“สวัสดีครับ”
พอเข้าที่พักกันเรียบร้อยแล้วออสก็แวะไปสวัสดีพ่อของแววอย่างที่บอก ทำให้ตอนนี้ตรงหน้าออสคือชายร่างใหญ่ดูท่าทางน่ากลัว
พ่อของแววสมัยวัยรุ่นเคยเป็นพวกแก๊งค์ซิ่งที่ไล่ทวงหนี้ให้พวกมาเฟีย แถมยังเป็นแก๊งค์ใหญ่ในภาคใต้แต่สุดท้ายก็วางมือไปเพราะเมียตายเขาเลยต้องเลี้ยงแววคนเดียว โชคดีที่พรรคพวกเข้าใจเลยถอนตัวออกมาจากวงการได้อย่างไม่มีปัญหา
ตอนนี้เขาเปิดร้านขายอาหารตามสั่งโดยที่มีลูกค้าหลักๆคือพวกที่ทำงานอยู่ในโรงงานแถวๆนี้
แต่ถึงจะวางมือไปแล้วคนแถวๆนี้ก็ยังกลัวขาโหดคนนี้อยู่ดี
“ไงขอบใจที่ช่วยยัยเด็กเวรนี่ให้ได้เรียนต่อ ฉันไม่มีปัญญาส่งมันหรอกหรือถ้ามันจะเรียนจริงๆก็คงต้องกู้หละมั้ง”พ่อของแววเดินเข้ามาตบไหล่ออสอย่างเป็นกันเอง
“ครับ ผมกับแววยังไงก็ต้องอยู่ด้วยกันไปอีกนานอะไรช่วยได้ผมก็ช่วยอยู่แล้ว”ออสตอบกลับอย่างสุภาพ
“จะว่าไป ได้ยินมาว่าแกไม่ได้มีลูกสาวฉันคนเดียวนี่”พูดถึงตรงนี้เขาก็จ้องออสเขม่ง
“เอ่อ..เรื่องนั้น”ออสเห็นก็เหงื่อตก ถึงแววจะบอกประจำพ่อไม่สนหรอกแค่ฉันคบผู้ชายเขาก็ดีใจแล้วก็เถอะแต่พอโดนพูดใส่แบบนี้มันก็อดกังวลไม่ได้อยู่ดี
“ฮ่าๆ ฉันก็ผู้ชายเข้าใจน่า ไอ้แววมันรับได้ฉันก็ไม่มีปัญหาหรอก แต่หาผู้หญิงให้ตัวเองพอนะอย่าไปตามใจไอ้แววมันมากเดี๋ยวมันกลับไปชอบผู้หญิงหละยุ่งเลย”
พอเห็นออสมีสีหน้าไม่สู้ดีเขาก็ขำออกมา
“ใจกว้างนะนึกว่าพ่อจะโมโหใส่ออสมันซะอีก”แววพูดออกมาเฉยๆทำเอาออสเหงื่อตก
อ่าวเฮ้ยๆไหนบอกว่าพ่อไม่สนไง แล้วคิดว่าจะโมโหใส่นี่คือไรเนี่ย
“ไม่เอาน่าฉันก็ผู้ชาย ก่อนหน้าจะเจอแม่แกฉันเองก็ไม่ธรรมดานะโว้ยเห็นแบบนี้เนี่ยสาวติดเพียบ”พ่อของแววหันไปพูดกับลูกสาว
“แหวะไม่เชื่อหวะ เฮ้ยเดี๋ยวนะพ่อ ฉันไม่เคยเลิกชอบผู้หญิงสักหน่อย”แววรีบแก้ไขคำพูดที่พ่อเธอบอกว่าเดี๋ยวกลับไปชอบผู้หญิงแล้วจะยุ่ง
“ไอ้เด็กนี่มีผัวเป็นตัวแล้ว ทำตัวให้มันหวานๆเป็นผู้หญิงหน่อยสิวะให้เขารู้สึกว่ามีเมีย ไม่ใช่มีผัว เดี๋ยวเอ็งโดนทิ้งขึ้นมาฉันจะสมน้ำหน้าซ้ำให้”อดีตนักเลงใหญ่หันไปตวาดลูกสาวตัวเอง
“ยุ่งน่า ที่คบกันได้เพราะฉันเป็นแบบนี้ต่างหาก ถ้าทำตัวหวานๆมันจะเอาฉันหรอ ออสมันชอบแบบนี้ไม่รู้รึไง”แววหันไปเถียงสวน
เอ่อ… ไม่ใช่แล้วครับ
แต่ก็เอาเถอะพ่อลูกคงเถียงจะเอาชนะกันแบบนี้ประจำหละมั้ง
“ดูสนิทกันดีนะครับ”ออสพูดยิ้มๆ
“ก็นะ..มีกันแค่พ่อลูกนี่”แววตอบกลับซึ่งนักเลงใหญ่ก็พยักหน้าเห็นด้วย
“งั้นกินข้าวกันเถอะครับ”ออสตัดบทแล้วหันไปพยักหน้าให้จัสมินที่มาด้วยให้เอาอาหารมาเทให้
พอเสร็จแล้วเธอก็เดินออกไปยืนอยู่เงียบๆข้างหลังปล่อยให้ทั้ง3คนนั่งทานข้าวกัน
พ่อของแววถามเรื่องมหาวิทยาลัยกับลูกสาวพอได้ยินว่ากลายเป็นรองประธานรุ่นไปแล้วเขาก็นั่งหน้าเหวอเลยทีเดียวพอได้สติเขาก็โวยวายใหญ่ว่า"ใครให้ยัยนี่มันเป็นรองประธานเดี๋ยวสถาบันครอสก็ฉิบหายไปกันใหญ่หรอก"
แล้วก็เถียงกับแววไปอีกยกทำเอาออสยิ้มไม่หุบเพราะที่เถียงกันเนี่ยไม่ได้ทะเลาะกันจริงๆแค่ดูแล้วก็รู้ว่าสองพ่อลูกสนิทกันขนาดได้ ทำเอาเขาคิดถึงพ่อกับแม่ขึ้นมาเลย
หลังจากนั้นเขาก็หันมาถามเรื่องการใช้ชีวิตกับออสขณะนั่งกินข้าวเย็นกันพอผ่านไปได้พักใหญ่ๆก็กินกันอิ่ม
“พ่องั้นฉันไปส่งหมอนี่ก่อนนะ”แววบอกกับพ่อของเธอหลังกินข้าวเสร็จ
ดูเหมือนว่าเธอจะไม่กลับไปกับออสแต่จะพักอยู่กลับพ่อแทน ออสเองก็ไม่ได้ว่าอะไร
ยังไงตอนอยู่เมืองหลวงเขาก็มีเวลาอยู่กับแววอีกเยอะ
“อ่า นี่ไอ้หนุ่มยังไงตอนอยู่เมืองหลวงก็ฝากดูแลยัยนี่หน่อยแล้วกันอย่าให้ใครมารังแกหละที่นั่นฉันตามไปช่วยไม่ได้หรอกนะ”พ่อของแววหันมาบอกกับออส
“คะครับ ได้ครับเดี๋ยวผมดูให้”ออสได้แต่ตอบรับแต่ในใจนี่ค้านแบบสุดๆ
อย่าให้ใครรังแกเนี่ยนะ น่าจะบอกว่าระวังอย่าให้แววมันไปรังแกใครดีกว่ามั้ง
หลังจากนั้นแววก็เดินมาส่งออสขึ้นรถ ส่วนเธอนานๆทีจะได้กลับบ้านเลยขออยู่กับพ่อของเธอก่อนแล้วค่อยกลับไปหาออสทีหลัง
“นี่ไม่ต้องไปคิดถึงเรื่องเก่าๆหรอก ตั้งแต่กลับมาที่นี่ก็คิ้วขมวดตลอดเลย หรือถ้ารู้สึกไม่โอเคลืมมันไม่ได้จริงๆก็ระบายออกไปสิแบบที่พวกยัยนิดบอก แกยังฝั่งใจเรื่องพวกนั้นอยู่ใช่มั้ยหละไล่เอาคืนเลยก็ได้นี่”แววบอกกับออสเธอสังเกตุมาสักพักแล้วว่าพอกลับมาที่นี่ออสก็ไม่ค่อยจะปกติเท่าไหร่ที่ชัดเจนเลยคือพูดน้อยลง
“งั้นเธอก็เป็นคนที่ฉันต้องเอาคืนด้วย”ออสหันไปมองแวว
“เอาสิ ฉันแกล้งแกจริงๆนี่ รังแกฉันคืนได้เลย”แววฟังแล้วก็ยิ้มออกมา
ออสฟังแล้วก็ขำออกมาเบาๆ จะทำงั้นได้ไงหละก็ตอนนี้เขาชอบแววไปแล้วจริงๆนี่
สุดท้ายออสก็ดึงแววมาจูบ
ระหว่างที่จูบกันออสดึงหลอดมานาออกจากกระเป๋ากางเกงที่เขาแอบเตรียมไว้แล้วยัดใส่มือแวว
“เอาให้พ่อเธอด้วยหละจะได้อยู่ด้วยกันนานๆ”
…
“กลับที่พักเลยมั้ยคะ”อีฟถามเมื่อออสเดินขึ้นรถมา
“เดี๋ยวก่อนฉันว่าจะไปเยี่ยมน้ำหน่อยหนะ เห็นว่ายังรู้สึกกลัวข้างนอกอยู่เลย ช่วยขับไปที่ซีรัลหน่อยแล้วกันนะ”
…
ห่างออกไปจากบ้านแววเล็กน้อย
“เฮ้ย นั่นไอ้ออสใช่ป่าววะ มันกลับมาตอนไหน”เสียงชายคนนึงหันไปถามเพื่อน
“ไม่รู้กลับมาพร้อมนังแววมั้งเห็นว่าคบกันอยู่นี่”เพื่อนคนนั้นตอบ
“เอาเลยมั้ยวะ”
“รถออกไปแล้วจะรู้ได้ไงวะว่ามันไปไหน รถมอไซค์มึงตามรถไถนายังไม่ทันเลยมั้ง เก่าฉิบหาย”
“ไปดักที่แถวบ้านมันดิ เดี๋ยวก็เจอ”
“เออ เพราะแม่งนี่แหละไอ้พงษ์ถึงตายกูเล่นแม่งให้หนักเลย”น้ำเสียงเคียดแค้นดังออกมาจากสองหนุ่มที่อยู่บนรถจักรยานยนต์ใกล้ๆบ้านของแวว
สิ่งที่เกิดขึ้นกับพงษ์นั้นคนทั่วๆไปรับรู้แค่ว่า ออส บุกเข้าไปในงานวันเกิดมันแล้วชิงตัวแพรออกไปจากงานโดยที่มีคุณหนูจูนเข้ามาช่วย
ไม่มีใครรู้ว่าทำไมจูนถึงเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้ ส่วนนิวที่อยู่ในเหตุการณ์หาหัวใจที่โรงพยาบาลถึงจะรู้ว่าจูนกลัวอะไรสักอย่างเกี่ยวกับฐานะของออสแต่เธอก็ปิดปากเงียบเพราะพี่สาวสั่งว่าอย่าไปยุ่ง
หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวพงษ์ก็ตายกันหมด ข่าวมาเปิดเผยภายหลังว่าเพราะโดยฟินิกส์ฟ้องยึดทุกอย่างนายพัฒน์หมดตัวรับไม่ได้ก็เลยคลั่งยิงครอบครัวตัวเองทิ้งก่อนจะยิงตัวตาย
แต่ทำไมฟินิกส์ที่นายพัฒน์พึ่งจะประกาศความร่วมมือจัดงานเสียใหญ่โตตอนวันเกิดลูกชายถึงได้ทำแบบนั้นทั้งๆที่พึ่งผ่านมาไม่กี่วัน
พอไม่มีคำตอบ ทุกคนก็พากันคิดไปเองว่าจูนที่ช่วยออสออกจากงานโดนออสยุให้ทำแบบนั้นเพราะว่าพงษ์บูลลี่ออสตอนเรียนหนักมากๆ
ไม่มีใครคิดว่าเป็นไปไม่ได้ที่ออสจะยุคุณหนูจูนเพราะหลังจากนั้นฟินิกส์ก็ได้บริษัทพัฒน์พงษ์อสังหาไปครองเรียกว่าได้ประโยชน์เต็มๆเหมือกนัน
พวกคนของอิกดราซิลที่อยู่ในโรงเรียนก็ไม่รู้จะเถียงช่วยยังไงเพราะพงษ์รังแกออสหนักจริงๆ แถมออสที่ตัวจริงถูกเปิดเผยแล้วก็มีอำนาจที่ทำแบบนั้นเสียด้วย
สุดท้ายพวกไอ้พงษ์ที่ยังเหลืออยู่ก็เลยผูกใจเจ็บแค้นออสมาตลอดแต่ทำอะไรไม่ได้เพราะออสออกจากเมืองไปแล้ว จะตามไปเอาเรื่องที่เมืองหลวงก็ไม่กล้า
“อยู่เมืองหลวงก็ดีอยู่แล้ว ดันกลับมาเมืองนี้เอง รอบนี้กูจะเอาให้ร้องเป็นหมาโดนรถทับเลย”