เนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว)

    ศัตรูทางคับแคบ 2


    ตอนที่ 77


    ศัตรูทางคับแคบ 2


     


                    หลังจากที่เจี้ยนกังจากไปเสวี่ยหมิงก็ลุกขึ้นปัดฝุ่นที่ติดอยู่ออก ก่อนจะเดินลึกเข้าไปยังจุดที่หมายตาหายลับไปจากจุดที่ทุกคนกำลังลงมือขุดกันอยู่อย่างเงียบเชียบ ซึ่งคนงานอื่น ๆ ต่างก็มิได้สงสัยเพราะคิดว่าเสวี่ยหมิงคงเจ็บปวดและเกรงกลัวเจี้ยนกังจึงได้หลบหนีไปยังที่อื่น


     


                    ...เส้นแร่สีเงิน


                    เสวี่ยหมิงมองตามร่องรอยของเส้นแร่ตามที่จื่อฮุยแนะนำ จนในที่สุดก็เดินเข้ามาจนถึงทางตัน เมื่อใช้มือลูบคลำไล่ไปตามเนื้อหินอยู่ครู่หนึ่ง เสวี่ยหมิงก็หยิบสารเหลวบางอย่างออกมาเทราดลงไปที่ผนังหิน สารเหลวสีดำก็วิ่งรี่เข้าใส่เส้นแร่สีเงินก่อนจะจมหายเข้าไปในผนังทันที


     


                    ...ด้านในนี้ไม่ผิดแน่ จื่อฮุยบอกว่าเจ้าสารเหลวนี้จะไวต่อแก่นลมปราณมาก ยิ่งใกล้ยิ่งไวเพราะมันใช้ในการค้นหาใจกลางเหมือง เพื่อช่วยกำหนดทิศทางทางในการขุดเหมือง


     


                    เมื่อมั่นใจว่ามาถูกทางเสวี่ยหมิงก็ออกแรงกดจนผนังหินจมลึกเข้าไป ซึ่งการกดด้วยพลังลมปราณทำให้มีเสียงเล็ดลอดออกมาเพียงเล็กน้อยเท่านั้น หลังจากเสวี่ยหมิงทำซ้ำอยู่หลายคราก็ปรากฏรูโหว่ลึกบนผนัง ความกว้างเพียงพอให้แขนแหย่เข้าไปจนสุดเอื้อม เสวี่ยหมิงไม่รอช้านำหินผลึกซึ่งเป็นอุปกรณ์สกัดแก่นแท้ลมปราณที่จื่อฮุยมอบให้ออกมา ก่อนจะฝังมันลงไปในผนังหิน ซึ่งจากคำบอกเล่าของจื่อฮุยการดึงดูดแก่นแท้ลมปราณต้องใช้เวลาราวครึ่งชั่วยามจึงจะสกัดแก่นแท้ลมปราณออกมาได้หมด ทำให้ระหว่างรอเสวี่ยหมิงจึงลอบออกไปยังช่องทางอื่น ๆ อีกสองช่องทางก่อนจะกระทำแบบเดียวกันในเหมืองทั้งสามแห่ง


     


                    ซึ่งปฏิบัติการทั้งหมดก็กินเวลาไปร่วมหนึ่งชั่วยามพอดีกว่าที่เสวี่ยหมิงจะย้อนกลับมายังจุดแรกอีกครั้ง


     


                    ...แก่นแท้ลมปราณ


                    เสวี่ยหมิงหยิบผลึกใสที่ใช้สกัดแก่นแท้ลมปราณออกมา ผลึกนั้นก็แปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม ไอปราณปฐพีแผ่สีน้ำตาลแผ่กระจายออกมาจากผลึกในมือของเสวี่ยหมิงตลอดเวลา แต่เมื่อนึกขึ้นได้ว่าครบเวลาเก็บผลึกก้อนที่สองแล้วเสวี่ยหมิงจึงเก็บแก่นแท้ลมปราณอันแรกใส่ไว้ในแหวนมิติที่ซุกซ่อนเอาไว้ ก่อนจะเร่งฝีเท้ามุ่งตรงไปยังอุโมงค์ถัดไป


     


                    "ไอ้เด็กใหม่ !!!" ยังไม่ทันที่จะออกพ้นเส้นทางของเหมืองสุดท้าย เสียงอันคุ้นหูก็ตะโกนดังไล่หลังเสวี่ยหมิงมา "เมื่อกี้ข้าไม่รู้ว่าแกเล่นลูกเล่นอะไร แต่เมื่อแกมีพิรุธน่าสงสัยข้าเจี้ยนกังก็จำต้องรายงานไปยังญาติผู้พี่ของข้า"


     


                    เสวี่ยหมิงหันขวับกลับไปด้วยรอยยิ้มกว้าง "แกนี่อยู่ดีไม่ว่าดีจริง ๆ คราก่อนที่ข้าไม่ลงมือเพราะมีผู้คนอยู่เยอะ ทั้ง ๆ ที่ข้าเองก็เกลียดคนประเภทแกเข้าไส้ แต่กลัวจะก่อเรื่องวุ่นวาย ดังนั้นครั้งนี้ข้าก็จะไม่ยั้งมืออีก"


     


                    "ฮ่า ฮ่า ฮ่า ปากดีไปเถอะแกยังไม่รู้สินะว่าข้าเป็นใคร ผู้คุมเหมืองแห่งนี้เป็นญาติผู้พี่ข้าเอง และข้าจะบอกความลับให้อีกอย่างที่เหมืองแห่งนี้ฝังศพของผู้คนในเมืองที่แจ้งหายสาบสูญไว้มากมาย แน่นอนว่าคนต่อไปก็คือ..."


     


                    เปรี้ยง !!!


                    "เจ้ายังไงละ" เสวี่ยหมิงเพิ่มความไวในพริบตา ยังไม่ทันที่เสียงกระซิบแว่วซึ่งดังอยู่ที่ข้างหูของเจี้ยนกังจะจางหาย เสวี่ยหมิงก็แตะตัดล่างเข้าใส่ขาขวาอันแข็งแกร่งของเจี้ยนกังก็บิดเย้ไปตามแรงปะทะ กระดูกขาวหักออกแทงทะลุเนื้อหนังออกมาพร้อมโลหิตที่ฉีดพุ่งไปทั่วผนังหิน ใบหน้าของเจี้ยนกังซีดเผือดเหม่อค้างแต่ไม่ทันที่เสียงร้องจะเปล่งออก ขาที่ตวัดตัดล่างเมื่อครู่ก็ตวัดเฉียงขึ้นจนเท้าของเสวี่ยหมิงชูสูงเหนือศีรษะของเจี้ยนกัง ก่อนเสวี่ยหมิงจะออกแรงกดฟาดเข้าใส่บริเวณไหปลาร้า...เสียงกระดูกแตกหักดังสะท้อนก้อง พร้อมร่างใหญ่โตที่ล้มทรุดลงดวงตาเบิกโพล่งสิ้นใจตายไปอย่างไม่ยินยอมพร้อมใจ


     


                    ไม่ ม่ายยยยยย !!!


                    แต่แล้วปรากฏเสียงตะโกนแว่วมาจากจุดที่อยู่ห่างออกไปราวยี่สิบวา ชายในชุดหรูหราตะโกนลั่นพร้อมโจนทะยานเข้าใส่เสวี่ยหมิงในทันที


     


                    "แกฆ่าเจ้ากังทำไม"ปากเอ่ยถามแต่หมัดที่โจมตีเข้ามามิได้รั้งรอ หมัดสังหารอัดแน่นไปด้วยเพลิงโทสะของพลังระดับพื้นฐานลมปราณขั้นที่ห้า หมายปลิดชีพศัตรูในคราเดียว


     


                    เปรี้ยง !


                    เสวี่ยหมิงรีบยกแขนขึ้นต้านทานอย่างฉุกละหุกจนถูกซัดถอยหลังไถลไปครึ่งวา แม้การจู่โจมจะไม่ได้อันตรายสำหรับเสวี่ยหมิง แต่ตอนนี้เสวี่ยหมิงกลับอ้าปากค้างเหม่อมองดูคู่ต่อสู้ด้วยความตื่นเต้น


     


                    "ข้าฆ่าสวะชั่วร้ายไปหนึ่ง แต่กลับล่อสวะใหญ่เจี้ยนเฉินมาได้สวรรค์ช่างเมตตาเสวี่ยหมิงยิ่งนัก"


     


                    คำเสวี่ยหมิงก็ทำให้คู่ต่อสู้ของที่เพิ่งปรากฏชะงักเท้าหยุด ก่อนจะจ้องมองใบหน้าของเสวี่ยหมิงเขม็ง "ไอ้เด็กเวรเป็นแกนี่เอง ดีวันนี้ข้าจะฆ่าแกซะทีนี่เลย แล้วค่อยเอาศพแกไปแลกรับรางวัลกับผู้คนตระกูลหลี่"


     


                    "น่าขำลำพังฝีมือของเจ้า" เสวี่ยหมิงเอ่ยพร้อมแปรเปลี่ยนท่าเท้าใช้ออกด้วยเคล็ดความเลียนเลี่ยงวารีผสมผสานกับท่าร่างบันไดเมฆา กลายเป็นเงาร่างเลือนลางพุ่งเข้าหาเจี้ยนเฉินในทันที


     


                    เจี้ยนเฉินเองแม้มีวิชายุทธ์อ่อนด้อยแต่ประสบการณ์ในการต่อสู้และระดับฝึกตนล้วนสูงส่ง เมื่อเห็นท่าร่างของเสวี่ยหมิงดูแปลกประหลาด มันก็อาศัยพื้นที่คับแคบเข้าแก้ไข ถอยกายเอนหลังประชิดเข้ากับผนังถ้ำเพื่อลดขอบเขตการระวังป้องกัน ส่วนสองมือที่เบื้องหน้าก็แผ่พุ่งเพลงหมัดร้อนแรงหมายใช้ระดับลมปราณที่เหนือกว่าเข้าปะทะหักหาญ


     


                    แม้เห็นเจี้ยนเฉินอาศัยผนังอุโมงค์เข้าช่วย เสวี่ยหมิงก็หาได้ใส่ใจยังคงพุ่งตรงเข้าใส่ดุจเดิม แต่แล้วเมื่อหมัดตรงที่เจี้ยนเฉินปล่อยออกมาอยู่ในระยะคุกคามผู้คน เสวี่ยหมิงก็พลันแปรเปลี่ยนลื่นไหล เบี่ยงตัวหลบรอดท่าโจมตีเข้าไปแบบเฉียดฉิวจนเจี้ยนเฉินต้องเบิกตากว้างออกด้วยความตกใจ แต่ไม่ทันที่จะเปลี่ยนกระบวนท่ากลับเป็นต้านรับ หมัดสายน้ำมิหวนคืนอันสุดรั้งของเสวี่ยหมิงก็ซัดเข้าใส่กลางหน้าอกของเจี้ยนเฉินอย่างจัง


     


                    ตูม !!!


                    ความแค้นที่เก็บอยู่ทำให้เสวี่ยหมิงลืมเลือนไปว่าตัวเองนั้นกำลังลอบเข้ามาทำภารกิจ ไม่สมควรให้ผู้คนรับรู้เมื่อปล่อยหมัดออกไปจนสุดรั้ง ร่างของเจี้ยนเฉินไม่เพียงตกตาย แต่ยังถูกซัดจนฝังจมเข้าไปในผนังหินติดอยู่อย่างนั้น ส่งให้เกิดเสียงดังสนั่นพร้อมแรงสั่นสะเทือนไม่น้อย


     


                    ความโกรธที่ไม่อาจควบคุมส่งให้ดวงตาข้างซ้ายที่ดูดกลืนพลังหยินไปแล้วแปรเปลี่ยนเป็นสีแดงวูบหนึ่ง แต่เมื่อเสวี่ยหมิงใจเย็นลงเรียกสติกลับมาได้ดวงตาก็แปรเปลี่ยนกลับเป็นดุจเดิม


     


                    เมื่อเกิดเสียงดังก็กลายเป็นเป้าสนใจ ทำให้เสวี่ยหมิงจำต้องเปลี่ยนแผนการ จากรอบคอบเป็นเร่งรีบแข่งกับเวลาเพื่อไปเอาแก่นแท้ลมปราณที่เหลืออีกสองก้อนก่อนจะหาทางหลบหนีออกไป ท่าร่างบันไดเมฆาถูกใช้ออกจนสุดรั้งความไวของเสวี่ยหมิงพลันเพิ่มขึ้นหลายเท่าตัว แม้ความเร็วที่เพิ่มขึ้นจะช่วยให้เสวี่ยหมิงเล็ดลอดไปจนถึงเหมืองแร่ที่สองได้ แต่กลับไม่อาจหลบหลีกออกไปยังเหมืองแห่งที่สาม เพราะตอนนี้เสียงโหวกเหวกโวยวายดังไล่มา ปิดทางถอยกลับหลังจากที่เสวี่ยหมิงเพิ่งจะเก็บแก่นแท้ลมปราณอันที่สองเข้าสู่แหวนมิติ



    คล้ายกับเรื่องเนตรมารสะท้านฟ้า (จบแล้ว) ที่คุณอ่าน