ในระหว่างที่ซูเจินกำลังคิดหนักอยู่นั้นจู่ๆก็มีความคิดหนึ่งแล่นเข้ามาในหัว หากพลังมันมากไปก็กดพลังเอาไว้ก็ได้นี่นาใช่ว่าจะไม่มียากดพลังเสียหน่อยเพียงแต่มันต้องใช้สมุนไพรหายากหลายตัว
เอาไว้นางค่อยหาสมุนไพรเหล่านั้นมาหลอมยากดพลังหรือไม่ก็ค่อยหาซื้อเอาทีหลังก็ได้แต่ยากดพลังมันได้ผลเฉพาะกับสายยุทธ์เท่านั้นเช่นนั้นเอาเป็นว่าใช้สายพลังยุทธ์ก็แล้วกัน
“ลองเข้าไปดูอาวุธในร้านนั้นก่อนดีหรือไม่ขอรับ?”จือเหลียงเห็นท่าทางคิดไม่ตกของนายหญิงจึงเสนอความคิดดูซึ่งซูเจินเห็นด้วยอย่างยิ่ง
แต่ร้านที่จือเหลียงชี้ไปกลับไม่ค่อยถูกใจนางนักไม่ใช่ว่าไม่ดี แต่มันดีเกินไป! ร้านใหญ่โตและดูมีอาวุธหลากหลาย แต่นางเคยอ่านนิยายของโลกนู้นบ่อยๆร้านที่ดูดีแบบนี้มักจะไม่ค่อยมีของดีๆมากนัก สู้ร้านที่ดูลึกลับๆหน่อยก็ไม่ได้ไม่ว่านิยายเรื่องไหนๆก็มักจะบอกว่าเป็นร้านที่มีของดีชั้นหนึ่ง
“ไม่เอาร้านแบบนี้ พวกเจ้ามองหาร้านขายอาวุธที่มันดูเก่าๆหน่อยแบบ...ซอมซ่อ หรือไม่ก็ลึกลับๆ หายากๆอะไรแบบนี้อ่ะ” ซูเจินย่นจมูกใส่ร้านนั้นแล้วมองหาร้านอย่างที่ว่า
พวกจือเหลียงไม่เข้าใจนายหญิงจริงๆว่านางคิดอะไรอยู่พวกของดีๆก็สมควรอยู่ในร้านใหญ่ไม่ใช่หรืออย่างไรเหตุใดนายหญิงถึงมีความคิดไม่เหมือนผู้อื่นเลยเช่นนี้นะ
แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ทำตามที่นายหญิงบอกซิ่นทงนั้นเต็มใจอย่างยิ่งที่จะช่วยหาหลังจากได้โอสถที่อีกฝ่ายซื้อให้พวกเขาพี่น้อง
ตอนนี้เริ่มจะค่ำมากแล้วแสงตะวันหมดลงเหล่าร้านรวงก็เริ่มจุดโคมหน้าร้านเพิ่มความสว่างไสวที่เมืองซือแห่งนี้เป็นเมืองที่มีความเจริญอย่างมากภายในเมืองจึงคึกคักตลอดทั้งกลางวันและกลางคืนร้านค้าหลายร้านก็เปิดทำการในตอนกลางคืน ถนนจึงมีแสงส่องทั่ว
เมืองนี้ให้บรรยากาศที่แตกต่างกับเมืองในแคว้นโจวมากจริงๆนะแต่ตอนนี้แคว้นโจวคงจะเปลี่ยนแปลงไปจากตอนที่นางไปคราวก่อนไปมากโข
เดินหาร้านที่ซูเจินต้องการอยู่นานก็ยังไม่เจอระหว่างที่ทุกคนกำลังแวะทานข้าวกันอยู่ในโรงเตี้ยมแห่งหนึ่งจือเหลียงก็เหมือนจะนึกอะไรได้เหมือนเขาจะเจอร้านแบบที่นายหญิงต้องการตอนที่ไปจัดการเรื่องม้ากับอาหารอยู่นะแต่เขาไม่แน่ใจว่าใช่ร้านขายอาวุธหรือไม่
“คุณหนูขอรับ”
“หืม?”
“ข้าเพิ่งนึกขึ้นได้ตอนที่ข้าแยกตัวไปจัดการเรื่องม้าเหมือนข้าจะเจอร้านแบบที่นายหญิงว่าอยู่ร้านหนึ่งนะขอรับเป็นร้านเก่าๆที่อยู่ในซอกตึกร้านอื่นๆ ยากที่จะสังเกตเห็นแต่ข้าไม่แน่ใจว่าเป็นร้านขายอาวุธหรือไม่?”
“จริงหรือ? ทำไมไม่รีบบอกเล่า แล้วร้านอยู่ที่ไหนรีบพาข้าไปเร็วเข้า”ถึงแม้จะไม่ใช่ร้านขายอาวุธก็น่าลองเข้าไปดูนะ ไม่แน่อาจเจอของดีอย่างอื่น
“ขอรับ ร้านมันอยู่อีกฝั่งตรงข้ามกับถนนเส้นนี้ตรงนู้นเลยขอรับ” จือเหลียงชี้บอก มันเป็นส่วนที่ขายพวกอาหารและสัตว์เลี้ยงม้าและอื่นๆ เขาก็เลยไม่ค่อยแน่ใจว่าจะใช่ร้านขายอาวุธหรือไม่
“พวกเจ้าอิ่มกันหรือยัง? เร็วๆเข้าจะได้ไปกันต่อ”ซูเจินเอ่ยเร่งพวกที่เหลือ ซิ่นทงได้ยินก็รีบยัดหมั่นโถวที่เหลืออีกครึ่งลูกในมือดื่มน้ำตามก่อนจะพยักหน้าว่ากินเสร็จแล้วซิ่นจงเห็นพี่ชายตนก็ยกดื่มน้ำแกงจนหมดเหมือนกัน ไม่ใช่เรื่องง่ายที่พวกเขาจะได้กินอาหารดีๆแบบนี้ต้องกินให้ได้มากที่สุด
“ร้านนี้หรือที่เจ้าว่า?”ซูเจินมองหน้าร้านตาปริบๆ
“ขอรับ ร้านนี้แหละขอรับ” จือเหลียงตอบยืนยันพวกเขาต่างยืนมองด้วยสีหน้าที่บรรยายไม่ถูก
จะว่าอย่างไรดีล่ะ มัน...คือ เออก็ใช่แหละมันเก่ามันซอมซ่อและลึกลับจริงอย่างที่นางพูด แต่นี่มันไม่เกินไปหน่อยหรือ?นี่ไม่เรียกว่าร้านแล้ว! ป้ายร้านยังหลุดลงมาจนต้องวางพิงผนังเอาไว้เลยแถมร้านก็ยังเล็กมากๆ แบบมันเล็กเกินไป เหมือนร้านถูกหนีบอยู่ระหว่างตึกสองตึกอ่ะ
“เจ้าก็ยังอุตส่าห์เห็นอีกนะจือเหลียง”ร้านแบบนี้มันจะมีของดีจริงๆหรือ? นางชักจะไม่แน่ใจแล้ว
“ข้ากลัวว่าร้านมันจะพังลงมาหากข้าหายใจใส่มันแรงเกินไปจริงๆ”เหวินอี้พูด “คุณหนูท่านแน่ใจหรือว่าที่นี่จะมีสิ่งที่ท่านต้องการ?”
“เอาน่า เราไม่ควรตัดสินอะไรจากรูปลักษณ์ภายนอกนะลองเข้าไปดูก่อนก็ไม่เสียหายไม่ใช่หรืออย่างไร?”มันอาจจะแค่รูปลักษณ์ภายนอกที่ดูเก่า แต่ข้างในอาจจะดูดีก็ได้...
เอาล่ะ นางคงคิดไปเองภายในก็ไม่ได้ต่างอะไรจากภายนอกเลยสักนิดเพราะว่ามันมีพื้นที่หน้าแคบภายในจึงยาวลึกเข้าไปแทนเหมือนว่าร้านนี้จะเป็นร้านขายของทั่วไป อารมณ์เหมือนร้านขายของชำ คิดว่าทุกคนคงเข้าใจนะคือแบบมีตั้งแต่สากกะเบือยันเรือรบ
ร้านนี้ก็เหมือนกันนางเห็นมีตั้งแต่เครื่องประดับยันอาวุธเรียงรายเต็มสองฝั่งทางทำให้พื้นที่ที่แคบอยู่แล้วแคบเข้าไปอีกจนพวกนางต้องเดินต่อกันเป็นแถวไม่สามารถเข้าไปพร้อมกันได้
“แค่กๆ” อือหือฝุ่นหนายิ่งกว่าแผ่นกระดาษ หยากไย่ก็เกาะเต็มไปหมดตกลงร้านนี้ยังเปิดอยู่หรือเปล่า?
“เจ้าของร้านอยู่หรือไม่เจ้าคะ?”ซูเจินที่อยู่หัวขบวนตะโกนถาม ร้านอย่างลึกแต่กลับไม่มีไฟส่องเลยนางก็ไม่กล้าเดินเข้าไปสุ่มสี่สุ่มห้า
“แค่กๆ...มีคนอยู่หรือไม่? พวกข้าจะดูของในร้าน”ตะโกนถามไปก็ไอไป อ้าปากทีฝุ่นก็ปลิวเข้าปากที โวะ!
“หืม? แปลกจริง วันนี้มีลูกค้าด้วย”เสียงก๊อกแก๊กดังออกมาจากภายใน แสงไฟจากการจุดตะเกียงเริ่มส่องสว่างหัวคนก็ค่อยๆโผล่ออกมาจากหลังโต๊ะที่...อยู่ไกลมาก
ร้านมันลึกเข้าไปเยอะขนาดนั้นเลยหรือ?
ซูเจินหันกลับไปมองทุกคนที่อยู่ด้านหลัง จือเหลียงอยู่ใกล้ที่สุดพยักหน้าให้แต่เหวินอี้โผล่หัวที่มีมือปิดปากกับจมูกอยู่ส่ายหัวไปมา ซูเจินจิ๊ปากใส่เจ้าคนผู้นี้นี่ไม่เคยมีความเห็นตรงกับนางเลยสักครั้ง
“จะซื้อของไม่ใช่หรือไง? จะเอาอะไรก็เข้ามาใกล้ๆ”ได้ยินดังนั้นซูเจินก็ไม่รอช้าเดินดุ่ยๆเข้าไปหาทันทีมาขนาดนี้แล้วเข้าไปดูก็ไม่เสียหายหรอก
พอเข้าไปใกล้ๆจึงเห็นหน้าเจ้าของเสียงเป็นชายชราผู้หนึ่งแต่งกายเรียบง่ายแต่ดูสะอาดสะอ้านเขาไว้หนวดเครายาวทั้งเส้นผมและหนวดต่างเป็นสีขาวโพลน ให้บรรยากาศเรียบเฉยแต่ซูเจินไม่สามารถรู้สึกถึงระดับพลังของอีกฝ่ายได้ นางลอบมองเขาแล้วพิจารณาในใจดูอย่างไรก็ไม่น่าจะใช่คนไร้พลัง
เขามีระดับพลังมากกว่านาง?
ชายชราผู้นั้นตวัดตามองซูเจินทันทีซูเจินสะดุ้งในใจเขารู้ด้วยว่านางลอบประเมินเขาอยู่ โอ้ๆดูเหมือนว่านางจะหาร้านที่ต้องการเจอเข้าจริงๆแล้ว
ชายชรามองซูเจินชั่วครู่แล้วชักสายตากลับซูเจินรู้ได้ทันทีว่านางกำลังโดนประเมินกลับ ตาเฒ่านี่ดูไม่ธรรมดาจริงๆชายชราเดินอ้อมโต๊ะออกมาถือตะเกียงเดินไปจุดไฟบริเวณอื่นๆตามกำแพงทำให้ร้านสว่างขึ้นมา
พอร้านสว่างแล้วพวกเขาก็สามารถมองเห็นข้าวของภายในได้อย่างชัดเจนของทุกอย่างต่างถูกจัดการเป็นระเบียบและถูกจัดหมวดหมู่เหวินอี้ถึงกับเอามือลงแล้วมองไปทั่วร้านที่นี่อาจจะมีของดีอย่างที่นายหญิงว่าจริงๆก็ได้นะ
“ตกลงว่าต้องการอะไร?” ชายชราถามย้ำ
“พวกข้าอยากจะได้อาวุธประจำกายสักชิ้นเจ้าค่ะ”ซูเจินบอก เขาหันมองซูเจินอีกครา แล้วหันหลังเดินไปหลังร้าน
“อาวุธส่วนใหญ่อยู่ข้างใน ตามมา” เขาบอกซูเจินก็ยักไหล่แล้วเดินตามเข้าไป พวกจือเหลียงก็ตามนายหญิงเข้าไปเช่นกันเว้นแต่ซิ่นจงที่ไม่ได้ตามเข้าไป เขาหยุดดูของบางอย่างอยู่ด้านหน้า
เอี๊ยด
“อุบ...” ทันทีที่ชายชราเปิดประตูฝุ่นก็กระแทกใบหน้าของนางทันที ข้างในนี้ฝุ่นเยอะกว่าข้างนอกเสียอีกทำความสะอาดครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่กัน นางล่ะอยากจะถามจริงๆ
“สุดยอด”แม้มันจะสกปรกไปหน่อยแต่กลับถูกอัดแน่นไปด้วยอาวุธหลากหลายชนิด และมีจำนวนไม่น้อยดูท่าว่านิยายจะเป็นความจริง ร้านแบบนี้มักมีของดีซุกซ่อนอยู่โดยแท้