Chapter 6
ผมไม่คิดว่าวันหนึ่งผมจะมายืนอยู่หน้าห้องที่ไม่เคยคิดอยากจะมาสักเท่าไหร่ เพราะเมื่อคิดว่าเ้าของห้องเป็ใครก็แทบจะถอนหายใจในทันที
ย้อนกลับไปเมื่อตอนเช้า
‘เอ่อ..ลมเราฝากชีทไปให้อิฐหน่อยได้ไหม’ เสียงใสๆ ของคนตรงหน้าดังขึ้นอย่างกล้าๆ กลัวๆ
‘ทำไมถึงมาฝากเราล่ะ’
‘ พอดีอิฐไม่มาน่ะ เรา...เห็นว่าลมสนิทกับอิฐก็เลยเอามาให้’ เธอยื่นชีทที่ว่าให้ผม
‘อืม เดี๋ยวเราเอาไปให้มันเอง’ ผมรับชีทจากเธอก่อนเธอจะยิ้มอย่างโล่งใจ
‘ฝากด้วยนะ อาทิตย์หน้ายิ่งมีควิซด้วย’
‘แล้ว…ทำไมอิฐไม่มาล่ะ’ ผมถามคนตรงหน้า
‘เราก็ไม่รู้เหมือนกันนะ อิฐไม่ได้บอกใครเลยอีกอย่างไม่มีใครสนิทกับอิฐเท่าไหร่น่ะ’
‘เราฝากด้วยนะ ขอตัวก่อน’ เธอยิ้มให้ผมอีกครั้งก่อนจะเดินออกไป
นั่นแหละครับเหตุผลที่ทำให้ผมมายืนอยู่หน้าห้องไอ้อิฐตอนนี้ แต่ส่วนหนึ่งเป็เพราะผมติดต่อมันไม่ได้เลยต่างหาก ไลน์ก็ไม่ตอบทั้งที่ปกติมันตอบเร็วยิ่งกว่าอะไร
ก๊อก ก๊อก
มีแต่ความเงียบตอบกลับมาหลังจากที่ผมเคาะประตู
ก๊อก ก๊อก
รอสักพักก็ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น หรือว่าจะไม่อยู่วะคงไปทำธุระละมั้ง
ขณะที่ผมกำลังจะหันหลังกลับประตูก็เปิดออก พร้อมกับคนที่ผมเพิ่งจะบอกว่าติดต่อมันไม่ได้
สภาพผมเพ้าไม่เป็ทรงกับการแต่งตัวที่บ่งบอกว่าไม่ได้ออกไปไหนมีแค่เสื้อกีฬากับกางเกงกีฬาแถมหน้าตาของมันก็ดูซีดๆ
“เป็อะไร”
“ปวดหัว”
ผมเดินเข้าไปหามันก่อนจะเอามือแตะหน้าผากมันก็พบว่าสาเหตุที่ทำให้มันอยู่ในสภาพแบบนี้คืออะไร ตัวมันโคตรร้อนเลย
“เข้าไปในห้องก่อน” มันทำตามอย่างว่าง่ายก่อนจะเดินไปล้มตัวลงนอนที่เตียง
“ได้กินข้าวกินยาบ้างรึเปล่า” อย่าบอกนะว่าอยู่ในสภาพนี้ั้แ่เมื่อเช้า
“กิน” เสียงก็แทบจะไม่มี ป่วยทำไมไม่บอกใครเลยวะ
เมื่อเห็นมันเหมือนจะหลับผมจึงเดินไปหาชามเล็กๆ ก่อนจะใส่น้ำมาแล้วหาผ้าสะอาดมาชุบน้ำเพื่อจะเช็ดตัวให้คนที่นอนอยู่บนเตียง
“อิฐกูเช็ดตัวให้นะ” ไม่ได้ยินเสียงตอบรับจากคนที่นอนอยู่ แต่กลับเป็เสียงลมหายใจสม่ำเสมอแทน
มันสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อผมเช็ดหน้าให้ก่อนจะนิ่งไป ผมจึงเช็ดตัวให้มันจนเสร็จก่อนจะเอาผ้าวางไว้ที่หน้าผากเผื่อจะคลายความร้อนจากตัวมันได้บ้าง พลางคิดว่าผมควรออกไปซื้ออะไรมาไว้ให้มันกินสักหน่อย
“เดี๋ยวกูไปหาไอ้อิฐนะ” ผมบอกไอ้ไม้ที่ตอนนี้มันนอนเล่นเกมอย่างสบายอารมณ์อยู่เตียงของมัน
“เพื่อนรักมึงอะหรอ” ประชดอีกละ
ั้แ่ที่มันรู้ว่าผมรู้จักกับไอ้อิฐ มันก็เอาแต่บ่นว่าผมลืมมัน ไม่สนในมันอย่างนั้นอย่างนี้ ทั้งตอนนั้นผมก็บังคับมันไปขอโทษไอ้อิฐเื่ที่มันไปหาเื่เขาด้วยมันเลยงอนอยู่แบบนั้น แต่ผมก็รู้แหละว่ามันไม่ได้จริงจังอะไร
“มันไม่สบาย” ผมว่าพลางหยิบงานที่ต้องทำไปด้วย งานก็ต้องทำคนป่วยก็ต้องดูจะไม่ไปดูมันก็ยังไงอยู่เพราะผมเป็คนไปเห็นมันอยู่ในสภาพแบบนั้น อีกอย่างตอนนี้มันก็เป็เพื่อนผมคนหนึ่ง
“โอ้ยยลม กูไม่สบายจะตายแล้วเนี่ยยยย”
“กวนตีนละ”
“เอ้า ก็มึงจะได้ดูแลกูบ้างไง” กูไม่ได้มีหน้าที่ดูแลคนอื่นนะเว้ย
“กูจะปล่อยให้มึงนอนตายอยู่อย่างนั้นแหละ”
“ใช่ชี้ กูไม่ใช่เพื่อนอิฐมึงนี่” ป่วยการจะเถียงกับมันแล้วครับ
“ไปละ”
“แล้วจะกลับห้องปะ” คราวนี้มันถามผมด้วยน้ำเสียงจริงจัง
“กลับ แต่จะดูอาการมันก่อน”
“อย่าเพิ่งให้มันตายล่ะ เดี๋ยวคนแถวนี้จะเหงา อิอิ” อิอิเชี้ยไรล่ะ
ขอโทษที่เมื่อกี้บอกว่ามันจริงจังนะครับ ไม่น่าไปหวังอะไรจากมันเลย
ผมส่ายหน้าอย่างเอือมๆ แล้วหอบงานเตรียมออกจากห้องพลางหยิบอาหารกับยาที่เพิ่งซื้อมาไปด้วย
ไม่รู้ว่าป่านนี้มันจะโอเคขึ้นรึยัง
พอเข้ามาในห้องผมก็วางของแล้วตรงไปยังเตียงของไอ้อิฐ ใช้หลังมือแตะหน้าผากมันเบาๆ อย่างน้อยก็โอเคกว่าตอนแรกๆ ถ้ามันตื่นขึ้นมากินข้าวกินยาได้ก็คงจะไม่น่าเป็ห่วงเท่าไหร่
อีกอย่างตอนนี้ก็เพิ่งทุ่มกว่าๆ ปล่อยมันนอนพักอีกสักหน่อยก็แล้วกัน
ก่อนที่ผมจะทำงานผมก็สังเกตเห็นสภาพห้องซึ่งตอนเข้ามาแรกๆ ก็ไม่ทันได้สนใจ เห็นแบบนี้แล้วคงต้องทำความสะอาดห้องให้มันสักหน่อยแล้วล่ะมั้ง โคตรรกเลยเข้าใจนะว่าอยู่คนเดียวแต่มันไม่จำเป็ต้องรกขนาดนี้ปะวะ
ผมเริ่มจากการจัดข้าวของที่วางระเกะระกะให้เข้าที่ก่อนจะหาไม้กวาดมากวาดห้องจากนั้นก็ไปล้างจาน ดีนะที่จานดูเหมือนเพิ่งใช้งานไปไม่ใช่แช่ไว้เป็อาทิตย์
ใช้เวลาไม่ถึงครึ่งชั่วโมงผมก็ทำทุกอย่างเสร็จเรียบร้อย เพราะส่วนมากในห้องผมผมก็เป็คนทำหน้าที่นี้ส่วนไอ้ไม้มันเป็ตัวี้เีที่ไม่ว่าผมจะบ่นมันยังไงมันก็ไม่สนใจ
พอห้องสะอาดเรียบร้อยดีแล้วผมจึงหาโต๊ะญี่ปุ่นมากางก่อนจะลงมือทำงานตัวเองขณะรออีกคนตื่น
22:30 น.
“ลม...” เสียงติดจะแหบนิดๆ ของไอ้อิฐที่เรียกผมทำให้ผมแทบจะลุกขึ้นทันที แต่ก็ต้องแปลกใจเมื่อมันมายืนอยู่ใกล้ๆ
“ดีขึ้นแล้วหรอ” มันพยักหน้าแล้วนั่งลงข้างๆ ผม
“เดี๋ยวกูไปอุ่นข้าวต้มให้” ผมลุกขึ้นไปจัดการเอาข้าวต้มใส่ไมโครเวฟ หันมาก็เจอไอ้อิฐที่กำลังนั่งมองผมตาแป๋วอยู่ ท่าทางมันตอนนี้เหมือนลูกหมาไม่มีผิด น่ารักว่ะ
ผมชะงักกับความคิดของตัวเองทันที
น่ารักกับไอ้อิฐเนี่ยนะ บ้าไปแล้ว
ผมส่ายหัวเพื่อไล่ความคิดบ้าๆ นั้นออกทันที
ติ๊ง~
จังหวะเดียวกับเสียงของไมโมเวฟดังขึ้น ผมยกข้าวต้มไปให้ไอ้อิฐ
“กินให้หมดนะ”
“มึงซื้อมาหรอ”
“อืม กินให้หมดด้วย” มันทำท่าเหมือนไม่อยากกินแต่ก็ยอมตักเข้าปาก ผมนั่งมองมันอยู่อย่างนั้นไม่ใช่อะไรนะครับแค่กดดันให้มันกินข้าวหมดแค่นั้นเอง…
“อิ่มแล้ว” ผมมองข้าวที่เหลือในถ้วย อย่างน้อยก็กินได้ถึงครึ่งล่ะวะ
ผมลุกเอาถ้วยไปเก็บก่อนจะล้างให้เรียบร้อยกลับมาไอ้อิฐก็ยังนั่งหน้าหงอยอยู่ที่เดิม พอป่วยแล้วก็สงบปากสงบคำขึ้นเยอะ สบายหูจริงๆ
“กินยาด้วย”
“มึงซื้อมาหรอ” มันมองถุงยาสลับกับมองหน้าผม
เขาคงให้มาฟรีมั้ง
“กิน เดี๋ยวอีกหน่อยกูจะกลับแล้ว” มันกินยาตามที่ผมบอกอย่างว่าง่าย
“ไม่อยู่เป็เพื่อนกูหน่อยหรอ เผื่อกูไข้ขึ้นกลางดึกไง”
“กูเฝ้ามึงมาหลายชั่วโมงแล้ว กูจะกลับไปนอน”
“ก็เฝ้าอีกสักหลายๆ ชั่วโมง...ไง” มันเริ่มเบาเสียงลงเมื่อผมทำหน้านิ่งๆ พูดได้ขนาดนี้คงจะไม่ต้องห่วงละ
“โอเคๆ กลับก็กลับแต่อยู่เป็เพื่อนสักพักนะกูเพิ่งตื่นมันนอนต่อไม่ได้” มันทำหน้าอ้อนๆ หมายถึงอ้อนตีนน่ะครับ
“อืม ไปเปลี่ยนเสื้อผ้าไป”
“ไม่เป็ไร ไม่หนาวแล้ว” ตามใจ ไข้ขึ้นอีกผมกลับนะบอกเลย
“แล้วทำไมมาหากูอะ” มันมองผมยิ้มๆ
“เอาชีทมาให้ เพื่อนมึงฝากมา” ว่าแล้วผมก็หาชีทแล้วยื่นให้มัน
“เพื่อนไหน” มันรับชีทไปแล้วทำหน้างงทันที
“ไม่รู้แต่เป็ผู้หญิง”
“ช่างเถอะ ว่าแต่ทำไรอะ” มันยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนผมต้องถอยออก
“งาน” พอดีขึ้นก็เริ่มวอแวอีกแล้ว
“แล้วพรุ่งนี้มีเรียนไหม”
พอเห็นมันเงียบไปสักพักผมเลยถามขึ้น ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองซึ่งมันก็มองผมอยู่ก่อนแล้ว
“มีตอนเช้า มีควิซด้วย”
“อ่านหนังสือรึยัง” ให้เดาว่าสภาพแบบนี้คงอ่านอะไรไม่ได้
“ระดับนี้แล้วไม่ต้องอ่านก็ได้ท๊อป” หมั่นหน้าจริงๆ
“กูกลับก่อนดีกว่า” พูดเจื้อยแจ้วได้ขนาดนี้คงไม่ตายแล้วล่ะ ผมจึงเก็บงานแล้วเตรียมกลับห้อง
“กลับเร็วจัง กูยังไม่ดีขึ้นเลย” ไม่ดีขึ้นเลยมั้งกวนได้ขนาดนี้
“พรุ่งนี้มีเรียน ง่วงแล้ว”
“เดี๋ยวเดินไปส่ง” มันทำท่าจะลุกแต่ผมห้ามไว้
“ไม่เป็ไรแค่นี้เอง”
“เอาน่าแค่หน้าประตูเอง” ไม่ฟังอีกละ
“ตามใจ”
“พรุ่งนี้เรียนกี่โมง”
“9โมง”
“เจอกันพรุ่งนี้นะ แล้วก็…ขอบคุณที่ดูแลกู”
รอยยิ้มถูกส่งมาจากคนที่ยืนพิงประตูแล้วมองมาทางผม มันเป็รอยยิ้มดูอบอุ่นและสื่อความหมายจนทำให้ที่คนมองอย่างผมก็เผลอใจเต้นแรงไปแวบหนึ่งเหมือนกัน
โอเคลม มึงควรตั้งสติแล้วกลับห้อง!
..............................................
เมื่อคืนผมนอนไม่หลับ!
ไม่รู้ว่าเป็เพราะอะไรแต่ที่แน่ๆ มันต้องไม่ใช่เพราะไอ้เ้าของรอยยิ้มบ้าๆ เมื่อคืนนี้สิ
“ตื่นทำไมแต่เช้าเนี่ย เรียน9โมงไม่ใช่หรอ” เห็นมันว่าผมอย่างนี้มันก็ตื่นตามผมอยู่ดี
“กูนอนไม่หลับ”
“ทำไมอะ เป็ห่วงไอ้อิฐหรอ” มึงจะเอ่ยชื่อมันทำไมวะ
“เดี๋ยวกูออกไปละ”
“ไอ้ลมมนี่เพิ่ง8โมง ที่เรียนก็อยู่แค่นี้เอง”
“กูจะไปปั่นจักรยาน”
“จะมารักโลกอะไรตอนนี้” เื่ของกูโว้ย
ผมคว้ากระเป๋าแล้วเดินออกไปจากห้องโดยไม่สนเสียงไอ้ไม้ที่ะโตามหลัง
ตอนเช้าบรรยากาศค่อนข้างดีเหมาะกับการปั่นจักรยานมาก ที่บอกไอ้ไม้ว่าจะไปปั่นจักรยานนั่นเื่จริงนะผมว่ามันได้บรรยากาศดีออก
ผมไขกุญแจที่ล็อคล้อออกก่อนจะก้าวขาคร่อมจักรยานแต่ยังไม่ทันจะได้ปั่นไปไหนก็ได้ยินเสียงแว่วๆ ดังจากด้านข้างโรงรถ
ผมจึงปั่นจักรยานไปใกล้ๆ จุดที่เสียงดังออกมา
“เมื่อวานไม่ได้มาหาเลย ไม่สบายว่ะแต่รู้ปะมีคนใจดีไปดูแลกูด้วยนะเ้าดำ”
ผมมองภาพผู้ชายที่กำลังลูบหัวลูกหมาตัวสีดำอย่างเอ็นดู ทั้งอีกมือหนึ่งก็ถือไม้หมูปิ้งเอาไว้
และผู้ชายที่กำลังป้อนหมูปิ้งลูกหมาอยู่ตรงหน้าผมคือ ไอ้อิฐ…
หนีเสือปะจระเข้ชัดๆ
“เขาโคตรน่ารักเลย ถึงจะชอบทำหน้านิ่งๆ ก็เถอะ”
เอาอีกแล้วความรู้สึกแปลกๆ มาอีกแล้ว
“น่ารักเนาะ”
นอกจากมุมไร้สาระมันก็มีมุมแบบนี้ด้วยแฮะ
“อะแฮ่ม!”
ขณะที่ผมมองไอ้อิฐอยู่เสียงใครก็ไม่รู้ดังขึ้นจึงทำให้คนที่กำลังคุยกับหมาอย่างเป็จริงเป็จังหันมาทางผมโดนที่ผมก็ไม่รู้ว่าต้องทำหน้าแบบไหน
เลิ่กลั่กเลยกู
แม่งมันต้องจับได้แน่เลยว่าผมแอบมอง
“มิน่าถึงอยากออกมาปั่นจักรยาน” เสียงคุ้นๆ ดังข้างหูผม พอหันไปมองแล้วรู้ว่าเป็ใครเท่านั้นแหละ
มึงเป็เ้ากรรมนายเวรกูรึไงไอ้ไม้!
ว่าแต่ทำไมมันแต่งตัวไวจังวะเนี่ย
“อ้าว มาั้แ่เมื่อไหร่อะ”
“มะ… มาเมื่อกี้” เนียนมากไอ้ลม เนียนจนเขาจะจับได้เนี่ย
“พอดีเลยว่าจะขึ้นไปหา อะนี่ซื้อมาฝากยังไม่ได้กินข้าวใช่ไหม” ไอ้อิฐยื่นถุงข้าวเหนียวหมูปิ้งมาให้ผมก่อนจะยิ้มกว้างให้เหมือนอย่างเคย
คงไม่ใช่หมูปิ้งของลูกหมาใช่ไหมวะ
" อันนี้กูซื้อแยกให้มึง ส่วนไอ้เนี่ยมันกินหมูปิ้งของกู " สงสัยผมจะคิดผ่านทางหน้าตามากไป จนมันจับทางได้
“อะแฮ่มๆ ไม่ได้อยู่กันแค่สองคนเด้ออ”
“ไง ไอ้หมาบ้าวันนี้ก็ยังปากหมาเหมือนเดิมเลยนะ”
“ดูเพื่อนมึงดิไอ้ลม ปากหมาจริงๆ ” พอๆ กันนั่นแหละ
“ขอบใจ แล้วนี่หายดีแล้วหรอ” ผมรับถุงกมูปิ้งมาถือไว้ก่อนจะถามอาการมัน แต่ไอ้คนข้างๆ กลับพูดแทรกขึ้นซะก่อน
“มันถึกจะตาย ไม่ตายง่ายๆ หรอก”
นี่แหละครับพอเจอกันทีไรก็กัดกันทุกที
“ใครจะอ่อนแอเหมือนมึงล่ะ” เริ่มปะทะกันแล้วครับ
“มึงว่าใครอ่อนแอหะ!”
น่ารำคาญเว้ย
ผมค่อยๆ เคลื่อนจักรยานออกมาก่อนจะรีบปั่นออกมาทันที
ไม่อยู่แล้วครับพอไอ้สองคนนั้นเจอกันทีไรทำเอาอารมณ์ดีๆ ของผมหายไปหมดเลย
“ลม!”
ได้ยินแต่เสียงพวกมันตะโดนตามหลังแว่วๆ
ะโไปเลยกูไม่ไปกลับหรอกเชิญพวกมึงเถียงกันไปเลย
ตึง~ ตึง~ ตึง~
เสียงแจ้งเตือนที่ดังรัวๆ จนผิดปกติทำให้ผมหยุดปั่นจักรยานก่อนจะจอดข้างทางแล้วหยิบมือถือขึ้นมาดู
' เมื่อเช้าแอดเดินผ่านหอชายมาค่ะทุกคนนนนนนน ให้ทายว่าแอดไปเจออะไรมา????
เจอสามคนใต้ภาพค่ะ บอกเลยว่าขนาดมองไกลๆ ยังงานดี!
แต่แอดสงสัยว่าอาจจะเป็รักสามเศร้ารึป่าวเอ่ยยยย เลือกใครไม่ได้เลยนะตอนนี้
#ไม้ลม ก็ดีแต่ #อิฐลม ก็มาแรง โอ้ยยยเลือกลงเรือไม่ถูกเลยค่า
#ไม้ลม #อิฐลม #ของดีวิศวะ #สมบัติคณะ '
ภาพประกอบแคปชั่นที่ว่าคือตอนที่พวกผมกำลังยืนคุยกันอยู่ด้านข้างโรงรถเมื่อกี้ มาเดินผ่านตอนไหนวะนั่น แล้วลงไวอีกต่างหาก เริ่มกลัวแล้วนะเนี่ย
ผมเริ่มหันซ้ายหันขวาเผื่อว่าจะมีใครตามมาอีก ตอนปี1ก็ไม่ขนาดนี้นี่นาถึงจะมีแต่ภาพแอบถ่ายก็เถอะ
แล้วดูแต่ละคอมเม้นท์
สถา สถาปัตย์: โห่ เบ้าหน้าแต่ละคนยอมแล้วเด้ออ
Kik: ลงเรือ #อิฐลม จ้า
Bamm: ต้นไม้สู้เขา!!
Wa Yu: พี่อิฐของผมมมม
Sun: หนักใจแทนลมเลยอะงานดีทั้งคู่ แอร๊ยยยย
Dream Yaa: ่นี้เหมือนจะเห็น #อิฐลม อยู่ด้วยกันบ่อยๆ ด้วยอ่า
Jan Jann: เคมีคู่นี้คือดีมากแม่ #แนบรูป
รูปที่ว่าคือรูปถ่ายที่ผมกับไอ้อิฐยืนคุยกันแล้วมันกำลังยิ้ม
ไปถ่ายั้แ่ตอนไหนวะ พลังสาววายโคตรน่ากลัวเลยแค่ไอ้ไม้ก็วุ่นวายจะแย่แถมตอนนี้ยังมีอีกคนที่ทำให้เป็จุดสนใจขึ้นไปอีก ผมก็เพิ่งรู้เนี่ยแหละว่าคนอื่นจะสนใจชีวิตพวกผมขนาดนี้
ดูเหมือนว่าต่อจากนี้อาจจะมีเื่วุ่นวายตามมาซะแล้วสิ...
*** จะทีมอิฐ หรือ ทีมลม ดีคะะะ