หนึ่งรัตติกาล

    หนึ่งรัตติกาล ตอนที่ 44 : ชายแปลกหน้า แต่เหมือนคุ้นเคย

    ข่าวปรากฎภาพไท่จี๋ลอยเหนือเมืองหลวงแคว้นฟู่แพร่สะพัดไปอย่างรวดเร็ว หมู่ชนต่างเร่งทะยานร่างเข้ายังเมืองหลวงแคว้นฟู่อย่างบ้าคลั่ง


    แสงไท่จี๋รำไรสาดส่องอาบย้อมทั่วแดนดิน ปราณพลังเหนือหล้าแผ่ปกคลุมทุกหย่อมหญ้า 


    มรรคาวิถีสวดส่งอึงอล เสียงเต๋าแผ่วเบาดังทั่วทุกท้องที่


    เหล่าชาวยุทธที่มุ่งเข้ามาต่างแข็งค้างคล้ายเป็นหิน สองตาเบิกกว้าง ปากอ้าค้าง ทั่วร่างสั่นเทิ้ม


    ภาพที่เกิดขึ้นเกินจินตนาการของพวกเขาไปไกลลิบ มีเพียงเรื่องเล่าขานในตำนานเท่านั้นที่จะอธิบายเรื่องที่เกิดขึ้นได้


    " ก่อนนี้มิกี่วันได้ยินมาว่ามีปรมาจารย์โอสถผู้หนึ่งหลอมโอสถจักรพรรดิออกมาสิบเม็ด แต่ผ่านการชำระทัณฑ์สวรรค์โอสถเพียงสามเม็ด " 


    เหล่าชาวยุทธถึงกับสะท้าน เมื่อรับรู้ว่ามีโอสถจักรพรรดิปรากฎขึ้นบนผืนปฐพีแดนเทียนตี้ ทั้งยังมากถึงสามเม็ด


    " มิรู้ภาพไท่จี๋นี่จะเกี่ยวข้องกับปรมาจารย์โอสถผู้นั้นรึไม่ " 


    " มิน่าเล่าข้าจึงเห็นเหล่าอาจารย์แลนักหลอมโอสถทั้งหลายเต็มทั่วเมืองหลวงแคว้นฟู่ "


    " อาจารย์แลนักหลอมโอสถเหล่านั้น คงหมายที่จะได้พูดคุยแลขอคำชี้แนะกระมัง " 


    " ต่อไป เมืองหลวงแห่งนี้อาจกลายเป็นศูนย์กลางของโอสถก็เป็นได้ " 


    " หากเป็นเช่นนั้น การป้องกันของเมืองหลวงแห่งแคว้นฟู่คงเข้มงวดมากขึ้น "


    " อีกทั้งมีภาพไท่จี๋นี้อีกที่ดึงดูดผู้คนมากมายให้คิดการใหญ่ " 


    " หากเป็นเช่นนั้นจริง ภาพไท่จี๋นี่คงเป็นหายนะของเมืองของเมืองหลวงแห่งแคว้นฟู่ " 


    " ข้าว่ามิถึงขนาดนั้นดอก ข้าว่าหากเกิดเหตุร้ายภาพไท่จี๋ต้องปกป้องชาวเมืองไว้เป็นแน่ " 


    " มิเพียงภาพไท่จี๋จะปกป้องเมืองหลวงแคว้นฟู่ไว้ ภาพไท่จี๋นี้ยังแผ่มรรคาเต๋าปกคลุมทั่วเมืองอีกด้วย "


    " พวกเจ้าดูต้นไม้ใบหญ้าพวกนั้นสิ เวลานี้ต่างถูกหล่อเลี้ยงด้วยมรรคาเต๋า จนจะกลายเป็นหญ้าเต๋าในตำนานแล้ว " 


    " คาดว่าต้นไม้ใหญ่เหล่านี้อีกมินานก็จะกลายเป็นต้นไม้เต๋าล้ำค่า " 


    " บึงน้ำใหญ่นั่น มีหมอกปราณล่องลอยอยู่เหนือผิวน้ำ อีกมินานบึงน้ำใหญ่จะกลายเป็นบึงน้ำปราณล้ำค่าในตำนาน "


    หานลี่สดับรับฟังเสียงที่เหล่าชาวยุทธพูดคุยกัน เขาก็ยิ่งให้ตื่นเต้นเป็นอย่างยิ่ง เขามิอยากจะเชื่อเลยว่าตัวของเขาจะเป็นของวิเศษ


    " มิรู้ว่าจะแข็งแกร่งพอที่จะปกป้องตัวเองได้เมื่อใด " ร่างสูงพึมพำ


    สองเท้าของร่างสูงเดินไปยังร้านตำราอย่างมิเร่งรีบ สองตากวาดมองทัศนียภาพที่แปรเปลี่ยนของเมืองหลวง หลังจากที่ถูกภาพไท่จี๋ปกคลุม


    " จริงสิคนเหล่านั้นพูดว่าโอสถจักรพรรดิ " หานลี่พึมพำ


    " โอสถจักรพรรดิเป็นเช่นใด " เขาครุ่นคิดไปเดินไปจนถึงร้านตำรา 


    " เฒ่าแก่ ข้าอยากได้ตำราฝึกกระบี่สักเล่ม แลหนังสือเรื่องเล่าขานในตำนาน ทั้งตำราโอสถชั้นสูง " หานลี่เอ่ยออกมา


    " คุณชายรอสักครู่ " เฒ่าแก่เอ่ยออกมา พลางพยักหน้าให้กับเด็กในร้าน


    ชายหนุ่มเดินเรื่อยเปื่อยในร้าน มือหนึ่งหยิบตำราหลายเล่มขึ้นมาดู พลางส่ายหน้า 


    " ตำราเหล่านี้ล้วนเป็นเล่มคัดลอกมา มิอาจที่ส่งเสริมการฝึกฝนได้ " เสียงหนึ่งดังขึ้น 


    หานลี่เหลียวมองยังต้นเสียง เขาไห้แปลกใจยิ่งว่าเคยพบคนผู้นี้ที่ใด 


    " พี่ชาย ท่านคือ " ชายหนุ่มเอ่ย


    " ข้าเป็นผู้ใดมิสำคัญดอก เจ้ารู้ไว้ว่าเพียงว่าทุกการตัดสินใจของเจ้า ข้าพร้อมให้คำแนะนำ " ชายผู้นั้นเอ่ยออกมา


    หัวคิ้วของชายหนุ่มพลันขมวดเป็นปม เขามองยังชายคนนั้น 


    " คุณชายได้แล้วขอรับ " เด็กร้านนำตำรามาให้


    " อืม " หานลี่รับเอาตำรามาตรวจสอบ พลางพยักหน้า แลจ่ายเงิน


    หานลี่เหลียวมองยังชายผู้นั้นพลันพบว่าหายไปแล้ว 


    " หายไปแล้วรึ " ร่างสูงพึมพำ


    เขาให้งุนงงสงสัยเป็นอย่างยิ่งชายผู้นี้มาจากที่ใด ทั้งที่สำคัญทุกการตัดสินใจของเขา ชายผู้นี้ยังพร้อมให้คำปรึกษา 


    " ผู้ใดกันส่งมา ข้ารู้จักเพียงเถียนจ้านแลสวีอวี้ซวง " หานลี่พึมพำ 


    " ไว้ก่อนเถิด ไปเลือกกระบี่สักเล่ม " หานลี่เร่งทะยานร่างออกจากร้านตำราอย่างรวดเร็ว 


    เพียงมินานร่างของชายหนุ่มปรากฎยังร้านตีเหล็ก เสียงค้อนเหล็กกระทบกับชิ้นงานดังสนั่น


    ความร้อนแรงของเพลิงสีชาดแผดเผามวลอากาศอย่างบ้าคลั่ง กลิ่นเหงื่อไคล้ฟุ้งกำจายทั่ว


    หานลี่เดินเลือกชมกระบี่ ดาบ ทวน ง้าวที่แขวนไว้ที่ราวเหล็ก สองตาของเขา กวาดมองทั่วพลางพยักหน้า


    " ฝีมือยอดเยี่ยมยิ่งนัก ตีได้เรียบเนียน แลคมกริบ " ชายหนุ่มพึมพำ 


    มือหนึ่งยื่นเหยียดออกไปคว้าจับยังกระบี่เล่มหนึ่ง พลางกวัดแกว่งไปมา


    " วู๊มม " มวลอากาศรายรอบพลันเบื้ยวบิดส่งแรงกระเพื่อมออก


    " ฝึด " เสียงคมกระบี่กรีดผ่ามวลอากาศแยกออกเป็นสอง คลื่นมวลอากาศไหวกระเพื่อม


    " พี่ชาย กระบี่เล่มนี้ท่านขายรึไม่ " ชายหนุ่มเอ่ยถาม 


    " สองร้อยตำลึงเงิน " เสียงชราดังขึ้น 


    ชายหนุ่มพยักหน้าพลางเรียกตำลึงทองออกมาแลยื่นให้ชายชรา 


    " ขอบใจพ่อหนุ่ม " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ผู้อาวุโส ท่านสามารถสร้างเตาหลอมโอสถให้ข้าได้รึไม่ " หานลี่เอ่ยถาม


    " เตาหลอมโอสถ " ชายชราเอ่ยออกมา 


    " พ่อหนุ่ม เชิญด้านใน " ชายชราเอ่ยออกมา 


    " อืม " หานลี่พยักหน้าแลเดินตามชายชราเข้าไปในร้าน 


    สองตาของชายหนุ่มกวาดมองทั่วร้าน เขาพบว่าชิ้นงานของที่นี่อยู่ภายในมีมากมายยิ่งนัก แต่คุณภาพนั้นมิอาจสู้กับที่ห้อยไว้ที่ด้านนอกได้ 


    ชายชราเดินนำทางมายังห้องหนึ่ง ภายในห้องนั้นเต็มไปด้วยเตาหลอมโอสถ 


    " อืม " ชายหนุ่มพยักหน้าช้าๆ พลางกวาดตามองทั่วห้อง 


    เตาโอสถเต็มทั่วห้องมากมายนับร้อยใบ มีทั้งเก่า แลใหม่ปนเป สองตาของชายหนุ่มกวาดมองสำรวจยังเตาโอสถแต่ละใบ


    " ผู้อาวุโสเตาหลอมโอสถเหล่านี้ท่านสร้างขึ้นเองรึ " หานลี่เอ่ยถาม 


    " สร้างเองบ้าง ลูกศิษย์ของข้าสร้างบ้าง ทั้งมีคนนำมาแลกเป็นอาวุธก็มี " ชายชราเอ่ย


    " อืม " หานลี่พยักหน้าช้าๆ 


    " ท่านมีสิ่งใดแนะนำข้ารึไม่ " ร่างสูงเอ่ยถาม 


    " เจ้าอยู่ที่ขั้นหลอมรวมวิญญาณ แลวันหน้าเจ้าต้องทะลวงข้ามขั้น ข้าแนะนำให้ใช้เตาหลอมโอสถระดับสูงหน่อย " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ระดับสูงที่ว่านี่คงมิใช่เงินกระมัง " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " มันก็ทั้งสองอย่างนั่นแหละ " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ใบใดรึ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " นั่น " ชายชราชี้นิ้วไปยังท้ายห้อง 


    หานลี่เดินไปยังท้ายห้องพลางมองยัง เตาหลอมโอสถระดับสูง 


    " เตาสัมฤทธิ์ " หานลี่พึมพำ เขาเพ่งมองยังเตาแต่ละใบอย่างละเอียด


    ทุกใบนั้นสลักคำว่าโอสถไว้สี่ด้าน เสมือนเป็นการตอกย้ำว่านี่คือเตาหลอมโอสถ ห้ามเอาไปทำสิ่งใดนอกจากหลอมโอสถ


    " ภายนอกเรียบเนียน ดูงดงาม ส่วนของฝาปืดก็ทำได้สวยงาม " หานลี่พึมพำ 


    " ภายในนั้น " หานลี่พลันนิ่งเงียบ 


    เพราะภายในนั้นมีรอยยุบนูน ทั้งรอยค้อนอยู่เต็มทั่ว ชายหนุ่มได้แต่ส่ายหน้า 


    " ผู้อาวุโสเหตุใดภายในของเตาพวกนี้ใยมิเรียบเนียน " ชายหนุ่มเอ่ยถาม


    " พ่อหนุ่ม ภายในเตาหลอมโอสถมิได้มีผู้ใดพบเห็น จึงมิจำเป็นต้องเรียบเนียบเหมือนภายนอก " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ผู้อาวุโส ท่านมองเพียงภายนอก แต่ข้ามองเพียงภายใน " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " ท่านอย่าลืมว่า หากหนาเกินไปความร้อนก็มิอาจผ่านได้ง่าย แต่หากบางบางเกินไปความร้อนก็ผ่านเข้ามามาก " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " ทุกคราที่โหมไฟนั้น หากเป็นผิวที่เรียบเนียนก็จะสามารถให้ความร้อนที่สม่ำเสมอ การหลอมโอสถจะราบรื่นยิ่ง " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " แต่หากผิวตะปุ่มตะป่ำแลยุบแบบนี้ ความร้อนที่ส่งผ่านนั้น มิสามารถควบคุมได้ ทั้งยังส่งผลต่อการหลอมโอสถที่มิราบเรียบ ทั้งยังมิสามารถหลอมโอสถได้สำเร็จ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " อืม " ชายชราพยักหน้าช้าๆ พลางคิดตาม 


    " จริงอข่างเจ้าว่า " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ข้าขอเดาว่า เตาหลอมโอสถเหล่านี้ท่านมิได้ขายเลยสักใบ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " ใช่ " ชายชราะพยักหน้า


    " เพราะภายในมิเรียบเนียน จึงมิได้ขาย " ชายหนุ่มเอ่ย


    " หากท่านปรับปรุงภายในให้เรียบเนียนเหมือนภายนอกได้ยิ่งดี ทั้งความหนาควรต้องสม่ำเสมอ " ชายหนุ่มเอ่ยออกมา


    " อืม " ชายชราพยักหน้าช้าๆ 


    " พ่อหนุ่ม ข้าจะจัดการแก้ไขให้เป็นแบบที่เจ้าต้องการ แลรุ่งเช้าเจ้าค่อยมาดู " ชายชราเอ่ยออกมา


    " ได้ " หานลี่พยักหน้า แลออกจากโรงตีเหล็กอย่างรวดเร็ว 


    " จะไปที่ใดดี " หานลี่พึมพำ


    ไปนั่งเล่นที่บึงดีกว่า " ชายหนุ่มเอ่ยออกมาแลทะยานร่างไปยังบึงอย่างรวดเร็ว 


    เมื่อมาถึงบึง เขาพบพานกับผู้คนมากมายที่นั่งกรรมฐานอยู่เต็มทั่วรอบบึง ทุกคนล้วนแล้วแต่ทำการดูดซับปราณพลัง


    " ปราณพลังหยินหยาง " หานลี่พึมพำ 


    เขากวาดตามองหาที่ว่าง เมื่อพบเจอแล้ว ชายหนุ่มเร่งโจนทะยานไปยังก้อนหินใหญ่อย่างรวดเร็ว


    คล้ายกับเรื่องหนึ่งรัตติกาล ที่คุณอ่าน