฏเป็นสัตว์อสูรพญานกสีทองที่ทรงพลัง เมื่อมันกางปีกออกมาก็มีขนาดใหญ่กว่าร้อยเมตรเพียงพอที่จะปกคลุมผืนฟ้าจนแทบจะบดบังแสงอาทิตย์ ลำตัวของมันเต็มไปด้วยคลื่นพลังอสูรสีทองที่เป็นประกายและยังไม่หมดแค่นั่นบนหลังของมันกลับมีคนอยู่ถึงหลายสิบคน
ส่วนทางทิศตะวันตกกับมีสัตว์อสูรที่น่าสะพรึงปรากฏตัวขึ้น มันคือราชสีห์ลวยลายสีดำทมิฬที่กำลังวิ่งอยู่บนห้วงอากาศ คมเขี้ยวที่น่าเกรงขามมาพร้อมกับอุ้มเท้าที่เต็มไปด้วยพลังธาตุที่น่าหวั่นเกรง มันส่งเสียงออกมาดังกึกก้องราวกับสายฟ้าฟาดที่ทรงพลัง ต้องบอกเลยว่าร่างกายของมันใหญ่โตไม่แพ้นกสีทองที่บินอยู่เลยแม้แต่นิดเดียว
ผู้ฝึกยุทธทั้งหลายเมื่อเห็นกลุ่มคนปรากฏตัวขึ้นจากแต่ละทิศก็ถึงกับสั่นเทา สัญลักษณ์การเดินทางเช่นนี้ไม่ผิดอย่างแน่นอน ดอกบัวพิสุทธิ์ประกายแสง หอกวายุศักดิ์สิทธิ์ พญาอินทรีปีกทองคำและก็สัตว์อสูรราชสีห์อัสนี
"สี่ตระกูลใหญ่ในตำนานของทวีปชิงหลง!! ทำไมถึงมาปรากฏตัวพร้อมกันยังที่แห่งนี้ได้..!!"
หลินตงที่เห็นก็หรี่ตาลงอย่างสนใจพลางมองไปยังพวกเขาทั้งสี่กลุ่มที่เพิ่งเข้ามา ตระกูลใหญ่ตำนานของทวีปยังงั้นเหรอ พวกที่อยู่บนหอกวายุศักดิ์สิทธิ์นั่นคงจะเป็นคนของตระกูลเซิน ส่วนอีกสามตระกูลไม่รู้จักเลยแฮะ