โอเค จำงานเลี้ยงครบรอบอภิเษกสมรสของเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดและเ้าหญิงเจนนิเฟอร์ ที่ลงเอยด้วยการตั้งท้องของฝ่ายเ้าชายได้ไหมครับ ผมกับเคลลีนได้นัดไปเยี่ยมเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดหลังจากที่พวกเรายกทัพถล่มรังเวน่อมวิปแลชเป็ที่เรียบร้อย และองครักษ์หลวงได้เชิญให้พวกเราได้ไปเข้าเฝ้าเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดและเ้าหญิงเจนนิเฟอร์
“กราบทูลฝ่าบ-” ผมทำความเคารพ แต่ผมก็ชะงักกึกกับสภาพร่างกายล่าสุดของพระองค์
หน้าท้องของเ้าชายแห่งมัสโทรนัม ขยายกลมโตจนมีขนาดเท่าคนท้องเกินเก้าเดือนหรือเกินสี่สิบสัปดาห์ ในเวลาแค่สามวันหลังจากที่พวกเราไปงานเลี้ยงวันครบรอบอภิเษกสมรสนั้น
“มีอะไรเหรอออสเทร็ธ?” เ้าชายถาม
“ไม่มีอะไรขอรับ แค่สงสัยเฉย ๆ” ผมตอบ แล้วก็ลุกขึ้นมาทันที
เคลลีนเองก็ตะลึงเหมือนกันที่โอรสในครรภ์ของเ้าชายเติบโตไวผิดปกติ
“โอเค ฉันเข้าใจนะว่าพวกนายแปลกใจว่าทำไมท้องฉันโตขนาดนี้” เ้าชายว่า “พวกเหล่าองครักษ์หลวงของฉันและข้าราชบริพารก็อึ้งเหมือนกันว่าท้องฉันโตเร็วอย่างนี้ได้ไง เอาล่ะ มานั่งพักกันก่อน ฉันจะอธิบายให้ฟัง”
“คืองี้” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดเริ่ม “หลังจากที่ฉันเสร็จจากการจัดงานเลี้ยง ฉันก็กลับบ้านไป แล้วพอดีว่านายมีเื่ที่ต้องไปบุกรังเวน่อมวิปแลชด้วยก็เลยส่งคนมาช่วยเพิ่ม แต่ว่าพอตกกลางคืนฉันก็ไปนอน ปรากฏว่าเช้าวันต่อมาท้องฉันโตเร็วผิดปกติจนถึงขนาดนี้ และท้องฉันเรืองแสงสีทองคำสว่างกว่าเมื่อวานอีก ฉันเลยสอบถามบาทหลวงจนมาพบว่า ลูกชายของฉันมีค่าพลังเวทย์สูงกว่าปกติในรอบเจ็ดรัชสมัยเลย และฉันอาจจะได้คลอดลูกในอีกสองเดือนข้างหน้าเลยด้วย!”
“จริงเหรอครับ?” ผมอุทาน
“จริงสิ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว “โตไปจะต้องเป็กษัตริย์ผู้ยิ่งใหญ่มากขึ้นแน่นอน”
“แต่กระหม่อมขอแนะนำนะครับ” ผมกล่าว “พวกเราต้องสั่งสอนเขาให้ไปในทางที่ดี เสริมภูมิคุ้มกันอย่าให้พวกอสูรร้ายครอบงำเขาได้นะครับ”
“ฉันรู้” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดบอก
“แล้วพระองค์จะทำยังไงต่อเหรอครับ?” ผมถาม
“ฉันก็จะให้ข้าราชบริพารเตรียมพิธีสำหรับคลอดลูก” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดตอบ “ฉันจะทำให้พิธีนี้ยิ่งใหญ่สมกับค่าพลังเวทย์ของลูกชายฉันเลย”
“ก็คือให้คนมาชมเยอะ ๆ ใช่ไหมครับ?”
“ใช่แล้วล่ะ”
“แล้วท่านจะตั้งชื่อเขาไว้ว่าไงเพคะ?” เคลลีนถาม
“อ๋อ ก็ชื่อเบอร์บิคที่สิบเก้าไง” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดบอก “โอ้ ว่าไงลูกพ่อ มีอะไรเหรอ”
ประโยคหลังพระองค์ตรัสกับโอรสในพระครรภ์ครับ และผมเห็นมือของน้องเขายื่นออกมานิดหน่อย
“โอ๋ ๆ ไม่เป็ไรนะ แค่พ่อกำลังคุยกับเพื่อนขุนนางอยู่จ้ะลูก”
“ให้พวกเรา…เอ่อ…ช่วยเช็กชีพจรพระโอรสหน่อยได้ไหมขอรับ?” ผมเสนอแนะ จริง ๆ ก็เพื่อให้ผมใช้สกิลประเมินกับเบอร์บิคที่สิบเก้านี่แหละครับ
“อ๋อ ได้สิ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดตอบ
ผมก็พยักหน้าแล้วก็เอาหูข้างหนึ่งแนบท้องกลมโตพระองค์ ผมก็ได้ยินเสียงชีพจรอันมั่นคงของเบอร์บิคที่สิบเก้า หัวใจเต้นสม่ำเสมอมาก และระหว่างนี้ผมก็ถือโอกาสประเมินสเตตัสซะเลย
ชื่อ: Burbic XIX Marsh
เพศ: ชาย
อายุ: Unborn
เผ่าพันธุ์: มนุษย์
Condition: Unborn
Health: 100%
Stamina: 100%
Mana: 100 %
STR: 123
AGI: 123
MAG: 123
INT: 123
DEX: 123
VIT: 123
Magic Compatibility Rank: EX
Average Power Rank: Expertise Plus 4 (123)
Class: None
เท่านี้ก็ทำให้ผมเข้าใจได้ว่า เบอร์บิคที่สิบเก้านั้นมีค่าพลังสูงมาก ถึงจะไม่ได้อยู่ในคลาสไหนก็ตาม แถมยังมีค่าพลังเป็ Expertise+ 4 อีก ยิ่งสุดติ่งไปกันใหญ่
“เป็ไงบ้าง?” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดถาม
“ได้ยินเสียงชัดเจนเลยครับ หัวใจเด็กเต้นในครรภ์พระองค์สม่ำเสมอมากครับ” ผมตอบ
“ขอบใจมากเลยนะ”
“ครับผม” ผมบอก
และแล้วเ้าหญิงเจนนิเฟอร์ก็เสด็จมาเข้าพบด้วย
“สวัสดีค่ะเสด็จพี่” เ้าหญิงเจนนิเฟอร์ว่า “ตอนนี้ลูกในท้องเป็ยังไงเหรอคะ?”
“อ๋อ เขากำลังดิ้นอยู่เลยล่ะ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดตอบ
“โห! สุดยอดไปเลยค่ะ!” เ้าหญิงเจนนิเฟอร์ร้องและก็รีบไปลูบท้องพระสวามีทันที ช่างเป็โมเม้นต์สุดหวานชื่นโรแมนติกจริง ๆ ครับ
แต่กระนั้นผมก็ต้องกระแอมสักนิดหนึ่งเพื่อให้ทั้งสองโฟกัสกับเื่ของผมกับเคลลีนบ้าง
“โอ้ พวกเราลืมไปเลยว่าพวกนายอยู่ด้วย” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดบอก
“พอดีว่าตอนนี้ผมกับเคลลีนได้ตั้งชื่อลูกของพวกเราแล้วเรียบร้อยครับ ถึงจะยังไม่รู้ว่าจะได้คลอดเมื่อไหร่ก็เถอะ” ผมอธิบาย “พวกเราเรียกเขาว่า เดสเตรียน แม้ดเดิ้ล โมรันนัสครับ”
“น่าสนใจแฮะ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดว่า “นายพอจะเดาได้ไหม หรือไปศึกษาชะตาของนายมาหรือยังว่าเมื่อไหร่นายจะคลอดเขาออกมา?”
“ถ้าเร็วสุดผมว่าจะคลอดตอนผมอายุครบสามสิบปีบริบูรณ์มั้งครับ” ผมตอบ
“โห!” เ้าหญิงเจนนิเฟอร์ร้อง “น่าจะต้องเป็อะไรที่ลำบากน่าดูเลยนะเนี่ย”
“ไม่ลำบากหรอกครับ เพราะผมในฐานะ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ผมเองมีสกิลติดตัวในการบำรุงร่างกายคนท้องให้สามารถรับมือกับงานหนักได้ครับ” ผมตอบ โดยที่ผมเองก็ทำมือเน้นคำว่าผู้กลับชาติมาเกิดไปด้วย เหมือนเป็สิ่งที่คนบนโลกนี้ต้องทำเวลาคุยกับเื่พวกนี้ให้เข้าใจกันได้ซะแล้วแฮะ
“ก็เข้าใจได้นะ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดบอก “แต่มันไม่ได้มีแค่นี้น่ะสิ”
“ใช่แล้ว” เ้าหญิงเจนนิเฟอร์เสริม “พวกเราก็รับรู้ว่าบนโลกนี้ มีเทพหลายองค์ที่คอยดูแลปกปักรักษา และรังสรรค์สิ่งต่าง ๆ อันดีงามในจักรวาลของเรา แต่ก็มีอีกพวกที่เป็เทพอสูรและจอมมาร คอยรังสรรค์แต่อะไรที่ชั่วร้ายและทำลายความดีงาม และมีบางพวกที่้าแยกจากเทพอสูรและจอมมาร เพื่อชำระล้างบาปในสิ่งที่ตัวเองได้รับจนกลายเป็เทพสีเทา ตอนนี้พวกเราก็ใช้ชีวิตกันอย่างสุขสบายแล้วหลังจากาครั้งแรก แต่ก็ประมาทไม่ได้เหมือนกัน เพราะการมาถึงของ ‘ผู้กลับชาติมาเกิด’ ที่ก็มีพวกที่มีทัศนคติดีต่อโลกเราแบบนายและแจสเตร็ด กับพวกที่มีทัศนคติเลวร้ายแบบเจสัน อสุรกายรยางค์ศิลาอัคนีเงา ที่อาจจะมีความสุ่มเสี่ยงที่จะทำให้เกิดาครั้งที่สองได้ และพวกจอมมารและเทพอสูรเองก็ใช่ย่อย มีการแบ่งพรรคแบ่งพวกกันเอง และทำากันเองเพื่อแย่งชิงตำแหน่งนายเหนือจอมมารทั้งปวง ฉะนั้น ออสเทร็ธ นายต้องระวังตัวให้ดีแล้วกันนะ”
“ครับผม” ผมตอบ
สองเดือนต่อมา…
เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดมาพบกับพระนางอะแมนด้าที่สาม
“อรุณสวัสดิ์ครับเสด็จแม่” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว
“อรุณสวัสดิ์จ้ะลูก” พระนางอะแมนด้าที่สามกล่าว “เป็ยังไงบ้างจ๊ะ”
“ก็สบายดีครับ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดตอบ “ลูกในท้องผมดิ้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ ทุกทีฮะ”
“ก็นะ แม่ว่าหลานเขาพร้อมที่จะออกมาลืมตาดูโลกแล้วล่ะนะ” พระนางอะแมนด้าที่สามบอก
“งั้นเหรอครับ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดว่า ทันใดนั้นเขาก็ทรุดตัวลง “อึก…จริงด้วยแฮะ”
“อะไรเหรอลูก” พระนางอะแมนด้าที่สามหันมาถามลูกชาย
“น้ำคร่ำผมเดินครับ” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดตอบ พยายามไม่ทำพระพักตร์เหยเกให้พระมารดาของเขาเป็ห่วงเกินไป
“งั้นแม่เรียกแพทย์หลวงมาทำคลอดดีกว่า” พระนางอะแมนด้าที่สามบอก
สักพัก เหล่าขุนนางและประชาชนทั้งหลายก็ต่างมาเยี่ยมชมการถือกำเนิดของเบอร์บิคที่สิบเก้า ส่วนใครที่ไม่สะดวกก็รับชมผ่านลูกแก้วส่องหล้าที่รับชมทั้งภาพและเสียงไป หรือถ้าใครมีเวทมนตร์หน่อยก็ร่ายคาถาที่แสดงภาพเป็โฮโลแกรมยังได้เลย
และผมกับเคลลีนเองในฐานะที่เป็คู่รักที่กำลังมีลูกอยู่ ก็มาชมการคลอดลูกแบบใกล้ชิดที่สุดเลยทีเดียว ผมได้เห็นเ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดนอนบนเตียงคลอด มีหมอตำแยหลวงสักสี่ห้าคนอยู่รอบตัวพระองค์ และมีเ้าหญิงเจนนิเฟอร์คอยให้กำลังใจอยู๋ใกล้ ๆ
ผมสังเกตจากกิริยาท่าทางของเ้าชาย ผมรู้เลยว่าพระองค์ไม่ค่อยเจ็บท้องเท่าไหร่ คือมันเกิดอาการเจ็บท้องตามปกติแหละ มดลูกบีบตัวมากขึ้นเรื่อย ๆ ขนาดนี้ แต่พระองค์ยังทนได้แบบหายห่วง คือแบบสีพระพักตร์รื่นเริงและนิ่งสงบมาก
“หมอครับ ตอนนี้ถึงไหนแล้วเหรอครับ?” พระองค์หันมาถามหมอตำแยหลวงด้วยแฮะ
“อ่า ตอนนี้ปากมดลูกเปิดกว้างพอแล้วค่ะ” หนึ่งในหมอตำแยหลวงสาวตอบ เธอกำลังเช็กที่ใต้หว่างขาเพื่อดูว่าปากมดลูกทำงานหรือยัง และพระองค์เองก็โล่งใจ
“ดีจังเลย เพราะตอนนี้ผมต้องเบ่งแล้วล่ะ” เ้าชายกล่าว
“โอเคค่ะ” หมอตำแยสาวบอก “ถ้าเจ็บท้องแล้วเบ่งได้เลยค่ะ”
“ครับผม” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว
“โอเคนะคะ หนึ่ง สอง สาม!”
“อืออออออ…” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดส่งเสียงครางเบา ๆ เพื่อออกแรงเบ่งลูกในท้องออกมา
“พระเศียรออกมาแล้วเพคะ! อีกนิดเดียวค่ะ!”
“ครับผม อืออออ…” พระองค์ครางและออกแรงเบ่งอีกรอบ คราวนี้ครางนานขึ้นเพื่อเบ่งให้่ไหล่ขึ้นไปออกมา
“ไหล่ออกมาแล้วค่ะ! รอสักครู่นะคะ”
แล้วหมอตำแยหลวงสาวก็ทำการทำความสะอาดทารกตัวน้อยที่กำลังจะถือกำเนิด
“โอเคค่ะ เบ่งให้สุดเลยค่ะ”
“ครับ อืออออ…” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดครางและออกแรงเบ่งอีกครั้ง และผ่านไปไม่กี่อึดใจ เสียงร้องไห้ของเด็กก็ดังขึ้น
“ยินดีด้วยค่ะ พระองค์ได้พระโอรส” หมอตำแยสาวกล่าว และทำให้ทุกคนปรบมือโห่ร้องดีใจทันที
“ขอต้อนรับสู่โลกกว้างนะ เบอร์บิคที่สิบเก้าแห่งราชวงศ์มาร์ช” เ้าชายเบอร์บิคที่สิบแปดกล่าว
และนั่นเป็่ที่ชาวมัสโทรนัมและโอคอนเนียมีความสุขที่สุดแล้วครับ อาณาจักรทั้งสองจะมีความสัมพันธ์แน่นแฟ้นมั่นคงอยู่เรื่อยมา