เฉินอี้มองเหตุการณ์ในตอนนี้ลองคาดเดาดู..ตนเคยคิดว่าเซี่ยซูเหยาจะต้องไม่ใช่แค่มีตำแหน่งผู้าุโในสำนักบุปผาเหมันต์ธรรมดาเป็แน่..นางอาจจะมีตำแหน่งที่สูงกว่านั้น!..
ยิ่งตอนที่ตัวเฉินอี้เองขอให้เซี่ยซูเหยาตัดแขนซ้ายของเหลีงซือห้าวมันทิ้ง!..เซี่ยซูเหยาไม่ได้เกิดความลังเลเลย..นางยิ้มตอบรับคำขออย่างเร็วทันที!..ไม่กลัวว่าจะเกิดมีปัญหาเื่ราวขัดแย้งระหว่างกันของสำนักตามมาทีหลังด้วยซ้ำไป!
“ทะ..ท่านคือ..ผู้าุโสูงสุด..แห่งสำนักบุปผาเหมันต์..ท่านเซี่ยซูเหยาใช่หรือไม่!?..”
าุโเจิ้งหู่ทำตาโตกล่าวสิ่งที่คาดคิดออกไปได้แล้ว..
เฉินอี้เมื่อได้ยินเจิ้งหู่กล่าวก็ยิ้มบางฟันธงทฤษฎีคิดในใจ“อย่างที่ข้าคาดคิดไว้ไม่มีผิด!..นางเป็ผู้าุโสูงสุดจริงๆด้วยเพราะระดับพลังลมปราณที่น่าเหลือเชื่อนี้เอง!”
“ท่านก็รู้จักข้านี่!..ใช่!..ข้าคือผู้าุโแห่งสำนักบุปผาเหมันต์นามว่า..เซี่ยซูเหยา!..และเป็สหายคนตระกูลเฉินในที่นี้!..” เซี่ยซูเหยาทำหน้าเ็าประกาศก้องไปทั่วห้อง!..นางไม่บอกเื่นี้กับพวกเฉินอี้เพราะตนไม่ใช่คนที่ชอบโอ้อวดสักเท่าไหร่..
ทุกคนในที่นี้ต่างได้ยินอย่างชัดเจนถึงคำกล่าวนี้!
เข้าใจทันทีว่าเซี่ยซูเหยานางจะสื่ออะไร!..นางได้เลือกอยู่ฝั่งเดียวกับตระกูลเฉิน..ถ้ามีผู้ใดทำอะไรไม่ดีล่ะก็!..อาจต้องพบเจอความโหดร้ายของเซี่ยซูเหยาอย่างเมื่อสักครู่..
าุโเจิ้งหู่และาุโจิ๋นอิ่งต่างหลั่งเหงื่อเย็นออกมา..พวกมันรู้ซึ้งถึงความน่าหวาดกลัวของเซี่ยซูเหยาเป็อย่างดี..ั้แ่นางยังเป็เพียงศิษย์หลักสำนักบุปผาเหมันต์ระดับพลังแก่นแท้์ลมปราณขั้นสูงสุดอยู่เลย..
เมื่อประมาณ 5ปีก่อน..ในงานแข่งขันประลองฝีมือพลังยุทธ์ลมปราณรุ่นเยาว์อายุไม่เกิน 20ปีที่ทั้งเจ็ดสำนักใหญ่เป็เ้าภาพจัดขึ้นในทุก 5 ปีมีแค่ครั้งเดียวเพื่อจัดลำดับความสามารถของเหล่าลูกศิษย์กัน..
ตัวเซี่ยซูเหยายังอายุได้เพียง 18ปีเองด้วยซ้ำกลับสามารถเอาชนะศิษย์ทั้งหมดในงานแข่งขันของเจ็ดสำนักใหญ่อย่างขาดลอยไร้ผู้ต้านทาน..จนได้ขึ้นเป็ศิษย์รุ่นเยาว์อันดับ1 ที่แข็งแกร่งที่สุดไปในครั้งนั้น..
นับจากวันนั้นจนถึงปัจจุบันเหล่าศิษย์และผู้าุโต่างคอยสังเกตจับตาดูการเติบโตของเซี่ยซูเหยาที่มีความสามารถอันน่าตื่นตระหนกมาโดยตลอด..และเมื่อไม่กี่เดือนมานี้นางยังได้รับการแต่งตั้งให้เป็ถึงตำแหน่งผู้าุโสูงสุดสำนักบุปผาเหมันต์ไปแล้ว..ด้วยระดับพลังระดับแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ลมปราณขั้น7 ที่มีพลังอำนาจอยู่ต่ำเพียงรองเ้าสำนักและเ้าสำนักเท่านั้น..
แถมเซี่ยซูเหยานางยังมีสิทธอาจได้เลื่อนขึ้นเป็ถึงรองเ้าสำนักคนต่อไปในอนาคตอีกด้วย!
าุโจิ๋นอิ่งและาุโเจิ้งหู่พวกมันเป็ผู้าุโมีระดับพลังแก่นแท้ศักดิ์สิทธิ์ลมปราณขั้นที่6 ซึ่งอยู่ต่ำกว่าเซี่ยซูเหยา
ตอนนี้ได้มาเจอตัวจริงทั้งผู้าุโจิ๋นอิ่งและผู้าุโเจิ้งหู่ย่อมต้องใมากเป็ธรรมดา..รวมไปถึงเหล่าลูกศิษย์ที่เคยฟังเื่ราวคำเล่าลือของเซี่ยซูเหยามาก่อน..
าุโเจิ้งหู่ขมวดคิ้วแอบคิดในใจ“เคยได้ยินว่าปกตินางมักจะเป็คนทำอะไรตามใจ..ออกไปท่องโลกนอกสำนักบุปผาเหมันต์อยู่บ่อยๆเพื่อค้นหาผู้ที่จะมาเป็ศิษย์สืบทอดของตัวเอง..แล้วทำไมถึงมาอยู่ในเมืองนี้ได้กัน!?”
ที่ตั้งของสำนักบุปผาเหมันต์อยู่ไกลออกไปตรงหุบเขาสูงทางทิศเหนือของทวีปตะวันออกที่มีสภาพอากาศหนาวเย็นซึ่งกว่าจะได้ยินข่าวแล้วถึงรีบเดินทางมาหรือต่อให้บินมาก็ยังต้องใช้เวลานาน..าุโเจิ้งหูจึงคิดว่าเซี่ยซูเหยามาที่นี่เพราะมีเหตุผลอื่นที่ไม่ใช่มาตามหาตัวนักปรุงยาแน่ๆแถมนางยังมาเพียงตัวคนเดียวด้วย..
าุโจิ๋นอิ่งก็คิดเหมือนกันกับาุโเจิ้งหู่ก้มหน้าคาดเดาพลางเหล่มองไปยังหลินเหิงอี้..
ส่วนเหล่าประมุขหลิวและประมุขจางที่เจอเซี่ยซูเหยานางเป็ครั้งแรกก็ต้องตกตะลึงเพราะความงดงามมีเสน่ห์ของนางและระดับพลังลมปราณที่สูงลิบลิ่วกว่าพวกมัน..
ยกเว้นประมุขหลินที่ใเพราะสงสัยว่าท่านอาจารย์ของบุตรสาวตนหลินฉีหนิงทำไมถึงมาที่นี่!?..และเ้าเมืองเฉินเหว่ยหงที่ได้เจอมากันก่อนแล้วแต่ก็ยังต้องใเพราะเพิ่งรู้เื่ว่าเซี่ยซูเหยาเป็ถึงผู้าุโสูงสุดในสำนักบุปผาเหมันต์บ้างอยู่ดี..
เพี๊ยะๆ!“ซะ..ซูย่วนเอ๋อ..โอ๊ย!.พอได้แล้ว..โอ๊ย!..ข้าผิดไปแล้ว!..” เฉินหรุ่ยกำลังถูกลงโทษเป็กระสอบทรายระบายความโกรธด้วยการโดนลูกตบจากภรรยาของตนอยู่!..
เพี๊ยะ! “นี่แนะ!..เ้าเป็พ่อภาษาอะไรกันห่ะ!..ทำไมไม่ปกป้องเหม่ยเย่ให้ดีๆปล่อยให้บุตรสาวตัวเองถูกเ้าบ้าวิตถารนั่นลวนลามได้!..แบบนี้ต้องเจอแม่ตบสั่งสอนอีกสัก..ป้าป!”
เฉินซูย่วนที่ไม่สนใจอะไรยังคงง้างมือตบหน้าสามีตนจนกว่าจะพอใจหายโกรธ..นางไม่โทษเื่ที่เฉินหรุ่ยปล่อยให้สมาคมการค้าจันทร์เสี้ยวรับโอสถระดับ9 ส่วนบางส่วนไปขายจนเกิดแตกตื่นเป็เื่ใหญ่นี้อย่างรวดเร็วมากนัก..เพราะเนื่องจากตัวนางและเฉินอี้ที่เป็คนปรุงโอสถขึ้นก็มีส่วนในเื่นี้ด้วยและในไม่ช้าเื่แบบนี้ก็อาจเกิดขึ้นได้..
เฉินอี้มองภาพสามีภรรยาคู่นี้พลันรู้สึกเหนื่อยใจออกมาอย่างช่วยไม่ได้หลับตายิ้มแอบคิดคาดเดาในใจว่า“ยังดีนะที่ท่านอาเฉินหรุ่ยเพียงเอาโอสถฟื้นฟูพลังลมปราณมาปล่อยขายเท่านั้น..ถ้าเอาโอสถอีกสองอย่างมาปล่อยขายให้สมาคมการค้าอีกเกรงจะเป็เื่ใหญ่ได้กว่านี้..และคงไม่ใช่แค่โดนท่านน้าเฉินซูย่วนตบหน้าแน่ๆ!..”
“เฮ้อ..”เ้าเมืองเฉินเหว่ยหงเองก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยใจ..ไม่เข้าไปห้ามเพราะคิดว่ามันสมควรโดนสั่งสอนบ้างเหมือนกัน..
เซี่ยซูเหยาก็มองการแสดงนี้อด้วยรอยยิ้มมีเสน่ห์พลางหันหน้าตาสำรวจไปทั่วห้องก็พบเห็นหลินเหิงอี้โดยบังเอิญคิดกล่าวถาม“ประมุขหลินท่านก็มาที่นี่รึ..แล้วศิษย์หลินฉีหนิงหล่ะได้มากับท่านด้วยรึไม่?..”เซี่ยซูเหยาถามแบบนี้เพราะไม่เห็นนางอยู่ที่นี่..
“เรียนท่านผู้าุโเซี่ยซูเหยา..หลินฉีหนิงบุตรสาวข้าไม่ได้มาที่นี่ด้วย..นางยังคงขังตัวเองอยู่ในห้องั้แ่เช้าแล้ว..”หลินเหิงอี้ตอบกล่าวคารวะไปให้เซี่ยซูเหยาอย่างนอบน้อม
“เฮ้อ..ทำไมนางยังไม่รู้จักโตสักทีนะ..จบเื่นี้ข้าคงต้องไปหาสักหน่อย..”เซี่ยซูเหยากล่าวอย่างอ่อนใจต่อนิสัยลูกศิษย์หลินฉีหนิงของตน
าุโจิ๋นอิ่งที่ได้ยินอย่างชัดเจนรวมถึงาุโเจิ้งหู่ก็เบิกตาโตเข้าใจทันทีว่าทำไมผู้าุโสูงสุดอย่างเซี่ยซูเหยาถึงมาที่เมืองเซียงหนานที่ไม่น่าจะมีอะไรพิเศษนี้ก่อน..และไม่ใช่เื่มาพบนักปรุงยาที่ร้านโอสถตระกูลเฉินแบบพวกมันด้วย..แต่มาเพราะนางได้มาพบเจอศิษย์สืบทอดอยู่ที่นี่นั่นเอง!..
เหล่าาุโสำนักต่างรู้แค่เื่นี้แต่ไม่รู้ว่าทำไมเซี่ยซูเหยาถึงมาเป็สหายกับตระกูลเฉินได้แล้วยังตัดแขนศิษย์สำนักกระบี่เมฆา์ไปคนหนึ่งจนทำมันสลบ..ตอนนี้เหล่าศิษย์สหายในสำนักกำลังช่วยปฐมพยาบาลให้เหลียงซือห้าว..
พวกผู้าุโมันไม่ได้ยินที่เฉินซูย่วนกล่าวด่าเฉินหรุ่ยออกมาแม้แต่น้อยเพราะเอาแต่คิดสนใจจดจ่อเื่เมื่อครู่อยู่..
“ฮือออๆ..แง..”ตอนนี้เฉินเหม่ยเย่กำลังนั่งร้องไห้อย่างไม่สนใจอะไรบนพื้นอยู่ใกล้กับบิดามารดาที่กำลังทะเลาะกันของตน..โดยมีเฉินเจี้ยนเหาและเฉินหยู่ร์หลินที่รู้สึกตัวนานแล้วั้แ่ท่านแม่พวกตนมาถึงรีบวางถาดน้ำชาทิ้งทุกสิ่งในมือลงมาคอยกอดปลอบใจกันและกันอย่างรู้สึกกลัวๆ
เฉินอี้เดินมาช่วยปลอบใจพวกมันอีกแรงกล่าวด้วยรอยยิ้ม“พวกท่านไม่จำเป็ต้องกลัวหรอก!..เดี๋ยวพวกข้าจะช่วยจัดการเื่นี้ให้เอง..อย่าห่วงเลย!..” กล่าวเสร็จตนเอาผ้าเช็ดหน้าให้เฉินเหม่ยเย่ซับน้ำตา..
“จะ..จริงงั้นเหรอ..น้องเฉินอี้!..” เฉินเจี้ยนเหาถามอย่างหวาดกลัวเพราะมันไม่เคยมีเื่กับคนของสำนักใหญ่มาก่อนรวมถึงเหล่าพี่น้องของตนด้วย..
“อื้ม..จริงแน่นอน..พวกท่านผ่อนคลายลงเถอะแล้วเพียงแค่รอดูก็พอ!..” เฉินอี้กล่าวเพื่อให้พี่น้องของตนรู้สึกปลอดภัยแล้วค่อยหันไปมองเหล่าผู้าุโสองสำนักใหญ่ด้วยใบหน้าจริงจังขึ้น..
“ท่านเซี่ยซูเหยา..ช่วยอธิบายเื่ที่ท่านตัดแขนศิษย์ข้าด้วย!?..หรือเพราะว่าแค่คิดตั้งใจจะช่วยเหลือนังหนูสาวใช้นั่นคนเดียว..แล้วก็..แม่นางคนนั้นน่ะ!..ช่วยกรุณาคืนแขนซ้ายของศิษย์สำนักข้ามาด้วยไม่งั้นเ้าได้มีปัญหาตามมาแน่นอน!..”
าุโเจิ้งหู่กล่าวด้วยใบหน้าจริงจังกับเซี่ยซูเหยาพลางชี้นิ้วไปที่เฉินเหม่ยเย่และออกคำสั่งกับเฉินซูย่วนคล้ายข่มขู่เพราะตนต้องอธิบายกับลุงผู้าุโของเหลียงซือห้าวในสำนักมันอีก!
แม้แขนที่ขาดจะเป็เพราะหญิงสาวคนนั้นเผลอใถอยหลังก็ตาม..แต่จริงๆมันได้ขาดั้แ่ที่ถูกเซี่ยซูเหยาแช่แข็งแล้วเพราะแขนนั้นไม่มีเืออกมาสักหยด!..าุโเจิ้งหู่จึงถามไปแบบนี้และตนอยากพาลูกศิษย์ไปรักษาที่สำนักกระบี่เมฆา์โดยเร็วด้วย..
“เอ๊ะ!..” เฉินซูย่วนได้ยินผู้าุโพูดถึงตนพลันหยุดตบหน้าเฉินหรุ่ยวางคอเสื้อสามีที่มีหน้าปูดบวมแดงเป็อย่างมากลงแล้วจึงหันไปมองดูสถานการณ์ยืนอยู่เฉยๆ
“อึก!..” ส่วนเฉินเหม่ยเย่ก็หยุดร้องไห้เริ่มรู้สึกดีขึ้นแล้วเพราะมีเฉินอี้และน้องๆคอยช่วยปลอบ..แต่เมื่อได้ยินที่าุโเจิ้งหู่พูดถึงตนจึงเกิดความกลัว..น้ำตาเริ่มซึมขึ้นมาบนใบหน้าอันงดงามอีกครั้ง..
“หึ!..ตัวท่านาุโสำนักกระบี่เมฆา์จะโง่เขลาไปถึงไหนกัน!..ไม่รู้หรือไงว่าหญิงสาวที่ข้าได้ช่วยเอาไว้เป็บุตรสาวของผู้ที่พวกท่านจะมาพบ..และคนที่ท่านข่มขู่เมื่อครู่ก็เป็นักปรุงยาผู้ที่พวกท่านกำลังตามหาอยู่..ท่านจงรู้เอาไว้ซะด้วย!..” เซี่ยซูเหยายิ้มเยาะกล่าวเ็าให้ความกระจ่างแก่พวกมันอย่างอดทน
“อะ..อะไรนะ..จริงงั้นเหรอ!?..” าุโเจิ้งหู่กล่าวอย่างตื่นตระหนกหันหน้าถามไปยังเฉินซูย่วน
“ข้าคือนักปรุงยาคนของตระกูลเฉินที่พวกท่านผู้าุโกำลังตามหาอยู่เองมีนามว่าเฉินซูย่วน..”เฉินซูย่วนกล่าวคารวะแนะนำตัวพอเป็พิธีไปเพราะตนรู้สึกไม่ชอบผู้าุโและศิษย์สำนักกระบี่เมฆา์เหล่านี้สักเท่าไหร่..
าุโจิ๋นอิ่งได้ยินเช่นกันก็เข้าใจกระจ่างขึ้นทันที..พลางมองหรี่ตาไปที่จางหยวนศิษย์สำนักสุสานทมิฬของตนยิ้มมุมปากคิดในใจ“เ้าเด็กหนุ่มคนนี้..มันตั้งใจให้เป็อย่างนี้นี่เอง!..”
าุโจิ๋นอิ่งมันรู้ว่าจางหยวนเคยอยู่ที่เมืองนี้มาก่อนย่อมรู้จักคนในตระกูลเฉินอยู่บ้างไม่มากก็น้อย..แต่ที่ไม่กล่าวเตือนให้สำนักกระบี่เมฆา์รู้เลยเพราะตั้งใจจะวางแผนให้พวกมันขายหน้านั่นเอง!.. และจางหยวนมันคงรู้ด้วยว่าถึงจะไม่แจ้งต่อสำนักสุสานทมิฬสหายของตน..พวกเราก็ไม่มีทางจะสร้างปัญหาอะไรให้คนตระกูลเฉินเดือดร้อนอย่างแน่นอน..
“ศิษย์จางหยวน..เ้านี่ร้ายไม่เบาเลยนะ!..” าุโจิ๋นอิ่งแอบกระซิบกล่าวยิ้มให้จางหยวน
จางหยวนเพียงหลับตาพยักหน้าให้เท่านั้น..แม้แต่ตัวมันเองยังไม่คาดคิดเลยว่าจะเกิดเื่บานปลายถึงขนาดนี้ขึ้น!..
จางหยวนก้มหน้าพลางคิดอย่างแอบรู้สึกเสียใจนิดๆ“ถ้าข้ารู้ว่าจะมีผู้อาโสสูงสุดสำนักอื่นที่เป็สหายกับตระกูลเฉินมาด้วย..ข้าคงชิงช่วยเหลือนางไปก่อนอาจได้ประโยชน์มากกว่านี้แล้ว!..”
เหล่าสองสำนักใหญ่เดินทางมาเยี่ยมเยือนยังที่แห่งนี้ล้วนตั้งใจจะชวนเฉินซูย่วนเข้าเป็ผู้าุโนักปรุงยาในสำนักของตนกันทั้งนั้น..แต่จางหยวนมันไม่คาดคิดว่าจะมีสำนักที่สามมาด้วยแบบนี้จึงตัดสินใจผิดพลาดไปบ้าง..
เฉินอี้ก็รู้สึกตัวถึงเื่นี้เหมือนกันมองไปที่จางหยวนและจางิที่นั่งอยู่ใกล้กันอย่างเรียบเฉยตนรู้ว่าสองคนนี้เป็ใคร..แต่กระนั้นเฉินอี้กลับมองยิ้มให้กับศิษย์หลักของสำนักสุสานทมิฬผู้หนึ่งที่เป็บุรุษนั่งอยู่ฝั่งเดียวกันกับพวกมัน..
ตอนที่เฉินอี้ะโขึ้นไปคว้าแขนซ้ายของเหลียงซือห้าว..ก็ได้เห็นชายคนนี้แอบถือซ่อนอาวุธลับในมือเตรียมจะช่วยเหลือเฉินเหม่ยเย่เอาไว้แล้วยามถึงเวลาขับขันทันที!
เฉินอี้ยิ้มคิดในใจว่า“พี่ชายผู้นี้น่าสนใจจริงๆ..”
ชายหนุ่มศิษย์หลักที่มีลักษณะสุขุมทั้งหน้าตาและรูปร่างค่อนข้างดีกำลังนั่งหลับตากอดอกไขว่ขาผู้นี้คือ “หยางเค่อ” เป็คนที่เฉินอี้ถูกใจที่สุดในหมู่พวกคนสำนักสุสานทมิฬ!
“ทะ..ทำไม..พวกเ้าถึงไม่รีบบอกข้ากันห่ะ!..” าุโเจิ้งหู่มองไปทั่วห้องกล่าวอย่างมีโทสะหน้าแดงเต็มไปด้วยความอับอายขายขี้หน้าที่ไม่ยอมห้ามลูกศิษย์สำนักตนอย่างจริงจังั้แ่แรก!
“คะ..คือ..พวกข้าไม่กล้า..”พวกตระกูลใหญ่ต่างๆในเมืองเซียงหนานที่อยู่ก่อนหน้านี้กล่าวพลางหลบหน้าผู้าุโเจิ้งหู่ไม่กล้าสบตาด้วย..
“อูย!..” เฉินหรุ่ยเอามือกุมหน้าอย่างเ็ปกล่าวเพียงแค่ในใจ “ข้าพยายามบอกกับพวกท่านแล้วนะ..แต่พวกท่านกลับไม่ยอมฟังกันเองนี่นา!”