Demonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก

    สงครามเทวะ:ยอมรับความพ่ายแพ้

                ท่ามกลางลานกว้างภายในถ้ำเต็มไปด้วยความสงบทุกคนต่างเพ่งสายตาเพื่อจะมองหาร่างของภุชจัง  พริบตานั้นเองร่างของภุชจังหุ่นอรชรนัยน์ตาแดงฉานมือขวาถือโซ่พิษสีดำปรากฎขึ้นด้านหลังของรามสูรอย่างกระทันหัน


                รามสูรเบิกตาตลึงราวหัวใจหยุดเต้นไปชั่วขณะจากแรงคุกครามของภุชจัง  รามสูรพยายามจะหันหลังมามองภุชจังทว่าจังหว่ะนั้นเองโซ่พิษฟาดลงกลางหลังของรามสูรดังเปรี้ยง


                “จ๊ากกกก”  รามสูรร้องเสียงหลงหลังแอ่น  ชุดเกราะแบบยักษ์ที่เห็นได้ในตำนานคล้ายชุดลิเกขาดเป็นลอยโซ่เผยให้เห็นเนื้อหนังสีเขียวกลางหลังพร้อมกับรอยแผลเลือดสีแดงไหลออกมา  


                โซ่ที่เกิดจากการสร้างขึ้นมาด้วยพิษนาคราช  ได้ทิ้งไอพิษไว้บริเวณแผลของรามสูร  ไอพิษสีดำซึมหายเข้าไปในร่างของรามสูรอย่างรวดเร็ว


                รามสูรรีบกระโดดหลบออกทิ้งระยะห่างออกไปทันที


                ศิลาหรี่ตามองฉากต่อสู้  มองดูรามสูรพูดขึ้น  “รามสูรดูแปลกไปนะ”


                “นั่นซิคะ”  ฟ้าครามพูดขึ้น  “ตามชาติกำเนิดของยักษ์แล้ว  แค่พลังร่างกายธรรมดา  มากมายมหาศาลสามารถยกขุนเขาได้สบาย  แต่ตอนนี้กลับดูอ่อนแรงขึ้นมาสะดื้อๆ” 


                รามสูรที่กระโดดหลบออกไป  ยืนเซไปมาราวกับคนที่พึ่งฟื้นจากการหลับไหลมาร้อยปี  ขาสั่นเทา  ยกแขนไม่ขึ้น  คล้ายคนไข้ที่โคม่า  สายตาเลือนลางหายใจติดขัด


                ฮานะที่รู้ถึงพิษของเหล่านาคราชดีจึงพูดขึ้น  “พิษไงล่ะ”  ศิลาหันมามองฮานะจากนั้นเธอก็พูดขึ้นต่อ  “ฉันบอกไปแล้วใช่ไหมว่าพิษของเหล่านาคราชมีผลกับยักษ์โดยตรง  ยิ่งถ้าเป็นพิษของภุชจังด้วยแล้วจะทำให้ยักษ์ที่ถูกพิษอ่อนแรงลงจนแทบจะอ่อนเป็นวุ้น  แต่ยังไม่หมดเท่านั้น  ในพิษของภุชจังว่ากันว่ามีคุณสมบัติพิเศษคือการระงับ  พิษนั่นจะเข้าไประงับการทำงานทุกอย่างของร่างกาย  ที่ร้ายกาจกว่านั้น”  ฮานะหรี่ตามองรามสูร


                ศิลาและทุกคนหันกลับไปมองรามสูรพบว่ามันกำลังออกท่าทางคล้ายกำลังปัดป้องอะไรบางอย่าง  ขวานในมือฟันใส่อากาศคล้ายกับกำลังเห็นภาพหลอน 


                “ภาพหลอนหรอ”  ศิลาเหงื่อตก  “เป็นอย่างที่คิดในตอนที่สู้กันภุชจังยังใช้พลังออกมาไม่หมดซินะ”  เขายิ้มแห้งๆ  


                ฟ้าครามเงยหน้ามองศิลา  “หมายความว่าไงค่ะ”


                “ภุชจังหลับมานานหลายร้อยปีใช่ไหมล่ะ  ก็เหมือนรถที่เคยใช้งานแล้วมาวันหนึ่งก็ต้องจอดสนิทเป็นเวลาหลายปี  เมื่อจะเอามาใช้งานอีกเครื่องยนต์ก็ต้องติดขัดต้องปรับจูลก่อนใช้”  


                เจ้าหล่อนพยักหน้า  “ตอนนั้นร่างกายของภุชจังคงยังติดขัด  และพลังคงยังไม่เสถียรซินะคะ”  


                ศิลาพยักหน้าตอบว่าค่ะ


                ภุชจังพุ่งพรวดเข้าหารามสูรที่กำลังตกอยู่ในภาพหลอน  โซ่ในมือหญิงสาวระดมฟาด  ตี  เคี้ยน  ราวกับท่านขุนพระกำลังเคี้ยนบ่าวทาสไม่มีพิษ


                “ภุชจัง”  ฟ้าครามตะโกนเรียก  “ระวังอย่าให้ตายนะ” 


                “ค่ะ  นายหญิง”  ภุชจังตอบกลับมา  ก่อนจะสร้างโซ่พิษขึ้นมาในมือซ้ายอีกเส้นหนึ่ง  โซ่ทั้งสองเส้นระดมฟาด  เคี้ยนราวห่าพายุ  รามสูรกรีดร้องราวฟ้าคำราม  


                เอาเข้าไปยิ่งห้ามเหมือนยิ่งยุ  ศิลาเหนื่อยใจ


                “ยอม...ยอมแพ้  ข้ายอมแพ้แล้ว”  รามสูรร้องเสียงหลงก่อนจะหันมามองฟ้าคราม  “จันทราเทพได้โปรดสั่งให้นางหยุดที”


                “บังอาจสั่งนายหญิงของข้าลึ”  ภุชจังตวาด  ยิ่งเคี้ยนหนักกว่าเดิม  ในอากาศเต็มไปด้วยไอเลือดสีแดงฉานที่กระเซนออกมาจากแผล


                ศิลารู้สึกอนาทใจและสงสารรามสูร  ดันเจอใครไม่เจอ  มาเจอศัตรูดาวข่มตามธรรมชาติเสียอีก  แถมยังเป็นภุชจังที่ฆ่าใครได้ทุกคนอย่างไม่รู้สึกรู้สาอะไรด้วยแล้ว


                ฟ้าครามหัวเราะคิกคัก  “ท่านรามสูร  อหังการไร้พ่ายมิใช่หรือค่ะ”


                “โอ๊ย...ข้าไม่ไร้พ่ายแล้ว  ยอมแล้ว  ยอมแล้ว  เจ็บจะตายอยู่แล้ว”  รามสูรร้องโอดควร


                “นี่ข้าปรานีไม่ใช้พิษกับเจ้าแล้วนะ  อย่าบังอาจต่อวาจากับนายหญิงของข้า”  ภุชจังตวาด


                “โอย...ถ้างั้นท่านก็หยุดสิ”


                “ภุชจังพอแล้ว  เดี๋ยวจะตายเอา”  ฟ้าครามบอก


                “ค่ะนายหญิง”  ภุชจังหยุดมือ  ดึงรามสูรขึ้นมาจ้องหน้า  “พาไปที่ซ่อนตัวของเมขลา”


                “เดินเข้าไปด้านใน  ทางที่ข้าออกมา  จะเห็นเสาหินสองต้นสองข้างทาง  ขยับเสาต้นซ้ายมือผนังถ้ำจะเปิดออกเป็นทางลงไปชั้นใต้ดิน”  รามสูรชี้ไปทางด้านใน


                ศิลามองเข้าไปทางที่รามสูรเดินออกมา  เขาหันไปมองเด็กสาวทั้งสอง  “ไปกันเถอะ  ไปหาแม่ของน้องกัน”  เขาเดินหน้าตามมาด้ายฟ้าและสองเด็กสาวและคณะ


                ภุชจังดึงหูรามสูร  “เจ้าก็ต้องมาด้วย  ถ้าตุกติก  ข้าจะถลกเนื้อหนังของเจ้าออกโดยการเคี้ยน”


                รามสูรตัวสั่นสะท้าน  นึกถึงโซ่ที่กินเนื้อฉีกเนื้อจากการเคี้ยนทีละนิด  “แบบนั้นข้าก็ตายพอดีสิ”


                ศิลาเดินเข้าไปด้านในตามทางผนังถ้ำเป็นสีน้ำตาลอิฐ  เขาขยับเสาต้นซ้ายมือผนังถ้ำสีน้ำตาลที่เป็นทางตันก็เลื่อนขึ้นเผยให้เห็นบันไดเดินลงไปชั้นใต้ดิน  ตามผนังของทางเดินลงไปมีคบเพลิงจุดให้ความสว่างตลอดทางลงบันได


                เขาเดินลงไปตามบันไดสักพักก็มาถึงห้องใต้ดิน   ภายในมีหินให้ความสว่างเป็นห้องโล่งๆ  ใจกลางห้องเห็นผลึกสีขาวขนาดใหญ่ราวเพชรเม็ดงาม  ภายในผลึกนั้นเห็นรางหญิงสาวมากมาย


                “ท่านแม่”  สองเด็กสาวร้องเสียงหลงวิ่งเข้าหาผลึกก้อนหนึ่งที่เป็นสีฟ้าต่างจากผลึกอันอื่น 


                “นั่นเหรอเมขลา”  ศิลามองตามเด็กทั้งสองไป


                ภายในผลึกนั้นเห็นหญิงสาวชุดไทยผ้าไหมสีเขียว  ใบหน้าหวานคม  ผมสีดำยาว  ผิวพรรณสระสวยราวหยวกกล้วย  นิ้วมือเรียวสวย  แค่มองดูเขาก็รู้ว่ามืองามคู่นั้นยามร่ายร่ำคงงดงามยากจะหาสิ่งใดมาเปรียบ


                “รีบจัดการซะ  รามสูร”  ศิลาหันไปสั่งเสียงเหี้ยม  ยามนี้อารมณ์เขาขุ่นมัวถึงขีดสุด  เนื่องด้วยหญิงสาวที่อยู่ในผลึกนั้นมีมากกว่าสองร้อยคน  “แกเอาหญิงสาวมาผนึกไว้แบบนี้ทำไม”  


                “ก็เพื่อเอาไว้เชยชมไง  ถ้าไม่ทำแบบนี้ร่างกายสังขารของมนุษย์สาวพวกนี้ก็จะชราไปตามกาลเวลา  เมื่อผนึกไว้แบบนี้ข้าก็สามารถเชยชมดอกไม้งามเหล่านี้ได้ชั่วนิรันดร์”  รามสูรหันมาตอบ


                ศิลาเงียบไม่แสดงอาการใด


                ฟ้าครามหันไปมองหน้าศิลา  เจ้าหล่อนถอนหายใจ  รามสูรท่านชะตาขาดแล้ว


                รามสูรเดินเข้าไปยังผนึกสีฟ้าก่อนจะร่ายเวทมนต์  แสงสีขาวสาดสว่างออกมาจากมือของรามสูร  ผนึกสีฟ้าแตกสลายในทันที  เช่นเดียวกับผนึกทุกอัน


                ร่างของเมขราล่วงจากผนึกธาตุ  สองเด็กสาวรีบวิ่งไปรับร่างของแม่ทันที


                “ท่านแม่  ท่านแม่”  สองเด็กสาวร้องเรียกเสียงหลง


                เมขลาค่อยๆลืมเปลือกตาขึ้นพูดเสียงแผ่ว  “เสียงนี้มัน  เขม  ลาล่า  หรอ” 


                “ค่ะท่านแม่”  สองเด็กสาวตอบ


                “อ่ะเสร็จแล้ว  ปล่อยข้าไปได้แล้วใช่ไหม”  รามสูรหันมาถาม


                “อ่า”  ศิลาตอบ  “นายเป็นอิสระแล้ว”


                “งั้นข้าไปล่ะเฮอ...ต้องหาที่อยู่ใหม่แล้ว”  รามสูรบ่นก่อนจะเดินออกไป


                ยามนั้นเองร่างของศิลาก็ขยับวูบ  


                ฉึก....    หอกโมกขศักดิ์แทงทะลุอกซ้ายของรามสูรจากด้านหลังทะลุออกด้านหน้า  เลือดสีแดงสดไหลออกมาเป็นทาง


                รามสูรพยายามหันมามองผู้แทงก่อนจะพูดขึ้นเสียงติดขัด  “นี่มันแทงข้างหลังทะลุถึงหัวใจ..  นี่เจ้าผิดคำพูดลึ  ต่ำช้ายิ่งนัก  ไหนบอกสู้แค่แพ้ชนะไง  แล้วเมื่อครู่เจ้าบอกว่าจะปล่อยข้าไป”


                ศิลาเงยหน้ามองหน้ารามสูร  “ฉันพูดหรือยังว่าจะสู้กับนายแค่เอาแพ้ชนะ  นั่นหมายถึงเจ้ากับภุชคินทร์ตางหาก  แล้วก็นี่ไงอิสระที่ฉันจะมอบให้กับนาย  อิสระอันเป็นนิรันดร์  การหลุดพ้นจากวัฏจักรแห่งชีวัน”


                รามสูรเบิกตากว้าง  ศิลารากหอกขึ้นด้านบนตัดไหล่ซ้ายของรามสูรขาดสะพายแล่ง  จากนั้นเขาตวัดหอกอีกครั้งจากซ้ายไปขวาสะบั่นเศียรของพญายักษ์ขาดลอยในอากาศเลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูดราวน้ำพุ


                “ผู้เล่นศิลา  ปฏิบัติบรรลุตามเงื่อนไข  ได้รับ  ขวานฟ้าคำรนระดับS”


                ร่างของรามสูรสลายหายไปก่อนที่ขวานสีเงินขนาดมหึมาจะตกลงพื้น  และไอเท็มระดับC-A อีกจำนวนสิบกว่าชิ้น


                “ระดับไม่เพิ่มแหะ”  เขาบ่น  “หรือว่าค่าประสบการของเราเพิ่มเป็นการหารห้า”


                เป็นอย่างที่ศิลาคิดค่าประสบการณ์ของเขาที่ได้เดิมทีจะถูกหารเป็นสี่ส่วนแบ่งให้กับ  ฟ้าคราม  ซุนหงอคง  สัมพาที  สดายุ  แต่ตอนนี้ฟ้าครามมีภูติเพิ่มขึ้นมาทำให้ค่าประสบการที่ถูกแบ่งไปให้ฟ้าครามต้องแบ่งไปให้ภุชคินทร์อีกต่อหนึ่งยิ่งทำให้เขาเพิ่มระดับยากขึ้นไปอีก


                “เอาเถอะแต่อย่างน้อยก็ได้เหรียญทองมาอื้อพอควร”  เขาดูดไอเท็มเหรียญทองเข้าแหวนทั้งหมดทันที


                ในขณะนั้นเมขลาก็เดินเข้ามาหาศิลาพร้อมกับพูดขึ้น


                “เราขอบคุณท่านมาก  ลูกของเราเล่าให้ฟังแล้วว่าท่านและพรรคพวกมาช่วยพวกเราเอาไว้”  


                “เล็กน้อยครับ  ขอบคุณภุชจังเถอะและน้องฟ้าเถอะ  เพราะสองคนนั้นเป็นผู้รับปากจะช่วย”  ศิลาหยุดคำพูดเหมือนสงสัยอะไร  “พวกเรา!?...ท่านรู้จักกับหญิงสาวชาวบ้านพวกนี้หรอ”  ศิลาชี้ไปทางหญิงสาวโฉมงามมากมาย


                “ใช่  ข้าและพวกหญิงสาวทั้งหมดอาศัยอยู่ที่หมู่บ้านแก้วมณี”  เมขลาตอบ


                ฮานะเดินเข้ามาพูดขึ้น  “หมู่บ้านแก้วมณีอยู่ติดกับหมู่บ้านของพวกเงาะป่า  เป็นหมู่บ้านที่มีชายหนุ่ม  หญิงสาวงดงาม  ในทุกๆวันที่ 30 ของเดือนคนในหมู่บ้านแก้วมณีจะออกมาโบยบินร่ายร่ำในชั้นฟ้าเพื่อบวงสรวงเทวา”  


                เขาพยักหน้า  ก่อนจะหะนไปถามเมขลาต่อ  “รามสูรจับท่านมาเพื่อเชยชมจริงหรือ”  ศิลาถามมองหน้าเมขลา


                เมขลายื่นมือมาด้านหน้า  “มันต้องการของสิ่งนี้”


                พูดจบปรากฎดวงแก้วมณีขนาดเท่าลูกมะพร้าวน้ำหอม  สีเงินแก้วใส  ภายในมีละอองแสงสีรุ้ง  ในละอองแสงสีรุ้งเห็นผลึกสีฟ้าครามคล้ายสีน้ำทะเลรูปแปดเหลี่ยม


                “เศษวิญญาณธรรมชาติ”  ศิลา  ฟ้าคราม  สามพี่น้อง  อุทานออกมาเป็นเสียงเดียวกัน


                จากนั้นเมขลาพูดขึ้นต่อ  “ใช่  เศษวิญญาณธรรมชาติมีเจตจำนงของตัวเอง  หากผู้ที่เฝ้าไม่ยอมรับ  หรือเต็มใจมอบให้  คนผู้นั้นก็ไม่มีทางเอาไปได้  ต่อให้จะให้วิธีใดก็ตาม”


                “การจะครอบครองได้ต้องทำให้เศษวิญญาณธรรมยอมรับซินะ”  เขานึกถึงดันเจี้ยนที่ต้องสู้กับตนเอง  


               “ท่านได้โปรดรับเศษวิญญาณธรรมชาติจากข้าไปด้วยเถิด  เพื่อตอบแทนกับเรื่องครั้งนี้”  เมขลาบอกก่อนจะเรียกเอาเศษวิญญาณธรรมชาติออกมาจากดวงแก้ว  ยื่นให้ศิลา


                “งั้นผมขอรับไว้ด้วยความเต็มใจเลยนะ”  ศิลาหยิบผลึกรูปแปดเหลี่ยมสีฟ้าครามขึ้นมาดู


                ภายในมีละอองแสงคล้ายดวงดาวลอยไปมาอย่างสับสนเขานำเศษวิญญาณธรรมชาติใส่ผนึกลงไปในกำไลข้อมือสีเขียวที่ได้มาจากไดรแอส  เกิดแสงสีฟ้าครามสว่างไปทั่วบริเวณ


                “เท่านี้ก็สองดวงแล้วนะคะ”  ฟ้าครามเดินเข้ามาเกาะแขนศิลา


                ศิลาหันไปยิ้มให้หวานใจก่อนจะหันไปพูดกับเมขลา  “จากนี้พวกคุณกลับไปหมู่บ้านเองได้ไหมครับ  ผมมีบางอย่างที่อยากจะตรวจสอบที่นี่”  


                “เราคงไม่รบกวนให้ท่านไปส่งพวกเราหรอกค่ะ  เท่านี้เราก็ติดหนี้บุญคุณท่านมากแล้ว”  เมขลาตอบ


                “เอาไว้วันหลังผมขอแวะไปหมู่บ้านของท่านได้ไหม”


                “ด้วยความเต็มใจ  ถึงเวลานั้นพวกเราจะจัดงานต้อนรับอย่างดีเลยท่านบัลลังก์มารสูงสุดและคณะ”  


                “โชคดีนะน้องเขม  น้องลา”  ฟ้าครามลาเด็กสาวทั้งสองที่ยืนเกาะแขนแม่ของตนแจ


                เด็กสาวทั้งสองก้มหัวขอบคุณก่อนจะพูดขึ้น  “ขอบคุณพวกพี่ๆมากเลยค่ะ  ถ้ามีโอกาสพวกหนูจะตอบแทนและเป็นกำลังให้พวกพี่”


                “พี่ศิ  อยากสำรวจอะไรหรอคะ”  


                หลังจากทุกคนกลับออกไปฟ้าครามก็ถามขึ้น


                ศิลาเดินออกจากห้องใต้ดินในระหว่างทางเขาพูดขึ้น  “ต้องแต่ผู้เล่นเข้ามาในแดนสวรรค์นี่  ในหิมพานต์น้องเคยได้ยินว่ามีใครเคยพบเจอเขาจักรวาล  หรือเขาสรรพยาหรือยังค่ะ  ทั้งที่เขาสองลูกนั้นมีขนาดใหญ่พอๆกับทวีปหนึ่งเลยก็ได้”  


                “จริงด้วย  นั่นสิคะ”  ฟ้าครามคิดได้  “ถ้าเป็นภูเขาขนาดใหญ่แบบนั้นตอนที่เราให้สัมพาทีบินพามาเราก็น่าจะเห็น”  


                “ใช่ค่ะ  น้องจำตอนที่เราไปพบเง็กเซียนได้ไหม  รวมถึงเมื่อตอนเราพบขุนแผนด้วย”


                ฟ้าครามตลึงคิดออก  “หรือว่า  มิติพิเศษหรอค่ะ”  


                “อาจจะต่างออกไปนิดหน่อยค่ะ”  เขาบอก


                เมื่อขึ้นมาถึงด้านบนศิลาก็มองไปยังใจกลางลานที่มีเสาตั้งเรียงรายตอนนี้เปลี่ยนเป็นแสงจันทร์ส่องผ่านรูโหว่นั้นลงมาแทนแสงตะวัน  


                “พี่คิดว่ารามสูรคงไม่ได้เลือกมาอยู่ที่เขาลูกนี้เพราะความบังเอิญหรืออะไรแน่  แต่ถ้าเป็นแบบนั้นจริงมันก็บังเอิญเกินไป  ที่รามสูรเลือกมาอยู่ในเขาที่มีกลไกเวทมนต์โบราณแบบนี้”


                ทั้งหมดงง  ก่อนที่หงอคงจะพูดขึ้น


                “อย่ารู้กันเองแค่สองคนซิ  บอกพวกข้าด้วย”


                เขาหันไปมองหงอคง  “ถ้านายจะเก็บของสำคัญนายจะเก็บไว้ไหน”  เขาหันไปถามหงอคง


                “กับตัว  หรือไม่ก็ที่ลับตาคน”


                “ใช่  แล้วนายคิดว่าไอ้วิทยาการเวทมนต์โบราณบวกกับกลไกเวทมนต์  ของแบบนี้คิดว่าพวกไหนมันจะสามารถสร้างขึ้นมาได้”  เขาชี้ไปยังคานหินที่วางพาดเชื่อมต่อกับเสาแต่ละต้น  เผยให้เห็นตัวอักษรโบราณจ่างๆที่ยากเกินจะมองเห็นหากไม่สังเกตุดีๆ


                แต่ทว่าศิลายังไม่ทันจะได้ทำอะไรเสียงจากระบบก็ดึงขึ้น


                “ประกาศ  ประกาศ  ประกาศถึงผู้เล่นทุกคน  บัดบี้กองทัพยักษ์ได้ยกกองทัพมาและกำลังมุ่งหน้าไปยังเมืองจันทรา  ที่ตั้งอยู่ภายในแดนสวรรค์  ขอจัดให้เมืองจันทราเป็นพื้นที่สงครามตั้งแต่บัดนี้”


                เสียงระบบดังขึ้นทั่วโลก  แต่สำหรับศิลาแล้วมันคือเสียงของยมบาลชัดๆ


                “เวร......”  ศิลาร้องเสียงหลง  


                “ดูท่าเมืองเราจะได้พังอีกแล้วนะคะ”  เจ้าหล่อนยิ้มหวาน  


                ศิลากุมขมับ  ปนปวดใจ  คิดว่านี่มันบ้าอะไรกัน 


                “ดูเหมือนเวรกรรมจะตามนายท่านทันแล้วนะครับ”  สัมพาทีพูดเสียงเรียบหน้าเรียบเฉย


                สดายุดีใจยกใหญ่ดีดดิ้นไปมาอยู่ในอ้อมอกฟ้าคราม  “ฉู...ต่อฉู้”


                ภุชจังหักนิ้วมือ  “ข้าดีใจยิ่งนักที่จะได้ประกาศแสนยานุภาพให้ยักษาได้ประจักรอีกรอบ”


                ศิลาคิดวาบางทีเมืองเขาคงไม่ได้พังเพราะยักษ์หรอก

    คล้ายกับเรื่องDemonlord online ราชาอสูรสะท้านโลก ที่คุณอ่าน