“เข้าใจผิด? ข้าเป็นแขกหอนางฟ้ามาช้านาน สมควรที่ผู้ดูแลอย่างเม่ยเหนียงจะออกมาตอบรับข้าด้วยตนเอง แต่นาง.....”ชายหนุ่มตระกูลเซี่ยเปล่งน้ำเสียงด้วยโทสะที่เพิ่มพูนขึ้นเป็นทวีคูณ
“มีเรื่องอะไรหรือคุณชาย? แล้วท่านพาข้ามาเยือนที่แห่งนี้ด้วยเหตุอันใด?”สุ่มเสียงชายสูงวัยรูปร่างกำยำที่ติดตามมาด้วยเอ่ยถามถึงสิ่งที่เกิดเล็กๆ
“เรื่องเล็กน้อยข้าจัดการได้ ท่านมาจากต่างเมืองเป็นบุคคลที่ตระกูลหลักส่งมาช่วยเหลือพวกเรา ข้าจึงคิดจะเลี้ยงต้องรับท่าน ที่นี่เป็นสถานที่ซึ่งมีสุราชั้นเลิศและสาวงามเพียบพร้อม แต่ว่า...”
“นายน้อยเซี่ย เม่ยเหนียงมาแล้วเจ้าค่ะ ขออภัยที่มิได้ออกมาต้อนรับท่านตั้งแต่แรก ขออภัยจริงๆเจ้าค่ะ”
ไม่ทันที่คนแซ่เซี่ยจะกล่าวจบ ผู้ดูแลหอนางฟ้าอย่างเม่ยเหนียงก็ได้ปรากฏกายเร่งเข้าไปต้อนรับอย่างรวดเร็ว และด้วยฐานะอันสูงส่งของผู้มาเยือนทั้งสอง ย่อมต้องการสาวงามที่ดีที่สุดเป็นเพื่อนดื่มเคียงกาย หากแต่ที่เหลืออยู่ก็มีเพียงหญิงสาวที่ไม่ถูกเลือกโดยกลุ่มของเหมาเว่ย แต่มีหรือที่พวกมันจะผ่อนปรนปล่อยผ่านไปโดยง่าย
เมื่อนับจากจำนวนคนตระกูลที่นำมาด้วยนั้น ย่อมพร้อมต่อกรไม่ว่าผู้ที่พบเจอจะเป็นผู้ใด
----------
ณ ห้องพิเศษชั้นสามบนหอนางฟ้า
“ดื่มอีกเจ้าค่ะ คุณชาย ดื่มอีกก!”
“ข้ารู้แล้ว ดื่มแล้ว ดื่มม!!”เหมาเว่ยยกจอกเหล้าขึ้นมาดื่มตามเสียงรบเร้าหวานๆ พร้อมทั้งถูกสาวงามหยวนหยวนคีบกับแกล้มป้อนอย่างสำราญใจเป็นที่สุด’นี่นับเป็นความสุขที่แท้จริง ร่ำสุราลวนลามนารี ทั้งสองสิ่งถือเป็นของคู่กันโดยแท้ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!’
“เจ้านี่มันตัวน่ารังเกียจนัก เหมาเว่ย ข้าไม่คิดว่าเจ้าจะชื่นชอบสถานที่แบบนี้ด้วย ชิ!!”ลี่ฮว๋าเผยสีหน้าและน้ำเสียงที่ไม่พอใจเป็นอย่างยิ่ง
“ก็เป็นสถานที่ที่ดีไม่ใช่เหรอ ข้าย่อมชอบอยู่แล้วที่ที่มีสาวงามและสุราแบบนี้น่ะ ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”เหมาเว่ยตอบกลับเล็กๆ
“ขอบคุณท่านมากจริงๆคุณชายเหมา หากไม่ได้ท่านพวกเราคงไม่มีโอกาสเข้ามาเปิดหูเปิดตาเช่นนี้แน่”อาเปียวเผยสีที่อันสุดแสนซาบซึ้งราวกับจะกลั้นน้ำตาเอาไว้ไม่ได้
อีกทั้งเสี่ยวเอ้อคนอื่นๆอย่างอาปิง เสี่ยวเมิ่ง เสี่ยงหมิงก็มีท่าทีมิต่างกัน
“ไม่เป็นไร นี่แค่เริ่มต้นเท่านั้น”เหมาเว่ยฉีกยิ้มเล็กๆ ก่อนจะหันไปถามหยวนหยวนต่อว่า”หยวนหยวน ชั้นสามนี้ยังมีห้องว่างให้พวกเขาอีกหรือไม่?”
“คุณชาย หากท่านหมายถึงห้องที่ไว้สำหรับใช้ทำอย่างนั้น มีแน่นอนเจ้าค่ะ”หยวนหยวนตอบกลับมาอย่างทันควันราวกับทราบถึงความหมายที่เหมาเว่ยเอ่ยถามเป็นอย่างดี
“ดี เดี๋ยวข้าจะให้พวกเขาแยกกันไปหาความสุข เหมาเว่ยต้องรบกวนแม่นางทั้งหลายช่วยดูแลพวกเขาด้วย”
ปึงงงงงงง!!!
“ข้าจะเข้าไปดูหน้ามัน!! เม่ยเหนียงเจ้าหลบไปซะ!”
“โปรดระงับอารมณ์ก่อนนะเจ้าคะคุณชายเซี่ย ข้าจะเป็นคนเข้าไปเจรจาให้เองเจ้าค่ะ”
ทว่า ระหว่างที่เหมาเว่ยเริ่มจะจัดแจงต้องการให้เสี่ยวเอ้อทั้งสี่แยกไปเป็นคู่ๆออกหาความสุขอยู่นั้น ก็มีเสียงโหวกเหวกพร้อมทั้งประตูห้องที่ถูกผลักเปิดอย่างแรง ชั่วอึดใจเดียวก็ได้ปรากฏร่างชายหนึ่งหญิงหนึ่งซึ่งก็คือเม่ยเหนียงและชายแซ่เซี่ยที่เพิ่งมาเยือนได้ไม่นานนัก
“ผู้ใดกันกล้าแย่งหญิงคณิกากับข้า เซี่ยอี้หรง!!!??”
“คุณชายโปรดใจเย็น ข้าจะ...”เม่ยเหนียงใบหน้าถอดสีพร้อมทั้งพยายามขอร้องให้เซี่ยอี้หรงหยุดการกระทำแต่ก็ไม่เป็นผล’แย่แล้ว หากมีเรื่องกันที่นี่ หอนางฟ้าข้าย่อยยับแน่ ทำไงดี ข้าควรทำอย่างไรดี!!’
‘มันเป็นใครกัน เซี่ยอี้หรง แซ่เซี่ย?’เหมาเว่ยขมวดคิ้วเพ่งออกไปยังหน้าประตู พลางเปล่งเสียงตะโกนออกไปว่า”หมายถึงข้าแย่งหญิงคณิกา? ทำไมข้าต้องแย่งหญิงคณิกากับเจ้าด้วย แล้วข้าไปแย่งตอนไหน?”
“คุณชาย..”
“คุณชาย...”
ขณะที่เหมาเว่ยตอบโต้เป็นคำพูด เสี่ยวเอ้อทั้งสี่รวมถึงหญิงคณิกาที่กำลังร่วมดื่มต่างมีอาการหน้าถอดสีอย่างเห็นได้ชัด เมื่อทราบว่าผู้ที่กำลังจะบุกเข้ามาเป็นใคร ก็มีแต่เหมาเว่ยและลี่ฮว๋าเท่านั้นที่ไม่แสดงท่าทีหวั่นเกรงต่อผู้มาเยือนแม้แต่น้อย
“ข้าว่าต้องเป็นเรื่องเข้าใจผิด พวกท่านอย่ามีเรื่องกันเลยนะ คุณชายเซี่ย คุณชายเหมา เม่ยเหนียงจะหาทางออกให้พวกท่านทั้งสองเอง”เม่ยเหนียงยังคงพยายามห้ามปราม
“แซ่เหมา? รึว่าเจ้าคือคนสำนักพยัคฆ์อัสนี?”เซี่ยอี้หรงเพ่งมองเหมาเว่ยอย่างไม่วางตา’ต้องใช่แน่ อีกทั้งคนทั้งสี่ที่นั่งอยู่ด้วยข้ารู้สึกคุ้นตาเป็นอย่างมาก ราวกับเคยพบที่โรงเตี๊ยมหมี่เหลือง’
‘มันเป็นคนตระกูลเซี่ยจริงๆ ดูท่าเรื่องคงไม่จบง่ายๆแน่ ดีล่ะ’เหมาเว่ยแสยะยิ้มเมื่อแน่ใจว่าฝ่ายตรงข้ามเป็นผู้ใด พร้อมเอ่ยออกไปตรงๆด้วยคำพูดอันยียวนเป็นอย่างยิ่ง”ใช่ ข้าเป็นคนสำนักพยัคฆ์อัสนีไม่ผิด นั่งขี้ไม่เปลี่ยนชื่อยืนปี้ไม่เปลี่ยนแซ่ เหมา....วะ..เ...ว่...ย!!”
“เหมาเว่ย พูดจาน่าเกลียด!”สุ่มเสียงลี่ฮว๋าดุเหมาเว่ยเล็กๆ
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”อาปิงหัวเราะพลางพลั้งเผลอหลุดปากเรียกเถ้าแก่ดังเดิม”เถ้าแก่ ท่านนี่ช่างมีอารมณ์ขันยิ่งนัก ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ฮ่า ฮ่า ฮ่า!”
“ระวังด้วยนะเถ้าแก่ มันคือคนแซ่เซี่ยที่เคยมาหาเรื่องโรงเตี๊ยมของเรา จะดีหรือที่ท่าน...”
“ได้ยินไหม ข้าแซ่เหมา ก็เลยเหมาหญิงคณิกาเหล่านี้ แต่บอกไว้ก่อนนะ ข้าไม่ได้แย่งกับเจ้า ข้ามาก่อนย่อมได้ก่อน ใช่ไหม พี่สาวเม่ยเหนียง”
สีหน้าที่เผยถึงโทสะของเซี่ยอี้หรงเริ่มเด่นชัดขึ้นด้วยคำพูดจากปากเหมาเว่ย ภายในใจของมันยามนี้แทบจะกระโจนเข้าไปฉีกร่างเหมาเว่ยโดยมิได้เกี่ยวข้องกับที่เกิดขึ้นในสำนักพยัคฆ์อัสนี หากแต่เป็นเรื่องส่วนที่เกิดในเวลานี้ต่างหาก
“กล้าพูดจาล้อเล่นกับข้า อยากตายมากสินะ!!”เซี่ยอี้หรงกำหมัดขบริมฝีปากแน่น
ฟุบบบบบ!!
ภายใต้ท้องฟ้าเมืองดารากระจ่างไม่เคยมีผู้ใดกล้าลบหลู่คนตระกูลเซี่ยเช่นนี้ ชั่วอึดใจนั้นเซี่ยอี้หรงพลันพุ่งทะยานเหยียดฝ่ามือที่กำลังปลดปล่อยไอปราณ มุ่งหาเหมาเว่ยด้วยความเจ็บแค้นอย่างถึงที่สุด
ฟืบบบ!!
เปรี้ยงงงงง!!!
“อั่กกก!!”
หากแต่ว่า ก่อนที่เหมาเว่ยจะเข้าไปรับมือช่วงจังหวะสำคัญ กลับมีฝ่ามือน้อยๆกระแทกออกไปเพียงฝ่ามือเดียว ก็ส่งผลให้ร่างเซี่ยอี้หรงลอยปลิวระลิ้วกลับไปพร้อมกับอาการบาดเจ็บฉายออกมา เข้ากระทบกับผนังหอนางฟ้าฝั่งตรงกันข้ามอย่างแรง จนทะลุออกไปยังด้านนอกทิ้งร่องรอยรูโหว่ขนาดใหญ่เอาไว้อย่างเด่นชัด
“คุณชายเซี่ย!! ตาย ข้าตายแน่ๆ”เม่ยเหนียงตะโกนร้องเมื่อเห็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเต็มสองตา
“ลี่ฮว๋า เจ้าแข็งแกร่งเพียงนี้เชียวหรือ?”เหมาเว่ยเผยสีหน้าแปลกใจเล็กๆถึงพลังยุทธที่ตนสัมผัสได้เมื่อครู่’ลี่ฮว๋า นางมีพลังยุทธระดับกษัตริย์ขั้นห้าไม่ผิดแน่’
“คิก คิก คิก เห็นฝีมือข้ารึยัง กับผู้ที่บังอาจเข้ามาหาเรื่องเจ้า ข้าไม่มีทางอ้อมมือให้แก่มันแน่”
ฟุบบบ!!!
เมื่อสาวงามลี่ฮว๋ากล่าวจบ นางก็ทะยานพลิ้วกายออกไปทางช่องโหว่ที่ห่างออกไปโดยทันที การกระทำที่เกิดขึ้นราวกับว่านางต้องการจะตามไปจัดการให้สิ้นเรื่อง ซึ่งเหมาเว่ยที่ยังตะลึงก็ได้รีบติดตามนางออกเช่นกัน
“ลี่ฮว๋า รอข้าด้วย!”
ฟุบบบบบ!!
แต่ทว่า ภายใต้เงาสองสายที่พุ่งตามชายแซ่เซี่ยออกไปนั้น ก็ยังมีคนผู้หนึ่งที่นั่งดื่มกินอยู่ชั้นล่าง พุ่งตามออกไปอย่างติดๆก่อนจะเคลื่อนตัวเลยผ่านเหมาเว่ยและลี่ฮว๋า ไปด้วยวิชาตัวเบาอันสูงล้ำยิ่งกว่าเป็นไหนๆบ่งบอกถึงว่า แท้ที่จริงพลังยุทธและวิชาที่ใช้สูงส่งยิ่งกว่าผู้ใดในหอนางฟ้าแห่งนี้ก็ว่าได้
ฟุบบบบบบบ!!
“อ๊ากกก แค่กก แค่กกกก!!”เซี่ยอี้หรงนอนส่งเสียงโหยหวนอยู่กับพื้นแข็งพร้อมกับเศษไม้บางส่วนตกอยู่อย่างน่าสมเพช
ฟุบบ!
“คุณชาย”
“ผู้อาวุโส แค่กก แค่กกก ท่านมาก็ดี ช่วยข้าด้วย พวกมัน...พวกมันทำร้ายข้า พลังยุทธนางเป็นระดับกษัตริย์ขั้นห้า ท่านช่วยสั่งสอนพวกมันให้ข้าที!”เซี่ยอี้หรงเปล่งเสียงด้วยความยากลำบากพลางกระอักเลือดคำโตระรัว”แค่กก แค่กกก!! ส่วนเจ้านั่นเป็นคนจากสำนักพยัคฆ์อัสนีที่ลบหลู่สังหารคนของเรา”
“เจ้าเป็นใคร?”ลี่ฮว๋าเอ่ยถามผู้ที่มาถึงพลางตั้งท่าเตรียมต่อสู้”ถอยไปนะ!”
‘ชายที่มาเป็นใคร ท่าทางดูไม่ธรรมดาเลย’เหมาเว่ยเพ่งมองชายมีอายุรูปร่างกำยำสลับกับเซี่ยอี้หรงเล็กๆ”ใจเย็นก่อนลี่ฮว๋า เห็นทีพวกเราอาจจะต้องร่วมมือกัน”
ตึบ ตึบ ตึบ ตึบ ตึบบบบบ!!
ทว่า ทันใดนั้นเสียงฝีเท้าจำนวนมากได้มุ่งตรงมาในตำแหน่งที่คนทั้งสามยืนอยู่ โดยเข้าห้อมล้อมเหมาเว่ยและลี่ฮว๋าอย่างรวดเร็วพร้อมอาวุธครบมือ ซึ่งคนทั้งหมดก็คือคนจากตระกูลเซี่ยและติดตามเซี่ยอี้หรงมาด้วยไม่ผิดแน่
“นายน้อย!!”
“พวกเจ้ากล้าดียังไงถึงได้ทำร้ายนายน้อยของพวกเรา!!??”