เกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว)

    เล่มที่ 2 บทที่ 51 พวกนางไม่ใช่พ่อลูกกันหรือ

            ไป๋ซูเหอชะงักไปทันที

            นางนึกไม่ถึงว่าตนเองจะถูกตบหน้า

            นางไม่ควรถูกไป๋เซี่ยเหอตบไม่ใช่หรือ?

            ไป๋เซี่ยเหอไม่รอให้ไป๋ซูเหอได้สติใบหน้าขาวผ่องที่เล็กเท่าฝ่ามือก็ร่ำไห้ราวกับดอกสาลี่พร่ำหยาดฝน “น้องสาม เจ้ารู้หรือไม่ว่าความเอาแต่ใจของเจ้าได้ทำร้ายพี่รองของเจ้าจนตายน่ะ”

            อะไรนะ?

            “เจ้าพูดอีกทีสิ!หนิงเอ๋อร์เป็นอะไรไป?”ไป๋เสียนอันกระโดดขึ้นจากที่นั่งทันที ความกังวลสะท้อนอยู่ในแววตา

            ไม่ว่าจะคนไหนก็ล้วนแล้วแต่เป็นบุตรสาวทั้งสิ้น

            ทว่าในสายตาของไป๋เสียนอันกลับมีเพียงไป๋หว่านหนิงเท่านั้นเพียงเพราะไป๋หว่านหนิงเติบโตอยู่ข้างกายของเขามาตั้งแต่เล็กความผูกพันจึงลึกซึ้งยิ่งกว่า

            “ข้ากับน้องรองพบโจรกลุ่มหนึ่งระหว่างทางพวกเขาพ่นคำลามกออกมา ทว่ากลับไม่ต้องการเงินทอง เพียงพูดว่า...”

            “พูดอะไร? เจ้าพูดออกมาเร็วๆ เข้า ข้าร้อนใจแทบตายแล้ว”

            ไป๋เซี่ยเหอแสดงสีหน้าเจ็บปวดเสียใจ“บอกว่าจะพากลับไปเป็นฮูหยินเจ้าค่ะ”

            “เจ้าว่าอย่างไรนะ?” ไป๋เหล่าฮูหยินตาลอยก่อนจะเป็นลมหงายหลังทันที

            “เร็วรีบไปตามหมอมาเร็วเข้า!”

            จวนสกุลไป๋ตกอยู่ในความโกลาหลทันที

            ไป๋เซี่ยเหอยืนมองอยู่ด้านข้างด้วยสายตาเย็นชาไม่มีความคิดที่จะยื่นมือเข้าช่วยเหลือแม้แต่น้อย

            รังแก ไม่แยแส ทำร้ายจิตใจและข่มขู่...

            การกระทำชั่วร้ายต่างๆ ที่จวนสกุลไป๋ทำกับนางนั้นเรียกได้ว่านับไม่ถ้วนหากจะให้นางตอบแทนโทษด้วยคุณโดยการช่วยเหลือไป๋เหล่าฮูหยิน นางทำไม่ได้หรอก

            นอกจากนี้ แม้ว่านางจะเต็มใจช่วยเหลือไป๋เสียนอันย่อมไม่ยินยอม เขารู้อยู่แก่ใจว่านางรู้วิชาแพทย์ทว่าเขากลับยอมที่จะทำตัวใกล้เกลือกินด่าง

            เขากำลังระแวงนาง!

            ทว่าด้วยเหตุอันใด? พวกนางไม่ใช่พ่อลูกกันหรือ?

            หลังจากหมอมาถึงไม่นานไป๋เหล่าฮูหยินก็ได้สติ เพียงแต่แววตาของนางหม่นแสงราวกับชราลงสิบกว่าปีก็ไม่ปาน

            “แล้วเกิดอะไรขึ้นต่อจากนั้น? เจ้าพูดต่อเร็ว”

            ไป๋เซี่ยเหอกลับมาทว่าไป๋หว่านหนิงไม่ได้กลับมา ในใจของพวกเขาคาดเดาว่าน่าจะเกิดเรื่องโชคร้ายมากกว่าโชคดีทว่าก็ยังอดไม่ได้ที่จะถาม

            เพราะบางทีอาจจะมีปาฏิหาริย์เกิดขึ้นอย่างไรเล่า!

            “ต่อมาน้องรองกลิ้งตกจากรถม้าทำให้ม้าตกใจและวิ่งเร็วขึ้น ข้าจึงช่วยน้องรองไม่ทัน”

            “เหลวไหล เป็นไปไม่ได้นี่มันเป็นไปไม่ได้!” ใบหน้าของไป๋ซูเหอซีดเผือด นางทั้งตกใจและหวาดกลัว

            หากเกิดเรื่องกับพี่รองเรื่องแต่งงานของนางจะทำอย่างไร?

            “หุบปาก!”ไป๋เสียนอันพุ่งเข้าไปตบหน้าไป๋เซี่ยเหออย่างโหดเหี้ยมฉาดหนึ่ง

            “เจ้ามันคนอำมหิตไร้เมตตานางเป็นน้องสาวของเจ้า เหตุใดเจ้าถึงไม่ช่วยนาง? เจ้าไม่คำนึงถึงสายสัมพันธ์ของครอบครัวได้อย่างไร? เหตุใดเจ้าถึงไม่เอาตัวเข้าแลกเพื่อให้นางกลับมา?”

            หากจะบอกว่าเมื่อครู่ไป๋เซี่ยเหอเพียงรู้สึกกังขาทว่าตอนนี้นางเริ่มแน่ใจเสียแล้ว

            หรือว่านางไม่ใช่บุตรีของเขา?

            ไป๋เซี่ยเหอรู้สึกปวดแสบปวดร้อนบนใบหน้านางตวัดลิ้นเพื่อลิ้มรสคาวเลือดในโพรงปาก

            “พี่รองถูกย่ำยีแล้ว พี่รองเป็นไท่จื่อเฟยไม่ได้แล้วทีนี้จะ...ได้อย่างไร...”

            ไป๋ซูเหอยังไม่ทันกล่าวจบไป๋เสียนอันก็เตะนางอย่างแรงโดยไม่ไว้หน้าแม้แต่น้อย ทำให้ร่างของนางลอยละลิ่วก่อนจะกระแทกลงกับพื้นลุกขึ้นมาไม่ได้เป็นเวลานาน

            “ท่านพ่อ”

            แววตาของไป๋ซูเหอเผยความสิ้นหวังออกมานางคิดมาโดยตลอดว่าท่านพ่อเพียงไม่สนิทสนมกับนาง ไม่ได้ไม่ชอบนางจริงๆ ทว่าการถูกเตะในวันนี้ทำให้ความหวังของนางเลือนหายไป

            ไป๋เซี่ยเหอดีกว่านางอยู่เล็กน้อยคือเดิมทีก็ไม่มีหวังอยู่แล้ว จึงยิ่งไม่ต้องพูดถึงความผิดหวังและความสิ้นหวังนางมีเพียงความเกลียดชังอันเข้มข้นและความคิดที่จะออกไปจากจวนสกุลไป๋ให้เร็วยิ่งขึ้นเท่านั้น

            ทว่านางไม่อาจกระทำการบุ่มบ่ามเพราะมารดายังอยู่ที่นี่

            “ไม่ต้องพูดแล้ว!”ไป๋เสียนอันตวาด “ยังวุ่นวายไม่พอหรือไร?หากไม่ใช่เพราะเจ้าดัดจริตต้องการให้พี่ใหญ่ของเจ้าไปรับ จะเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้นหรือไม่?”

            ไป๋ซูเหอกุมหน้าอกหอบหายใจเฮือกใหญ่ความเจ็บปวดทำให้ใบหน้าของนางเปลี่ยนเป็นบิดเบี้ยว “เช่นนั้นก็ต้องโทษพี่ใหญ่เช่นกันที่เห็นคนตายแล้วไม่ช่วย”

            กระทั่งตอนนี้ไป๋ซูเหอยังคงพยายามโยนเอาโทสะของไป๋เสียนอันไปไว้ที่ไป๋เซี่ยเหอ

            นางคิดแผนการอะไรบางอย่างออกตอนนี้ไป๋หว่านหนิงเป็นตายยังไม่แน่ชัด ขอเพียงบิดาสังหารไป๋เซี่ยเหอภายใต้โทสะนางก็จะเป็นบุตรีโทนของสกุลไป๋

            เมื่อถึงตอนนั้นนางก็จะได้ครอบครองทุกสิ่งทุกอย่างที่ไป๋หว่านหนิงมี

            “หากพี่ใหญ่ไม่ได้ไปกับรถม้าพี่รองจะตกไปอยู่ในกำมือของคนพวกนั้นได้อย่างไร? จะถูกย่ำยีได้อย่างไร?พี่รองช่างน่าสงสารเกินไปแล้ว!” ไป๋ซูเหอร่ำไห้ขณะพูดทว่าแววตาดูประสงค์ร้ายอย่างเห็นได้ชัด

            “ข้ามีคำถาม”

            ไป๋เสียนอันเหลือบมองไป๋เซี่ยเหออย่างเย็นชา“ยังมีอะไรจะพูดอีกหรือ?”

            เขารู้สึกเสียใจจริงๆเหตุใดถึงต้องให้ไป๋หว่านหนิงตามไปด้วย? ไม่อย่างนั้นหากมีเรื่องอะไรเกิดขึ้น จะได้เกิดกับไป๋เซี่ยเหอเพียงคนเดียว

            “ข้าสงสัยว่าในเมื่อน้องสามบอกว่าตนเองป่วยหนักต้องการให้ข้าไปดูแลรักษา ทว่าเหตุใดถึงกลับมาเองอย่างกะทันหัน? ทั้งยังดูมีชีวิตชีวาเช่นนี้...”

            ดูเหมือนคนป่วยตรงไหนกัน?

            ยามที่ไป๋ซูเหอกลับมาทุกคนเพียงมีความคิดว่าในที่สุดก็กลับมาอย่างปลอดภัย ไม่มีผู้ใดคิดมาก ทว่าตอนนี้การกลับมาของไป๋ซูเหอกลับดูน่าสงสัยเป็นอย่างยิ่ง

            หากไม่ได้เกิดเรื่องกับไป๋หว่านหนิงก็ย่อมไม่มีใครสนใจเรื่องนี้ แม้ว่าจะมีเรื่องเล็กๆ น้อยๆ เกิดขึ้น ก็สามารถกล่าวได้ว่าเป็นเพียงเด็กเล่นกันเท่านั้น

            ทว่าตอนนี้กลับเกิดเรื่องใหญ่โตปานนี้ ทำให้ทุกอย่างแตกต่างออกไป

            “ข้า...เมื่อข้าตื่นขึ้นมาก็รู้สึกว่าร่างกายไม่ได้เหนื่อยล้าปานนั้นแล้วกอปรกับในใจข้าคิดถึงท่านพ่อกับท่านย่า จึงรีบกลับมาเจ้าค่ะ”

            นี่คือข้ออ้างที่นางได้ปรึกษากับไป๋หว่านหนิงเอาไว้ตั้งแต่แรก

            “เจ้ารู้อยู่แก่ใจว่าข้ากับน้องรองอยู่ระหว่างทางไปรับเจ้านึกไม่ถึงว่าจะจากมาคนเดียวเช่นนี้ เจ้าตั้งใจให้พวกข้าไปเก้อหรือ?”

            แผ่นหลังของไป๋ซูเหอชุ่มไปด้วยเหงื่อตอนที่ไป๋หว่านหนิงบอกนางผ่านจดหมายว่าไป๋เซี่ยเหอเปลี่ยนเป็นคนละคนแล้ว นางไม่ค่อยเชื่อนัก

            ทว่าตอนนี้เมื่อนางได้เผชิญหน้ากับไป๋เซี่ยเหอที่ช่างจำนรรจานางจึงรู้สึกว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ

            “ข้าไม่ได้คิดมากถึงปานนั้นข้าไม่รู้ว่าพี่รองจะตามไปด้วย”

            “ดังนั้นเจตนาของเจ้าคือ หากข้าไปคนเดียวเจ้าก็จะปล่อยให้ข้าไปเก้อใช่หรือไม่?”

            คำพูดแต่ละประโยคของไป๋เซี่ยเหอทำให้คิ้วของไป๋ซูเหอขมวดมุ่นขึ้นเรื่อยๆ

            ถึงอย่างไรไป๋เซี่ยเหอก็ยังมีสถานะบุตรีของภรรยาเอกและไท่จื่อเฟยอยู่ทว่านางไม่มีอะไรเลย ในอดีตการกลั่นแกล้งไป๋เซี่ยเหอเกิดขึ้นเพียงเพราะพี่รองต้องการทำเช่นนั้นท่านพ่อจึงยอมปิดหูปิดตาข้างหนึ่ง

            หากคราวนี้ท่านพ่อรู้ว่านางกับพี่รองวางแผนร้ายกันทว่าสุดท้ายกลับทำร้ายพี่รองเสียอย่างนั้นนางเชื่อว่าท่านพ่อจะถือดาบสังหารนางโดยไม่ไว้หน้าเป็นแน่

            “มาพูดในตอนนี้จะมีประโยชน์อะไร?” ไป๋เสียนอันร้อนใจและหงุดหงิดถึงขีดสุด

            เมื่อครู่เขาได้ส่งคนไปลอบค้นหาแล้วทว่ายังไม่มีข่าวคราวเลยยิ่งล่าช้าความเป็นไปได้ที่ไป๋หว่านหนิงจะถูกสังหารก็ยิ่งสูงขึ้น

            “นอกจากนี้ ข้าเดินทางไปเพียงครึ่งทางก็ย้อนกลับจวนโดยใช้เส้นทางเดิมระหว่างทางไม่พบน้องสามเลย ขอถามว่าน้องสามเข้าเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อใดกันแน่?”

            นี่คือคำถามที่ไป๋เซี่ยเหอขบคิดระหว่างเดินทางกลับจวน

            ระหว่างเมืองหลวงกับเมืองเล็กๆที่ไป๋ซูเหออยู่ มีเพียงเส้นทางเดียวเท่านั้นทว่านางไม่พบรถม้าคันอื่นของจวนสกุลไป๋เลยทั้งยามไปและกลับ

            ไป๋ซูเหอย่อมไม่ใช้เส้นทางนั้นอยู่แล้วเพราะนางรู้ล่วงหน้าว่าไป๋เซี่ยเหอและไป๋หว่านหนิงจะพบโจร

            เช่นนั้นก็มีเพียงความเป็นไปได้เดียวเท่านั้น...

            ไป๋เสียนอันรู้สึกเพียงว่าลมหายใจติดขัดอยู่กลางอกกลืนไม่เข้าคายไม่ออก ทรมานอย่างยิ่ง เขาเหลือบมองไป๋ซูเหออย่างเย็นชา

            “เกิดอะไรขึ้นกันแน่? อย่าให้ข้าต้องส่งคนไปตรวจสอบ!”

            ท้ายที่สุดแล้วไป๋ซูเหอก็เป็นเพียงคุณหนูตระกูลขุนนางคนหนึ่งเท่านั้นไหนเลยจะมีความรู้เรื่องการปกปิดร่องรอยอะไรเทือกนั้น หากตรวจสอบก็ย่อมพบเบาะแสอย่างรวดเร็ว

            หัวใจและปากของไป๋ซูเหอเต็มไปด้วยรสขมปร่าสีหน้าของนางดูหมองคล้ำ “ความจริงข้าเข้าเมืองหลวงตั้งแต่เมื่อวานแล้วข้าเพียงแค่อยากหยอกล้อพี่ใหญ่เท่านั้น ไม่ได้คิดว่าจะเกิดเรื่องขึ้นเจ้าค่ะ”

            “เจ้ามันสตรีชั่วร้าย!”ไป๋เสียนอันโกรธจัด “ใครก็ได้มานี่ ลากคุณหนูสามไปโบยยี่สิบทีและกักบริเวณอีกสองเดือน!”

            กิ่งไม้อันเปราะบางถูกทำลายด้วยสายลมยามราตรีจนเกิดเสียงหวีดหวิว

            ณ จวนเซ่อเจิ้งอ๋อง

            อิ๋งเฟิงที่ถือชุดกระโปรงยาวสีชมพูตัวหนึ่งไว้ในมือเดินเข้ามาในห้องหนังสือด้วยใบหน้าขมขื่น

            “ท่านอ๋อง ช่วงนี้กระหม่อมทำอะไรให้ท่านขุ่นเคืองโดยไม่ได้ตั้งใจหรือไม่พ่ะย่ะค่ะ?”

            ฮั่วเยี่ยนไหวเหลือบมองเขาทีหนึ่ง“พูดภาษาคน”

            อิ๋งเฟิงยกชุดกระโปรงยาวสีชมพูในมือขึ้น“สถานที่ที่ท่านให้ข้าไปไม่มีสตรีรออยู่เลยพ่ะย่ะค่ะ”

            ------------------------

    คล้ายกับเรื่องเกิดใหม่เป็นคุณหนูจิ้งจอกของท่านอ๋อง (แปลจบแล้ว) ที่คุณอ่าน

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    ทะลุมิติไปเป็นชายาฮ่องเต้ทรราช ขนสมบัติชาติหนีไปสร้างแคว้นใหม่ [จบ]

    นิยาย รัก
    671K 788
    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    ฮูหยินของท่านจอมยุทธ์ในตำนาน [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    579K 730
    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    ความโปรดปรานที่ไม่มีใครเทียบ นางสนมแพทย์คนสวยของขุนนางหลวง [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    169K 382
    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    ข้ามมิติลิขิตรักนายตัวเบี้ย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    525K 663
    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    [จบ] แม่ปากร้ายยุค​ 80

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    94K 1199
    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    ชีวิตมหัศจรรย์สองชาติภพ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    386K 808
    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    ชายาคนงามของท่านอ๋องจอมโหด [แปลจบแล้ว]

    นิยาย รัก
    2.36M 891
    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    พลิกฟ้าคืนชีวาชายาอนุ [แปลจบแล้ว]

    นิยาย ย้อนยุค,อนาคต
    295K 786
    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    ย้อนเวลามาเป็นท่านอ๋องน้อย [แปลจบแล้ว]

    นิยาย Y (Yaoi)
    931K 592
    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    ข้ามเวลานางพญาแพทย์พิษ 【จบ】

    นิยาย รัก
    570K 4473