ระบบอั่งเปาสะท้านภพ

    เล่มที่ 2 บทที่ 50 แรกพบ

    บทที่50 แรกพบ

          ขนช่วยชีวิต

         มันคืออะไร?

          ราชาวานร : ขนลิงเส้นนี้สามารถช่วยชีวิตเจ้าได้จำไว้นะถ้าไม่เข้าตาจนจริงๆ อย่าใช้มันเด็ดขาด

         เมื่อเห็นข้อความของซุนหงอคง เย่จื่อเฉินถึงได้มีปฏิกิริยาตอบกลับ

         เพลงการ์ตูนไซอิ๋วมันร้องว่ายังไงนะ เก็บเอาขนเส้นนี้เป่าออกมาเป็นลิงหมื่นตัว!

          หรือว่านี่จะเป็นขนนั่น?

          ถ้าเป็นแบบนี้จริงๆ มันก็คือของขวัญชิ้นใหญ่เลยน่ะสิ

          เย่จื่อเฉิน : ขอบคุณมากท่านซุนหงอคง

          ราชาวานร : เพื่อนกันทั้งนั้นไม่ต้องเกรงใจขนาดนี้ก็ได้ โอเค ข้าจะไปลองชิมสมบัติล้ำค่าแล้วว่างเมื่อไรค่อยคุยกัน

         แล้วราชาวานรก็เงียบหายไปอย่างไร้ร่องรอยเย่จื่อเฉินเปิดหีบสมบัติอ่านคำอธิบายของขนลิงเส้นนั้น

          ขนลิง : หนึ่งในสามขนลิงช่วยชีวิตของซุนหงอคงมีพลังมหัศจรรย์อยู่ภายใน จุดประสงค์การใช้ไม่ปรากฏ วิธีใช้ไม่ปรากฏ

         จริงๆ ด้วย!

          อึก

         เย่จื่อเฉินกลืนน้ำลายลงไปอึกหนึ่งแล้วแอบกดถอนเอาขนลิงออกมา

         สีของขนลิงเป็นสีทองอ่อน คล้ายกับขนอ่อนของคน นี่ถ้าจู่ๆมีลมพัดมาแค่วูบเดียวก็ปลิวหายไปจนเขาหาไม่เจอแล้ว

         ในขณะที่กำลังจะเอาขนลิงกลับไปวางใส่หีบสมบัติผีน้อยหลิวฉิงที่ไม่รู้ว่ามาจากไหนก็ลอยหวือเข้ามา

          "ทำอะไรน่ะ!"

          ครั้งนี้เย่จื่อเฉินตกใจมากจริงๆ มือสั่นผวาขึ้นมาพร้อมกับเงยหน้าขึ้น

          "เธออย่าทำให้คนอื่นตกใจแบบนี้ได้ไหม มันช็อกตายได้เลยนะ"

          "แบบนั้นก็ดีสิ นายก็จะได้มาอยู่เป็นเพื่อนฉันไง"

         ความเขินอายปรากฏขึ้นในดวงตาของหลิวฉิงตอนที่พูดคำนี้เย่จื่อเฉินไม่ได้สนใจเธอแล้วละสายตากลับมาที่มืออีกครั้ง

         ขนลิงหายไปแล้ว!

         "ขนลิงของฉันล่ะ!"

          เย่จื่อเฉินลนลาน

          "ขนลิงอะไร" หลิวฉิงทำหน้าซื่อเย่จื่อเฉินโมโหจนชี้หน้าเธอหลายครั้ง สุดท้ายก็ทำได้แค่ตบขาตัวเองด้วยความโมโห

         ขนลิงช่วยชีวิต ขนลิงช่วยชีวิตที่ซุนหงอคงให้เขา

         หายไปแล้ว

         มองดูมือที่ว่างเปล่าด้วยอาการอึ้งกิมกี่เย่จื่อเฉินแทบอยากจะตบปากตัวเอง

         อยู่ดีไม่ว่าดีจะหยิบออกมาทำไม จบแล้ว หายไปหมดแล้ว

         เย่จื่อเฉินคิดจะหา แต่คิดไปคิดมาสุดท้ายก็ล้มเลิกไป

         ถ้าขนอ่อนแบบนี้หล่นลงพื้น อย่าว่าแต่เนตรอัคคีเลย ต่อให้ใช้กล้องจุลทรรศน์ส่องก็หาไม่เจอ

          "หลิวฉิง..."

         เย่จื่อเฉินชี้หน้าหลิวฉิงอยู่นานโดยไม่พูดอะไรเขาไม่สามารถระบายอารมณ์กับเธอได้ เพราะสาวน้อยคนนี้ก็ไม่ได้ตั้งใจ

         ถ้าจะโทษก็ต้องโทษเขาที่ประมาทเลินเล่อเอง

         ถอนหายใจยาวเหยียด ก่อนที่เขาจะยกผ้าห่มขึ้นคลุมหัวแล้วก็นอน

          "นายอย่ามาหลับนะ ฉันถามหน่อย วันนี้นายว่างไหม?"

         "ไม่ว่าง!"

         "แล้วเมื่อไรนายจะไปดูอาการป่วยให้ภรรยาของผู้การหลิว?"

         "เธอไม่ต้องยุ่ง"

         เอาผ้าคลุมหัวแล้วเย่จื่อเฉินก็ไม่สนใจหลิวฉิงที่ยังคงตะโกนโหวกเหวกอยู่ข้างนอก

         ให้ตายเถอะ ขนลิงช่วยชีวิตหายไปแล้ว

         แต่ในจังหวะที่เขาเอาผ้าห่มคลุมหัว จู่ๆแขนขวาของเขาก็มีขนอ่อนสีทองอ่อนเพิ่มขึ้นมาอีกหนึ่งเส้นแทรกอยู่ท่ามกลางขนอ่อนมากมาย

         จบคาบเรียนไปแล้วหนึ่งวัน เย่จื่อเฉินก็ลากร่างกายอันเหนื่อยล้าเดินออกมานอกห้องเรียน

         ผีสาวหลิวฉิงก็ลอยมาอยู่ตรงหน้าพอดีลอยไปลอยมาอยู่แบบนี้พร้อมกับยู่ปากไม่พูด

          "อย่ามากวนฉันได้ไหม"

         เย่จื่อเฉินหยุดเดินบริเวณโดยรอบนี้ยังมีนักศึกษาอีกหลายคนที่ได้ยินคำพูดของเขา แล้วจึงหันไปมอง

         แต่เมื่อเห็นว่าข้างหน้าเขาว่างเปล่าไร้ผู้คนทุกคนก็มีสีหน้าประหลาดใจ

         สีหน้าของทุกคนสะท้อนเข้าสู่สายตาเย่จื่อเฉินยีหัวแล้วเดินออกไปข้างนอกต่อ ผีสาวหลิวฉิงก็ยู่ปากลอยตามไปอีกครั้ง

          "นี่ เรื่องที่ฉันพูดกับนายเมื่อตอนสายน่ะ นายคิดดูแล้วหรือยัง?"

          เย่จื่อเฉินไม่ได้สนใจเธอ และเดินไปทางสนามกีฬาของมหาวิทยาลัยผีสาวหลิวฉิงลอยตามหลังเขาไปติดๆ พร้อมกับตะโกน

          "นายได้ยินที่ฉันพูดไหมเนี่ย"

         เย่จื่อเฉินยังคงเดินไปข้างหน้า

          "นายหยุดเดี๋ยวนี้นะ!" หลิวฉิงเริ่มโมโหแล้วจึงตวาดใส่เย่จื่อเฉินเสียงดัง

         เย่จื่อเฉินจึงหยุดเดินมองหลิวฉิงด้วยสีหน้าเหนื่อยหน่ายแล้วถอนหายใจ

          "เธอจะเอายังไง"

         ช่วงนี้หลิวฉิงดูแปลกไปจริงๆเอาแต่ไล่ให้เขาไปรักษาอาการป่วยให้ภรรยาของผู้การหลิว

         แต่ก่อนก็ไม่เห็นว่าเธอจะใจดีมีเมตตาขนาดนี้

          "ฉันอยากให้นายไปรักษาอาการป่วยให้ภรรยาของผู้การหลิว"

         ดูสิดู เอาอีกแล้ว

         หลายวันมานี้เย่จื่อเฉินแทบจะได้ยินประโยคนี้ทุกวันหัวจะระเบิดอยู่แล้ว

          "ทำไมเธอถึงได้สนใจอาการป่วยของภรรยาผู้การหลิวขนาดนั้น? เขาเป็นญาติเธอหรือไง!"

         "นี่ฉันกำลังสอนเรื่องคุณธรรมให้นายอยู่นะเข้าใจไหม?" หลิวฉิงมองค้อนใส่เย่จื่อเฉิน สองมือยกขึ้นเท้าเอวแล้วพูด "คนที่ไม่ตั้งใจเรียนแต่ละวันดีแต่ทำร้ายผู้หญิงอย่างนาย ถ้าไม่หมั่นสร้างคุณงามความดีนายต้องตกนรกแน่"

          "เธอช่วยพูดอะไรที่มันน่าฟังหน่อยได้ไหม"

         เย่จื่อเฉินหน้าบึ้ง เขาเพิ่งอายุยี่สิบปีแต่หลิวฉิงพูดอย่างกับว่าเขาใกล้จะตายแล้วอย่างนั้นแหละ

          "ฉันไม่สนแล้ว นายรีบไปรักษาอาการป่วยให้ภรรยาของผู้การหลิวเดี๋ยวนี้เลย"

         ในขณะที่เย่จื่อเฉินกับหลิวฉิงกำลังเถียงกันอยู่นั้น จู่ๆก็มีชายสูงอายุหน้าตาดูดีคนหนึ่งปรากฏขึ้นมาตรงหน้าเย่จื่อเฉิน

          "คุณคือคุณเย่จื่อเฉินใช่ไหมครับ"

         ชายสูงวัยที่จู่ๆ ก็โผล่มาแถมยังรู้จักกับเขาอีกทำให้เย่จื่อเฉินมึนงงไปเล็กน้อย ก่อนจะพยักหน้ารับ

          "ใช่ คุณรู้จักผมได้ยังไง?"

          ชายสูงวัยหัวเราะเบาๆ แล้วชี้มือไปทางด้านหลัง

          ตำแหน่งที่เขาชี้ไปมีเด็กหนุ่มย้อมผมสีควันบุหรี่ยืนอยู่ตอนที่เด็กหนุ่มคนนั้นมองมาที่เย่จื่อเฉินก็ยังโบกมือให้เขาด้วย

          "หมายความว่าไง?"

         "คุณชายของเราอยากทำความรู้จักกับคุณสักหน่อย" ชายสูงวัยยิ้มเล็กน้อย แล้วทำมือเป็นเชิงบอกว่าเชิญ

         เย่จื่อเฉินเบ้ปากแล้วเลิกคิ้วขึ้น

          "ผมไม่อยากรู้จักคุณชายของพวกคุณ"

         สิ้นเสียง เย่จื่อเฉินก็จะเดินออกไป

          "คุณชายเย่ คุณทำแบบนี้ ผมก็ลำบากสิครับ" ชายสูงวัยยกมือขึ้นขวางทางเย่จื่อเฉิน

          "อะไร ที่นี่มันคือมหาวิทยาลัย คุณจะลงไม้ลงมือกับผมที่นี่เหรอ? ต่อให้คุณลงมือ คุณก็ไม่ใช่คู่ต่อสู้ของผมอยู่ดี คุณตา"

         ตั้งแต่ที่กินยาปรับพลังกายมาบวกกับกายล้อมเพชรที่ได้มาเวลาที่สู้เย่จื่อเฉินก็ไม่รู้แล้วว่าคำว่ากลัวมันสะกดยังไง

         ถ้าหากว่าคุณตาคนนี้อยากจะประลองกับเขาสักหน่อยเขาก็ไม่ถือที่จะลองกับคุณตาคนนี้

         ต่อให้ถึงเวลานั้นทางมหาวิทยาลัยจะตรวจสอบเย่จื่อเฉินก็สามารถบอกได้ว่าคุณตาคนนี้มาหาเรื่องเขา

         นี่ใคร...

          "คุณชายเย่ ถ้าคุณมาเจอกับผมคุณไม่มีทางแพ้อยู่แล้วครับ แต่ว่าคุณได้คิดถึงคนที่บ้านคุณหรือยังครับ?"

          เย่จื่อเฉินได้ยินก็มีสีหน้าดุดัน ก่อนจะกระชากคอเสื้อชายสูงวัย

          "คุณหมายความว่าไง?"

         "อย่าตื่นเต้นสิครับคุณชายเย่ ผมก็แค่เตือนคุณด้วยความจริงใจบ้านที่เย่หรงแม่ของคุณอาศัยอยู่ ดูเหมือนว่าจะอยู่ที่ปินเจียงทาวน์สินะครับ"

         กรอด

         เย่จื่อเฉินกำหมัดแน่นเขาจ้องชายสูงวัยอยู่นานก่อนจะหันไปมองเด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ไม่ไกล

         เด็กหนุ่มคนนั้นยังคงโบกมือยิ้มให้เขาหลังจากที่เห็นเขาเนิ่นนานเย่จื่อเฉินถึงได้ถอนหายใจออกมาแล้วปล่อยชายสูงวัยจากนั้นก็เดินไปหาเด็กหนุ่มคนนั้นที่อยู่ไม่ไกล

          "คุณชายเย่"

         เด็กหนุ่มยิ้มกริ่ม แล้วยกมือขึ้น

         เย่จื่อเฉินปัดมือเขาทิ้ง ดวงตาเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

          "ดูเหมือนการกระทำของนายมันจะต่ำทรามไปหน่อยนะ"

          "คุณชายเย่หมายความว่าไงครับ ผมก็แค่อยากทำความรู้จักกับคุณเท่านั้นเอง"

         เด็กหนุ่มยังคงยิ้มอยู่จางๆ เย่จื่อเฉินยกมือขึ้นคว้าคอเสื้อของเด็กหนุ่มแล้วก็ยกเขาขึ้น

          "ขอบอกไว้เลยนะ มีเรื่องอะไรให้มาลงที่ฉันถ้านายกล้าแตะต้องแม่ฉันแม้แต่ผมเส้นเดียว ฉันจะทำให้นายรู้สึกเสียใจที่ได้เกิดมาบนโลกใบนี้"

         ตุบ

          เมื่อจับเด็กหนุ่มเหวี่ยงลงบนสนามหญ้าแล้วเย่จื่อเฉินก็เดินออกไปนอกสนามกีฬาโดยที่ไม่หันกลับไปอีก

     

    คล้ายกับเรื่องระบบอั่งเปาสะท้านภพ ที่คุณอ่าน