ฮา ฮา ฮา .. ปรมาจารย์กระบี่ทลายนภาหัวเราะลั่น เจ้าปรสิตภูติสามารถดึงพลังจากร่างทาสได้ถึงขีดสุด ไม่ว่าสภาพร่างกายหรือวิชายุทธ์ ทั้งยังมีเคล็ดวิชาจากร่างทาสอื่นๆ ที่มันเคยเกาะกินมา
โอ๊ยยยย .. อุทัยร้อง “.. หักอีกแล้ว .. เจ้าบ้านี่แข็งแกร่งชะมัด” .. มันค่อยๆ ลุกขึ้น มือขวารู้สึกเสียวแปร๊บ กระดูกมือกระดูกแขนแตกเป็นหลายสิบท่อน
แล้วจึงโคจรปราณเทวะแท้จริง เกิดอักขระมนต์เปล่งแสงพลอยชมพูไปทั่วแขนขวา กระดูกเส้นเอ็นที่เสียหายกลับมาเชื่อมต่อสมานดังเดิม
กระบี่ทลายนภาวัยหนุ่ม กล่าวว่า “เจ้าเด็กปากสุนัขนี่ ทำข้าประหลาดใจอีกแล้ว” แล้วจึงหันไปกล่าวเย้ยองค์ชายฤทธา “.. เป็นอย่างไรเล่าเจ้ามังกรน้อย แม้แต่หญิงคนรักยังไม่สามารถรักษาเอาไว้”
กระบี่ทลายนภาจงใจกล่าว “แต่เอ .. เจ้าเด็กผีนี่ก็ไม่เลวอยู่นะ .. ถึงว่า แม่นางน้อยผู้นั้นถึงได้หลงใหล ยอมเอาชีวิตเข้าแลก .. ฮา”
องค์ชายฤทธาถูกวาจาของกระบี่ทลายนภาตอกย้ำ ความผิดหวังแปรเปลี่ยนเป็นความอดสู ก่อเกิดแรงเคียดแค้นอย่างที่สุด ใบหน้าทวีความชิงชังดุร้าย จ้องมองอุทัยด้วยสายตาแดงฉาน แล้วจึงเงยหน้าแหกปากร่ำร้อง .. อ๊ากกกกกก
มังกรเรืองโรจน์กล่าว “ชายน้อย .. องค์ชายน้อยเป็นอันใดไป”
มหาขันทีทำหน้าครุ่นคิด กล่าวตอบว่า “อาจเป็นสภาวะหลังหลอมรวมกายากับหัวใจมังกรเทวะ”
มังกรเรืองโรจน์ไม่มีคำใดจะกล่าว ได้แต่มองร่างองค์ชายน้อยแห่งแคว้นโอริสาที่แดงก่ำสั่นระริก
องค์ชายฤทธาระเบิดพลังราวคลุ้มคลั่ง มันแยกเขี้ยวกล่าวขึ้นว่า “.. เจ้าคนชั่วช้าสารเลว” แล้วจึงยกมือขวาขึ้นปรากฏลำแสงสว่างวาบพุ่งมาที่ฝ่ามือ
ปรากฏคทาสีทอง เป็นคทาโลหะยาวสองศอกสลักลวดลายรูปมังกรงามวิจิตร ด้านบนประดับด้วยไข่มุกเม็ดโตส่องสว่าง .. มุกมังกรสี่สมุทร
.. คทาเทวะมังกร !!!
อาาา .. อุทัยอ้าปากหวอ .. ผลึกแว่นทิพย์แสดงผล .. ‘ศาสตราจ้าวเทวะ : ระดับพลัง ๑๑๕,๓๙๑ จุด’
องค์ชายฤทธาชูคทามังกรเทวะส่องประกายเจิดจ้า กล่าววาจาด้วยความแค้น .. “จงไปตายซ่ะ” แล้วจึงฟาดคทาวิเศษลงมา
เปรี้ยงงง !!! พลังระเบิดออกจากมุกมังกรสี่สมุทร เป็นปราณพลังรูปมังกรฟ้าใสส่องประกายกางปีกสยายพุ่งเข้าหาอุทัย
อุทัยไม่คาดคิดว่าเกลอเก่าจะลงไม้ลงมือเต็มกำลังเช่นนี้ มันตะโกนขึ้นว่า “ย่อมได้ ..”
“.. ไอ้เพื่อนรัก มาดูกันสิว่า ใครจะแน่กว่ากัน” .. ด้วยความดื้อด้านอุทัยหากริ่งเกรงพลังวิเศษเช่นนี้ไม่
อุทัยยื่นแขนทั้งสองกางออก มันหลับตาสงบจิตใจโคจรพลังปราณไปทั่วจุดชีพจรหลักทั้งแปด มือทั้งสองแผ่พลังดูดรั้งกระบี่เทวะการีย์ทั้งสองเล่มเข้ามา
กระบี่เทวะการีย์ทั้งสองเล่มสั่นสะท้าน หลุดลอยออกจากพื้นศิลา บินเข้าหาอุทัยราวมีชีวิต .. พริ้วววววววว
อุทัยยืนกางแขนกระบี่วิเศษยาวสี่ศอกสองเล่มลอยขนานพื้นทั้งซ้ายขวา มันใช้พลังปราณควบคุมกระบี่โดยมิได้ใช้มือสัมผัส
เปลือกตาของอุทัยเปิดขึ้น เผยให้เห็นดวงตาทั้งสองส่องประกายวาบ .. นัยน์ตาซ้ายมีอักขระสีทองสุกใสหมุนวน .. ส่วนนัยน์ตาขวาเป็นอักขระสีดำทมิฬ
แล้วจึงขยับแขนมาไขว้เป็นกากบาท กระบี่วิเศษทั้งสองเล่มถูกพลังปราณส่งมาไขว้เป็นกากบาทที่ด้านหน้าเช่นกัน
มันส่งพลังปราณผ่านชีพจรขาทั้งสองข้างที่กำลังย่อพับ แล้วระเบิดพลังดีดกายพุ่งทะยานไปเบื้องหน้า
ร่างทั้งร่างปรากฏอักขระมนต์สีทองส่องสว่าง ทำการบรรจุพลังปราณสะสมในกระบี่วิเศษทั้งสองจนเต็มปริ่ม
สองแขนตวัดฟาดฟันสองกระบี่ออก ก่อเกิดปราณสังหารระเบิดออกอย่างรุนแรง
.. โลกันตร์วินาศ !!!
กระบวนท่าระเบิดพลังทำลายล้างทะลุทะลวง ปราณสังหารรูปกากบาทสีทองสุกพุ่งออกเป็นทางยาว
ฮ๊ากกกก !!! เสียงคำรามกึกก้อง พลังปราณรูปมังกรสีฟ้าแหกปากกางปีกสยายพุ่งตัวเป็นเกลียว พลังอันมหาศาลส่องระยิบราวน้ำในมหาสมุทรส่องประกาย
.. เปรี้ยงงงงง !!! พลังปราณปะทะกันดังสนั่น
.. คลืนนนนนนน .. ทั้งวิหารสั่นสะท้าน พลังปราณสองสายหักล้างสาดกระจายทำศิลาทั้งเล็กใหญ่ร่วงหล่นลงพื้น
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีจ้องมองจนตาค้าง .. พลังจากคทาเทวะมังกรนับว่าเป็นสุดยอดพลังจากเทวะมังกรเจ้ามหาสมุทร
แต่ปราณสังหารที่อุทัยสำแดงออกก็ยอดเยี่ยมไม่แพ้กัน พลังทั้งสองปะทะกระแทกจนวิหารสะเทือน ก้อนศิลาร่วงหล่น .. โครมมมม .. โครมมมม
องค์ชายฤทธากัดฟันกรอดคิดไม่ถึงว่าอุทัยเกลอเก่าจะแข็งแกร่งถึงเพียงนี้
.. อุทัยยกยิ้ม มันยังมีท่าตามต่อ
พลังปราณภายในเชื่อมต่อเกิดเป็นแกนพลังที่กลางลำตัวแล้วบิดหมุน ร่างกายหมุนวนตอบสนองส่งพลังปราณเข้าสู่เส้นชีพจรแขนควบคุมกระบี่ทั้งสองดังกังหันประหารชีวิต .. เพลงดาบเทพสงครามกระบวนท่านี้ ..
.. วิปลาสจักรา !!!
ควับบบ .. ควับบบ .. ควับบบ .. ท่าร่างอุทัยหมุนวนกลายเป็นกงจักรสังหารพุ่งเข้าหาองค์ชายฤทธา
“.. บังอาจ” องค์ชายฤทธาตวาด มันถือตัวว่าเป็นองค์ชายผู้สูงศักดิ์ กลับถูกชาวยุทธ์ธรรมดาเช่นอุทัยรุกเร้าโจมตี
องค์ชายฤทธาชูคทามังกรเทวะแล้วฟาดคทาวิเศษลงมาอีกครั้ง
เปรี้ยงงง !!! พลังระเบิดส่องประกายระยิบราวน้ำมหาสมุทร ก่อเกิดปราณรูปมังกรสีฟ้าเป็นเกลียวน้ำกางปีกแหกปากคำราม .. ฮ๊ากกกกกก !
.. ควับบบ ! กระบวนท่าวิปลาสจักราตัดปราณเทวะมังกรขาดเป็นสองซีก
.. ควับบบ ! .. ควับบบ ! ปราณเทวะมังกรถูกเฉือนออกเป็นส่วนๆ กระจายออกด้านข้าง
.. ควับบบ ! .. ควับบบ ! .. ควับบบ ! ปราณเทวะมังกรสูญสลายราวไม่เคยคงอยู่มาก่อน
กระนั้นกระบวนท่าวิปลาสจักรายังคงดำเนินอยู่ ทั้งยังพุ่งเข้าหาองค์ชายฤทธาโดยไม่มีทีท่าจะอ่อนโทรมลง
องค์ชายฤทธาเห็นเช่นนั้นจึงนำคทามังกรเทวะลงมาถือในระดับหน้าอก ทันใดคทาวิเศษยืดออกกลายเป็นพลองยาว .. ว๊าบบบบ !
แล้วนำศาสตราวิเศษต้านทานรับกระบวนท่าสังหารอันทรงพลัง เกิดเสียงปะทะกันดังสนั่น .. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง !
องค์ชายฤทธาถูกพลังอันมหาศาลกระแทกจนถอยร่น ทั้งศาสตราวิเศษในมือถูกฟาดฟันจนบิดบิ่น
ร่างของอุทัยหยุดยืนอย่างมั่นคง อักขระสีทองส่องสว่างทั่วกาย กระบี่เทวะการีย์ทั้งสองเล่มยังหมุนวนราวกงจักรสังหาร
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีเห็นองค์ชายฤทธาเป็นฝ่ายเสียเปรียบ จึงพุ่งร่างมาดักไว้ทั้งซ้ายขวา
ฮา ฮา ฮา .. ปรมาจารย์กระบี่ทลายนภาหัวเราะร่า “ไม่เลว .. ไม่เลว .. ขอเล่นสนุกด้วยคน ฮา”
ทันใดแสงอันเรืองรองรอบกายสูญสลายไป แปรเปลี่ยนเป็นไอปราณสีดำหม่นหมองแผ่ออกแทนที่ ปราณอันน่าสะพรึงแผ่กลิ่นอายมรณะกระจายโดยรอบ
.. อมตะฟื้นคืน !!!
กระบี่ทลายนภาคงอยู่เพียงร่างกาย แต่ปราณพลังเป็นวิชาไสยเวทอันดำมืดของมหาราชครูคุปยะ มันยกแขนซ้ายกางฝ่ามือออก
ทันใดซากศพของชาวยุทธจักรที่ตกตายก่อนหน้าก็เกิดการตอบสนองกับปราณพลังอันมืดดำนั้น
.. ร่างไร้วิญญาณของเฒ่าปักษาผู้หนึ่งพลันสั่นกระตุก มีไอดำเจือจางลอยล่องส่งกลิ่นเน่าเหม็น
.. ภายใต้ชุดที่ร่างนั้นสวมใส่ มีบางสิ่งพยายามยื่นออก จนเสื้อผ้าฉีกขาดดัง .. แควกกก !
.. ปรากฏกระดูกสันหลังเป็นแนวยาว ทั้งมีกระดูกซี่โครงพร้อมเศษชิ้นเนื้อเส้นเอ็นหลุดออกมาเป็นสาย
.. โครงกระดูกยกลอยขึ้นทั้งยังมีส่วนกระดูกแขน กระดูกเชิงกราน กระดูกขาทั้งท่อนหลุดออกจากร่างเนื้อ
.. หัวกะโหลกหลุดลากออกจากหนังศีรษะ .. ลูกตา ของเหลว และก้อนสมอง ไหลย้อยร่วงตกลงมา
.. อีกหลายซากศพก็เป็นเช่นเดียวกัน โครงกระดูกมนุษย์ถูกแยกออกจากร่างกาย ทิ้งไว้เพียงกองเลือดเนื้ออวัยวะภายใน
ฮา ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภายังหัวเราะไม่หยุด โครงกระดูกนับสิบลอยเข้าหาฝ่ามือของมัน แล้วม้วนรวมจัดเรียงเป็นแนวยาว
.. กระบี่โครงกระดูก !!!
ท่อนกระดูกรวมตัวเป็นกระบี่สีขาวหม่นยาวกว่าห้าศอก รูปร่างประหลาดสยดสยองยังมีเศษเลือดเนื้อติดอยู่ตามชิ้นส่วนต่างๆ
“เจ้าเด็กผี เจ้าเป็นใครกันแน่” กระบี่ทลายนภากล่าวก้อง พลังปราณสีดำทะมึนทำบรรยากาศมืดหม่นจนอึดอัด มันตั้งกระบี่ยาวพุ่งเข้าใส่อุทัยในทันใด
อุทัยหันขวับกล่าวขึ้นว่า “.. ข้าเป็นใครนะหรือ” มันเคลื่อนร่างส่งกงจักรสังหารเข้ารับโดยทันใด ปากตะโกนก้อง “.. กลับไปถามบิดาของบิดาเจ้า ก่อนเป็นไร”
.. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง ! .. เปรี้ยงงง ! เสียงปะทะดังสนั่น
อุทัยถูกกระแทกถอยไปกว่าสิบก้าว ทั่วทั้งร่างด้านชา พลังปราณปั่นป่วนเสียการควบคุม
ส่วนกระบี่ทลายนภาหยุดยืนมั่นคงดังขุนเขา แต่กระนั้นยังรู้สึกเสียวแปร๊บในมือที่ถือกระบี่
โครมมม ! โครมมม ! ก้อนศิลาขนาดใหญ่หล่นร่วงกราว แรงปะทะเมื่อครู่สุดรุนแรงทำวิหารด้านบนถล่มลง มองเห็นดวงดาวทอประกายบนท้องฟ้า
กระบี่ทลายนภากล่าว “.. ไม่เลว .. ไม่เลว .. เพียงบรรลุปรมะปราณ กลับรับกระบี่ข้าได้”
อุทัยหยุดยืนอยู่กึ่งกลาง ด้านหน้าคือกระบี่ทลายนภาผู้ทรงพลัง ยังมีมังกรเรืองโรจน์และมหาขันทียืนเยื้องอยู่ด้านหลังซ้ายขวา ทั้งองค์ชายฤทธาก็กลับมาโคจรพลังเตรียมพร้อมอีกครั้ง
อุทัยฉุกใจกล่าวกับทั้งหมด “.. นี่พวกท่านไม่ต่อยตีกันแล้วหรือ เหตุใดดูเหมือนกำลังรุมข้าคนเดียว”
กระบี่ทลายนภากล่าว “แน่นอน พวกโอริสาต้องตายแน่นอน แต่ตอนนี้เจ้าตายก่อน ฮา”
อุทัยอุทาน “เพ้ยยย ..”
มหาขันทีกล่าวบ้าง “เจ้ากล้าลงมือกับองค์ชายน้อย เป็นเจ้าต้องตายก่อน”
อุทัยอุทาน “เพ้ยยยยย ..”
มังกรเรืองโรจน์กล่าว “เจ้าคือใครกันแน่ เรื่องราวทั้งหมดเจ้าอาจอยู่เบื้องหลัง ต้องสังหารเจ้าก่อน”
อุทัยอุทาน “เพ้ยยยยยยย ..”
องค์ชายฤทธากล่าวด้วยความชิงชังไร้สติ “.. เจ้าต้องตาย วันนี้เจ้าต้องตาย .. ทุกคนพูดถูก วันนี้เจ้าต้องตายก่อน”
อุทัยอุทาน “เพ้ยยยยยยยยย ..”
กระบี่ทลายนภากล่าว “เห็นไหม ใครๆ ก็อยากให้เจ้าตาย มิสู้นำกระบี่นั่นเชือดคอตัวเองเสีย ฮา”
ภายในใจทุกคนรู้สึกทั้งแปลกประหลาดทั้งหวาดหวั่น เด็กหนุ่มผู้นี้เพียงบรรลุปรมะปราณยังแข็งแกร่งถึงเพียงนี้ เจอกันคราวหน้ามันต้อง ..
อุทัยกล่าว “เจ้าพวกบ้า อยากสังหารข้ามากนักหรือ”
อักขระบนร่างอุทัยทวีประกายสีทองสดใส พลังปราณค่อยแผ่ออกเบาๆ
กระบี่ดาบที่ตกอยู่เกลื่อนพื้นหลายสิบด้ามเริ่มสั่นไหว ศาสตราเหล่านั้นต่างสะท้านสั่นลอยขึ้นอย่างรวดเร็ว แล้วเข้ามาห้อมล้อมอุทัยไว้ตรงกลาง
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีมองเหม่ออย่างไม่เชื่อสายตา กระบี่ทลายนภาหน้านิ่งปากพึมพำ “อันใดของมันอีก”
ดวงตาอุทัยฉายแสงเจิดจ้า .. เพลงดาบเทพสงครามอีกกระบวนท่าหนึ่ง
.. ดารามาศสังหาร !!!
.. ตู้มมมมม !!! โดยมีอุทัยเป็นศูนย์กลาง .. ปราณอรุณโรจน์ระเบิดออกจากจักระชีพจรทั้งแปดผลักดันดาบกระบี่พุ่งไปรอบทิศทางดังรัศมีดวงดารา พลังปราณที่แผงมากับดาบกระบี่รุนแรงอย่างเหลือเชื่อ
เฮ่ยยยย ! .. มหาขันทีร้องเสียงหลงดาบกระบี่สามเล่มพุ่งตรงเข้ามา มันปรับเปลี่ยนท่าร่างพลิกกายหลบสองกระบี่แล้วนำกระบี่ในมือปัดป้องดาบอีกเล่มหนึ่งพ้นทาง .. เปรี๊ยงงงง !
ส่วนมังกรเรืองโรจน์รับเหตุอย่างทันท่วงทีมันพลิ้วกายราวนักกายกรรมหลบรอดศาสตราถึงสี่เล่ม
กระบี่เทวะการีย์พุ่งลิ่วใส่องค์ชายฤทธา เด็กหนุ่มผู้นี้ไร้ซึ่งการพลิกแพลงนำคทาวิเศษอันยาวปะทะอย่างหักโหม .. เปรี๊ยงงง ! เสียงดังสนั่น กระบี่เทวะการีย์เปลี่ยนทิศทาง แต่คทาเทวะถูกกระแทกจนบิดเบี้ยว
กระบี่เทวะการีย์อีกเล่มหนึ่งและดาบอีกสองเล่ม พุ่งเข้าใส่ปรมาจารย์กระบี่ทลายนภาอย่างรวดเร็ว
“เจ้าเด็กเปรต” ปรมาจารย์กระบี่ก่นด่า สะบัดกระบี่โครงกระดูกปัดดาบใหญ่สองเล่มพ้นทาง แล้วพลิกกระบี่ฟันขวางๆ ใส่กระบี่เทวะการีย์
.. แต่แล้ว กระบี่เทวะการีย์กลับหยุดกึกอยู่กลางอากาศอย่างฉับพลัน ดาบกระบี่เล่มอื่นก็เช่นกันต่างหยุดนิ่งลอยอยู่อย่างน่าฉงน
ฮึ ฮึ .. เสียงหัวเราะอันเย็นเยือกของอุทัย ปากกล่าววาจา “.. คิดจะสังหารข้า มิได้ง่ายดายปานนั้น”
วงอักขระในดวงตาของมันหมุนวนแล้วแปรเปลี่ยนสีดำ ดาบพลองง้าวอีกหลายเล่มลอยขึ้นมาเพิ่มเติม ศาสตราทั้งหลายต่างส่งเสียงร้อง .. วิ๊งงง วิ๊งงง
อุทัยระเบิดพลัง สองแขนกวัดแกว่ง เพลงดาบเทพสงครามอีกกระบวนท่าหนึ่งถูกใช้ออก
.. วายุเทพถล่มมาร !!!
ศาสตราทั้งหมดพร้อมใจกันหมุนวนส่ายไปมา ต่างหมุนบินอย่างสะเปะสะปะไร้แบบแผนจู่โจมเข้าใส่ผู้คนภายในวิหารศักดิ์สิทธิ์
กระบี่เทวะการีย์ที่อยู่ตรงหน้าปรมาจารย์กระบี่ทลายนภาม้วนหลบกระบี่โครงกระดูกที่ฟันใส่ แล้วพลิกตัวนำด้ามจับฟาดใส่หัวปรมาจารย์กระบี่ดัง .. โป๊กกก !
ปรมาจารย์กระบี่รู้สึกเจ็บปวดจนน้ำหูน้ำตาไหล แต่กระนั้นยังมีศาสตราเล่มอื่นบินลอยมาสับมัน
องค์ชายฤทธาอ้าปากค้าง เกิดมามันยังไม่เคยพบเจอพายุศาสตราเช่นนี้ ดาบกระบี่ห้าหกเล่มกำลังจะสับมันเป็นชิ้นๆ
คนระเบิดพลังปราณมังกรเทวะ .. มองเห็นเป็นมังกรเทวะตัวเขื่องห่อหุ้มกายพร้อมเสียงคำราม .. โฮ๊กกกกก !
ศาสตรารอบกายถูกปราณมังกรเทวะกระแทกถอยออก แต่เพียงครู่ศาสตราเหล่านั้นก็วกกลับมาพัวพันองค์ชายฤทธาอีกครั้ง
มังกรเรืองโรจน์และมหาขันทีต่างเคลื่อนที่ไม่อยู่นิ่ง อาวุธประจำกายถูกร่ายรำอย่างถี่ยิบเพื่อสกัดพายุศาสตราที่โจมตีไม่ยอมหยุด
มหาขันทีเหงื่อโทรมกายร้องด่า “บัดซบเอ้ยยย .. นี่คืออันใดกัน” เห็นกระบี่เล่มหนึ่งบินมาข้างหลังมังกรเรืองโรจน์มันจึงร้องเตือน “.. ศิษย์พี่ ที่ด้านหลัง”
มังกรเรืองโรจน์พลิกกายนำดาบเทวะมังกรอัคนีฟันใส่กระบี่นั้นพ้นทาง แล้วหันมาร้องบอกมหาขันที “ระวังด้านบน”
มหาขันทีถอยวาบหลบรอดดาบเล่มใหญ่ที่ฟันใส่หัว แล้วนำกระบี่คู่จิ้งจอกสวรรค์พลิกแพลงสกัดดาบกระบี่อีกสามเล่ม
ตอนนี้ผู้ที่ถูกเรียกว่าปรมาจารย์ยุทธ์ต่างแทบเอาตัวไม่รอด ถูกพายุศาสตราพัวพันตามเนื้อตัวเกิดบาดแผลน้อยใหญ่
กระบี่ทลายนภาผู้ถูกสิงด้วยปรสิตภูติที่มีประสบการต่อสู้นับพันปี เฝ้ามองอุทัยด้วยสายตาเยือกเย็น เมื่อกระแทกศาสตราสี่เล่มกระเด็นไป มันพุ่งกายเข้าใส่อุทัยมองเห็นเป็นกลุ่มควันสีดำทะมึน
“ร้ายกาจนักนะ เจ้าเด็กเปรต” กระบี่ทลายนภาก่นด่า แทงกระบี่ใส่หน้าอกของอุทัย
อุทัยถึงกับใจหายวาบ ปรมาจารย์กระบี่เข้าประชิดอย่างไม่ทันตั้งตัว มันพลิ้วกายหมุนหลบทำกระบี่โครงกระดูกผ่านหน้าอกไปอย่างฉิวเฉียด
อุทัยหลบรอดได้ กระหยิ่มยิ้มกล่าวว่า “เหมมม ไวเหมือนกันนะเจ้าพยาธิน้อย”
ปรมาจารย์กระบี่มองตาขวาง กล่าวขึ้นว่า “ยิ้มหาบิดามึงหรือ” .. มือที่ถือกระบี่โครงกระดูกอยู่ตรงหน้าอกอุทัยพอดี มันปล่อยมือนำนิ้วดีดใส่ด้ามกระบี่ .. ตึ๊กกก !
ด้ามกระบี่เปลี่ยนทิศทางมาฟาดหน้าอุทัยดัง .. ปั๊กกก !
โอ๊ยยย ! อุทัยร้องด้วยความเจ็บปวด มันถูกฟาดจนหน้าหงาย
กระบี่ทลายนภาได้ทีง้างหมัดแล้วชกใส่หน้าอกของอุทัยอย่างรุนแรง
.. หมัดอมตะพันปี !
เปรี้ยงงง !!! ปราณพลังดำทะมึนสุดแกร่งกระแทกใส่หน้าอกอุทัยเต็มๆ ร่างของมันลอยละล่องไปไกลแล้วกระแทกผนังวิหารจนพังถล่มลงมาด้านหนึ่ง .. โครมมมมมมม !
ฮา ฮา ฮา .. กระบี่ทลายนภาหัวเราะ มันกล่าวอย่างสะใจ “เสียงกระดูกหน้าอกหักนี้ ช่างไพเราะเสียจริง .. ตายแน่ ไอ้เด็กนรก”
กระบวนท่าวายุเทพถล่มมารสงบลง ศาสตราทั้งหลายร่วงหล่นลงพื้นดังเกรียวกราว เสียงเป่าปากอย่างโล่งอกของมหาขันที .. ฟู่ !
.. แต่แล้ว
ทุกคนต้องหัวใจตกไปอยู่ที่ตาตุ่ม เมื่อกองผนังศิลามีการเคลื่อนไหว กึก กึก .. แล้วระเบิดออก .. ตู้มมมมม !
ในความมืดบวกกับฝุ่นควันมองเห็นร่างร่างหนึ่งตะกายกองศิลาขึ้นมา มันผู้นั้นเนื้อตัวดำขมุกขมัวแต่ดวงตาทั้งสองส่องแสงสีแดงดังโลหิต เสียงของอุทัยดังลอดจากไรฟัน “.. จะสังหารข้า มิได้ง่ายดายปานนั้นดอกกกก”