วันจันทร์ถัดมา ผมเริ่มไปทำงานที่บ้านอาจารย์นิคมตามที่นัดไว้
อาจารย์สมพงษ์พาผมไปส่งด้วยตัวเองเพื่อแนะนำให้ละเอียด อาจารย์นิคมต้อนรับอย่างอบอุ่นและให้ผมเริ่มงานได้ทันที
งานแรกคือการสำรวจพื้นที่รอบบ้านใหม่และวางแผนการปลูกต้นไม้ใหญ่เพื่อสร้างความร่มรื่น ผมเริ่มขุดหลุมทดสอบและทำเครื่องหมายตำแหน่งต่างๆ
อาจารย์แก้ว อายุ 39 ปี ภรรยาของอาจารย์นิคม มักจะเดินออกมาดูงานบ่อยๆ
เธอเป็นผู้หญิงผิวขาว หน้าหมวยอวบอิ่ม ผมยาวดำสลวย ใบหน้ากลมมนน่ารัก รูปร่างอวบอิ่มตามวัย เนินอกใหญ่เต็มมือ สะโพกกลม เอวยังคอดพอสมควร เธอมักใส่เสื้อกล้ามหลวมๆ กับกางเกงขาสั้นสบายๆ เวลาอยู่บ้าน
“เก่ง… ทำงานหนักขนาดนี้เลยเหรอคะ?” เธอเดินเข้ามายืนข้างผม ยิ้มหวาน มือถือแก้วน้ำเย็นยื่นให้ “นี่ น้ำเย็นนะคะ อย่าให้เหนื่อยเกินไป”
ผมรับแก้วน้ำ ยิ้มตอบ “ขอบคุณครับอาจารย์แก้ว ผมชินแล้วครับ”
อาจารย์แก้วยืนดูผมทำงานอยู่ครู่หนึ่ง แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ่อนโยน
“เห็นเก่งทำงานด้วย ทั้งเรียน ทั้งทำสวน ขยันมากเลยนะคะ…ความจริง อาจารย์แก้วทราบเรื่องราวของ เก่งมาจากอาจารย์นิคมสามีเธอแล้วว่า เก่ง ต้องทำงานมาตั้งแต่เล็กๆ เพราะว่าทางบ้านไม่ค่อยมีฐานะ พี่น้องหลายคน แต่เก่งอยากเรียนสูงๆ จะได้หางานที่ดี จึงเลืออกมาจากบ้านแล้วทำงานทุกอย่างเพื่อจะได้มีรายได้มาส่งตัวเองเรียน อาจารย์พีระ ทราบก็เลยช่วยสนับสนุน ทั้งสอนการจัดการสวน ทั้งหางานให้ ไม่มีงานเข้ามาอาจารย์พีระ ก็จ้างเก่งมาทำงานสวนที่บ้านของท่านเอง อาจารย์แก้วได้ฟังแล้วก็นึกชื่นชม เก่ง ในใจ บอกเก่งว่า "อายุยังน้อย ต้องเหนื่อยขนาดนี้ อาจารย์นิคมชอบพูดถึงแกบ่อยเลย ว่าลูกศิษย์ของพีระคนนี้เก่งและขยันมาก”
เธอยิ้มให้ผมอย่างเอ็นดู เหมือนอาจารย์ที่มองนักเรียนคนหนึ่งที่ต้องต่อสู้และพยายามอย่างหนัก...เพื่อความฝันและอนาคตที่ดี
“ถ้างานหนักเกินไป บอกอาจารย์ได้นะคะ อาจารย์จะได้หาคนมาช่วย เก่งจะได้ไม่เหนื่อยเกินไป..
ตั้งแต่วันแรก อาจารย์แก้วเริ่มเข้ามาใกล้ชิด เก่งมากขึ้น เช่น เอาน้ำเย็นมาให้ เอาขนมที่เธอทดลองทำมาให้ชิม บางทีก็เอาน้ำผลไม้มาให้บ่อยๆ”
บางวัน อาจารย์แก้ว มาอยู่ช่วย เก่ง เกือบทั้งวันเลย เธอมาช่วยเก่งถือสายวัด หรือ ยืนอยู่ใกล้ๆ คอยช่วยส่งอุปกรณ์ หรือต้นไม้ ขณะที่เก่งกำลังปลูกต้นไม้เล็กๆ มือเธอจะแตะหลังมือหรือไหล่ เก่ง เบาๆ เวลาชี้จุดที่อยากให้ปลูก...อาจารย์แก้ว คงเมตตาเขา เหมือน ลูกเหมือนหลาน หรือ อาจารย์กับลูกศิษย์ เก่ง..คิดแบบนั้น..
“ตรงนี้… อาจารย์อยากให้ปลูกต้นโมกข์สักสองต้นนะคะ จะได้มีกลิ่นหอมเวลาดอกบาน” เธอพูดพลางยืนชิดข้างเก่งจนไหล่ทั้งคู่เบียดกันเล็กน้อย
กลิ่นน้ำหอมอ่อนๆ ผสมกลิ่นตัวผู้หญิงอวบอิ่มลอยมากระทบจมูกเก่ง เนินอกใหญ่ของเธอที่อยู่ใต้เสื้อกล้ามบางๆ ยื่นออกมาใกล้แขนเก่งทุกครั้งที่เธอโน้มตัวลง
อาจารย์แก้วดูจะเอ็นดู และ เอาใจใส่ ทั้งอาหารการกิน ทั้งค่าใช้จ่าย ค่าเดินทาง อาจารย์นิคมและอาจารย์แก้ว มักหยิบยื่นให้เก่งบ่อยๆ เวลาเก่ง มาทำงานที่ บ้าน อาจจะเป็นเพราะเรื่องราวชีวิต ของเก่ง ทำให้อาจารย์นิคมและอาจารย์แก้วรู้สึกเห็นใจ และก็อยากช่วยสนับสนุนให้ นักเรียนคนนี้ ประสบความสำเร็จอย่างที่เขาตั้งใจ
เธอมักจะชมเก่งบ่อยๆ ด้วยน้ำเสียงอบอุ่น
“เก่งทำงานออกมาได้ดีมากเลยค่ะ งานละเอียดและสวย อาจารย์ชอบแบบนี้… เด็กหนุ่มทั่วไปสมัยนี้ทำงานรวดเร็ว แต่งานลวกๆ ขาดความละเอียด”
เก่งได้แต่ยิ้มให้อาจารย์แก้วเป็นการขอบคุณในคำชม และบอกว่า "อาจารย์พีระ ท่านสอนเรื่องการทำงานให้ละเอียดและรอบคอบ ใช้เวลาเพิ่มมากหน่อยแต่ผลงานที่ออกมาดีแน่นอน.." เก่ง พูด๔ึงอาจารย์พีระด้วยรอยยิ้มที่รักและเคารพท่านจากใจ เพราะการช่วยเหลือของอาจารย์พีระ ในวันนั้น ทำให้ เก่งมีชีวิตที่ดีมากกว่าแต่ก่อนที่ ต้องวิ่งทำงานเข้ากะหลายที่หลากหลายอาชีพ เพื่อแลกกับเงินมาใช้จ่าย และเวลาที่ต้องมาเรียนหนังสือที่เป็นความฝันของเก่ง...ใบปริญญา...
บางวันอาจารย์แก้ว เธอจะนั่งมองเก่งทำงานจากระเบียงด้านบน แล้วยิ้มให้เมื่อสองสายตาสบกัน
“เหนื่อยไหม เก่ง? มาพัก ทานกาแฟ กินขนมก่อนเถอะ อาจารย์ทำบานาน่าเค้กไว้ให้”
เธอเริ่มเรียกเขาว่า “เก่ง” ด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนและเอ็นดูมากขึ้นทุกวัน เหมือนกำลังมองเด็กชายคนหนึ่งที่เธอชอบและอยากดูแล...กับความรู้สึกใกล้ชิดแบบ หนุ่ม สาว ที่พออยู่ใกล้ๆ กัน จะเกิดความรู้สึกวูบๆ วาบ ตรงท้องน้อย แล้วเหมือนจุดเสียวในร่างกายจะเริ่มถูกกระตุ้นจากความรู้สึกนี้..อาจารย์แก้วมักจะพยามสลัดความคิด ความรู้สึกนี้ทิ้งไป เพราะมันคงไม่ได้เป็นแบบนั้น...ถึงจะเป็นความรู้สึกแบบนั้นจริงๆ มันคงไม่เหมาะที่สถานะของเธอผู้หญิงที่มีสามี มีลูกมีครอบครัว ที่สำคัญ ในอีกฐานะ เขาคือลูกศิษย์ ของเพื่อนสามีของเธอ..อีกทั้งตัวเธอเองก็มีฐานะเป็นครูบาอาจารย์ และวัยที่ต่างกัน เก่งยังอายุน้อยกว่าหมอบิวลูกสาวของเธอหลายปี...อาจารย์แก้วรีบสะบัด ความคิดความรู้สึกแปลกๆ ที่คอยก่อกวนเธอเวลาที่อยู่ใกล้ๆ ตัวเก่ง...แต่ในส่วนลึกๆ อาจารย์เองก็รู้สึกมีความสุขเวลาอยู่ใกล้ตัวเก่ง..มีความสุขกับความรู้สึกวูบๆ วาบๆ ที่ก่อกวนท้องน้อย และกระตุ้นจุดเสียวภายในของเธอ...
ส่วนเก่งเองก็เริ่มจะเข้าใกล้เธอมากขึ้นเรื่อยอย่างเป็นธรรมชาติ
บางครั้งเก่งจะแกล้งขอความเห็นจากอาจารย์แก้ว เธอก็จะเข้ามาใกล้ๆ บางครั้งเก่งยืนข้างหลังเธอ โน้มตัวลงไปใกล้ๆ ขณะที่เธอก้มดูแบบแผนผังสวน ตัวเก่งเบียดหลังเธอเบาๆ กลิ่นตัวหอมและความนุ่มของเนินอกด้านข้างจะทำให้เก่งรู้สึกอบอุ่นวูบวาบ ที่ท้องน้อย...
“อาจารย์แก้วคิดว่าตรงนี้ควรปลูกอะไรดีครับ?” ผมถามเสียงต่ำใกล้ใบหูเธอ
อาจารย์แก้วตัวสั่นเล็กน้อย ใบหน้ามีริ้วแดงจางๆ เล็กน้อย แต่ยังยิ้มตอบ เก่ง “อืม… อาจารย์ว่าต้นลั่นทมก็ดีนะคะ… จะได้มีดอกสีชมพูสวยๆ”
เธอหันหน้ามามองเก่งใกล้ๆ ตาเธอมีประกายเล็กน้อยที่ไม่ใช่แค่ความเอ็นดูธรรมดา
ความสัมพันธ์ระหว่างเก่งกับอาจารย์แก้วกำลังค่อยๆ ใกล้ชิดกันขึ้นอย่างช้าๆ แต่ชัดเจน
เธอเริ่มหาเหตุผลให้ผมอยู่บ้านนานขึ้น เช่น “เก่ง… วันนี้ฝนจะตก อยู่กินข้าวเย็นด้วยกันก่อนนะคะ อาจารย์ทำกับข้าวเพิ่มให้”
หรือ “เก่งช่วยอาจารย์ยกกล่องหนังสือในห้องเก็บของหน่อยได้ไหมคะ? มันหนักไปหน่อย”
ทุกครั้งที่เก่งช่วย เธอจะยิ้มหวานและขอบคุณด้วยน้ำเสียงที่อ่อนโยนเป็นพิเศษ
อาจารย์นิคมและหมอบิวก็เริ่มสนิทกับเก่งเร็วขึ้นเช่นกัน โดยเฉพาะคุณหมอบิวที่มักจะพูดคุยเรื่องการดูแลสวนให้ลูกสาวตัวน้อย ในวันที่เธอออกเวรตรวจหรือวันหยุด
แต่สายตาที่อาจารย์แก้วมองเก่ง… มันเริ่มมีแววที่ลึกซึ้งและอบอุ่นมากกว่าแค่ “นักเรียนกับอาจารย์” ทั่วไป
ส่วนอาจารย์ปู เมื่อรู้ว่าผมเริ่มไปทำงานบ้านอาจารย์นิคมบ่อยขึ้น ก็เริ่มมีสีหน้าไม่ค่อยพอใจนัก
และอาจารย์หน่อย… ยิ่งสังเกตเห็นความถี่ที่ผมหายไปจากบ้านอาจารย์พีระสามีของเธอมากขึ้น