เสิ่นไทเฮาทรงเอนพระวรกายอยู่บนแท่นพระบรรทมด้วยสีพระพักตร์ที่เต็มไปด้วยความสงบ ยามนี้จวนชิ่งกั๋วกงไร้อำนาจอย่างแท้จริงแล้ว แม้ว่าคนของพระนางในราชสำนักจะเริ่มเหินห่างแต่คนในวังหลวงยังคงใช้งานได้ดังเดิม สิ่งที่พระนางทรงกำลังครุ่นคิดหาวิธีอยู่ก็คือจะทำอย่างให้อำนาจของจวนชิ่งกั๋วกงคืนกลับมาได้อีกครั้งเพียงเท่านั้น
“ฉินซิงเหยาถูกคนขององค์ชายหกปลิดชีพไปแล้วเพคะ” เสียงรายงานของจางหมัวมัวทำให้เสิ่นไทเฮาทรงแย้มพระสรวลออกมา
“เห็นทีว่าจะข้าจะเก็บอวิ๋นเอ๋อร์เอาไว้ไม่ได้แล้ว ขนาดคนอยู่ในคุกหลวงเขายังยื่นมือของตนเองลงไปจัดการได้ หากปล่อยเขาเอาไว้วันหน้าเขาอาจจะหันกลับมาทำร้ายข้าก็เป็นได้” เมื่อเสิ่นไทเฮาทรงตรัสเช่นนี้จางหมัวมัวก็ขานรับแล้วหันไปสั่งนางข้าหลวงที่เคยวางยาในกำยานขององค์ชายหกหาวิธีทำให้คนในวังคิดว่าองค์ชายหกทนรับความเจ็บปวดจากการสูญเสียดวงตาไม่ไหวจึงได้ปลิดชีพของตนในตำหนักอย่างเงียบเชียบ นางข้าหลวงรีบขานรับแล้วทำตามวิธีที่พวกนางเคยทำมานับครั้งไม่ถ้วนในยามที่คิดจะกำจัดคนในตำหนักอันห่างไกล
สุดท้ายองค์ชายหกก็ต้องสิ้นพระชนม์ลงด้วยฝีมือของนางข้าหลวงของเสิ่นไทเฮา ความโปรดปรานที่พระนางมีต่อองค์ชายหกมาโดยตลอดทำให้ไม่มีผู้ใดคิดสงสัย อีกทั้งยังไม่มีผู้ใดอยากจะหาเรื่องใส่ตัวให้แก่ตนเอง ด้วยการคิดจะสืบหาสาเหตุการสิ้นพระชนม์เพื่อมอบความเป็นธรรมให้แก่องค์ชายที่ไม่ได้มีความสำคัญในราชสำนัก ยามที่เจียงฉิงฟางได้ยินข่าวการตายของตัวเอกในนิยายทั้งสองนางก็พลันรู้สึกยินดี ในใจก็คิดว่าหลังจากนี้นางก็จะสามารถดำเนินชีวิตในแต่ละวันโดยไม่ต้องกังวลว่าชีวิตของคนในครอบครัวจะต้องมีจุดจบที่ไม่ดีดังที่นางเคยอ่านในนิยายอีกต่อไปแล้ว
“ฝานชิงมารายงานเจ้าเรื่องอะไรหรือเหตุใดจึงทำให้เจ้ามีสีหน้าที่เต็มไปด้วยความยินดีเช่นนี้” คำถามของจ้าวถิงฟงทำให้เจียงฉิงฟางพลันแย้มยิ้มออกมาในทันที
“จะมีเรื่องใดที่ทำให้ท่านแม่ยิ้มได้กันเล่าหากไม่ใช่เรื่องเงิน” เสียงของจ้าวฉางยวนทำให้เจียงฉิงฟางพลันหุบยิ้มลงในทันที
“เจ้าเด็กคนนี้จะมีวันไหนที่เจ้าจะคิดสรรหาแต่คำพูดดีๆ มาเอาอกเอาใจแม่บ้าง” เจียงฉิงฟางเอ่ยออกมาพลางจ้องมองไปที่องค์ชายสามที่เดินติดตามจ้าวฉางเยี่ยน จ้าวฉางยวนและจ้าวฉางหนิงเข้ามาในห้องอุ่นของนาง
“เหตุใดวันนี้องค์ชายสามจึงยังไม่เสด็จกลับเล่าเพคะ ยามนี้ประตูวังคงจะปิดไปแล้วกระมัง” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้องค์ชายสามเซียวจวินพลันมีสีพระพักตร์จืดเจื่อนไปในทันที
“ในวังเกิดเรื่องร้ายขึ้น เสด็จแม่ทรงกังวลเรื่องความปลอดภัยของข้า นางจึงสั่งให้ข้าพำนักอยู่ที่จวนสกุลจ้าวสักระยะ ดังนั้นช่วงนี้ข้าจึงต้องมาเป็นภาระให้แก่ท่านแม่ทัพและฮูหยิน ขอฮูหยินอย่าได้รังเกียจข้ารับรองว่าจะไม่สร้างปัญหาอีกทั้งยังจะจ่ายค่าตอบแทนให้แก่จ้าวฮูหยินอย่างงามอีกด้วย” ถ้อยคำประโยคนี้ขององค์ชายสามทำให้เจียงฉิงฟางอุทานออกมาในทันที
“อั้ยหยา เป็นผู้ใดกันที่พูดจ้าใส่ร้ายหม่อมฉันจนหม่อมฉันดูเลวร้ายในสายตาขององค์ชายเช่นนี้ หม่อมฉันหรือจะกล้ารังเกียจองค์ชายในทางกลับกันรู้สึกเป็นเกียรติเสียด้วยซ้ำที่ทั้งพระสนมเสียนเฟยและองค์ชายไม่รังเกียจจวนแม่ทัพแห่งนี้ เชิญองค์ชายพำนักที่จวนแห่งนี้ได้ตามสบายเพคะเรื่องเงินทองค่าตอบแทนที่พักขอองค์ชายอย่าได้ใส่พระทัยเพคะ” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวฉางยวนก็เอ่ยออกมาในทันที
“เช่นนั้นก็หมายความว่าท่านแม่ไม่คิดจะรับค่าตอบแทนในการพำนักที่นี่จากองค์ชายใช่ไหมขอรับ” คำพูดของจ้าวฉางยวนทำให้เจียงฉิงฟางส่งสายตาขุ่นค้อนให้ในทันที
“เอ้อฉาง เจ้าพูดออกมาเช่นนี้ได้อย่างไร แม่หรือจะกล้าปฏิเสธน้ำพระทัยของพระสนมเสียนเฟยและองค์ชาย หากทรงมีน้ำพระทัยมอบให้แม่ก็ย่อมจะต้องรับอยู่แล้ว” คำตอบของเจียงฉิงฟางทำให้จ้าวถิงฟงหัวเราะหึหึ ออกมา
“พวกเจ้าอย่ามัวแต่พูดจาหยอกเย้ากันอยู่เลย รีบพาองค์ชายไปพักผ่อนเถิด ต้าฉาง เอ้อฉางพวกเจ้าคอยดูแลองค์ชายสามให้ดีหากขาดเหลือสิ่งใดก็ให้รีบไปแจ้งพ่อบ้านใหญ่สวีได้” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้ทั้งจ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนก็ขานรับอย่างพร้อมเพรียงกัน
“ทูลเสด็จองค์ชาย กระหม่อมสั่งให้ท่านลุงสวีจัดเตรียมเรือนรับรองเอาไว้แล้วพวกเราไปที่เรือนรับรองขององค์ชายดีกว่า นอกจากนี้กระหม่อมยังกำชับให้ท่านลุงสวีจัดเตรียมกระดานหมากเอาไว้รับรององค์ชายด้วย” เมื่อจ้าวฉางเยี่ยนเอ่ยเช่นนี้องค์ชายสามก็พยักหน้าแล้วหันมาเอ่ยกับจ้าวถิงฟงและเจียงฉิงฟางด้วยน้ำเสียงนอบน้อม
“เช่นนั้นข้าต้องขอตัวก่อน” เมื่อเอ่ยจบองค์ชายสามก็เดินติดตามจ้าวฉางเยี่ยนและจ้าวฉางยวนไปในทันที แน่นอนว่าจ้าวฉางหนิงก็ย่อมจะติดตามไปด้วยพอได้ยินคำว่ากระดานหมากนางก็ทนรอไม่ไหวที่จะไปดูการเดินหมากต่อสู้ระหว่างพี่ชายของนางและองค์ชายสามไม่ไหวแล้ว
“องค์ชายสามมาพำนักที่จวนเช่นนี้ จะเป็นเรื่องไม่ดีหรือเปล่าเจ้าคะ” เจียงฉิงฟางเอ่ยพลางจ้องมองจ้าวถิงฟงด้วยความกังวล เขาทำแค่เพียงยิ้มออกมาแล้วเดินมานั่งลงเคียงข้างนาง
“ฝ่าบาททรงแต่งตั้งให้ข้าเป็นพระอาจารย์ย่อมมีความตั้งพระทัยจะให้องค์ชายสามมาสนิทสนมกับข้าและคนของข้าอยู่แล้ว แม้ว่าจะไม่ได้ตรัสออกมาแต่ข้ามองเห็นแล้วว่าทรงให้ความสำคัญกับองค์ชายสามมากเป็นพิเศษ” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ถามออกมาในทันที
“แล้วสุขภาพขององค์ชายสามเล่า ยามนี้เป็นเช่นไร” คำถามของนางทำให้จ้าวถิงฟงยิ้มออกมาในทันที
“เรื่องสุขภาพไม่มีปัญหาแล้ว แม้ว่าจะประชวรมาโดยตลอดแต่ยามนี้กลับสามารถฟื้นฟูพละกำลังได้ดี เป็นอย่างที่นักพรตฉินซวงเคยเอ่ยเอาไว้ ขอแค่เพียงหมั่นฝึกฝนร่างกายย่อมจะสามารถฟื้นฟูร่างกายให้หายเป็นปกติได้ องค์ชายสามผู้นี้แม้ว่าร่างกายจะสูงโปร่งและบอบบาง แต่กลับมีพละกำลังและความจำที่ดีร่ำเรียนวิชายุทธ์ได้แค่ไม่กี่วันกลับรุดหน้าเหนือกว่าผู้เริ่มฝึกหลายๆ คนที่ฝึกมาก่อนองค์ชายเสียอีก” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า
“ท่านคงได้ยินเรื่องของฉินซิงเหยาแล้ว จะแจ้งเรื่องการตายของนางให้นักพรตฉินทราบหรือไม่เจ้าคะ” คำถามของเจียงฉิงฟางทำให้จ้าวถิงฟงส่ายหน้า
“ไม่จำเป็นหรอก ท่านนักพรตฉินได้เอ่ยปากเอาไว้แล้วว่าถ้าหากนางเลือกที่จะเป็นนางข้าหลวงในวังความเป็นศิษย์และอาจารย์ระหว่างท่านนักพรตกับนางก็จะจบลง และนางได้เลือกแล้วว่าจะเป็นนางข้าหลวงในวัง” เมื่อจ้าวถิงฟงเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้า
“ช่างเถิด เช่นนั้นต่อไปพวกเราก็ไม่ต้องเอ่ยถึงนางแล้ว ก็ดีเหมือนกันข้าจะได้ลืมเรื่องที่ท่านส่งเงินมาไม่ถึงข้าตั้งหลายปีได้เสียที” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็ยืนมือมาโอบกอดร่างกายอันอวบอิ่มของนางแล้วเอ่ยกับนางด้วยน้ำเสียงเอาอกเอาใจในทันที
“เป็นความผิดของข้าเองที่ไม่รอบคอบให้มากกว่านี้ และยามนี้ข้าก็ชดเชยให้เจ้าแล้วอย่างไรเล่า เงินทองที่ข้ามีทั้งหมดล้วนมอบให้เจ้าเพียงผู้เดียว” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็พยักหน้าพลางเอ่ยออกมาอย่างเอาแต่ใจ
“ต่อไปเวลาได้เงินมาล้วนต้องผ่านมือข้า ห้ามลักลอบยักยอกเงินเอาไว้ หากท่านอยากใช้เงินก็แค่บอกข้า ข้าจะให้เงินท่านใช้เอง” เมื่อนางเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็ขานรับในทันที
“แน่นอนข้าบอกแล้วว่าจะมอบให้เจ้าก็คือมอบให้เจ้าทั้งหมด เจ้าวางใจเถิดยามนี้ทั้งสหายและลูกน้องของข้าต่างก็รู้กันหมดแล้วว่าข้าไม่พกเงิน เงินทั้งหมดของข้าอยู่ที่ฮูหยินเช่นเจ้าหมดแล้ว” เมื่อเขาเอ่ยเช่นนี้เจียงฉิงฟางก็ยิ้มแล้วเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงขัดเขิน
“ท่านช่างขยันทำให้ผู้คนขบขันข้า ช่างเถิดข้าหาได้สนใจสายตาของผู้อื่นไม่ ข้าจะเก็บเงินเอาไว้แล้วนำไปทำให้มันงอกเงยวันหน้าพวกเราจะได้มีเงินให้ลูกๆ พวกเขามีเงินติดตัวมากหน่อยย่อมจะได้ใช้ชีวิตที่ดีมากกว่าคนทั่วไป” เมื่อเจียงฉิงฟางเอ่ยเช่นนี้จ้าวถิงฟงก็พยักหน้า
“ข้ารู้ว่าเจ้าคิดเผื่อลูกๆ ข้าเองก็จะทำทุกอย่างเพื่อเจ้าและลูกๆ เช่นเดียวกัน” คำพูดที่เต็มไปด้วยความหนักแน่นและจริงใจของเขาทำให้เจียงฉิงฟางพลันรู้สึกอบอุ่น นางเอนกายไปพิงแผงหน้าอกอันอบอุ่นของเขาแล้วก็ยิ้มออกมาพลางคิดในใจว่าชีวิตที่ไร้ซึ่งความกังวลมันช่างดีเหลือเกิน