อันที่จริงกรณีแบบนี้เกิดขึ้นได้บ่อยและไม่ใช่เื่แปลกใหม่เท่าไร แต่ที่มันน่าสงสัยก็คือหลังจากที่เ้าของรูปปั้นนี้กลับไปประมาณสามสิบนาทีพวกตำรวจก็แห่กันมาคล้ายกำลังรอจังหวะนี้อยู่ ผมเลยอดไม่ได้ที่จะต้องคิดออกมาหลาย ๆ มุมมอง
“มึงคิดว่าไงไอ้หาร” ผมถามลูกน้องที่ยืนอยู่เบื้องหน้าโต๊ะทำงานโดยที่สายตายังคงจับจ้องรูปปั้นอยู่เหมือนเดิม
“ดูท่าพวกตำรวจจะพูดจริงครับ” ผมเงยหน้าขึ้นมองมันก่อนจะลุกขึ้นยืนเต็มความสูงแล้วเดินไปตรงหน้าต่างมองวิวอาณาเขตตัวเอง
ตำรวจอธิบายว่าพวกเขาได้รับแจ้งจากผู้ไม่ประสงค์ออกนามว่าโรงรับจำนำแห่งนี้จะถูกใช้เป็สถานที่แลกเปลี่ยนของผิดกฎหมาย
ผมเลยส่งไอ้หารไปตรวจสอบความจริงว่าน้ำหนักของคำพูดนั้นเชื่อถือได้มากน้อยแค่ไหน แต่เมื่อกี้มันบอกแล้วว่าพวกตำรวจพูดจริงก็ยิ่งทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดมากกว่าเดิม
“เดี๋ยวนี้เขตยี่สิบหกเปลี่ยนมาทำตัวเป็หมาลอบกัดั้แ่เมื่อไร!” ผมหันไปมองไอ้หารด้วยอารมณ์ขุ่นมัว
“ขอโทษครับ” มันรีบก้มหัวลงหลังรู้ว่าตัวเองทำงานพลาดปล่อยให้พวกเหลือบไรเข้ามาสร้างปัญหาได้ถึงถิ่นผม
“กล้าส่งตราประจำตระกูลตัวเองมาหยามกูถึงที่ขนาดนี้เห็นทีมันคงหิวลูกปืนมากเลยสินะ” ผมเดินกลับไปหยิบรูปปั้นเสือดำขึ้นมาถือ
เสือดำคือสัญลักษณ์ของเขตยี่สิบหกที่มีไอ้ไนซัสดูแล
ถึงจะไม่ได้ตรงกับของจริงขนาดนั้น แต่การมีเสือดำเข้ามาเกี่ยวผมคิดออกอยู่คนเดียวและคงเป็ใครไปไม่ได้ถ้าไม่ใช่มัน
ก็ดี...เพราะผมจะได้ไม่ต้องไปสืบให้เสียเวลาว่าใครมันมาลอบกัด
“อันนี้คือภาพจากกล้องวงจรปิดครับ” มันวางแท็บเล็ตไว้ตรงหน้าผมจากนั้นก็กดปุ่มเล่นคลิปวิดีโอต่อ
“…” ผมมองผู้หญิงหน้าตาคุ้นเดินถือรูปปั้นดังกล่าวเข้ามาในร้าน จากนั้นเธอก็ลอบมองซ้ายขวาคล้ายกลัวว่าใครจะมาเห็น สุดท้ายก็เดินไปอีกทางที่มีคนใช้บริการน้อยแทน
“แล้วจากกล้องตัวอื่นล่ะ” ผมถอนหายใจพลางกดนวดขมับช้า ๆ ไม่คิดเลยว่ายัยลูกหนูตัวนั้นจะเป็คนของไอ้ไนซัส
ดูท่ามันคงวางแผนมาเป็อย่างดีถึงทำให้ผมไม่รู้สึกตงิดใจอะไรเลยแบบนี้
“อยู่ระหว่างรวบรวมภาพทั้งหมดครับ เธอคนนั้นเดินหลบเลี่ยงกล้องเก่งพอตัวแต่ผมจะรีบจัดการให้ไวที่สุด”
เดือนดาว Talks
ระหว่างทางเดินกลับหอพัก
สุดท้ายแล้วฉันก็ไม่รู้อะไรเพิ่มเลยว่าที่มาที่ไปมันเป็ยังไง อันที่จริงไม่ใช่แค่ฉันคนเดียวแต่รวมถึงคนที่อยู่ในเหตุการณ์อย่างใกล้ชิดก็ด้วย
เหมือนว่าทุกคนจะรู้เท่ากันหมดคือโรงรับจำนำถูกตำรวจตรวจค้นแค่นั้นเลย ไม่มีใครรู้ว่าเพราะอะไรหรือเป็ยังไงต่อ แต่จากที่คนใกล้ชิดเห็นตำรวจน่าจะเป็ฝ่ายผิดเพราะพวกเขาพากันก้มหัวขอโทษกันยกใหญ่ นี่เลยคิดว่าคงเป็เื่เข้าใจผิดกันแทน
จะว่าไปแล้วเื่เกิดขึ้นหลังจากที่ฉันเดินออกมาสักพักหรือเปล่านะ เสียดายจังถ้าฉันอยู่ต่ออีกหน่อยก็คงจะรู้อะไรบ้าง
เอาเถอะเพราะตอนนั้นฉันทั้งรีบทั้งพะวงนี่น่ากลัวจะมาปะกับลุงในร้านน่ะสิ แถมขากลับก็ลำบากพอควรเมื่อเห็นลุงแกเล่นเข็นรถมาทางที่ฉันใช้เดินอยู่
แอบแทบไม่ทันเลย
“วุ่นวายจริงด้วยแฮะ” ขณะที่กำลังเดินเลียไอศกรีมแท่งสายตาก็ลอบมองไปที่โรงรับจำนำเ้าตัวต้นเื่ พบว่ามีชายน่ากลัวชุดดำมากมายเอาแต่วิ่งวุ่นตามเสาไฟเต็มไปหมด
“รีบกลับหอดีกว่า” ฉันสะบัดหน้าเล็กน้อยด้วยความขนลุกเมื่อเผลอนึกถึงเื่เมื่อหนึ่งปีก่อนขึ้นมา
วันต่อมา
มหาวิทยาลัยแองกัส
11.21 a.m.
ตึก ๆ
ฉันรีบสาวเท้าเดินไปตรงทางเข้าด้านหลังของมหา’ ลัยด้วยใจที่เต้นตึกตักเพราะจู่ ๆ ก็มีคนท่าทางน่ากลัวเดินตามฉันมาได้สักพัก
ตอนแรกไม่คิดอะไรหรอกแต่พอลองเปลี่ยนเส้นทางไปมั่วกลับพบว่าคนเดิมยังคงเดินตามฉันอยู่ ก็เลยแน่ใจแล้วว่าผู้ชายผมทรงสกินเฮดคนนั้นต้องมีอะไรอยากคุยกับฉันแน่
แต่คือ...เขาน่ากลัวอะ แถมยังเจาะอะไรก็ไม่รู้เต็มหน้าอีกใครมันจะไปกล้าคุยกันเล่า T^T
“คิก~” และขณะที่ฉันกำลังหนีเสียงหัวเราะก็ดังมาให้ได้ยิน ซึ่งเ้าของเสียงที่ว่าก็คือผู้ชายคนเดิม
เขารู้ว่าฉันรู้ตัวแล้วแต่ก็ยังเดินตามมาอีกงั้นเหรอ!
คนในเขตนี้มันอะไรกันเนี่ย
ช่างเถอะเลิกคิดดีกว่า ยังไงอีกนิดเดียวก็จะถึงทางเข้าแล้วอดทนก่อนเดือน แล้วหลังจากนั้นก็ค่อยรีบไปขอความช่วยเหลือจากลุงยามเอา
“คะ...คุณ!” ทว่าจังหวะที่ฉันกำลังเอาแต่โฟกัสประตูทางเข้าก็พบว่าระหว่างทางมีผู้ชายหน้าอ่อนใส่แว่นแต่งตัวดูดีเดินมาขวางทางไว้เสียก่อน
“ขอโทษที่เสียมารยาทนะครับ แต่ช่วยตามพวกผมมาหน่อยได้หรือเปล่า” เขาพูดเสียงนิ่มแววตาดูเป็มิตร
คำว่า ‘พวกผม’ ทำให้รู้ทันทีว่าผู้ชายน่ากลัวอีกคนก็คงจะเป็คนรู้จักของชายหน้าอ่อนคนนี้ด้วย
ไม่เอาอะฉันไม่ไปหรอก!
“ถ้ายังรักชีวิตอยู่ผมแนะนำว่าอย่าปฏิเสธดีกว่า” แววตาเป็มิตรที่เห็นเมื่อกี้ถูกแทนที่ด้วยแววตาเรียบนิ่งน่ากลัวแทน
“…” ฉันยืนกำมือแน่นมองสลับระหว่างคนตรงหน้าและคนด้านหลังที่กำลังยืนยิ้มเหมือนคนจิตไม่ปกติ
ดูท่าแล้วไม่ว่ายังไงก็คงหนีไม่พ้นสินะ
อาคารเก่า
ใช้เวลาสักพักใหญ่ก็มาหยุดที่อาคารร้างตรงหน้า
คนใส่แว่นเดินนำเข้าไปก่อนจากนั้นก็เป็ฉันแล้วก็ชายนักเจาะคนนั้น
“…” ฉันมองคราบแห้งกรังคล้ายสีแดงแล้วกลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก นอกจากนี้ตามทางก็มีเศษไม้หักเต็มไปหมดรวมถึงเก้าอี้ที่มีเชือกมัดไว้ด้วย
“คิดว่าไง” คนที่เดินตามหลังเอ่ยถามฉันเสียงเบา
“คะ?” ฉันไม่รู้ว่าเขาเร่งฝีเท้ามาเทียบเสมอกันั้แ่ตอนไหนแต่ก็ยังมีสติพอที่จะรีบถอยห่าง
“ทิวทัศน์ของที่นี่น่ะ สวยดีเนอะ”
“!” เขายกยิ้มชอบใจหลังเห็นสีหน้าใของฉัน
ก็จะไม่ให้ใได้ไง จะมีคนสติดีที่ไหนพูดออกมาบ้างว่าอาคารเก่า ๆ รก ๆ น่ากลัวแบบนี้มีวิวที่สวยงามบ้าง
ง่าย ๆ เลยคือมองไปตรงไหนก็มีแต่คราบสกปรกรกเต็มไปหมด ไม่ใช่สถานที่เหมาะกับคำที่เขาใช้พูดเมื่อกี้สักนิดเดียว
“แถมยังเหมาะกับการทรมาน” เขากดเสียงต่ำลง
“พอได้แล้วไอ้โตน”
“เห็นคราบพวกนี้ปะ” เขาไม่ฟังชายใส่แว่นและเอาแต่พูดต่อไม่หยุด พลางชี้นิ้วไปตรงคราบที่ฉันเห็นั้แ่เดินเข้ามา
เพราะมันไม่ได้มีคราบแค่ตรงทางเข้าอย่างเดียว แต่ยังมีคราบในลักษณะเดียวกันเต็มผนังไปหมด
แน่นอนว่าฉันเองก็พยายามระงับความกลัวไว้ในระดับหนึ่งแล้ว แต่พอต้องมาโดนพูดย้ำกรอกใส่หูเหมือนตอนนี้ก็ทำเอาฉันถึงกับยืนบีบมือแน่นตัวสั่นงันงก
“ไอ้หารมึงดูเธอทำหน้าดิตลกว่ะ ฮ่าๆ”
—————— ༻・ॐ・༺ ——————
ปล.หากอ่านแล้วชอบหยกรบกวนนักอ่านที่น่ารักช่วย กดถูกใจ กดเพิ่มเข้าชั้น และพิมพ์คอมเมนต์ ส่งเข้ามาเป็กำลังให้หยกหน่อยนะคะ ????
————— ꧁༻・ॐ・༺꧂ —————
ฝากกดติดตามกันด้วยน้า : เพจ Sunisayok - นักเขียนนิยาย
(https://www.facebook.com/SunisayokWriter)
—————— ༻・ॐ・༺ ——————