เทือกเขาพรายมืด ครอบครองอาณาเขตครอบคลุมกว้างไกล อุดมด้วยสันเขาสูงเสียดฟ้าสีทึมทึบ ทอดยาวสุดตา บนยอดเขาสูงห้อมล้อมด้วยหมอกขาวหนาเเน่น ราวกับวิมานทิพย์ของเหล่าทวยเทพ เบื้องล่างซ่อนเร้นร่องหุบลึกไร้ก้นบึ้งเอาไว้หลายสาย เเต่ละสายมีไอเย็นยะเยือกพวยพุ่งขึ้นมาตลอดเวลา
หากมองจากเบื้องล่าง ท่านจะตื่นตาตื่นใจกับภาพมหาบรรพตตั้งตระหง่านยิ่งใหญ่เต็มสองตา กางกั้นเเผ่นฟ้าไร้สิ้นสุด กลับกัน หากมองมุมสูงดุจปักษาถลาเล่นลม จักเเลเห็นทิวเขาคดเคี้ยว ดั่งกระโดงโค้งเเหลมคม คลับคล้ายสันหลังของพญามังกรนิลกาฬ ตลบร่างสะบัดหางเกรี้ยวกราด หวังพลึกแผ่นสมุทรให้กลับข้าง ช่างน่าตื่นตา จนยากหาทัศนียภาพใดมาเทียบเปรียบ
บนชะง่อนผาสูงลิบ เขตหวงห้ามสูงสุดของเผ่าพรายมืด ชายร่างใหญ่ในชุดคลุมดำจัดเสมือนขนอีกา หยัดยืนบนลานสำริดเเปดเหลี่ยมเก่าเเก่ ขณะเเหงนมองเเผ่นนภาเวิ้งว้าง คล้ายกำลังใคร่ครวญการเคลื่อนตัวของหมู่ดาราดารดาษ เงาร่างนั้นนิ่งงัน เเละไม่ไหวติงเป็นเวลาเนิ่นนาน ยืนยงอยู่เเบบนั้น ดั่งเช่นรูปปั้นนักษัตรเทวะโบราณที่รายล้อมอยู่รอบกาย
" กิวมาโด้ "
จู่ๆ คิ้วหนาเข้มใต้ผ้าคลุมพลันยกตัว นัยน์ตาลุ่มลึกวาบประกายคมกล้าขณะกล่าวนามหนึ่งอย่างเเผ่วเบา เบื้องหลังระยะห่างห้าก้าว ปรากฏกลุ่มเเสงนวลตาผุดขึ้นจากความว่างเปล่า ค่อยๆ ควบรวมเป็นรูปลักษณ์องอาจของชายหนุ่มรูปงามผู้หนึ่ง
บุรุษหนุ่ม สวมชุดขาวสะอ้านจรดปลายเท้า ท่อนเเขนที่เคยขาดหายในกาลก่อน มาบัดนี้สมานคืนดังเดิมเเล้ว มันย่อตัวลง ชันเข่าข้างหนึ่ง ค้อมกายคารวะด้วยความนอบน้อม กล่าวขึ้นอย่างระมัดระวัง " ท่านจอมทัพ "
ชายในชุดคลุมไม่เอ่ยสิ่งใด ก็พลิกฝ่ามือด้วยความนุ่มนวลเเละเเผ่วเบา ก่อเกิดพลังไร้รูปสร้างกระเเสเหนี่ยวนำ ดึงดูดป้ายกระโหลกร้อยโซ่ให้เหินบินออกจากเเหวนมิติของกิวมาโด้ ลอยเข้าสู่ฝ่ามือข้างนั้นอย่างเรียบง่าย
ต้องเข้าใจก่อน การครอบครองเเหวนมิติวงหนึ่ง อาจมองเป็นเรื่องสามัญเล็กน้อย เเต่กระบวนการระหว่างนั้น ผู้ครอบครองจำต้องสละเเก่นโลหิต สร้างพันธสัญญาศักดิ์สิทธิ์ เพื่อผูกมัดประตูค่ายกลมิติ ให้เปิดปิดได้ตามเเต่ใจของผู้ผูกมัดพันธสัญญาโลหิตเพียงผู้เดียว
ระลอกความตื่นตระหนก สั่นกระเพื่อมบนใบหน้ากระจ่างเย็นชาของผู้ทัศนานรกภูมิ ตามที่มันคาดเดา มีไม่เกินนับนิ้วได้ในเเดนดินมืดที่ปรมาจารย์ทักษะยุทธผู้หนึ่ง จักสามารถกระทำการอุกอาจ โดยเข้าเเทรกเเซงมิติเอกเทศจนยุ่งเหยิง ภายใต้การเฝ้าระวังของผู้เยี่ยมทักษะยุทธเช่นมัน
บนลานสำริด จอมทัพได้จากไปใกลเเล้ว หลงเหลือเพียงสุรเสียงราบเรียบที่บันดาลความรู้สึกรวบรัดเผด็จการ " จากนี้ไป ยักกะไซปาเปรียบเสมือนตัวข้า ใครขัดขืนคำสั่ง ประหารก่อนได้ ค่อยรายงานทีหลัง ส่วนดาราส ให้เจ้าคอยจับตาไว้ หากนางไปที่ใด ต้องรายงานต่อไซปาทันที "
" น้อมรับบัญชา "
ใคร่ครวญถึงบัญญัติสังหารอยู่หลายตลบ คิ้วดำเข้มของกิวมาโด้ก็พุ่งชนกันจนเป็นปม ในใจบังเกิดสังหรณ์ร้ายอันเฉียบคมร่ำร้องว่า จะเกิดวิกฤตยิ่งใหญ่ขึ้นในเร็ววันเป็นเเน่เเท้ หลังพรูลมหายใจยาวเหยียดที่คอยกล้ำกลืนกักไว้ เงาร่างขาวปลอดก็หายลับไป ท่ามกลางบรรยากาศขมุกขมัวเวิ้งว้าง
ใจกลางยอดเขาเเห้งเเล้งเเห่งหนึ่ง ไกลห่างจากลานสำริดจนไม่อาจนับได้ สภานที่บัดซบเเห่งนี้ มีไอร้อนระอุหนาเเน่นพวยพุ่งขึ้นจากพื้นดินสีโคลนไม่ขาดสาย สรรพสัตว์เเละพืชพันธุ์ไม่อาจดำรงอาศัย เเต่บนเนินดินเตียนโล่งสุดลูกหูลูกตา กลับปรากฏพฤกษาดึกดำบรรพ์ยืนหนึ่งสูงใหญ่ แผ่กิ่งก้านไร้พุ่มใบชี้ขึ้นฟ้า อาบเเสงจันทร์ส่องหล้าอย่างเดียวดาย
จันทราหวานละมุน สาดเเสงกระทบพญาพฤกษา สร้างเงาดำทอดยาวบนพื้น เเลมองเหมือนอุ้งมืองอหงึกเหี่ยวเเห้ง ทันใดนั้น ผืนอากาศดำมืดระหว่างกลางของอุ้งมือปีศาจไหวกระเพื่อม จอมทัพก้าวออกมาตรงเวิ้งนั้นพอดิบพอดี
" เปิด... "
ดุจดั่งคำบัญชาอันหนักเเน่น ป้ายกระโหลกร้อยโซ่ปรากฏขึ้นจากห้วงอากาศว่างเปล่าเบื้องหน้าจอมทัพ สายโซ่เหล็กดำที่รัดพันดวงตาของกระโหลกขยับคลายออกในบัดดล เบ้าตาลึกกลวงโบ๋พลันวาบประกาย ดั่งได้รับพลังชีวิตเข้าเติมเต็ม
พรึ่บ!
เเสงจ้าสาดจากดวงตาบนป้ายอาญา เปลี่ยนแผ่นฟ้าเบื้องบนเป็นมิติรูหนอนหลากสีสันราวกับเส้นสายรุ้งบิดเกลียว ความงดงามของมัน เข้าบดบังรัศมีของดวงจันทราในยามข้างขึ้นให้เหี่ยวเฉาทันตา เห็นดังนั้น จอมทัพยิ้มเย็น นัยน์ตาล้ำลึกฉายเเววรอคอย พลางสกิดปลายเท้า พุ่งกายเข้าสู่มิติรูหนอนโดยปราศจากความลังเล เเละไม่ลืมคว้าอาญากระโหลกติดตัวไปด้วย
' สิ่งใดกัน? '
ท่องทะยานผ่านมิติบิดเบี้ยวหลากสีสันราวความฝันตื่นหนึ่ง จอมทัพเสมือนได้ผ่อนคลาย เเต่ทันใดนั้น เเว่วเสียงกรีดเเหลมเจ็บปวด บาดลึกจนเเก้วหูสั่นสะท้าน พาให้นัยน์ตาคมกล้าพลันหรี่เเคบขณะจับจ้องไปเบื้องหน้า ตรงมุมหนึ่ง มีไอพลังมืดมิดมหาศาล ค่อยๆ แผ่ขยายลุกลามเป็นวงกว้าง ช่างขัดนัยน์ตาเหลือเกิน เมื่อมาปรากฏบนห้วงมิติอันสวยงาม
ในความมืดผืนนั้น พญาตั๊กเเตนตำข้าวขนาดมหึมา เหวี่ยงเเขนฟาดขาเก้งก้างดั่งเคียวตะขอ ปัดป่ายไปทั่วร่างเป็นพัลวัน ปีกยาวใสทั้งสี่คู่ โผผินถี่เร่งเเต่กลับไร้ทิศทาง เพราะตามเนื้อตัวสีเขียวคราม มีก้อนตะปุ่มตะป่ำเกาะติดหนาเเน่นน่าขยะเเขยง ไอมืดดำทั้งหมดที่เเพร่กระจายอย่างรวดเร็ว ก็คือพิษกัดกร่อนขั้นสูงจากเจ้าสิ่งอัปมงคลนั้นเอง รุมทรมานมันให้ตกตายอย่างช้าๆ
' หา! ฝูงโชโลดูทีกำลังไล่ต้อนราชันเรไร เหตุใดเป็นเช่นนี้ไปได้ ข้ากำลังรีบซะด้วย ' ขณะร่ำร้องอยู่ภายในใจ จอมทัพเผลอขบฟันอย่างไม่สบอารมณ์
กระเเสเสียงเสียดสีของเนื้อฟันเพียงเเผ่วเบา เสมือนดั่งคำเชิญความฉิบหายเข้าหาตัว ดวงตาเรียวยาวเเดงก่ำนับพันคู่ปิดปรือเคลิบเคลิ้ม ถ่างกว้างขึ้นพร้อมกันเหมือนนัดเเนะ ชักพาเรียวปากสีม่วงสดให้ฉีกยิ้มร่า ก่อนเจ้าก้อนตะปุ่มตะป่ำนับร้อย จะห้อตะบึงตัดความว่างเปล่า พุ่งเข้าหาจอมทัพด้วยความหิวกระหาย
" เดรัจฉาน! " จอมทัพตวาด " นายเหนือของพวกเจ้า ยามพบเจอข้า ยังต้องสงวนท่าทีถึงสามส่วน "
วาจาภาษาของมวลมนุษย์ เหมือนไม่สามารถก่อกำเเพงหยุดยั้งได้ จึงต้องตัดใจใช้มาตรการสากล เสื้อคลุมสะบัดดังพรึ่บ จอมทัพกางเเขนออกประหนึ่งกางเขน พื้นหลังร่างกายสูงใหญ่เหยียดตรง ปรากฏภาพมายาคมชัดของป้ายหินหลุมศพในยุคโบราณคร่ำครึ เเผ่กลิ่นอายวังเวงลี้ลับหาใดเปรียบ
ป้ายหินกระจายสภาวะเเกร่งเเละหนัก ดั่งสกัดจากหยกขาวมหืมาหมื่นปี ด้านหน้าจารึกอักขระประหลาดสีเเดงเข้มสามตัว พลิ้วไหวตามเเต่อารมณ์ในห้วงเวลานั้นของนายช่างผู้สรรค์สร้าง
พั่บ!
สองมือพลันประกบ อักขระฉวัดเฉวียนเรืองเเสงดุจโลหิตสดในทันที เข้าครอบงำทุกอย่างที่กำลังเคลื่อนใกล้เข้าหา ให้ชะงักหยุดนิ่งในฉับพลัน โชโลดูทีนับร้อยในระลอกเเรก ราวกับต้องมนตราของหัวหน้ามารร้าย นัยน์ตาเรียวยาวระเบิดโพละ ดังต่อเนื่องไร่เลียงไปเป็นเเถว พอพลังพยุงร่างดับวูบ ศีรษะเเหลกเละก็ปักลงเหวอากาศไร้การควบคุม!
กองทัพโชโลดูทีระลอกหลังอีกนับพันหวีดร้องโกรธเกรี้ยว ดวงตานับพันคู่สาดประกายเหี้ยมเกรียม ร้องเรียกก้อนตะปุ่มตะป่ำยุบยับบนเรือนร่างของราชันเรไร ให้ร่วงหล่นเหมือนเม็ดฝน เผยบาดเเผลถูกกัดเเทะเว้าเเหว่งไปหลายส่วน
พละกำลังของเจ้ายักษ์ตั๊กเเตนเริ่มฟื้นตัว มันไม่กล้าสืบสาวเอาเรื่องอีกต่อไป วิกฤตการณ์นี้รอดตัวได้ก็บุญเเล้ว ห้วงขณะโครงปีกโบกสะบัดจะจรลี ดวงตากลมโตฉายเเววซับซ้อนคล้ายรู้ความ ต้องขอบคุณบุรุษชุดดำผู้นั้นมากมาย หลังประทับภาพลักษณ์ศัตรูของศัตรูลึกลงในความทรงจำสำเร็จเเล้ว ราชันเหนือราชาเรไรทั้งปวง หมุนกายทะยานจากไปในพริบตา