ทีโอ ราชันต์พระเจ้าโลกมืด

    พ่ายแพ้ต่อพระเจ้า

    นานละครั้งหนึ่งนานมาแล้ว นานแสนนาน นานน๊านนาน นานจนแทบจำไม่ได้ สมัยที่มหาเทพโปซาปุ ยังคงเดินดิน และเริ่มสร้างโลก แต่วันนึงก็เริ่มนึกเหนื่อยใจขึ้นมา เนื่องจากปัญหาของมนุษย์มีมากมายนัก จึงได้สร้างเทพขึ้นมาอีก 6องค์
    คือ 1. ไรชิน เทพนักสร้าง 2.ฟาเรนเซีย เทพธิดาแห่งสงคราม 3.อาราชิน เทพแห่งปัญญา 4.อารัคเน่ เทพแห่งแสงและการเกษตร 5. มิโอะ เทพแห่งไฟ และ 6. ทีโอ เทพแห่งความมืด
    เมื่อ แรกเทพทั้ง 6 ก็สมานสามัคคีกันดี ช่วยเหลือมนุษย์ ทั้งก่อสร้างกำแพงเมือง ปลูกพืชผัก และรักษาโรค แต่เมื่อ มหาเทพโปซาปุ ดับสูญ เทพอีก 5องค์นอกจากทีโอ ก็เริ่มมองมนุษย์ เป็นเพียงแค่ทาส ไม่ใช่เพื่อนอีกต่อไป ซึ่ง ทีโอ เทพแห่งความมืดไม่ยอมเทพทั้ง 5 จึงได้เกิดการต่อสู้กันขึ้น และเทพแห่งความมืด ทีโอ ก็ได้พ่ายแพ้ เพราะโดนเหล่าเทพรุม 5vs1
    เทพ ทีโอ ยืนอยู่ด้วยสภาพปางตาย เสื้อผ้าฉีกขาด เผยให้เห็นกล้ามเนื้อที่ดูสมชายอย่างมากถ้าหากสาวมาเห็นละก็ต้องยอมเป็นภรรยาเขาแบบไม่ทันตั้งตัวแน่ๆ แต่ตอนนี้ ทีโอ ถึงใจสู้แต่กายไม่อำนวย แม้มีเหล่ามนุษย์นับหมื่นที่มาช่วยทำสงครามกับเทพทั้ง5 ก็ตาม แต่ก็ตายไปเสียทั้งหมด
    ตอนนั้นเองที่เทพ อาราชิน พยายามจะเกลี้ยกล่อมเทพแห่งความมืดเป็นครั้งสุดท้าย
    " ข้าไม่ใช่ศัตรู ของเจ้า เพียงแต่เจ้าเข้าร่วมกับเรา เจ้าก็จะพ้นวิกฤติครั้งนี้ และเราทั้ง 5 จะรักษาเจ้าด้วยเวทย์มนต์ขั้นเทียร์ 11 ให้พลังของเจ้าฟื้นฟูมาดังเดิม "
    " ไม่มีทาง " นั่นคือคำพูดสุดท้ายของ ทีโอ
    " ถ้าเช่นนั้น ข้าก็ไม่มีทางเลือก ต้องกำจัดเจ้าทิ้งไป " เทพอาราชิน กล่าวก่อนจะรวบรวมพลังงานแสงสุดขั้วเอาไว้ในมือ เพื่อเผด็จศึก
    " ช้าก่อน อาราชิน ได้โปรดเมตตา อย่าให้ทีโอ ไปเกิดเป็น หมู หมา กา ไก่เลย ถ้าไงเห็นแก่ความดีที่เขาทำมาให้เขาลงไปเกิดเป็น มนุษย์เถอะ " เทพธิดา ฟาเรนเซีย กล่าวกับอาราชิน ด้วยสายตาวิงวอน แล้วกล่าวสืบต่อ เมื่อเห็น สีหน้า อาราชิน อ่อนลง
    " โปรดส่งข้าไปกับ ทีโอด้วย ข้าจะทำให้เขาเปลี่ยนใจเอง "
    " ในเมื่อ ฟาเรนเซียขอมา ข้าก็จะให้ โอกาสทีโออีกครั้ง ด้วยการส่งเขาไปเกิดใหม่ และฟาเรนเซีย จงจำไว้ เจ้าต้องทำให้เขาเปลี่ยนใจให้ได้ ถ้าเขากลับมาสู้กับพวกเราอีก เขาจะต้องตายและไม่สามารถไปเกิดใหม่ได้อีก " เทพ อาราชิน กล่าว ก่อนจะยิงลำแสงสุดขั้วออกไป และทำให้ทีโอ ต้องไปเกิดใหม่
    ****
    10000ปีผ่านไป....
    แม้ว่าเวลาจะผ่านไปนานแล้วจนตำนานของเทพแห่งความมืด ทีโอ เหลือเพียงแค่ตำนาน แต่ทีโอก็รู้สึกเหมือนมันผ่านไปแค่ วันเดียวเท่านั้น
    " นายน้อยค่ะ นายน้อยตื่นแล้วเหรอคะ " เสียงหนึ่งได้ปลุกเจ้าชาย ทีโอ ขึ้นมาจากภวังค์ เป็นเสียงของ ไอร่า เมดสาวใช้นั่นเอง เธอมีใบหน้ารูปไข่ แก้มแดงราวลูกพุทรา ผิวขาวดั่งหิมะ หน้าตาสะสวย ทำให้คนที่ได้เห็นต้องหลงรักในความงามของเธอเลยทีเดียว
    " พี่ ไอร่า ทำไมถึงเข้ามาในห้องของผมล่ะ " ทีโอ กล่าว เขาจำได้ลางๆว่า เจ้าของร่างนี้ รักไอร่า ราวกับพี่สาวแท้ๆ ก็ไม่ปาน และด้วยที่ร่างกายอ่อนแอ จึงถูกพ่อแม่ทิ้งให้อยู่กับสาวใช้เพียงลำพัง
    " ก็มาดูอาการไข้ของนายน้อย ทีโอ ยังไงล่ะคะ " ไอร่ากล่าว แล้วหันไปหยิบห่อยามาแก้ให้ ทีโอกิน ก่อนคะยั้นคะยอ ให้ทีโอ เข้าไปในห้องอาบน้ำกับเธอเพื่อชำระล้างร่างกายในยามเช้า
    ...ฮิ ฮิ ฮิ ทีโอ เจ้าคงมีความสุขที่ได้เป็นมนุษย์สินะ เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าวอย่างนึกขำ ในความหน้าแดงของทีโอ
    ' ฟาเรนเซีย ทำไมเจ้าถึงมาอยู่ในหัวของข้าได้ '
    ...ข้าก็มาทำให้เจ้าเปลี่ยนใจนะสิ ถ้าเจ้าเปลี่ยนใจเมื่อไหร่ อาราชิน จะทำให้เจ้ากลับเป็นเทพแห่งความมืดทันที
    ' ไม่มีทาง ข้าไม่มีทางยอมก้มหัวให้กับ อาราชินเด็ดขาด '
    ในขณะที่ทีโอ กำลังบ่นอยู่ ไอร่าก็ถอดเสื้อผ้าของเธอ ออก เพื่อช่วย ทีโอ อาบน้ำ ทำให้ ทีโอถึงกับเลือดเกาเดาไหลออกมาทางจมูกเลยทีเดียว เมื่อเห็นภาพอันสุดแสนเซ็กซี่ บาดตาบาดใจ ของไอร่า จนแทบจะหันหน้าหนีเลยทีเดียว
    " นายน้อยคะ นายน้อยก็เห็นร่างกายของข้ามาตั้งแต่เด็กแล้ว ยังเลือดกำเดาออกจมูกอีกเหรอคะ หรือว่าจะเป็นไข้ " ไอร่าถาม ทีโอ อย่างไม่ได้ตั้งใจนัก เพราะเป็นคำถามที่ไม่ต้องการคำตอบ เนื่องจาก ไอร่ากับทีโอ อาบน้ำมาด้วยกันตั้งแต่เด็กๆแล้ว ไอร่าจึงไม่ได้ใส่ใจนัก
    และผมก็ต้องทำใจที่ตอนนี้องค์ชาย ทีโอ ที่กำลังมีความสุขในการอาบน้ำอยู่ก็ คือ ผม พระเจ้าแห่งโลกมืด ทีโอ...
    หลังจากอาบน้ำกับพี่ไอร่า ผมกับ พี่ไอร่า จึงไปเดินเล่นที่อุทยานหลวง และที่นั่นผมก็ต้องพบกับเหล่านางกำนัล ปากปีจอ
    " นั่นมัน เจ้าชายทีโอ จอมอ่อนแอนี่นา "
    " ใช่ๆ เจ้าชายจอมอ่อนแอ ที่ถูกพ่อแม่ทิ้ง "
    " ชาตินี้คงไม่มีวันได้เป็นเลาห์คอน(ราชา)หรอก "
    ในขณะที่ผมกำลังยืนฟังพวกนางกำนัลอยู่ พี่ไอร่า ก็เข้ามาสะกิดให้ผมเดินไปอีกทาง
    " นายน้อยคะ ไม่ต้องสนใจหรอกค่ะ เจ้าพวกนางกำนัลปากปีจอนั่น ก็ชอบนินทาชาวบ้านอยู่แล้ว " พี่ไอร่า พูดปลอบใจผม
    " ขอบคุณนะ พี่ไอร่าที่ทำเพื่อผม " ผมกล่าว
    ทว่า....
    " ระวัง!!! องค์ชายทีโอ หัวหน้านางกำนัลไอร่า " องครักษ์คนหนึ่งกล่าวด้วยความตกใจที่ ไทยแลนซาเบลไทเกอร์ หลุดออกมาจากสนามฝึก เข้ามาในอุทยานหลวง
    ที่ไทยแลนซาเบลไทเกอร์มาอยู่ในสนามฝึกเมืองร็อคน่าได้ ก็เพราะ เลาห์คอนเฮเซ็น มีพระดำริ เพื่อทำให้ทหารไม่กลัวสัตว์ร้าย ด้วยการเอาทหารมาฝึกตั้งแต่เด็กๆ
    โดยเริ่มแรก ให้สู้กับหมาตัวเล็กๆ ก่อน ต่อมาก็เริ่มให้สู้กับหมาตัวใหญ่ขึ้น และตัวใหญ่ขึ้นเรื่อยๆทุกการฝึก จนกระทั่งเปลี่ยนไปเป็นเสือ และวิธีนี้ใช้ได้ผลดีมาก เพราะทำให้ทหารไม่กลัวไทยแลนด์ซาเบลไทเกอร์ ที่เป็นเจ้าป่าแถบนี้
    " ระวังนะเพค่ะ นายน้อย " พี่ไอร่าบอกผม ขณะที่ผมค่อยหยิบดาบที่ชุดเกราะอัศวินประดับระหว่างทางออกมา
    " ก็แค่แมวธรรมด๊าธรรมดาที่ตัวใหญ่ก็เท่านั้นเอง พี่ไอร่า " ผมกล่าว
    " ระวังแมวธรรมด๊าธรรมดาฆ่าตายนะเพค่ะ " พี่ไอร่ากล่าวอย่างขำๆ แต่ก็มีสีหน้าเป็นห่วงผม
    จู่ๆ ไทยแลนซาเบลไทเกอร์ ก็วิ่งเข้ามาจู่โจมผม ผมเริ่มเดินพลังเวทย์ในทันที แต่ก็ต้องพบกับสิ่งผิดปกติ
    ' พลังเวทย์ของผมใช้ไม่ได้ ทำไมล่ะ '
    ... ฮิ ฮิ ฮิ อาราชิน ลงอาคมเอาไว้ ว่าถ้าเจ้าอายุไม่ถึง 17 จะใช้เวทย์ไม่ได้น่ะ เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าว
    ' กรรม '
    และตอนนี้เองที่ผมถูกแมวธรรมด๊าธรรมดา ไล่งับเป็นครั้งแรก
    ' ถ้าข้ากลับเป็นเทพมืดได้ละก็ อย่าว่าแต่ไทยแลนซาเบลไทเกอร์ตัวเดียวเลย ต่อให้มาเป็นร้อย ข้าจะฆ่าให้เกลี้ยงไปเลย ' ผมคิด
    แต่ตอนที่ผมกำลังก้าวถอยหลังอยู่นั้น ไทยแลนซาเบลไทเกอร์ก็เปลี่ยนเป้าหมายไปทำร้ายพี่ไอร่า ทำให้ผมโกรธมาก ที่พี่ไอร่าถูกทำร้าย แม้ว่ามันจะเป็นแค่รอยแมวข่วนก็ตาม
    จู่ๆก็ปรากฏ รอยปานรูปหยดน้ำขึ้นที่หน้าผากของผม มันเป็นรูปดอกฮาเดลหกแฉก หมายถึงผมได้เป็นจอมปราชญ์ แห่งอัคคีแล้ว
    " จอมปราชญ์? ไม่จริงน่า " ทหารองครักษ์ ตกใจ เพราะไม่เคยมีเชื้อพระวงศ์ในประวัติศาสตร์คนใดเลยที่ได้เป็นจอมปราชญ์ แค่ระดับผู้วิเศษยังมีเพียงแค่หยิบมือ
    ในขณะที่ทุกคนกำลังยืนตะลึง โดยเฉพาะพวกนางกำนัลปากเสียนั่น
    " ไปตายซะ เจ้าแมวบ้า " ผมยิงพลังลูกไฟใส่ไทยแลนซาเบลไทเกอร์ จนมันร่างกายแหลกเหลวไม่เหลือชิ้นดี หลังจากจบศึก และเหตุการณ์สงบแล้ว สัญลักษณ์รูปหยดน้ำ ก็จางหายไป และผมกลับมาเป็นเจ้าชายที่ไม่สามารถใช้เวทย์ได้อีกครั้ง
    " องค์ชาย ทีโอ " พี่ไอร่า โผเข้ามากอดผม และจูจุ๊บเข้าที่แก้มซ้ายเป็นรางวัลให้กับผมก่อนที่ผมจะเริ่มคุยโม้
    " ผมบอกแล้วไง ว่ามันเป็นแค่แมวธรรมด๊าธรรมดาที่ตัวใหญ่เท่านั้น "
    " ค่ะ นายน้อย แต่วันหลังระวังแมวธรรมด๊าธรรมดาข่วนนะ เจ้าค่ะ " พี่ไอร่าบอกผม ผมจึงพึ่งรุ้สึกตัวว่าผมได้แผลเท่ารอยแมวข่วน อยู่บนใบหน้า เพียงใช้คาถารักษาเล็กน้อย รอยบาดแผลก็จางหายแล้ว
    30 นาทีต่อมา....
    ผมกลับมาที่ห้องโดยมีพี่ไอร่าตามมาอย่างเป็นห่วง
    " นายน้อย วันหลังอย่าทำแบบนี้อีกนะ พี่เป็นห่วงแทบแย่ ตอนที่นายน้อยไปสุ้กับไทยแลนด์ซาเบลไทเกอร์"
    " พี่ไอร่า ไม่ต้องเป็นห่วงผมหรอก ผมเป็นถึงจอมปราชญ์ เชียวนะ " ผมใช้มือลูบหัวอย่างเขินอาย
    " พี่จะไปทำกับข้าวมาให้นะ ทีโอ เจ้ารออยู่นี่ก่อน " แล้วพี่ไอร่าก็หายเข้าครัวไป
    ในขณะที่ผมกำลังคิดอะไรอยู่นั้นเอง เทพธิดา ฟาเรนเซีย ก็ได้พูดออกมาจากในหัวผม
    ...ถ้าข้าไม่ช่วย ละก็ เจ้าอาจจะพิการไปแล้ว  เทพธิดา ฟาเรนเซียกล่าว เธอมาช่วยผมปลดผนึกคำสาปของอาราชิน สร้างความตกใจให้กับผมอย่างมาก ไม่นึกว่า ตัวผมจะถูก เทพธิดา แห่งสงคราม ฟาเรนเซีย สิงสู่โดยไม่ได้อัญเชิญ แต่ผมก็ต้องขอบคุณเธอ
    ' ขอบคุณเจ้ามากนะ ฟาเรนเซีย '
    ...แล้วต่อไปอย่าไปสู้กับแมวธรรมด๊าธรรมดาอีกละ มันทำให้ข้าต้องส่งพลังช่วยเจ้า 
    ' เข้าใจแล้ว ' ผมพูดในจิตใจ แต่ก็นึกรำคาญฟาเรนเซีย เป็นส่วนใหญ่
    ก็อกๆ ก็อกๆ
    เสียงเคาะประตูดังขึ้น ผมจึงลุกขึ้นไปเปิดประตู
    ผู้มาเยือน คือ.......
    จอมปราชญ์ คายะ ไอดอล ของผมเอง เธอมีผมดำสลวยงดงาม นัยต์ตาคมดุจคันศร สองแก้มแดงดั่งลูกพุทรา คิ้มงามดุจดั่งเส้นผมของนางฟ้า
    " ข้าคือ จอมปราชญ์ คายะ จอมปราชญ์ ประจำราชสำนักโปปุรอน " เธอกล่าวเสียงเรียบ
    " ข้าได้ยินว่าเจ้าชายได้สืบทอดพลังจอมปราชญ์ จาก วีรบุรุษ เร้นกายมาจากเหล่านางกำนัล "
    " ก็ คงเป็นเช่นนั้น ท่านจอมปราชญ์ คายะ " ผมตอบไปอย่างสุภาพที่สุดเท่าที่จะคิดได้
    " ข้ามาที่นี่ เพื่อมาเชิญองค์ชาย เสด็จไปพบกับ เลาห์คอน เฮเซ็น เสด็จพ่อของท่าน"
    " อืมก็ได้ ผมจะไป "
    ในขณะที่ผมตอบรับคำเชิญของ จอมปราชญ์ คายะ เพื่อไปหาเสด็จพ่อบัดซบที่ไม่เคยเห็นหน้ามานาน
    พี่ ไอร่า ก็โผล่ออกมาพร้อมกับถ้วยซุปไก่ ของโปรดของผม
    " ทีโอ มีอะไรหรือ เอ๊ะ!!! นั่น จอมปราชญ์ คายะนี่นา "
    พี่ไอร่า รีบก้มลงคุกเข่าให้กับจอมปราชญ์ คายะ ผู้มีฤทธิ์เวทย์มนต์สูงที่สุดในอาณาจักร
    " ไม่เป็นไร ข้าไม่ถือหรอก" จอมปราชญ์ คายะกล่าว
    พี่ไอร่า จึงลุกขึ้นและรีบแนะนำตัว
    " ข.....ข้าชื่อ ไอร่า เป็นเมดรับใช้องค์ชาย ทีโอ ในชีวิตนี้ข้าไม่เคยพบจอมปราชญ์ตัวเป็นๆ ที่งดงามอย่างท่านเลย" พี่ไอร่า กล่าวอย่างชื่นชม ต่อ จอมปราชญ์ คายะ สุดสวย ความสวยของจอมปราชญ์ คายะเมื่อเทียบกับ พี่ไอร่าแล้ว ทำให้หน้าตาของพี่ไอร่า ที่สวยมากอยู่แล้ว ดูธรรมดาไปเลย
    " เราไปกันได้แล้วองค์ชาย " จอมปราชญ์ คายะกล่าว พร้อมกับ ร่ายเวทย์เปิดประตูมิติ ประตูมิติประตูหนึ่งจึงได้ปรากฏ ออกมา ผมก้าวเดินตามจอมปราชญ์ คายะไป อย่างว่าง่าย
    เมื่อเราทั้งสองก้าวข้ามประตูมิติมาแล้ว มันก็ค่อยๆปิดตัวลง 
    " พี่ ไอร่า เดี๋ยวผมกับมานะ " ผมพูดผ่านประตูมิติ ก่อนที่มันจะปิดสนิท ซึ่งพี่ ไอร่า ก็พยักหน้าเข้าใจ
    ผมกับจอมปราชญ์ คายะ ก็ได้ก้าวไปในท้องพระโรงใหญ่ ที่นั่นมีชายวัยกลางคนอายุประมาณ 40 ปลายๆ นั่งอยู่บนบัลลังค์ เขากำลังนั่งอ่านราชสาร์สที่ถูกส่งมาจากอาณาจักร ออโดนอส
    " ฝ่าบาทข้าได้นำตัวองค์ชายน้อยมาแล้ว เพค่ะ " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
    เลาห์คอน เฮเซ็น ได้วางราชสาร์สลง แล้วก้าวลงมาจากบัลลังค์ มาโอบกอดข้า ให้หายคิดถึง
    " โอ้ว เจ้าโตเป็นหนุ่มใหญ่แล้วสินะ พ่อว่าจะสอนเวทย์มนต์ให้เจ้าด้วยตัวเอง เพื่อให้เจ้าได้เป็น เลาห์คอน คนต่อไป สืบราชสมบัติจากข้า "
    เลาห์คอน เฮเซ็น ยิ้มนิดหน่อย แล้วกล่าวสืบต่อ
    " เจ้าได้เป็นจอมปราชญ์ ก็ดีแล้วลูกรัก ข้าจะให้ จอมปราชญ์ คายะ รับเจ้าเป็นศิษย์ และสอนความรู้ให้เจ้า วันนี้เลย "

    ผัวะ
    ผมสะบัดตัว ออกจากอ้อมกอดของเลาห์คอนเฮเซ็น เพราะรู้ว่าการเป็นเลาห์คอน ต้องได้รับการสวมมงกุฏจากศาสนจักร และนั่นหมายความว่าผม ต้องยอมรับเทพอาราชิน เป็นพระเจ้า แถมเลาห์คอน เฮเซ็นตลอดเวลา 16 ปี ที่ผ่านมา ก็ไม่เคยสนใจผมกับเสด็จแม่เลย ผมจึงไม่นับเขาเป็นพ่อ
    "ผมไม่อยากเกี่ยวข้อง อะไรกับคุณ เสด็จพ่อ ต่อไปนี้ผมจะใช้ชีวิตด้วยตัวผมเอง ผมไม่อยากเป็นเลาห์คอน และสืบทอดราชบัลลังค์ ต่อจากคุณ"
    " ทำไมล่ะ " เลาห์คอน เฮเซ็น ตรัส ถาม
    " เพราะคุณ ไม่เคยสนใจใยดีผมเลย รวมถึงเสด็จแม่ด้วย และการเป็นเลาห์คอน เท่ากับการยอมรับ เทพ อาราชิน ที่เห็นมนุษย์เป็นแค่ทาส มาเป็นพระเจ้า ผมขอลาขาดจากอาณาจักรแห่งนี้ในตอนนี้เลย " และผมก็วิ่งพรวดพราดออกไปจากราชวังกลับไปหา พี่ไอร่า สุดที่รักของผม
    " ให้เขาไป เผชิญโลกบ้างก็ดีนะ ฝ่าบาท จะได้รู้ว่าเทพทั้ง 5 ดูแลโลกใบนี้ดีเพียงใด แม้ว่าพวกเขาจะมองมนุษย์เป็นเพียงทาสก็ตาม " จอมปราชญ์ คายะกล่าว
    " อืม ข้าว่าก็ดีเหมือนกัน เขาจะได้เข้าใจว่า โลกนี้มันโหดร้าย ต้องพึ่งพาเทพ ถึงจะอยู่รอดได้" เลาห์คอนเฮเซ็น หลับตา ซึ่งเขาไม่อาจจินตนาการภาพความยากลำบากของลูกอันเป็นที่รัก ในอนาคตได้เลย
    " ข้าเกือบลืม ซิลวาเทียเส้นนี้ ที่จะให้เขาติดตัวไปด้วย วานเจ้าเอาไปให้องค์ชายที" เลาห์คอนเฮเซ็น กล่าว
    " เพค่ะ ฝ่าบาท " จอมปราชญ์ คายะ รับซิลวาเทียมาประคองที่แขนอย่างทะนุถนอม มันเป็นสมบัติ ประจำราชวงศ์ ที่จะส่งมอบให้เลาห์คอน องค์ต่อไปเท่านั้น ซึ่งซิลวาเทียร์ เป็นอาติแฟกซ์ แรร์ ระดับ เวิร์ลไอเทม ที่สามารถรักษาโรคได้ทุกอย่างทุกอาการ เมื่อกินเข้าไปจะสามารถชุบชีวิตได้ *-* แต่คนตายไปแล้วจะกินได้อย่างไร
    ****************************************************************โปรดติดตามตอนต่อไป