เกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ]

    เล่มที่ 3 บทที่ 75 สกุลลู่นี่น่าสนใจมาก


    ลู่เชียนอ่านจดหมายในมือจบ หว่างคิ้วเต็มไปด้วยรังสีแห่งความโกรธเกรี้ยว

    “รังแกกันเกินไปแล้ว ก่อนหน้านี้เพียงรู้มาว่าท่านเจ้าเมืองไม่สนใจงานในจวน ล้วนเป็นท่านที่ปรึกษาออกหน้าจัดการ ยามนี้หลานชายของเขาถึงกับออกหน้ารังแกประชาชนอย่างไม่เกรงกลัวเช่นนี้ ช่างน่ารังเกียจยิ่งนัก”

    พี่รองลู่เองก็โกรธจนกำหมัด เขาตะโกนด่าออกมาว่า “ขุนนางสุนัข หากไม่ใช่เพราะเสี่ยวหมี่ห้ามไว้ ข้าอยากจะลอบบุกเข้าจวนมันตอนกลางคืนแล้ว...”

    “แล้วอะไร?” ลู่เชียนเอ่ยห้าม “ท่านฟังน้องหญิงของเราเถอะ กำปั้นแก้ไขปัญหาอะไรไม่ได้”

    “เช่นนั้นเจ้าคิดว่าควรจะทำเช่นไร”

    “ไม่ทำเช่นไร เอาตามที่พี่ใหญ่เฝิงว่า ไปหาผู้ตรวจการหลี่เพื่อฟ้องร้อง”

    “ได้ พวกเราพี่น้องไปด้วยกัน”

    พวกเขาสองพี่น้องพูดคุยกันจนลืมไปว่าไม่ไกลยังมีคนอื่นอยู่ด้วย

    บัณฑิตร่างอ้วนที่ในปากยังคาบแป้งทอดไว้ กล่าวขึ้นด้วยเสียงอู้อี้ว่า “อะไรกัน ใครจะฟ้องร้อง เกิดอะไรขึ้น”

    กลับกันบัณฑิตผอมสูงคนนั้นตั้งใจฟังมาครู่หนึ่งแล้ว เขาพ่นถั่วลิสงคั่วน้ำตาลในปากทิ้ง คลี่ยิ้มเอ่ยว่า “เต๋อจิ้ง เรื่องน่าสนุกเช่นนี้ จะไม่ให้พวกเราสองคนเข้าร่วมด้วยไม่ได้นะ”

    ลู่เชียนได้ยินแล้วก็รู้สึกเหนื่อยหน่าย เรื่องเช่นนี้คนทั่วไปย่อมต้องรู้สึกกังวลใจอยากหนีให้ห่าง แต่ก็เห็นได้ชัดว่าสองคนนี้มีน้ำใจแค่ไหน ถึงได้เสนอตัวจะช่วยเช่นนี้

    อย่างไรเสีย สหายสองคนนี้ของเขาก็มาจากตระกูลใหญ่ ต่อให้ผู้ตรวจการคนนั้นจะไม่เป็นดังที่พี่ใหญ่เฝิงว่า แต่ก็ยังต้องไว้หน้าสองตระกูลนี้อยู่บ้าง

    “ขอบคุณพวกเจ้าทั้งสองมาก วันหน้าข้าจะขอบคุณอย่างสมน้ำสมเนื้อแน่นอน”

    “เชอะ พูดแบบนี้เกินไปแล้วนะ”

    บัณฑิตผอมสูงเอามือตบบ่าลู่เชียน ยิ้มอย่างเจ้าเล่ห์ “วันหน้าหากที่บ้านส่งของกินมาอีก ก็แบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งก็พอแล้ว”

    “ไม่ได้” บัณฑิตอ้วนตะโกนขึ้นมา “ถ้าจะแบ่งก็ต้องแบ่งให้ข้าครึ่งหนึ่งสิ”

    “เจ้าอ้วนนี่ ครั้งไหนๆ ก็เป็นเจ้าที่กินมากกว่าข้า ยังจะมีหน้ามาแย่งอีก”

    จู่ๆ คนทั้งสองก็เถียงกันอย่างเอาเป็นเอาตาย ทำให้ลู่เชียนต้องรีบเข้ามาปราม เช่นนี้เองทำให้เขาลืมความโมโหชั่ววูบเมื่อครู่นี้ไป แล้วค่อยๆ ใจเย็นลง

    ถึงแม้พี่รองลู่จะเป็นคนไม่ใช้สมองกับเรื่องอะไรทั้งนั้น แต่เขาก็มองออกว่าสหายสองคนนี้ของน้องชายมีน้ำใจจริงๆ จู่ๆ ก็นึกขึ้นได้ว่าทุกครั้งที่ส่งของมาที่สำนักศึกษา น้องหญิงของเขามักจะเตรียมมาให้มากเป็นพิเศษ ที่แท้ก็เพื่อเหตุผลนี้นี่เอง

    เป็นครั้งแรกที่เขารู้สึกว่าการมีน้องสาวที่เฉลียวฉลาดและรสมือเยี่ยมเช่นนี้ เป็นเรื่องที่โชคดีแค่ไหน

    อากาศทางภาคเหนือหากเทียบกับเมืองหลวงแล้วก็นับว่ายังหนาวเย็นอยู่มาก ยิ่งไม่ต้องพูดถึงดินแดนเจียงหนานที่อากาศอบอุ่นเหมือนอยู่ในฤดูใบไม้ผลิตลอดปี

    เด็กรับใช้ตัวน้อยพยายามจะยืดอกแต่สุดท้ายก็ต้านลมไม่ไหวต้องหดศีรษะกลับไป

    หลี่หลินนั่งอยู่กลางศาลาที่อยู่ห่างจากหมู่บ้านหลิวออกไปสิบลี้ เขาดื่มชาพลางทอดมองทุ่งนาตรงหน้า

    เขามีพื้นเพเป็นชาวนา ถึงแม้ตอนนี้จะดำรงตำแหน่งสูงถึงผู้ตรวจการมณฑลแล้วก็ยังไม่อาจสลัดกำพืดของตนเองทิ้งไปได้

    สิ่งที่ชาวนาทั่วหล้าคาดหวังคือการเก็บเกี่ยวให้ได้ในปริมาณมาก

    เพราะมันหมายความว่ามีเสบียงมาก เสบียงมากก็หมายความว่าถึงจะจ่ายภาษีการเกษตรไปแล้ว ครอบครัวชาวนาก็ยังมีเสบียงเพียงพอให้บริโภค และถึงขนาดนำไปขายได้อีกสักหนึ่งถึงสองตำลึง ซื้อผ้าใหม่ๆ ให้พวกผู้หญิง ซื้อของกินเล่นให้พวกเด็กๆ ยิ่งไม่ต้องพูดถึงพวกคนร่ำคนรวยที่ยิ่งจะสาดเงินเข้าระบบเศรษฐกิจมากขึ้น สุดท้ายก็จะทำให้ทั้งต้าหยวนยิ่งเจริญก้าวหน้า...

    “นายท่าน พวกเราจะขึ้นเหนือไปอีกหรือขอรับ?”

    เด็กรับใช้คนนี้มีพื้นเพเป็นคนทางใต้ เขาจึงไม่ชินกับอากาศที่นี่นัก ทำให้หลี่หลินอดหัวเราะไม่ได้ “ดูสภาพเจ้าสิ นี่ยังไม่เข้าฤดูหนาวเลยนะ ถึงตอนนั้นเกรงว่าเจ้าคงจะแข็งไปทั้งตัวกระมัง”

    เด็กรับใช้คนนั้นสีหน้าอมทุกข์ อดบ่นเบาๆ ไม่ได้เพราะเห็นว่ายามปกตินายท่านเป็นคนอ่อนโยนใจดี “นายท่าน ถ้าเป็นฤดูหนาวบ่าวทนไม่ไหวหรอกขอรับ พวกเราจะได้กลับเมืองหลวงเมื่อใดเล่าขอรับ อีกหนึ่งเดือนก็จะเป็นวันเกิดฮูหยินผู้เฒ่าแล้ว”

    เมื่อหลี่หลินนึกถึงมารดาก็วางถ้วยชาในมือลง เขายืนขึ้นประสานมือค้อมศีรษะไปทางทิศใต้ แล้วจึงกล่าวขึ้นว่า “ฝ่าบาททรงไว้วางพระทัย ข้าย่อมต้องทำหน้าที่ให้เต็มความสามารถ หากกลับไปไม่ทัน คิดว่าฮูหยินผู้เฒ่าเองก็คงไม่ว่ากล่าว”

    เด็กรับใช้คนนั้นอยากจะร้องไห้ เดิมทีเขายังมีความหวังอยู่ แต่ยามนี้ฟังแล้วความหมายของนายท่านเหมือนยังไม่มีเวลากลับที่แน่ชัด

    นายบ่าวกำลังเก็บของเตรียมจะออกเดินทางต่อ คิดไม่ถึงว่าจะมีม้าสี่ตัวควบมา บนม้าสี่ตัวคือหนุ่มน้อยสี่คน สามคนในนั้นท่าทางคล้ายบัณฑิต อีกคนหนึ่งดูท่าทางดุร้าย

    บัณฑิตคนหนึ่งที่ขี่ม้านำหน้าสุดสังเกตพวกเขาสองนายบ่าวไปทีหนึ่งจากนั้นจึงรีบหยุดม้าแล้วลงมาหา

    เด็กรับใช้ตัวน้อยตกใจมาก รีบกอดห่อผ้าในมือแน่นไม่ยอมปล่อย ขบคิดเล็กน้อยแล้วจึงเข้ามาขวางอยู่หน้าเจ้านาย

    หลี่หลินเห็นแล้วก็รู้สึกขบขัน ตบไหล่เขาเบาๆ แล้วดึงเขาให้หลบไปด้านข้าง

    เมื่อบัณฑิตคนนั้นมาถึงตรงหน้าก็ประสานมือคารวะอย่างนอบน้อมถามว่า “ขออนุญาตขอรับ ท่านผู้นี้คือท่านผู้ตรวจการมณฑลหลี่หลิน ใต้เท้าหลี่หรือไม่ขอรับ?”

    เด็กรับใช้น้อยที่ตอนนี้หลบซ่อนอยู่หลังเจ้านาย อดตะโกนออกมาไม่ได้ว่า “เจ้าเป็นใคร เจ้ารู้ได้อย่างไรว่านายท่านของข้าอยู่ที่นี่”

    พวกพี่รองลู่ที่ตามเข้ามาด้วยได้ยินก็รู้สึกขบขัน “เจ้าเด็กนี่ หากว่าพวกเราเป็นคนไม่ดี คงจะลงมือไปนานแล้ว อีกอย่าง เจ้านายของเจ้ายังไม่ยอมรับฐานะของตนเอง แต่เป็นเจ้านั่นแหละที่เปิดโปงตัวเขาเสียเอง”

    เด็กรับใช้คนนั้นเบะปาก คิดจะพูดอะไรต่อก็ถูกหลี่หลินหยุดไว้

    “ในเมื่อพวกท่านรู้ตัวตนของข้าแล้ว ก็แสดงว่ามีธุระกับข้า เข้ามานั่งด้านในก่อนเถอะ”

    พวกลู่เชียนกล่าวขอบคุณ แล้วจึงก้าวเท้าเข้าไปในศาลา

    ศาลาเล็กๆ เนื่องจากจู่ๆ ก็มีคนเพิ่มมาอีกสี่คนจึงดูคับแคบไปถนัดตา เด็กรับใช้คนนั้นหยิบอุปกรณ์ชงชาออกมาอย่างไม่ค่อยยินยอมพร้อมใจนัก แล้วเริ่มชงชาใหม่

    เพียงไม่นานทุกคนก็ได้ดื่มชาอุ่นๆ

    ราษฎรที่อยู่ทางภาคเหนือล้วนแข็งแกร่ง น้อยคนนักที่จะขี่ม้าไม่ได้ ลู่เชียนที่ถึงแม้จะเร่งควบม้ามาตลอดทางแต่ก็ไม่รู้สึกเหน็ดเหนื่อยอะไร แต่บัณฑิตหนึ่งอ้วนหนึ่งผอมสหายของเขานั้นกลับเหนื่อยหอบ เมื่อดื่มชาอุ่นๆ ลงไปก็ค่อยๆ รู้สึกดีขึ้น

    คนทั้งสามยืนขึ้นแนะนำตัว บัณฑิตร่างอ้วนแซ่เฉิง นามอักษรจื่อเหิง บัณฑิตรูปร่างผอมแซ่หลิว นามอักษรปู๋ชี่

    หลี่หลินลอบสังเกตลักษณะของคนทั้งสามก็เห็นว่าแลดูน่าเชื่อถือ ทั้งยังเป็นบัณฑิตจากสำนักศึกษาฮวางหยวน จึงรู้สึกดีกับพวกเขาขึ้นมาไม่น้อย

    ส่วนพี่รองลู่นั้นรำคาญที่จะดื่มชา จึงไปนั่งยองๆ ที่มุมศาลา เปิดกระบอกสุรายกขึ้นดื่ม

    เด็กรับใช้รู้สึกเหม็นกลิ่นสุรา รู้สึกว่าเขาหยาบคายทำลายทัศนียภาพอันงดงาม จึงรู้สึกไม่พอใจมาก

    แต่พี่รองลู่กลับเข้าใจผิดคิดว่าเขาอยากกินถั่วลิสงเคลือบน้ำตาลที่ตนเอาออกมา จึงรีบยื่นให้

    เด็กรับใช้คนนั้นคิดจะปฏิเสธ แต่จู่ๆ กลับถูกยัดสิ่งนั้นเข้าปาก เขาเคยกินขนมกรุบกรอบหวานๆ เช่นนี้เมื่อใดกัน แน่นอนว่ากินคำเดียวก็ติดใจ

    พี่รองลู่เห็นเขาอายุยังน้อย ทั้งยังสวมอาภรณ์น้อยชิ้น ครั้นเห็นว่าเขารูปร่างพอๆ กับน้องสาวตัวน้อยที่บ้าน จึงลากเขามายืนตรงหน้าตัวเอง ตั้งใจจะบังลมให้เขา

    หลี่หลินเห็นเหตุการณ์นี้ผ่านทางหางตา เมื่อหันกลับมามองพวกลู่เชียนชัดๆ สายตาของเขาจึงเต็มไปด้วยความสนิทชิดเชื้อขึ้นอีกสามส่วน

    “ที่พวกเจ้าไล่ตามมาเช่นนี้เกรงว่าคงมีเรื่องสำคัญมากกระมัง”

    ลู่เชียนเองก็ไม่อ้อมค้อม หยิบคำฟ้องร้องที่เขียนเสร็จแล้วยื่นมาตรงหน้าเขาด้วยสองมือ

    “ไม่ปิดบังใต้เท้า ที่บ้านของข้าพบเรื่องยากลำบากเข้า ขอให้ใต้เท้าช่วยออกหน้าแทนด้วยขอรับ”

    หลี่หลินไม่พูดอะไรก็รับกระดาษตรงหน้าไปอ่านอย่างตั้งใจ

    ลู่เชียนรอจนเขาวางคำฟ้องร้องลง แล้วถึงค่อยดึงโฉนดเหลืองสองฉบับนั้นออกมา กล่าวอย่างจริงจังว่า “ตั้งแต่ต้าหยวนก่อตั้งแคว้นเป็นต้นมา ก็ปกครองแผ่นดินด้วยกฎหมายอันเข้มงวด ยามนี้ตู้โหย่วไฉไม่สนใจกฎหมาย แย่งชิงพื้นที่บนเขา หมายจะรีดเลือดเอากับสกุลลู่ของเรา ขอให้ใต้เท้าช่วยออกหน้าแทนสกุลลู่ด้วย เพื่อปกป้องความศักดิ์สิทธิ์ของกฎหมายแห่งต้าหยวนของเรา”

    “หากเรื่องเป็นดังที่เจ้าพูดมา ข้าย่อมช่วยนำความยุติธรรมกลับมาให้สกุลลู่อย่างแน่นอน แต่ต้องรอให้ข้าสืบเรื่องนี้จนกระจ่างแล้วถึงจะตัดสินความได้ กระดาษคำฟ้องร้องและโฉนดเหลืองให้ทิ้งไว้ที่ข้าก่อน”

    หลี่หลินพูดพลางคิดจะเก็บกระดาษพวกนั้น หางตาสังเกตเห็นว่าลู่เชียนไม่มีทีท่าลังเลแม้แต่น้อย ชัดเจนว่าเชื่อใจเขาเป็นอย่างมาก จึงยิ่งรู้สึกพอใจมากขึ้น

    เด็กรับใช้ตัวน้อยกินขนมอย่างเอร็ดอร่อย ลืมไปแล้วว่าต้องต้มน้ำรินชา ลู่เชียนจึงม้วนแขนเสื้อลงมือต้มชาด้วยตนเอง

    คนทั้งสี่สนทนากันไปเรื่อยๆ หลี่หลินถอดหมวกขุนนางทิ้ง เขาเองก็เป็นคนที่ออกมาจากสำนักศึกษาชั้นนำเช่นกัน จึงสนทนากับพวกลู่เชียนอย่างถูกคอ จู่ๆ เขาก็เอ่ยถามเรียบเรื่อยออกมาเหมือนไม่ได้ตั้งใจ “พวกเจ้าตามหาข้าเจอได้อย่างไร? แต่ไหนแต่ไรมาเวลาข้าเดินทางไม่เคยมีแผนชัดเจน ข้าสามารถเปลี่ยนเส้นทางและจุดหมายได้ตลอดเวลา”

    ลู่เชียนเองก็ไม่ได้ปิดบัง ยิ้มเอ่ยว่า “ฤดูหนาวปีก่อนข้าได้รู้จักพี่ชายคนหนึ่ง เขาเป็นคนเก่งกาจมาก ครั้งนี้เกิดเรื่องขึ้นที่บ้าน พี่ชายท่านนั้นบอกว่าไม่สามารถช่วยเหลือได้ แต่ได้ยินว่าใต้เท้าเดินทางขึ้นเหนือมาอยู่ใกล้ๆ อันโจว อีกทั้งท่านยังมีชื่อเสียงโด่งดัง ข้าจึงรีบรุดมาจากสำนักศึกษา”

    ถึงแม้ลู่เชียนจะไม่ได้ตอบคำถามของหลี่หลินอย่างกระจ่างแจ้ง แต่ก็ไม่ลืมที่จะยกยอปอปั้นเขาอย่างเหมาะสมเพิ่มไปอีกประโยค

    หลังจากสนทนาสัพเพเหระกันอยู่ครู่หนึ่ง ในที่สุดพวกลู่เชียนก็เอ่ยลา

    หลี่หลินมองส่งคนทั้งสี่ขี่ม้าจากไป เป็นนานไม่พูดอะไร เด็กรับใช้คนนั้นถูกถั่วลิสงของพี่รองลู่ซื้อตัวไปแล้ว กลัวว่าเจ้านายของตนจะไม่ยอมช่วยพวกเขา จึงโน้มน้าวด้วยรอยยิ้ม “นายท่าน ตอนนี้ก็สายมากแล้ว พวกเรารีบขึ้นเหนือกันเถอะขอรับ”

    หลี่หลินยิ้มน้อยๆ เคาะศีรษะเขาเบาๆ ดุว่า “เมื่อครู่ยังกลัวหนาวอยู่เลย ตอนนี้ไม่กลัวแล้วหรือ?”

    เด็กรับใช้คนนั้นยิ้มอย่างกระอักกระอ่วน ไม่ทันระวังถั่วลิสงในมือก็ถูกแย่งไปเม็ดหนึ่ง

    หลี่หลินกินแล้วก็อดหรี่ตาลงไม่ได้ “สกุลลู่นี่น่าสนใจมาก ไปเถอะ ขึ้นเหนือไปเป่ยโจว”

    “ขอรับ”

    เด็กรับใช้เก็บกาน้ำชาและถ้วยชาอย่างอารมณ์ดี สองนายบ่าวออกเดินทางอีกครั้ง

    พี่รองลู่พาพวกลู่เชียนมาส่งที่สำนักศึกษา เขารู้ว่าคนที่บ้านคงเป็นห่วงจึงรีบร้อนจะกลับไป

    เฉิงจื่อเหิงที่บ้านร่ำรวยไม่น้อย ม้าสี่ตัวนี้เป็นของบ้านเขา จึงมอบให้พี่รองลู่ไปหนึ่งตัวอย่างใจกว้าง เขาจะได้กลับบ้านได้เร็วขึ้น

    พี่รองลู่ดีใจมาก เขากำหมัดคารวะเยี่ยงชาวยุทธ์แล้วรีบจากไปไม่เห็นฝุ่น

    ทำเอาลู่เชียนตาโต เขารู้สึกปวดหัวกับความคิดของพี่ชายคนนี้จริงๆ

    แต่เป็นเฉิงจื่อเหิงที่หัวเราะฮ่าฮ่าออกมา “เต๋อจิ้งไม่ต้องเกรงใจ ข้ากลับชอบนิสัยของพี่รองมาก หากเจ้าเกรงใจจริงๆ ครั้งหน้าที่บ้านส่งของกินมาก็เผื่อข้าบ้างก็แล้วกัน”

    “ได้เลย หากตอนพักกลับบ้านครั้งนี้พวกเจ้าไม่ยุ่งมาก ไม่สู้ตามข้ากลับบ้าน น้องสาวตัวน้อยของข้ารสมือเป็นเลิศ ทำของอร่อยใหม่ๆ ออกมาอยู่ไม่ขาด”

    เนื่องจากลู่เชียนรู้สึกละอายใจมาก จึงเชื้อเชิญสหายทั้งสองไปทานอาหารที่บ้าน


    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่มั่งคั่ง ทำฟาร์มกลางหุบเขาลึก [จบ] ที่คุณอ่าน

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    เกิดใหม่ครั้งนี้ ขอเป็นภรรยาเศรษฐีนีแม่ลูกสามในยุค 80 [จบ]

    นิยาย รัก
    623K 530
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    อลวนรักหมอหญิงชิงลั่ว (จบ)

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    213K 1367
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    เจ้าสาวมือใหม่แห่งสกุลลู่

    นิยาย รัก
    3.84M 3388
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    บันทึกราชันย์เทพอสูร

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    2.52M 508
    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นฮองเฮา พร้อมระบบเชฟเทพนักปรุง [จบ]

    นิยาย รัก
    615K 1801