ตอนที่ 29 เอาเงินค่าเหนื่อยคืน
พอล็อกประตูเสร็จ ทั้งสองก็ออกเดินทาง มู่เจ๋ออวี่เอ่ยขึ้น “เราซื้อมอเตอร์ไซค์สักคันดีไหม ต้องขอติดรถคนอื่นทุกรอบแบบนี้ไม่ค่อยสะดวกเลย ถ้าเรามีรถเองก็เข้าตำบลได้ทุกเมื่อ”
“อืม ผมก็คิดเรื่องนี้อยู่เหมือนกัน” กัวเทียนบอก
“เดี๋ยวไปซื้อเลยแล้วกัน ขากลับจะได้มีรถใช้ด้วย” มู่เจ๋ออวี่เสนอ
“ได้สิ คุณเป็นนายทุน คุณตัดสินใจเลย ตอนนี้ผมไม่มีเงินซื้อของแบบนั้นหรอก” กัวเทียนเอ่ยยิ้มๆ
“ไม่มีปัญหา ถึงยังไงคุณก็ติดเงินผมอยู่ ไม่กี่พันหยวนนี่ไม่เท่าไรหรอก”
ทั้งสองคุยกันไปตลอดทาง มู่เจ๋ออวี่อารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย
วันนั้น พวกเขาเสียเงินซื้อของไปจำนวนหนึ่ง ทั้งเมล็ดและต้นอ่อนผัก รวมถึงรถจักรยานยนตร์หนึ่งคัน
เมื่อกลับมาถึง กัวเทียนได้รับสายจากป๋ายอันเพื่อนสนิทของเขา “คุณชายเทียน สองคนที่นายให้ฉันไปสืบ ได้เรื่องแล้วนะ ตอนนี้เฉินข่ายอยู่ในมือฟางขุย ฟางขุยเป็นเถ้าแก่ของบ่อนแห่งหนึ่ง เฉินข่ายติดหนี้พนันเขาบานเบอะ ตอนนี้จึงถูกฟางขุยคุมตัวไว้”
“นายหมายความว่า ฟางขุยเป็นเจ้าหนี้ของเฉินข่ายเหรอ” บัดซบ! ฟางขุยเป็นเจ้าหนี้เฉินข่ายนี่เอง! หรือก็คือวันนั้นหมอนั่นขนผักของเขาไปหักกับหนี้พนันของเฉินข่ายเหรอ
“ใช่” ป๋ายอันตอบ
“ฉันเข้าใจแล้ว ตอนนี้พวกเขาอยู่ที่ไหน ฉันต้องการพบพวกเขา” กัวเทียนเอ่ยด้วยสีหน้าทะมึน
“อยู่เมือง C ให้ฉันไปหาแล้วพานายไปพบพวกเขาดีไหม” ป๋ายอันถาม ทว่าจุดประสงค์ที่แท้จริงของเขาคือการเจอเพื่อนรักที่ไม่ได้เจอกันมาครึ่งปีกว่า อยากเห็นว่าชีวิตเพื่อนรักเป็นอย่างไรบ้าง
สุดท้ายความฝันของเขาก็ไม่เป็นจริง
“ไม่ต้อง บอกที่อยู่มา เดี๋ยวฉันหาเอง” กัวเทียนปฏิเสธทันควัน
ถ้าไม่ใช่เพราะต้องลากตัวคนที่หลอกเอาค่าเหนื่อยของเขาออกมา เขาไม่มีทางติดต่อกับคนสนิทในเวลานี้แน่
ป๋ายอันจนปัญญา เขารู้ว่าเรื่องที่กัวเทียนตัดสินใจแล้วไม่มีทางเปลี่ยนแปลงง่ายๆ จึงไม่ได้พูดอะไรอีก เขาเอ่ย “เดี๋ยวฉันส่งที่อยู่เข้ามือถือนายให้”
“อืม”
หลังวางสาย กัวเทียนก็ได้รับที่อยู่จากป๋ายอัน มองเพียงแวบเดียวก็เก็บโทรศัพท์
ในเมื่อรู้ที่อยู่แล้ว อีกฝ่ายคงหนีไปไหนไม่รอด กัวเทียนจึงไม่ได้ออกตามหาทันที ตอนนี้เขายุ่งมาก เมล็ดและต้นอ่อนผักก็ซื้อกลับมาแล้ว ถ้าไม่รีบปลูกตอนนี้จะเสียของเอา
รอให้ผ่านช่วงยุ่งๆ นี้ไปก่อนเขาค่อยไป
ตอนนี้สิ่งที่ต้องซื้อก็ซื้อเรียบร้อย ต่อไปเป็นขั้นตอนการเพาะปลูก กัวเทียนและมู่เจ๋ออวี่ยุ่งเป็นพัลวัน ชาวบ้านที่มีเวลาว่างก็แห่กันมาช่วยเช่นกัน
หนนี้กัวเทียนปลูกผักตามฤดูกาล พันธุ์ที่ควรปลูกช่วงนี้เขาจะปลูก พันธุ์ที่ไม่ควรปลูกช่วงนี้เขาจะไม่ปลูก นี่ต่างหากระบบนิเวศน์ที่ควรเป็น
กว่าเมล็ดจะลงดินทั้งหมดก็ผ่านมาแล้วหนึ่งสัปดาห์ กัวเทียนยังไม่ลืมเรื่องที่ต้องไปหาฟางขุยและเฉินข่าย
รุ่งเช้าวันนี้ เขาบอกกล่าวกับมู่เจ๋ออวี่ว่าจะออกไปข้างนอก ขออีกฝ่ายช่วยดูแปลงผักให้หน่อย จากนั้นถึงขี่มอเตอร์ไซค์ออกไป
ที่ที่ป๋ายอันสืบเจออยู่ไม่ไกลจากหมู่บ้านที่เขาอยู่เท่าไร แต่ขี่มอเตอร์ไซค์คงไม่ไหวแน่นอน เพราะเขาไม่รู้จักทาง ต้องนั่งรถบัสและคงถึงในราวๆ หนึ่งชั่วโมง
เขาขี่รถเข้าไปในตำบล จอดมอเตอร์ไซค์และล็อกไว้หน้าร้านขายเมล็ดผักที่เขาอุดหนุนบ่อยๆ ร้านหนึ่ง ก่อนจะไปที่ขนส่งเพื่อขึ้นรถไปยังสถานที่ที่ป๋ายอันส่งมา
พิกัดนั้นตั้งอยู่ในย่านตัวเมือง C หลังกัวเทียนลงรถแล้วก็เรียกแท็กซี่ พร้อมส่งที่อยู่ในโทรศัพท์ให้คนขับ
กัวเทียนไม่ได้มาที่ที่ผู้คนพลุกพล่านอย่างนี้มานาน จึงเกิดความรู้สึกเหมือนผ่านมาแล้วหนึ่งชาติ คล้ายว่าตัวเองปลีกตัวจากโลกที่เต็มไปด้วยแสงสีแบบนี้มานานแล้ว
กัวเทียนสูดหายใจเข้า เซลล์ที่อยู่ไม่สุขในตัวเริ่มตื่นตัวไม่หยุด ราวกับได้กลิ่นอายเน่าเฟะเสื่อมโทรมจากเมืองนี้
แต่เพียงไม่นานก็ถูกกัวเทียนระงับไว้ วันนี้เขาไม่ได้มาเพื่อดื่มด่ำกับความสุข แต่มาเพื่อทวงเงินค่าเหนื่อยตัวเองคืน
อีกอย่าง ตอนนี้เขาจนซะไม่มี ไม่ใช่คุณชายที่ใช้ชีวิตอย่างหรูหราฟุ่มเฟือยอีกแล้ว เพราะฉะนั้นเขาต้องหักห้ามใจ