ไนล์ไม่ได้พูดเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเลยระหว่างทาง เขาทำเพียงเหลือบมองเป็ระยะเพื่อสังเกตท่าทีของฉันที่ฉายความไม่สบายใจผ่านสีหน้าอย่างชัดเจน
สันกรามของเขาขบแน่นขณะโน้มตัวลงไปเก็บรองเท้าเข้าที่เมื่อเราเดินทางมาถึงคอนโดมิเนียม
ฉันรั้งข้อมือเขาเอาไว้ แล้วถามด้วยน้ำเสียงห่วงใย
“คุณยังเจ็บรึเปล่า”
“ไม่แล้วล่ะ” เขายิ้มฝืนๆ เพื่อรับรองคำพูดของตัวเอง
“ขอดูหน่อยได้ไหม” ฉันถือวิสาสะปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตของเขาลงจนเกือบถึงเม็ดสุดท้ายเพื่อแยกสาบเสื้อออก มองดูจุดที่ป๊าปาหนังสือมากระทบอย่างเต็มแรง
ฉันแตะปลายนิ้วเหนือรอยแดงเป็จ้ำบนผิวขาวสะอาดบนแผ่นอกเต็มไปด้วยมัดกล้ามของเขา
ความรู้สึกผิดประเดประดังเข้ามาอีกครั้งเมื่อประจักษ์ชัดแล้วว่าเขาต้องเจ็บตัวมากเพียงไรเพื่อช่วยปกป้องฉัน
คางของฉันสั่นระริก น้ำตาคลอหน่วยอีกครั้ง
“ขอโทษนะ” ฉันเอ่ยออกมาแล้วเงยหน้ามองเขาด้วยความรู้สึกผิดเต็มหัวใจ
“ฉันสมควรโดนหนักกว่านี้ด้วยซ้ำ”
ฉันสั่นหน้าไม่ยอมรับคำพูดนั้น “ไม่เลย เพราะฉันแท้ๆ”
ไนล์เชยคางสั่นๆ ของฉันด้วยมือมั่นคงแข็งแรง แม้พยายามกะพริบไล่น้ำตาอย่างสุดความสามารถ แต่มันก็หยดกลิ้งหยดลงมาตามแก้มจนได้
“ฉันขอโทษ” น้ำเสียงของฉันแ่เบาจนแทบไม่ได้ยิน เงยหน้ามองเขาด้วยดวงตาพร่าเลือนด้วยม่านน้ำตา
“ชู่ ไม่ร้องสิ ฉันไม่เป็ไรเลย” ริมฝีปากของไนล์โค้งขึ้นเป็รอยยิ้ม ทั้งพยายามปลอบโยน และเพื่อแสดงให้เห็นว่าเขาเป็ปกติดี อีกทั้งไม่ได้ถือโทษว่าฉันเป็ต้นเหตุเลยสักนิด
“เป็สิ คุณเจ็บขนาดนี้จะไม่เป็อะไรได้ยังไงกัน” เขาปาดน้ำตาให้ “ฉันไม่น่าพาคุณไปเจ็บตัวเลย”
“ยังไงฉันก็ต้องไป ฉันต้องรับผิดชอบนะหลิน เจ็บกว่านี้ฉันก็ต้องทนเพราะมันเป็สิ่งที่ถูกต้อง ทั้งหมดเป็ความผิดพลาดของฉันเอง” น้ำเสียงนุ่มทุ้มของเขาทำหัวใจของฉันอบอุ่นพองโต เผลอมองหน้าของเขานิ่งนานราวกับตกในภวังค์
ไนล์มองลึกเข้ามาในดวงตา เขากลืนน้ำลายอึกใหญ่ขณะฉันเริ่มประหม่า
ดวงตาคู่สวยใต้แผงขนตาสั้นทว่าหนาของเขายังจับใบหน้าฉัน มือเรียวที่จับข้อมือข้างหนึ่งคลายออกเพื่อเลื่อนสูงขึ้นถึงหัวไหล่
ฉันกะพริบตาถี่เมื่อไนล์โน้มใบหน้าเข้ามาใกล้กระทั่งลมหายใจอุ่นเป่ารดแก้ม
ไม่รู้ตัวเลยว่าเมื่อใดกันที่เรียวปากของเขาประกบลงริมฝีปากของตัวเอง เริ่มต้นจูบอย่างใจเย็น เชื่องช้า และนุ่มนวล
หัวใจฉันเริ่มเต้นกระหน่ำขณะแขนแข็งแรงรั้งเอวให้เราใกล้กันยิ่งขึ้น ขณะฉันตอบสนองจูบตอบด้วยสติสัมปชัญญะเต็มร้อย เขย่งปลายเท้าขึ้นพร้อมกับโอบรัดรอบคอของเขาสอดนิ้วใต้เรือนผมดำขลับหนานุ่มมือตรงท้ายทอย เคลิบเคลิ้มลืมความทุกข์เศร้าที่เคยถาโถมใส่ก่อนหน้านี้ไปอย่างหมดสิ้น
มือของไนล์วางตรงสะโพก รั้งให้ร่างของเรายิ่งแนบชิดกัน ก่อนจะเลื่อนลงไปตรงชายกระโปรงลูบไล้ขึ้นมาตามเรียวขา หยุดตรงบั้นท้าย เคล้นคลึงเหนือกางเกงชั้นใน
หน้าท้องของฉันแนบกับกึ่งกลางลำตัวของเขา ตรงจุดที่แข็งขึงของเขาสร้างความวาบหวามไปทั่วสรรพางค์กาย
ลิ้นของเขาลุกล้ำพอๆ กับฝ่ามือที่สอดผ่านชั้นในเข้าในตอนโดยฉันไม่ทันรู้เนื้อรู้ตัว ร่างกายที่ใหญ่โตกว่าดันฉันชิดกับประตู เพื่อยกขาข้างหนึ่งของฉันแนบกับสะโพกของตัวเอง ขณะที่ปากยังคงวนเวียนกับการบดจูบยาวนาน
เราหายใจหอบเหนื่อยตอนที่เขาถอนจูบออก ดวงตาคมเข้มหรี่ปรือเล็กน้อย ทว่าฉายความ้าเข้มข้นอย่างแจ่มชัด
ช่องท้องรัดเป็เกลียวอีกครั้งเมื่อเขากดริมฝีปากลงมา ดูดดื่มยิ่งกว่าครั้งแรก เสียงหายใจกระเส่าประสานกัน และเสียงเสียดสีของเสื้อผ้าซึ่งเรายังคงสวมอย่างเต็มยศ
ฉันสะบัดรองเท้าออกปล่อยมันบนพื้นคนละทิศละทาง ยกขาเพื่อช่วยให้ไนล์รั้งกางเกงชั้นในลงง่ายดายขึ้น
‘จะเสียใจตอนหลังรึเปล่านะ’
จิตใต้สำนึกร้องถามก้องในหัว ขณะที่มือยังเปะปะบนหน้าอกของเขา เอนศีรษะไปด้านหลังตอนเขาซุกไซร้ใบหน้ากับซอกคอ
‘มันก็แค่เซ็กส์ เคยทำแบบนี้กับเขามาแล้วมากกว่าหนึ่งครั้งยังต้องหวั่นกลัวอะไรอีกเล่า” จิตสำนึกอีกฝ่ายร้องบอก
ฉันทำเสียงจึ๊กจั๊กในลำคอ สลัดความคิดว้าวุ่นออกไปตอนหลังัักับโซฟา โดยมีร่างของไนล์คร่อม้า เขาเพียงปลดกระดุมกางเกงแล้วกดกึ่งกลางลำตัวลงมาตรงกลางขาที่แยกออก โดยไม่เสียเวลารั้งรอ ราวกับกลัวว่าฉันอาจเปลี่ยนใจปฏิเสธขึ้นมากลางคันอย่างไรอย่างนั้น
เสียงครางของเขาประสานกันตอนที่เขาเร่งจังหวะการขยับตัว ความแข็งแกร่งของเขาเคลื่อนผ่านช่องทางที่คับแคบอย่างเชื่องช้าในตอนแรก ค่อยๆ ขยับเร็ว และกระชั้นขึ้น
ปลายเล็บของฉันจิกบนผิวเนื้อของเขา ขบริมฝีปากแน่นเมื่อความเสียวซ่านแผ่ไปทั้งกายเป็่เวลาเดียวกันที่ไปถึงจุดหมายปลายทางและปลดปล่อยออกมาอย่างหมดจด
เรายังคงหอบหายใจเร็ว ใบหน้าเรียวของเขาซบตรงซอกคอ ทาบร่างเหนือกายของฉันแต่ไม่ทิ้งถ่ายเทน้ำหนักทั้งหมดลงมา ขณะช่องท้องของฉันเต้นตุ้บบีบรัดเขาไว้อย่างเต็มอิ่มสุขสม
การแยกห้องนอนตลอด 3 สัปดาห์ที่ผ่านมาไม่มีความหมายอีกต่อไป เมื่อสุดท้ายฉันก็ยอมมีเซ็กส์กับเขาง่ายดายอยู่ดี
ไนล์ถอนกายออกหลังจากระดับการหายใจของเขาเกือบเป็ปกติ เขาลุกขึ้นเต็มความสูงรูดซิปกางเกงให้เรียบร้อยเหมือนเดิม แต่สาบเสื้อผ้ายังคงเปิดทิ้ง เผยให้เห็นแผงอกกว้างแน่นด้วยกล้ามเนื้อแบบคนชอบออกกำลังกาย เขายื่นมือมาตรงหน้าให้ฉันดึงเพื่อยันตัวเองลุกขึ้นบ้าง ก่อนที่เขาจะผละไปยังห้องแต่งตัว หยิบเสื้อผ้าชุดใหม่ออกมาแล้วหายเข้าไปในห้องน้ำเพื่ออาบน้ำชำระร่างกาย
ฉันเริ่มนึกเสียใจขึ้นมาเล็กน้อยเมื่อััได้ว่ามันไม่มีความหมายอะไรเลยนอกจากความเผลอไผลชั่วครู่ชั่วยามกับอารมณ์หนุ่มสาวพลุ่งพล่านของเราเท่านั้น ยิ่งสำหรับไนล์แล้วเื่แบบนี้คงเกิดขึ้นกับเขามานับครั้งไม่ถ้วน เมื่ออารมณ์ความ้าหมดลง ความสะลักสำคัญก็จายหายไปด้วยเช่นกัน
“พรุ่งนี้ฉันจะพาเธอไปไหว้คุณยายนะ” เขาเอ่ยขึ้นเมื่อเรานั่งตรงข้ามกันบนโต๊ะอาหาร แววตาเร่าร้อนเมื่อครู่ใหญ่ก่อนหน้านี้แปรเปลี่ยนเป็ความปกติธรรมดาราวกับเราไม่เคยแนบชิดเป็หนึ่งเดียวกันอย่างไรอย่างั้น เขาไม่ได้เอ่ยถึงเซ็กส์เมื่อตอนหัวค่ำด้วยซ้ำ สำหรับเขาแล้วมันคงเป็เื่ธรรมดาที่ผู้หญิงกับผู้ชายทั่วไปทำกัน
“ค่ะ” ฉันตอบแค่นั้นแม้รู้สึกเคืองเขาลึกๆ แต่ไม่อาจเผยความรู้สึกได้อย่างตรงไปตรงมา แล้วฉัน้าอะไรจากเขากันนะ น่าสมเพชชะมัดขนาดตัวเองยังอธิบายไม่ได้ด้วยซ้ำไปว่า้าอะไร เพียงแค่รู้สึกไม่สบายใจที่เขาทำราวกับไม่มีอะไรเกิดขึ้น ราวกับมันไร้ค่าเท่านั้นเองกระมัง
…
>///