เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ตอนที่ 172 ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ 


    ตอนที่ 172


    ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ


                   


                    ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ เป็นเขตศักดิ์สิทธิ์ที่ครอบครองดินแดนทางทิศใต้ของแผ่นดินมายาวนาน พื้นที่โดยรอบดินแดนที่กว้างกว่าหมื่นตารางกิโลเมตร ทุกพื้นที่อัดแน่นไปด้วยพลังปราณธรรมชาติอันอุดมสมบูรณ์ แต่จุดที่สมบูรณ์ที่สุดก็คือดินแดนที่อยู่ล้อมรอบเกาะภูเขาไฟกลางน้ำ อันเป็นที่ตั้งศูนย์กลางการปกครองและอำนาจของดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ


     


                    ตลอดเวลาสิบกว่าวันบนนาวาอัคคีท่องหนิงเซียนไม่สามารถปลีกตัวมาหาเสวี่ยหมิงได้ เพราะบนพาหนะลอยฟ้าลำมหึมาลำนี้เต็มไปด้วยหูตาของผู้คน เพื่อแผนการที่หนิงเซียนวางไว้ ทำให้เด็กสาวจำต้องทำตัวเหินห่างกับเสวี่ยหมิงให้มากเข้าไว้ พร้อมแสดงท่าทีเกรี้ยวกราดทุกครั้งที่มีผู้คนเอ่ยถึงเสวี่ยหมิงให้ได้ยิน แต่ในทางลับกลับลอบให้บ่าวที่ติดตามคนใหม่...หลิงจือ ลอบไปสืบว่าเสวี่ยหมิงยังอยู่สบายดีแล้วมารายงานตนเอง


     


                    แม้หลิงจือเองจะเข้าใจไปเองว่าหนิงเซียนทำไปเพราะโกรธแค้นเสวี่ยหมิง เนื่องจากท่าทางที่เด็กสาวแสดงออกต่อผู้คนนั้น ดูเหมือนว่านางเกลียดผู้คนตระกูลหลงเป็นอย่างยิ่ง แต่เรื่องราวจะเป็นเช่นไรหลิงจือเองก็หาได้สนใจ เพราะนางเองก็ยินดีที่จะได้ไปแอบสืบสภาพความเป็นอยู่ของเสวี่ยหมิง แม้ว่าจะไม่สามารถช่วยเหลืออันใดหรือเข้าใกล้เสวี่ยหมิงได้ เพราะที่รอบข้างกรงคุมขังมีองครักษ์คุมเข้มเสวี่ยหมิงเอาไว้ตลอดเวลา แต่เพียงแค่รับรู้ว่าเสวี่ยหมิงนั้นยังสบายดีมีลมหายใจอยู่หล่อนก็รู้สึกสุขใจเพียงพอแล้ว


     


                    ฝ่ายจ้าวฮุยที่รู้ว่าหลิงจือกลายเป็นบ่าวของเทพธิดาวิหคเพลิงอมตะ ก็ดีใจที่หลิงจือได้ร่วมเดินทางไปยังดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะกับตนเอง รีบแสดงตัวคุยกันท่าชายหนุ่มคนอื่น ๆ ที่ร่วมเดินทางไปด้วยกัน หมายใช้เวลาที่ได้ออกจากสำนักหงส์อัคคีกับศิษย์น้องผู้นี้กุมหัวใจนางให้จงได้ แต่หลิงจือกลับไม่เล่นด้วย ทั้งหลบหน้า และพยายามเมินเฉยยามพบเจอ ยิ่งพบเห็นว่าหลิงจือมักแอบมาด้อม ๆ มอง ๆ เสวี่ยหมิงที่ถูกคุมขังอยู่ ยิ่งทำให้ความโกรธแค้นที่เกิดจากความหมางเมินของหลิงจือในใจของจ้าวฮุย ล้วนทับถมกันไปลงที่เสวี่ยหมิง หมายมั่นว่าสักวันจะสังหารเสวี่ยหมิง แล้วชิงพื้นที่ภายในหัวใจของหลิงจือกลับคืนมาให้จงได้


     


                    ฟากของเสวี่ยหมิงหลังจากที่พบหน้ากับหนิงเซียนครั้งสุดท้าย เขาก็ถูกจับยัดเข้ากรงขัง และนำขึ้นยานพาหนะร่วมเดินทางสู่ดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะในฐานะนักโทษคนสำคัญ แต่หากให้เสวี่ยหมิงอยู่เฉยตลอดเวลาการเดินทางล้วนไร้ค่า เพราะทำได้เพียงนั่งนอนอยู่แต่ในกรงขังไม่อาจใช้พลังลมปราณเพราะถูกสะกดข่มเอาไว้ได้ แต่เมื่อทดลองนั่งสมาธิฝึกฝนจิต พลังของวิชาจิตเอกะล้วนไม่ถูกพันธนาการเอาไว้ ตลอดเวลาสิบกว่าวันเสวี่ยหมิงจึงได้แต่นั่งสมาธิทบทวนเรื่องราวต่าง ๆ ที่ผ่านมาด้วยวิชาจิตเอกะ จมดิ่งลงไปสู่ภวังค์ลึกของจักรวาลน้อยในร่างของตนเอง


     


                    ...นี่มัน


                    ภายในจักรวาลน้อยอันเวิ้งว้าง ด้านล่างยังคงเป็นน้ำนิ่งที่ใสกระจ่างราวผิวกระจก ที่เบื้องบนเต็มแต้มไปด้วยจุดสว่างไสวมากมายราวหมู่ดาวที่หมุนวน ตามเคล็ดวิชาจิตเอกะ ก่อเกิดเป็นหยดน้ำร่วงลงสู่พื้นน้ำใสอย่างช้า ๆ แต่ทุกสิ่งที่เห็นล้วนคล้ายคลึงกับทุกครั้งที่เสวี่ยหมิงเข้ามาสู่ภวังค์จิตของตนเอง แต่ในครานี้กลับปรากฏสิ่งที่แปลกออกไป คือที่ใจกลางผืนน้ำเบื้องล่างปรากฏก้อนน้ำแข็งลอยพ้นน้ำปริ่มขึ้นลงไปมา เมื่อเสวี่ยหมิงเพ่งตรวจสอบให้ชัดเจน จึงได้พบว่าที่ภายในก้อนน้ำแข็งนั้นบรรจุเพลิงไฟสีแดงและดำเอาไว้ เสวี่ยหมิงไม่เข้าใจว่ามันคือสิ่งใด จึงได้เพ่งจิตจดจ่อลงไปให้มากขึ้นอีก ภาพของก้อนน้ำแข็งก็พลันขยายใหญ่ขึ้น จนภาพผืนน้ำที่ด้านล่างหายไป เสวี่ยหมิงกลับมายืนอยู่บนภูเขาน้ำแข็งที่มีพายุหิมะล้อมรอบจนไม่อาจมองเห็นสิ่งที่อยู่ห่างออกไปได้ชัดตา


     


                    แม้จะไม่รู้ว่าต้องเคลื่อนจิตไปยังทิศทางใด แต่ความสงสัยบวกกับเวลาอันแสนน่าเบื่อที่จำต้องติดอยู่ในกรงขัง ทำให้เสวี่ยหมิงเลือกที่จะเคลื่อนจิตเดินไปยังใจกลางพายุหิมะที่หนาหนักขึ้น


     


                    เวลาผ่านไปเท่าใดไม่อาจทราบได้ แต่ในที่สุดเสวี่ยหมิงก็เดินจนมาหยุดอยู่ที่ยอดเขาสูง น้ำแข็งใสแปลกจากส่วนอื่นของภูเขาน้ำแข็งผนึกเพลิงไฟสองสีที่หักหาญกันอยู่ตรงใจกลาง เพลิงที่ถูกผนึกค้างไม่ได้แผ่พลังความร้อนออกมา แม้อยู่ภายในน้ำแข็งแต่กลับไม่มอดดับ ยังคงเต้นเร่าไหววูบอยู่ตลอดเวลา เสวี่ยหมิงเคลื่อนจิตเข้าไปจนประชิดกับก้อนน้ำแข็ง จ้องมองเข้าไปภายในเพลิงไฟสีแดงสด ปรากฏภาพวิหคที่ถูกกักขังพลันกู่ร้องลั่นราวกับว่ามันต้องการจะสื่อสารบางอย่างกับเสวี่ยหมิง...


     


                    ปัง ปัง !!!


                    เสียงกรงเหล็กคุมขังถูกเปิดออก เสวี่ยหมิงถูกกระชากดึงออกจากกรงขังเหล็กเย็นขนาดเล็กสู่คุกใต้ดินอันมืดมิด และเพราะแรงกระชากที่เกิด กลับกลายเป็นการปลุกเสวี่ยหมิงให้หลุดออกจากภวังค์ของวิชาจิตเอกะ และเพราะการหลุดออกจากภวังค์ในครานี้กลับกลายเป็นทำให้เสวี่ยหมิงต้องสำนึกเสียใจในภายหลัง เพราะว่าหลังจากที่องครักษ์จากไปแล้ว แม้ว่าเสวี่ยหมิงจะนั่งทำสมาธิเข้าสู่ภวังค์อีกหลายครั้ง แต่ก็ไม่อาจค้นพบก้อนน้ำแข็งที่ผลึกเพลิงไฟทั้งสองสีนั้นได้อีกเลย


    .


    .


                    "เจ้าต้องการเช่นนั้นรึ" ประมุขแดนศักดิ์สิทธิ์คนปัจจุบัน...ฮัวเหวินเยี่ยน เอ่ยพลางหรี่ดวงตาคมกล้าจับจ้องไปยังหนิงเซียน


     


                    "ค่ะ ท่านเจ้าสำนัก"


     


                    "อืม อีกไม่กี่เดือนเจ้าก็จะอายุครบสิบห้าปีแล้ว" ฮัวเหวินเยี่ยนเหลือบตาพลางพยักหน้า "หลังจากที่เจ้ากลับออกมาจากเส้นทางวิหคเพลิงอมตะ ข้าก็จะรับเจ้าเป็นศิษย์สายตรงอย่างเป็นทางการ ดังนั้นตอนนี้เจ้าก็ไม่ต้องเรียกข้าเป็นเจ้าสำนักก็ได้ เจ้าเรียกข้าว่าอาจารย์เถอะ" ฮัวเหวินเยี่ยนใช้สายตาคาดหวังจ้องมองหนิงเซียน


     


                    "ค่ะ ท่านอาจารย์" หนิงเซียนเองก็รับรู้ได้ว่าผู้คนในดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะ ล้วนคาดหวังว่านางจะนำความรุ่งเรืองมาให้กับดินแดนแห่งนี้


     


                    เพราะหากวัดเทียบกันแล้ว ในปัจจุบันดินแดนวิหคเพลิงอมตะล้วนอยู่ในอันดับรั้งท้ายของดินแดนศักดิ์สิทธิ์ทั้งสี่ อันประกอบด้วย ดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ ที่โดดเด่นและแข็งแกร่งที่สุดในช่วงหลายพันปีหลัง ตามมาด้วยดินแดนลับแลของเทพพยัคฆ์สายฟ้า ซึ่งแม้จะปกปิดเขตแดนเป็นความลับ แต่ขุมกำลังกลับโดดเด่นและน่าเกรงขามยิ่งนัก ตามมาด้วยอันดับสามดินแดนศักดิ์สิทธิ์วิหคเพลิงอมตะที่หลายพันปีหลังตกต่ำสวนทางกับดินแดนศักดิ์สิทธิ์มังกรโลกันตร์ เพราะไม่มีเทพธิดาวิหคเพลิงอมตะคนใดสามารถครอบครองเพลิงวิหคอมตะเที่ยงแท้จริงได้เลย ทำให้ขุมกำลังที่เคยกล้าแข็งอ่อนโทรมลงตามกาลเวลา ส่วนดินแดนศักดิ์สิทธิ์อันดับสุดท้ายนั้นคือวังจ้าวสมุทรซึ่งปิดตัวเงียบมานานแสนนานทำให้ไม่ปรากฏขุมกำลังที่แน่ชัด และถูกจัดเอาไว้เป็นอันดับสุดท้าย


     


                    "หากเจ้ากลับออกมาจากเส้นทางวิหคเพลิงอมตะพร้อมเพลิงไฟของเฟิ่งหวงได้ ข้าจะมอบตำแหน่งผู้สืบทอดตำแหน่งเจ้าสำนักให้กับเจ้า ส่วนคำขอของเจ้าในวันนี้ อาจารย์เห็นว่าเป็นเรื่องราวเล็กน้อย เจ้าจงทำตามที่เจ้าต้องการเถิด" ฮัวเหวินเยี่ยนเอ่ยพร้อมยื่นป้ายอาญาสิทธิ์มอบให้กับหนิงเซียน


     


                    "ขอบพระคุณค่ะ ท่านเจ้า... ท่านอาจารย์" หนิงเซียนย่อกายทำความเคารพก่อนจะถอยฉากออกไป


     


                    "ฟางเยี่ย"


     


                    "ค่ะท่านประมุข"


     


                    "เจ้าจงไปจับตาดูหนิงเซียนเอาไว้ให้ดี หากมีเรื่องราวใดผิดปกติก่อนที่นางจะเข้าสู่เส้นทางวิหคเพลิงอมตะ จงเร่งมารายงานข้า ข้าไม่ไว้ใจผู้คนแซ่หลงแม้แต่คนเดียว พวกมันทั้งเลวร้ายและเจ้าเล่ห์ยิ่งนัก"



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน