กลุ่มมือสังหารเมื่อเห็นชาวบ้านและกลุ่มคนของทางราชวงค์ตะวันลับ รวมหลายสิบคนพวกมันจึงต้องล้มเลิกความคิดฆ่าปิดปากไป
ถึงแม้ว่ากลุ่มมือสังหารจะไม่เกรงกลัวกลุ่มคนเหล่านี้ แต่ถ้าต้องสังหารผู้คนจำนวนมากในคราเดียว ถ้าสำเร็จก็ดีไปแต่ถ้าไม่จะเป็การเปิดเผยตัวตน เื่ราวจะลุกลามใหญ่โต ทางราชวงค์ตะวันลับ คงไม่ยอมอยู่เฉยเป็แน่
ยามนั้นมีเสียงฝีเท้าคนวิ่งเข้ามาอย่างรวดเร็วเมื่อมองไปจึงเห็นเป็หลี่เอ๋อ และหลงเอ๋อ ที่วิ่งเข้ามาด้วยน้ำตานองหน้าเสียงสั่นสะท้าน เมื่อมองเห็นจ้าวหวัง จึงรีบเข้ามาโอบอุ้มจ้าวหวังไว้แนบอก
“ท่านพี่หวัง...อือ...อือ...”
หลี่เอ๋อมือหนึ่งกดหัวใจตนเองที่เต้นกระหน่ำ อีกมือเขย่าพรางส่งเสียงเรียกซึ่งจ้าวหวังยังหลับไม่ได้สติอยู่ในขณะนี้
หลงเอ๋อยืนเหม่อมองบิดาของตนที่าเ็สาหัสด้วยใจที่เ็ปยิ่ง จิตใจเคว้งคว้างเลื่อยลอย
เวลาผ่านไปจ้าวหวังขยับตัวเล็กน้อยถอนหายใจอ่อนล้า ลืมตาที่ฝ้าฟางไร้ประกาย ลมหายใจหาดห้วงดั่งตะเกียงใกล้สิ้นแสงเต็มที มองดูใบหน้าที่ลอยอยู่ตรงหน้า เอ่ยเสียงแ่เบา
“หลี่เอ๋อ...หลงเอ๋อเล่า อยู่ที่ใด”
เป็น้ำเสียงที่อ่อนล้าไร้กำลัง
หลงเอ๋อที่ได้ยินเสียงเรียกของบิดา ขาของมันพลันอ่อนยวบ คุกเข่าลงตรงหน้า
“บิดา...หลงเอ๋อ ของท่านอยู่ที่นี่”
จ้าวหวังที่เห็นหน้าภรรยาและบุตร คล้ายดั่งปณิธานของมันได้รับการตอบรับ พลังใจที่ยืนหยัดไม่ยินยอมพลันคลายลง พูดกระท่อนกระแท่น
“หลงเอ๋อ...บิ...บิดา...ขอโทษ...เ้า...”
หลงเอ๋อที่เห็นเช่นนั้น มันจึงรีบถามอย่างร้อนรน
“บิดา...เป็ผู้ใดทำร้ายท่านกันแน่”
จ้าวหวังส่ายหน้าช้าๆกระซิบเสียงแ่เบา ‘จะ เจ็ดยอด’ และผ่อนลมหายใจอึดสุดท้ายจากไปในที่สุด
“ท่านพี่หวัง...”
หลี่เอ๋อะโเรียกด้วยหัวใจที่แตกสลาย โรคหัวใจกำเริบหยุดเต้นโดยพลัน ล้มตัวลงทับจ้าวหวังแต่ยังพยายามจะหันหน้ามองลูกชาย ด้วยตายตาไม่หลับ
“ท่านพ่อ...ท่านแม่”
หลงเอ๋อที่นั่งคุกเข่าอยู่ด้านข้าง แตกตื่นใจนร้องเสียงหลง รู้สึกช็อคกระทันหัน ดวงตาเหม่อลอยบุคคลที่มันรักตายจากไปทั้ง 2 คน ในเวลาเดียวกันทั้งไม่รู้ว่าผู้ใดเป็ผู้ทำร้ายบิดามัน เวลานี้ในสมอง ล้วนว่างเปล่า ไร้จุดหมายไร้ความคิดสิ่งใดๆ เหลืออยู่อีก
‘หลี่เอ๋อ…โธ่’
ลุงโจที่วิ่งตามมาด้านหลัง ได้แต่ร้องอุทานในใจ
เหล่ากลุ่มมือสังหารที่ยืนแอบลอบฟังการสนทนา โดยไม่มีผู้ใดรู้สึกตัว หนึ่งในนั้นถอนหายใจยาวเอ่ยเสียงแ่เบา
“จ้าวหวังผู้นี่ มีสติปัญญาและจิตใจกระจ่างแจ่มใส่ยิ่ง ที่ไม่เปิดเผยความจริงออกมา มิเช่นอาจจะชักนำเภทภัยให้กับภรรยาและบุตรน่าเสียดายที่เป็ผู้ที่ไม่มีพลังปราณ”
กล่าวจบมันพลันขมวดคิ้วครุ่นคิด
‘แต่ก็น่าแปลกใจที่มันสามารถหนีรอดมาได้อย่างหวุดหวิด ทั้งที่ไม่มีพลังปราณแม้เพียงเศษเสี้ยว’
คนกล่าววาจาคงจะเป็หัวหน้าของกลุ่มคนเหล่านี้เพราะมีพลังปราณมนุษย์ขั้นกลาง ระดับ 6 ซึ่งสูงกว่า จูจง ที่มีพลังปราณมนุษย์ขั้นกลาง ระดับ 2 ซะอีก
คนที่เป็หัวหน้าเมื่อเห็นว่าเื่ราวจบลงแบบนี้ ก็แล้วกันไป
หลังจากนั้นกลุ่มมือสังหารก็แยกย้ายกันจากไปตามทิศทางต่างๆ ะโหายไปอย่างไร้ร่องรอยให้สืบสาวเป็คดีมืดมนอีกนานทีเดียว
เวลาล่วงเลยจนพลบค่ำคนในตระกูลจึงช่วยกันจัดพิธีฝังศพสามีภรรยา 2 ศพ พร้อมกันแบบเรียบง่ายตามอัฐภาพ
คืนนั้นทั้งคืนบรรยากาศสลดหดหู ยิ่งเป็คืนเดือนมืดด้วยแล้ว ยิ่งชวนให้บรรยากาศหนักอึ้งเข้าไปอีก
เช้าวันรุ่งขึ้นหลงเอ๋อ ยังคงไปยืนอยู่ริมสระน้ำตะวันลับ ที่จุดเดิม เวลาเดิม เหมือนอย่างเคยแต่ครั้งนี้ต่างกันที่สภาพจิตใจที่ปั่นป่วน ทั้งทุกข์ใจ เ็ป ทั้งเดือดดาลคลั่งแค้นโกรธเกรี้ยว
หลงเอ๋อ ร่างกายผอมซูบอิดโรย มีเพียงความรู้สึกไม่มีที่ระบายออก ได้แต่เก็บงำไว้ในใจรอวันะเิเท่านั้น วันนี้อีกเพียง 1 ชั่วยามมันก็จะครบ 9 ขวบแล้ว ตลอด 3วันมานี่ จิตใจมันปั่นป่วนวุ่นวายไม่สงบ
ยิ่งวันนี้ด้วยแล้วเปรียบดั่งมีพายุโหมกระหนำ หลงเอ๋อ ไม่รู้ว่าเพราะเหตุใด จึงรู้สึกว่าจะมีบางสิ่งบางอย่างกำลังจะเกิดขึ้นไม่รู้ว่าดีหรือร้าย แต่มันไม่นึกกลัวอีกต่อไป เพราะหลงเอ๋อเหลือเพียงตัวคนเดียวในโลกนี้แล้ว
ฉับพลันนั้นมีเสียง...จ๋อมเกิดขึ้นทำลายความเงียบสงบลงทันใด หลงเอ๋อ รีบหันหน้ามองดูแลเห็นคลื่นบนผิวน้ำกระจายเป็วงกว้างหลายวง มันนึกรู้ได้ทันทีว่าคือสิ่งใด
จ๋อม…
จ๋อม…
จ๋อม…
…
…
…
จ๋อม…
แต่เหตุการณ์กลับยังไม่หยุดลงแค่นั้นเพราะมีเสียง...จ๋อม เกิดขึ้นอีกครั้ง และอีกครั้ง ถี่ๆ ระรัว
หืม...หลงเอ๋อ...มีสีหน้าแปลกใจยิ่งที่ผ่านมาต้นไม้ตะวันลับจะออกผลครั้งละ 1 ผล และทิ้งห่างกันไปไม่แน่นอน ไม่เป็ฤดูกาลเรียกว่าเป็ต้นไม้ที่ออกผลได้ตามใจจริงๆ
แต่มาวันนี้กลับมีหลายผลล่วงหล่นลงนับเป็เหตุการณ์ประหลาดมหัศจรรย์
หลงเอ๋อเพ่งตามองดูจุดที่ผลไม้ล่วงหล่นบนผิวน้ำ จิตสำนึกพลันเคลิบเคลิ้มลืมเลือน ร่างกายขยับเองเป็ไปตามสัญชาติญาณก้าวเดินลงไปในสระน้ำและแหวกว่ายเข้าไปที่กลางสระน้ำตะวันลับอย่างไม่รู้สึกตัว
ผลไม้ยิ่งนานก็ยิ่งล่วงหล่นลงแต่ครานี้ไม่มีเสียง...จ๋อม ที่ตกกระทบผิวน้ำอีก แต่เสียงกลับเงียบสนิท เหมือนถูกหลุมดำดูดกลืนเสียงสะท้อนนั้นและผลไม้ยังเริ่มเปลี่ยนสีจากสีแดง เป็สีทองอ่อนจาง และแผ่พลังปราณระดับสูงออกมาอีกด้วย
เมื่อหลงเอ๋อแหวกว่ายมาจนถึงกลางสระน้ำผลไม้กลายเป็สีทองเข้มทั้งลูกพอดี ไม่มีสีแดงปนอยู่อีกเลย พลังปราณที่แผ่ออกมายิ่งสูงล้ำน่าตระหนกอยู่ในระนาบระดับสูง
หลงเอ๋อเงยหน้าและอ้าปากกลืนกินผลไม้สีทองลูกสุดท้ายที่ล่วงหล่นลงมาพอดี
ผลไม้ที่ไม่มีผู้ใดสามารถเก็บเกี่ยวได้กลับถูกหลงเอ๋อ กลืนกินลงไปอย่างง่ายดาย
หลังจากนั้นผืนน้ำพลันสั่นะเืเป็ระรอกรุนแรงเหมือนมีมือั์มาเขย่า และเกิดวังน้ำวนดึงดูดร่างของหลงเอ๋อลงไปใต้สระน้ำอย่างรวดเร็ว
ร่างของหลงเอ๋อ ดิ่งลึกลงไปใต้สระน้ำหลายหมื่นเมตรเป็ดินแดนที่ไม่เคยมีผู้ใดกล้าล่วงล้ำมาก่อน เพราะความกดดันอันมากมายมหาศาล ปราศจากพืชหรือสิ่งมีชิวิตอื่นใด
ถ้าหากไม่มีพลังปราณเทวะขึ้นไปที่ฝืนดำลงมาได้ก็ไม่มีหนทางอื่นใดอีก ลองคิดดูดวงดาราระดับล่างสุดเยี่ยงนี้จะไปมีผู้ฝึกยุทธพลังปราณเทวะได้อย่างไร
สระน้ำตะวันลับซ่อนความลับใดไว้กันแน่
ร่างของหลงเอ๋อดิ่งลงถึงจุดที่ลึกที่สุดของสระน้ำแต่ก่อนที่จะปะทะกับพื้นดิน ห้วงมิติพิศดารพลันบิดเบี้ยวหมุนเป็เกลียวเปิดออกเป็ประตูบานหนึ่งมีแสงสีทองสาดแสงทะลุออกมาจากด้านในประตู จนเสียดแทงนัยตา ดึงดูดร่างของหลงเอ๋อมุดหายเข้าไปด้านในอย่างรวดเร็วและประตูปิดตามหลังทันที ยังดีที่ไม่มีผู้คนพบเห็นเหตุการณ์มิเช่นนั้นคงต้องแตกตื่นตระหนกเป็อย่างยิ่ง
ย้อนกลับไปก่อนหน้านี้3 วัน
ณ นิกายเนตร์ดวงดาราลิขิตพยากรณ์ ในตำหนัก์ โจ้เทียนหวังผู้เป็จ้าวนิกายเนตร์ ยังคงนั่งอยู่ที่เดิม โดยมีเหล่าผู้าุโนั่งล้อมรอบ
หลังจากโจ้เทียนหวังยินยอมสละอายุไข 1000 ปี ฝืนเปิดเผยความลับ์ จนถึงตอนนี้ กาลเวลาก็ผ่านไป 9ปี แล้ว
“ตลอดเวลา 9 ปีมานี่พวกเราล้วนทุ่มเทใช้ทรัพยากรล้ำค่ามากมาย ส่งคนออกสีบเสาะเบาะแสต่างๆ แต่กลับพบเจอแต่ความผิดหวังดูท่าความพยายามที่ผ่านมาจะสูญเปล่าแล้ว”
“คำพยากรณ์ ไม่อาจเผย วงแหวนอักขระรูนโบราณวิ่งชนกันวุ่นวายปั่นป่วนยิ่ง นับเป็ปรากฏการณ์ที่ไม่เคยมีมาก่อน...เฮ้อ...”
ขณะที่ โจ้เทียนหวังทอดถอนใจอยู่นั้น วงแหวนอักขระโบราณวงหนึ่ง พลันเปลี่ยนสีไปอย่างช้าๆเมื่อมองดูจะเห็นเป็สีทองจางๆ และเริ่มเข้มข้นขึ้นเรื่อยๆ มันร้องอุทานทันที
“เอ๊ะ...นั่นมัน...”
โจ้เทียนหวังมีสีหน้าแปลกใจระคนตื่นเต้นยินดีปรากฏการณ์แบบนี่นับว่าแปลกประหลาดจากที่เคยเป็ในอดีต
การพยากรณ์ทุกครั้งที่ผ่านมาเมื่อวงแหวนอักขระโบราณทุกวงรวมตัวเข้าด้วยกันเป็วงเดียวแล้วมันจะเปล่งแสงสีเงินยวงสวยงาม ตรงกลางวงจะเกิดเป็ม่านแสง และจะปรากฏคำพยากรณ์ออกมา
ถึงแม้การเผยให้เห็นความลับ์จะเผาผลาญอายุขัยลงไปบ้างแต่พวกมันยังสามารถใช้แร่พลังปราณบางชนิดเพื่อเพิ่มอายุขัยให้กลับคืนมาได้
แต่ทว่าราคาที่ต้องจ่ายก็ยังแพงมากอยู่ดีเพราะแร่เพิ่มอายุไข ทุกผู้คนล้วน้า และไม่ใช่สิ่งของที่จะหามาได้โดยง่ายดาย
ดังนั้นจะต้องเป็เหตุการณ์ที่สำคัญจริงๆพวกมันจึงจะพยากรณ์ซักครั้ง หรือเฉพาะที่มีผู้ว่าจ้างที่ต้องจ่ายชำระเองทั้งหมดนั่นเอง
เว้นแต่เป็การบังคับฝืนเปิดเผยคำทำนายจึงจะต้องใช้อายุขัย 1000ปี แลกเปลี่ยน นับเป็ราคาที่น่าหวาดกลัวจริงๆ
เหล่าผู้าุโแหงนหน้ามองดูตามเสียงอุทาน ทุกคนต่างมีสีหน้าเหลือเชื่อกับภาพที่เห็น บางคนยังถึงกับขยี้ตามองดูอีกครั้งความเงียบเข้าครอบคลุม ท่านมองหน้าข้า ข้ามองหน้าท่านต่างเห็นแววตาเหลือเชื่อของกันและกัน และสุดท้ายจึงหันมองที่ จ้าวนิกาย โจ้เทียนหวัง
ภาพการเปลี่ยนแปลงนี้ใช้เวลานาน3 วัน โจ้เทียนหวัง และเหล่าผู้าุโ รวมตัวกันอยู่ที่นี่ไม่ขยับไปไหน โดยไม่ดื่มไม่กิน ไม่นอน เพราะกลัวจะพลาดเหตุการณ์สำคัญใดๆ ไป
แต่ด้วยร่างกายของพวกมันสามารถอดกินได้เป็เวลานานหลายปีไม่มีปัญหา ทุกคนต่างจดจ้องมองดูจนตาแทบประทุจะเห็นเส้นเืสีแดงในดวงตาของแต่ละคน เพราะต้องเพ่งสายตาสู้แสงสีทองอร่ามที่เสียดแทงนัยตา ตลอดเวลา ถึงแม้พวกมันจะมีร่างกายแข็งแกร่ง แต่ก็เพียงช่วยให้ถูไถไปได้เท่านั้น
โจ้เทียนหวังกับเหล่าผู้าุโ ต่างตื่นเต้นกับเหตุการณ์ที่กำลังจะดำเนินไปจนถึงจุดสิ้นสุดและคำพยากรณ์ก็จะเผยออกมา ภายในตำหนัก์เงียดสงัดคล้ายได้ยินเพียงเสียงหัวใจที่เต้นกระหน่ำ บ้าคลั่ง จนแทบจะทะลุออกมาจากอก
แน่นอนว่าปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนในอดีตนับล้านปีไม่ว่าผู้ใด้ล้วนไม่้าที่จะพลาดโอกาสนี้ไป
วงแหวนอักขระโบราณสีทองวงแรกเขมือบกลืนวงแหวนสีทองวงที่2...3...4...ไปเรื่อยๆ ทีละวง จนถึงวงแหวนสีทองวงสุดท้าย แสงสีทองพลันเข้มข้นจนถึงขีดสุดจนเสียดแทงนัยตายากจะมอง
ฉับพลันนั้นเกิดเป็เสียงปริแตกออกของวงแหวนพลังปราณมากล้น เข้มข้นในระนาบระดับสูงยิ่ง แผ่กระจายไปยังดวงดาราต่างๆ อย่างขวางกั้นไม่อยู่
วูม...
วูม...
วูม...
“ย่ะ...แย่แล้ว...”
โจ้เทียนหวัง ที่จ้องมองต้องสะดุ้งเฮือกขึ้นมา ร้องอุทานเสียงหลง สีหน้าบิดเบี้ยวปั้นยาก ถึงตีให้ตายมันก็คาดไม่ถึงเด็ดขาด ว่าข่ายพลัง ปราการป้องกันระดับสูงสุดของดวงดาราลิขิตพยากรณ์จะไม่สามารถปิดกั้นพลังปราณที่แผ่ออกมาได้
แต่เหตุการณ์ยังไม่จบแค่นั้น เกิดเส้นแสงกว้างใหญ่สีทองเข้มพุ่งตามหลังพลังปราณแทงทะลุหลังคาตำหนัก์ขึ้นไป
ตูม...
ตูม...
หลังคาตำหนัก์พังทลายลงทันที จนกระทั่งเส้นแสงสีทองพุ่งออกพ้นดวงดาราลิขิตพยากรณ์เป็ลำแสงที่วิ่งหายเข้าไปในความมืดมิด ไปยังจักรวาลที่หลับไหลลำแสงสีทองเข้มปรากฏอยู่หลายอึดใจ แล้วจึงแตกกระจายหายไปจากสายตาทันที
แต่หลายอึดใจนั้นก็นานเพียงพอที่จะทำให้ผู้คนได้สังเกตุเห็น
พลังปราณที่แผ่ออกมาอยู่ในระนาบระดับที่สูงส่งเป็อย่างยิ่งผู้ที่มีพลังปราณต่ำต้อย ไม่อาจจะััถึง แต่ที่นี่เป็ดวงดาราระดับสูงดังนั้นผู้ที่ััได้ย่อมมีมากมายเหลือคนานับแต่ยามกระทันหันยังไม่สามารถบ่งบอกต่ำแหน่งจุดเริ่มต้นได้
“น่ะ...นั่น...คือแสงกระไรกันพลังปราณจึงเข้มข้นถึงเพียงนี้”
“โอ้...พลังปราณเข้มข้นนั่นถ้าข้าสามารถดูดซับได้ จะตัดผ่านกี่ขั้นกัน”
“นั่นมัน...หรือว่ามีของวิเศษใด จุติขึ้นมากันแน่”
“...............”
เสียงอุทานของเหล่าผู้คนที่อยู่ใกล้เคียงและพบเห็นปรากฏการณ์นี้ในเสี้ยววินาทีนั้น ที่แทบจะเห็นพร้อมกันด้วยซ้ำจนแยกไม่ออกว่าผู้ใด้พบเห็นก่อนกัน
แต่หลังจากนั้นเกิดลำแสงสีทองเข้มพุ่งทะยานตามหลังขึ้นมากลับเป็การบ่งบอกตำแหน่งเกิดเหตุทันที เวลานี้ไม่จำเป็ต้องสืบเสาะให้เสียเวลาอีกแล้ว