ณ ตระกูลหาญเทวัญ
นายพลพร้อมพงษ์นั่งอยู่บนโต๊ะ มีลูกชายที่เหลือสี่คน ยืนอยู่ด้านหน้า
“นี่คือบัตรเชิญร่วมลงทุนที่ประเทศเชียงฟ้า พวกแกคิดว่ายังไง”
“ ประเทศเชียงฟ้าอุดมไปด้วยทรัพยากรมากมาย แต่มีอุปสรรคเรื่องการเมืองภายในประเทศตอนนี้เจ้าแสนสินชัยแม้นเป็นกษัตริย์แต่อำนาจกองทัพครึ่งหนึ่งกลับตกอยู่ในมือพระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้าทำให้ทั้งสองฝ่ายยังคานอำนาจกันอยู่
เราต้องเลือกข้างว่าจะอยู่ฝ่ายไหนเสียก่อน”คุณชายใหญ่สมภพ เอ่ยออกมา
“เรื่องนี้ไม่ได้อยู่ที่เข้าร่วมกับใคร แต่อยู่ที่มีใครสนับสนุนพวกเขามากกว่า”
พลโทราชิตบุตรคนรองเอ่ยออกมาทุกคนหันมาสนใจทันที
“พี่รองหมายความว่าอย่างไร” หมอสันทัดน้องคนที่สี่เอ่ยอย่างสงสัย
“ตอนนี้อเมริกาและกลุ่มนาโต้ ได้สนับสนุนกษัตริย์เจ้าแสนสินชัยฝ่ายจีนกับรัสเซียสนับสนุนพระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้า ทุกคนคิดว่าเราควรจะเลือกข้างใดกันเล่า”
“ก็ยังเลือกยากอยู่ดี เราจะรู้ว่าใครชนะกันแน่” พันเอกสนธิลูกคนที่ 3 ถึงกับมึนหัว
“ แต่นั่นคือสิ่งทุกคนรู้ ทำให้ตัดสินใจยาก แต่เพื่อไม่ให้การลงทุนของตระกูลเราเสียผลประโยชน์ผมอยากบอกว่า ตอนนี้ พระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้า ได้มีดีลลับ กับอเมริกาเรียบร้อยแล้ว” พลโทราชิตเอ่ยด้วยรอยยิ้ม
“ พี่รองรู้ได้ยังไง”หมอสันทัดกับพันเอกสนธิ ถามต่อทันที
“ เรื่องนี้คงต้องให้ท่านพ่อเป็นผู้เฉลย”พลโทราชิตหันไปมองนายพลพร้อมพงษ์ผู้เป็นพ่อ ซึ่งยิ้มให้กับ พลโทราชิตอย่างภาคภูมิใจ ที่มันรู้และเข้าใจตัวเขาเป็นอย่างดียิ่ง
“ ราชิตพูดถูกทูตอเมริกาในประเทศไทยได้ส่งข่าวบอกพ่อเอง ให้เราร่วมมือกับ พระอนุชาเจ้าแสนคำฟ้าสัมปทานเหมืองแร่มีค่า ทางด้านทิศใต้และทิศตะวันออกจะเป็นของ อเมริกาและพวกเราจะเป็นคนจัดการแทน ส่วนทางทิศอื่นๆ ก็จะมอบให้ทางจีนและรัสเซียเป็นฝ่ายจัดการซึ่งฉันก็ได้ติตต่อเจ้าหน้าที่จีนและรัสเซียให้เป็นที่เรียบร้อยแล้ว”
“ แบบนี้แสดงว่าเจ้าแสนสินชัย ก็จบสิ้นแล้ว” พันเอกสันติเอ่ยออกมาเบาๆ
“แล้วเจ้าหญิงเมธิกาจะทำอย่างไร” คุณชายใหญ่สมภพ เอ่ยออกมาด้วยความเป็นห่วง
“พระอนุชาแสนคำฟ้าได้พูดคุยกับพ่อว่าหากพ่อช่วยส่งกองกำลังทหารมือดีไปให้อีกสักห้าร้อยเพื่อช่วยเขาก่อการกบฏชิงบัลลังก์ จะยกเจ้าหญิงเมธิกาแต่งงานกับเจ้าใหญ่”
พอได้ยินที่บิดาเอ่ยเช่นนี้คุณชายใหญ่สมภพ ถึงกับแสดงสีหน้ายินดีออกมาอย่างเห็นได้ชัด น้องๆ ทั้งสามคนได้แต่แสดงความยินดีแต่ในใจแต่ละคนล้วนอิจฉาเขาเป็นอย่างยิ่ง
“พรุ่งนี้เจ้าใหญ่ออกเดินทางไปที่ประเทศเชียงฟ้าจำเอาไว้ห้ามพูดเรื่องนี้ให้ใครฟังเป็นอันขาด ไปถึงประเทศเชียงฟ้าแล้วจะมีคนของพระอนุชาแสนคำฟ้า มาติดต่อเอง”
ทั้งหมดรับคำแล้วก็แยกย้ายกันไปคงเหลือสันทัดที่ยังคงยืนอยู่กับ นายพลพร้อมพงศ์
“ พ่อครับเรื่องคนขับรถของผอ.วิชัย ไปถึงไหนแล้วครับ”
“ พ่อรู้ที่อยู่มันแล้วมันกลับไปบ้านเกิดของมันที่เผ่าลัวะ พ่อส่งคนของเราไปกับเจ้าใหญ่แล้ว อีกไม่นานก็ต้องหามันเจออย่างแน่นอน ลูกไม่ต้องเป็นห่วง”
“ ครับ ตอนนี้พวกเราได้ทำการโอนหุ้นทั้งหมดของผอ.วิชัยให้กับทางรินณลีแต่ว่าทางตลาดหลักทรัพย์กลับแจ้งมาว่าเอกสารมีปัญหา ทำให้โอนหุ้นไม่ได้คงต้องให้คุณพ่อช่วยเคลียร์เรื่องนี้ให้ด้วยนะครับ”
“ ได้ฉันจะให้คนของฉันไปจัดการให้” สันทัดขอบคุณแล้วก็ขอตัวไปบอกข่าวดีให้กับรินณลีต่อไป
อัสนีกลับมาถึงคอนโดก็หลับไปในทันทีกลางดึกเข้าตื่นขึ้นมา ก็พบว่า ผอ.วิชัย เจ้าของโรงพยาบาลเทพพิทักษ์มานั่งอยู่เก้าอี้ในห้องนอนของเขา
“ ผอ.วิชัย”อัสนีเอ่ยอย่างตกใจ
“ ไม่ต้องตกใจผมแค่อยากมาแจ้งข่าวให้คุณหมอเท่านั้น”
“ เรื่องอะไรครับ”
“ ผมมีคลิปหลักฐานที่เอาผิดหมอสันทัดกับรินณลี เรื่องค้าอวัยวะ ที่โรงพบาลเทพพิทักษ์ ตอนนี้อยู่กับคนขับรถชื่อเข้ม ผมอยากให้คุณไปช่วยเขา”
“ แสดงว่าที่เอามาให้ผมก่อนหน้านี้เป็นคลิปหลอกใช่ไหม”
ผอ.วิชัยยิ้มแล้วเอ่ยว่า
“ตอนนั้นผมเข้าใจว่าคุณหมอเป็นพวกเดียวกันกับพวกมัน เลยวางแผนให้พวกคุณทะเลาะกันเอง”
“แล้วตอนนี้ทำไมถึงได้ไว้วางใจผมแล้วล่ะ ไม่กลัวผมจะหักหลังหรือไง”
“ ผมไม่กลัว”
“อะไรที่ทำให้มั่นใจผมขนาดนั้น”
“ ท่านสุวรรณ บอกกับผมว่าคุณหมอเป็นคนดีที่สุด”
“ ท่านสุวรรณแดนยมโลกน่ะเหรอ?”
ผอ.วิชัยพยักหน้า
“ แล้วผอ. ขึ้นมาบนโลกมนุษย์นี้ได้ยังไงกัน” อัสนีเอ่ยออกไป แต่สายตากลับไปมองเงามืดคล้ายคนปรากฏอยู่ด้านหลังของผอ.วิชัย
“ ท่านสุวรรณอนุญาตผมคงต้องไปแล้ว ผมมีอีกเรื่องอยากบอก นอกจากคลิปหลักฐานแล้วผมยังมีพินัยกรรมอีกฉบับหนึ่ง อยู่ที่นายเข้มเช่นกัน ขอให้ท่านได้โปรดช่วยผมด้วย”
ผอ. วิชัยพูดจบก็ก้มลงกราบแทบเท้าของอัสนี อัสนีที่เห็นการกระทำเช่นนี้ก็ตกใจเงาดำจับแขนของผอ.วิชัยแล้วก็ค่อยเลือนหายไปในทันที
อัสนีลืมตาตื่นขึ้นมาเพราะนาฬิกาปลุกดังขึ้น ได้แวลา 6 โมงเช้าแล้ว
“ ฝันไปหรือนี่ทำไมถึงได้เหมือนจริงจัง” อัสนีมองไปที่พื้นหน้าเตียง พบรอยเท้า และรอยมือจางๆคล้ายกับรอยมือของ ผอ.วิชัยที่ทำท่าคุกเข่ากราบไหว้เขาก่อนที่จะหายตัวไป
อัสนีไม่รู้ว่าเป็นความฝันหรือความจริงไม่รู้รอให้สายๆ เขาจะโทรไปหา เจ้าหญิงเมธิกาให้ช่วยตามหา นายเข้ม ให้เขาทีหลังจากอาบน้ำ ก็มีเสียงมือถือดังขึ้น
เขารับสายก็มีเสียงของรองผอ.เกรียงไกร โทร.มาหาเขาแต่เช้า
“ หมออัส รู้ไหมผลตรวจร่างกายอย่างละเอียดของราชินีธิดารา ทรงหายจากโรคมะเร็งแล้วคุณหมอทำได้อย่างไร หรือว่า คุณหมอค้นพบวิธีรักษาโรคมะเร็งระยะสุดท้ายได้แล้วผมยังมีอีกหนึ่งเคส ต้องรบกวนคุณหมอช่วยรักษาด้วยนะครับ”ครับ”
“ ใจเย็นๆก่อนครับท่านรอง มันเป็นการใช้สมุนไพรหายากผสมผสานกับ การใช้พลังปราณบริสุทธิ์มันไม่ใช่ว่าจะสามารถรักษาได้ทุกๆ คน ตอนนี้สมุนไพรวิเศษนั้นก็หมดไปแล้วผมไม่สามารถรักษาโรคร้ายได้อีกในตอนนี้”
“ ไม่เป็นไรครับแค่ช่วยบรรเทาอาการปวดโดยไม่ต้องให้คนไข้กินยาหรือฉายรังษีก็พอแล้ว”
อัสนีไม่รู้จะปฏิเสธอย่างไรจึงรับปากจะช่วยรักษาให้ แล้วเขาก็รีบไปโรงพยาบาลทันที
พอไปถึงก็เข้าไปตรวจอาการของ ราชินีธิดาราทันที ซึ่งภายในห้อง มีทั้งผอ.อีริครองผอ.เกรียง หมอรงค์ ภรรยา และ นางกำนัลของ ราชินีธิดาราอีกสองคนยืนรอเขาอยู่ห่างๆ หลังจากตรวจชีพจร แล้วก็เพ่งมองไปทั่วร่างของราชินีธิดาราอัสนีก็ยิ้มออกมา
“ หายแล้วเชื้อร้ายหายหมดสิ้นแล้ว” อัสนีเองยังอดทึ่งไปกับยาเม็ดรักษามะเร็งของดวงตามัจจุราชไม่ได้ ไม่รู้ว่ามันทำมาจากสมุนไพรชนิดใด ตอนนี้เขามีเพิ่มอีกสองเม็ด คิดว่า ต้องเก็บเอาไว้ใช้กับคนที่เหมาะสมต่อไป
“ ขอบคุณมากนะคะคุณหมอ”
“ ไม่เป็นไรครับมันเป็นหน้าที่ของหมออยู่แล้ว”
“ฉันไม่ผิดคำพูดแน่นอน นี่คือ โฉนดที่ดิน 10 ไร่พร้อมชุดโอนและยังมีเงินบริจาคเข้ามูลนิธิของคุณหมออีก 100 ล้านบาท”
นางกำนัลนำมายื่นให้ ราชินีธิดาราอัสนีเลยเป็นตัวแทนรับมอบ แล้วก็ส่งให้ ท่านผอ.อีริค กับ รองผอ.เกรียงไปดำเนินการต่อ
“ นึกไม่ถึงโลกนี้จะมีคุณหมอเทวดาจริงๆ หากฉันรู้จักกับคุณหมอก่อนหน้านี่ เสด็จพี่คงไม่จากฉันไป” น้ำตาของราชินีธิดารา อยู่ๆ ก็ไหลออกมา
“ชีวิตมนุษย์ก็เป็นแบบนี้ ไม่มีใครสามารถกำหนดได้ ขออย่าได้คิดมากตอนนี้พระองค์ก็หายดีแล้ว สามารถกลับบ้านได้เลย”
อัสนีขอตัวกลับไปรักษาคนไข้มะเร็งระยะสุดท้ายของรองผอ.เกรียงต่อ
“นี่หมออัสนีเขายังไม่มีครอบครัวหรือไงนะ” ราชินีธิดาราเอ่ยอย่างสงสัย
“ ยังครับพี่หมอเพิ่งถูกหย่า จากคุณหมอรินณลี ภรรยาปัจจุบันของ หมอสันทัดครับ”
“ โง่จริงๆมีไข่มุกอยู่ในมือแท้ๆ กลับโยนทิ้งไปคว้าเอาก้อนกรวดมาถือเอาไว้แทน”
ราชินีธิดาราเอ่ยอย่างไม่ใส่ทำเอาหมอรงค์กับภรรยาถึงกับมองหน้ากันเหวอ
“ฉันกลับประเทศคราวนี้ ฉันจะหาคู่ครองให้กับเขาเอง” ราชินีธิดารายิ้มออกมาแล้วสั่งให้นางกำนัลเตรียมชุดเพื่อจะกลับบ้าน
“ พี่หมอคราวนี้คงได้ภรรยาแน่ๆ แล้ว” เบลกระซิบบอกกับหมอรงค์
“พี่หมอคงหนีไม่พ้นจริงๆ” หมอรงค์กับภรรยาหัวเราะด้วยกันอย่างยินดี
อัสนีนั่งอยู่บนเตียงคนไข้ชายที่มีอายุ80 ปี ตอนนี้ตรวจพบว่า เป็นมะเร็งปอด หลังจากเขาอ่านประวัติคนไข้ตรวจดูแผ่นฟิลม์ทั้งเครื่องซีที สแกน MRI ผลการตรวจชิ้นเนื้อก็คิดว่าจะมอบเม็ดยารักษามะเร็งให้ไป แต่ทว่ามีข้อความจาก ดวงตามัจจุราชปรากฏขึ้น
“ ผู้ป่วยรายนี้ถึงเวลาตายแล้ว ไม่สมควรให้ยาเม็ดรักษามะเร็งให้กับเขา คืนนี้เวลาเที่ยงคืน จะมียมทูตมารับวิญญาณเขาไป”
“ อะไรกัน ห้ามกันแบบนี้ก็ได้หรือยาอยู่ที่ผมนะเว้ย ผมควรให้ใครหรือไม่ให้ มันอยู่ที่ผม เกี่ยวอะไรกับคนอื่นกัน”
อัสนีเห็นคนใกล้ตายแล้วไม่ช่วยมันก็รู้สึกไม่สบายใจ เขาจึงนำยาเม็ดรักษามะเร็งออกมาจากแหวนมิติ แต่ทว่าเขาไม่สามารถนำมันออกมาได้ ไม่ว่าอย่างไร ก็ไม่สามารถทำได้
“ ดวงตาบ้า คิดแกล้งกันหรือไง”
“ ผู้ที่เป็นเจ้าของดวงตาโปรดจำไว้ไม่มีผู้ใดในสามโลก คิดฝ่าฝืนกฏแห่งวัฏสงสารไปได้ ยิ่งคนธรรมดาอย่างท่านยิ่งไม่มีทางทำได้”
“แล้วให้ยาเม็ดรักษามะเร็งผมมาทำไมกัน”
“คนผู้นั้นยังไม่ถึงฆาต”
“ แล้วจะรู้ได้ยังไรว่าใครถึงฆาตหรือยังไม่ถึงฆาต”
“ สักวันท่านจะรู้เอง”
อัสนีโมโหเป็นอย่างยิ่งเดินออกจากห้องไประงับสติอารมณ์ โดยมีรองผอ.เกรียง เดินตามไปอย่างงงครอบครัวก็เข้าใจ เพราะรู้ว่า คนไข้นั่นคงไม่รอดแน่ๆ แต่อย่างน้อยก็ไม่อยากให้คนไข้ทรมานอย่างเจ็บปวด ซึ่งเวลานี่คนไข้แม้นจะได้รับมอร์ฟีนแก้ปวดแต่ว่าเชื้อมะเร็งมันได้ลุกลามไปทั่วร่างกายแล้ว ต่อให้ยาแรงขนาดไหนก็ไม่ทำให้บรรเทาอาการเจ็บปวดลงไปได้
“เกิดอะไรขึ้นครับหมอ”
ผอ.เกรียงไกรเอ่ยอย่างสงสัยเห็นอัสนีเอามือทุบเข้ากำแพงอย่างเจ็บใจ
“ ไม่มีอะไร แค่ผมรู้สึกว่าผมมันไร้ความสามาถ ช่วยคนหนึ่งได้ แต่กลับช่วยอีกคนไม่ได้”
“ ไม่ต้องซีเรียสครับเราเป็นหมอไม่ใช่พระเจ้า จะสามารถช่วยรักษาทุกๆ คนหายได้ ผมเข้าใจ”
“ เรากลับเข้าไปกันเถอะแม้นผมช่วยรักษาคนไข้ไม่ได้ แต่ช่วงสุดท้ายของชีวิต ผมจะให้คนไข้จากไปอย่างมีความสุข”.........