ตอน โดนสั่งสอน
สองวันต่อมา
เสียงเครื่องยนต์รถยุโรปของน้าอรที่แล่นเข้ามาจอดในบ้าน่สายของวันปลุกให้ฉันตื่นจากภวังค์ความสับสนที่เกาะกินใจมาตลอดหลายคืน น้าอรกลับมาจากการสัมมนาพร้อมกับรอยยิ้มที่ดูสดใสกว่าปกติ ส่วนอันนาก็หอบหิ้วชีทสรุปบทเรียนพะรุงพะรังกลับมาจากบ้านเพื่อน ทั้งคู่ก้าวเท้าเข้าบ้านมาด้วยเสียงหัวเราะที่ทำให้บรรยากาศเงียบเหงาที่ฉันเผชิญมาตลอดสองวันที่ผ่านมามลายหายไปทันที
"แตงกวาจ๋า น้าซื้อขนมเ้าดังมาฝากเยอะแยะเลยลูก เป็ยังไงบ้าง อยู่บ้านกับลุงเขาสองคน เหงาไหม?" น้าอรทักทายพลางยื่นถุงขนมให้ฉัน
"มะ ไม่เหงาค่ะน้าอร แตงกวาปั่นงานส่งอาจารย์จนดึกเลยค่ะ" ฉันตอบเสียงตะกุกตะกัก พยายามหลบสายตาที่แสนซื่อสัตย์ของน้าอร ใจหนึ่งรู้สึกผิดจนอยากจะก้มกราบเท้าขอโทษ แต่อีกใจหนึ่งภาพรอยจูบที่ห้องทำงานเมื่อคืนก่อนมันยังคงร้อนผ่าวอยู่ที่ริมฝีปาก
ลุงอนันต์เดินลงมาจากห้องทำงานในชุดสูทลำลองที่ดูภูมิฐาน เขาเดินเข้าไปสวมกอดน้าอรและหอมแก้มอันนาอย่างเป็ธรรมชาติเหมือนทุกครั้ง ภาพความอบอุ่นของครอบครัวที่ฉันเคยชื่นชม บัดนี้มันกลับกลายเป็หนามแหลมที่ทิ่มแทงใจฉันเอง
ทุกครั้งที่ลุงอนันต์เดินผ่าน หรือจังหวะที่สบตากันในโต๊ะอาหารเช้า เขาจะส่งยิ้มที่มุมปากอย่างมีความหมาย รอยยิ้มที่คนนอกมองว่าเป็ความเมตตา แต่สำหรับฉันมันคือการประกาศชัยชนะเหนือร่างกายและจิตใจของฉัน ฉันรู้สึกร้อนวูบวาบไปทั้งตัวจนต้องก้มหน้ากินข้าวอย่างเงียบเชียบที่สุด
"แตงกวา! นั่นรอยอะไรที่คอแกน่ะ!"
เสียงร้องทักของอันนาหน้าห้องน้ำตอนสายทำเอาฉันสะดุ้งสุดตัวจนทำแปรงสีฟันเกือบหลุดมือ ฉันรีบหันไปมองกระจกและดึงคอเสื้อยืดขึ้นปิดทันที แต่มันไม่ทันเสียแล้ว อันนาเดินเข้ามาใกล้พลางจ้องเขม็งที่ซอกคอขาวเนียนของฉัน
ที่ตรงนั้นมีรอยแดงจางๆ ขนาดเท่าปลายนิ้วโป้ง มันคือรอยดูดที่ลุงอนันต์จงใจฝากไว้ตอนที่เขาซุกไซ้ซอกคอฉันในห้องทำงานเมื่อคืนก่อน รอยนั่นมันเด่นชัดจนยากจะปฏิเสธ
"เอ่อ! คือ สงสัยมดกัดมั้งอันนา หรือไม่ก็ฉันคงแพ้อะไรสักอย่างน่ะ ผิวมันแดงๆ ขึ้นมาเอง" ฉันโกหกคำโตด้วยหัวใจที่เต้นโครมครามจนแทบจะหลุดออกมานอกหน้าอก
"มดอะไรกัดแดงขนาดนั้นเนี่ย ดูสิ เป็จ้ำเลย" อันนาทำหน้าฉงนแต่ก็ไม่ได้สงสัยอะไรเกินกว่านั้น "รอแป๊บนะ เดี๋ยวฉันไปหยิบยาทาแก้แพ้มาให้ ทาไว้เดี๋ยวก็หาย"
อันนาเดินไปหยิบหลอดยามาบรรจงแต้มลงบนรอยช้ำนั้นให้ฉันด้วยความเป็ห่วง นิ้วมือของเพื่อนที่ััลงบนรอยที่พ่อของเธอเป็คนทำไว้ มันทำให้ฉันรู้สึกผิดบาปทวีคูณจนอยากจะหายตัวไปจากตรงนั้นเสียให้ได้ ฉันมองหน้าเพื่อนสาวที่แสนดีแล้วได้แต่ขอบคุณในใจที่เธอไร้เดียงสาเกินกว่าจะเข้าใจความหมายของรอยนั้น
พายุอารมณ์ยังไม่จบลงเพียงเท่านั้น คืนนั้นน้าอรเข้านอนเร็วเพราะเหนื่อยจากการเดินทาง ส่วนอันนาก็หมกตัวนั่งปั่นรายงานอยู่ในห้องนอนชั้นสอง บ้านทั้งหลังเข้าสู่ความสงัดอีกครั้ง ฉันลงมาที่ห้องครัวตอนดึกสงัดเพื่อล้างจานชามที่ค้างไว้และจัดเตรียมของสดสำหรับมื้อเช้าวันรุ่งขึ้น เพื่อให้น้าอรทำอาหารได้สะดวก
เสียงน้ำจากก๊อกกระทบกับจานชามดังเป็จังหวะในความเงียบ ฉันสวมชุดนอนผ้าฝ้ายสีขาวตัวบางที่ค่อนข้างสั้นเผยให้เห็นเรียวขาขาวเนียน ในขณะที่ฉันกำลังง่วนอยู่กับการคว่ำจาน ฉันก็รู้สึกถึงความเย็นเยือกของมวลอากาศที่เปลี่ยนไป และกลิ่นน้ำหอมเย็นๆ ที่คุ้นเคย
เสียงฝีเท้าเบาๆ ก้าวเข้ามาจากด้านหลัง
ฉันยังไม่ทันได้หันไปมอง อ้อมแขนแกร่งก็รวบตัวฉันจากด้านหลังทันที ลุงอนันต์ในชุดคลุมอาบน้ำผ้าขนหนูสีเทาที่ผูกสายไว้หลวมๆ จนเผยให้เห็นแผงอกที่มีไรขนจางๆ โอบกอดฉันไว้แน่นจนแผ่นหลังของฉันแนบชิดกับความร้อนแรงจากร่างกายของเขา
"ลุงอนันต์! ปล่อยค่ะ เดี๋ยวใครลงมาเห็น!" ฉันกระซิบเสียงสั่น พยายามสะบัดตัวออก
"ไม่มีใครเห็นหรอกลูก ทุกคนหลับหมดแล้ว" เขากระซิบที่ข้างหูพลางซุกไซ้ซอกคอข้างที่มีรอยยาของอันนา "ลุงคิดถึงเราเหลือเกินแตงกวา ั้แ่อรกลับมา ลุงแทบจะไม่มีโอกาสได้ใกล้ชิดเราเลย"
มือหนาของเขาเลื่อนขึ้นมาลูบไล้จากหน้าท้องผ่านเสื้อนอนผ้าบางขึ้นมาบีบเค้นที่ทรวงอกอวบอัดของฉันอย่างหนักหน่วง ััที่รุนแรงและจงใจนั้นทำให้ฉันรู้สึกเสียวไปทั่วไขสันหลังจนขาเริ่มสั่น
"ลุงคะ อย่าทำแบบนี้ในครัวเลยค่ะ แตงกวากลัว"
"ถ้าไม่ยอมนิ่งๆ ลุงจะจูบเราตรงนี้ให้เสียงดังจนน้าอรตื่นลงมาดูนะ ดีไหม?" เขาขู่เสียงพร่าพลางขบเม้มติ่งหูของฉันเบาๆ จนขนลุกซู่ไปทั้งเรือนกาย
อืออ!
ลุงอนันต์อุ้มร่างเพรียวบางของฉันขึ้นมานั่งบนเคาน์เตอร์ครัวที่ทำจากหินอ่อนเย็นเฉียบ ความเย็นของหินปะทะกับผิวเนื้อใต้กางเกงนอนทำให้ฉันสะดุ้ง เขาแทรกตัวเข้ามาอยู่ตรงหว่างขาของฉันที่แยกออกโดยอัตโนมัติ ลุงอนันต์ปลดดึงกางเกงนอนของฉันลงไปกองที่ปลายเท้าอย่างรวดเร็ว เผยให้เห็นร่องสาวรีเรียวสีชมพูสดที่เริ่มมีน้ำหวานปริ่มออกมาจากแรงอารมณ์ที่ถูกจุดขึ้น
"สวยเหลือเกินแตงกวา ลุงอยากเห็นตรงนี้ของหนูมานานแล้ว"
เขาไม่พูดเปล่า ลุงอนันต์โน้มใบหน้าลงไปซุกที่กึ่งกลางกายสาวของฉันทันที ลิ้นร้อนๆ ของเขาตวัดเลียไปตามร่องรักอย่างช่ำชอง ััที่เปียกชื้นและรัวเร็วทำเอาฉันใจสั่นสะท้าน ฉันจิกเล็บลงบนขอบเคาน์เตอร์หินอ่อนแน่นเพื่อสะกดกลั้นเสียงครางพยายามไม่ให้มันลอดผ่านประตูห้องครัวออกไป
"อื้ออ! ลุง!"
ลุงอนันต์ใช้ลิ้นที่แสนร้ายกาจบดขยี้ที่เม็ดเสียวสีหวานของฉันอย่างหนักหน่วง เขาดูดดึงและเลียรัวจนฉันรู้สึกเหมือนร่างกายจะะเิออกเป็เสี่ยงๆ นี่คือครั้งแรกที่มีคนใช้ปากกับฉัน และมันคือลุงที่เคารพที่เป็คนมอบบทเรียนนี้ให้ ความเสียวซ่านมันทวีคูณด้วยความตื่นเต้นที่กลัวคนในบ้านจะมาเห็นจนหัวใจฉันเต้นตูม! ๆ
เขารู้จุดอ่อนของฉันทุกอย่าง ลิ้นของเขาทำหน้าที่ได้อย่างสมบูรณ์แบบจนฉันต้องแอ่นสะโพกเข้าหาใบหน้าของเขาอย่างลืมอาย ร่องสาวของฉันขมิบตอดรัดอากาศธาตุถี่ยิบ น้ำหวานไหลทะลักออกมาเคลือบใบหน้าของลุงอนันต์จนมันวาว
"จะ! จะเสร็จ! พอแล้วค่ะลุง อ๊าาา!"
ฉันชักกระตุกเกร็งไปทั้งร่างเมื่อความเสียวพุ่งถึงจุดสูงสุด ร่างเพรียวบางของฉันสั่นเทิ้มพิงไปกับผนังห้องครัว ลุงอนันต์ยังคงละเลงลิ้นดูดกินน้ำหวานของฉันอย่างตะกละตะกลามจนหยดสุดท้าย เขาทำให้ฉันเสร็จสมอารมณ์หมายด้วยเพียงลิ้นของเขา เพื่อตอกย้ำอำนาจว่าเขาสามารถสั่งร่างกายของฉันให้เป็อย่างไรก็ได้
ลุงอนันต์ค่อยๆ ผละใบหน้าออกมา เขามองดูผลงานของตัวเองด้วยสายตาของผู้ชนะ เขาหยิบทิชชู่มาซับคราบรักบนใบหน้าอย่างใจเย็น ก่อนจะโน้มตัวลงมาจูบซับน้ำตาที่เอ่อล้นตรงหางตาของฉันด้วยความอ่อนโยนที่แสนอันตราย
"เป็ยังไงบ้างเด็กดี ชอบไหม?"
ฉันได้แต่นอนหอบหายใจแฮ่กๆ อยู่บนเคาน์เตอร์ ขาที่เคยแข็งแรงบัดนี้กลับอ่อนแรงจนก้าวเดินไม่ออก ความรู้สึกเสียวซ่านยังคงหลงเหลืออยู่ในท้องน้อย
"นี่แค่บทเริ่มต้นนะแตงกวา ของจริงน่ะ ลุงจะรอให้เราเป็คนเดินมาหาลุงที่ห้องทำงานเอง ลุงจะไม่บังคับ"
"แต่ลุงรู้ว่าเรา้าลุงมากกว่าใคร"
เขากระซิบประโยคสุดท้ายที่ข้างหู ก่อนจะจัดเสื้อผ้าของฉันให้เข้าที่อย่างสุภาพเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ลุงอนันต์เดินออกจากห้องครัวไปทิ้งให้ฉันนั่งขาสั่นพิงอ่างล้างจานอยู่เพียงลำพังท่ามกลางความมืด
ใจหนึ่งฉันหวาดกลัวเขาแทบตาย แต่อีกใจหนึ่ง ความโหยหาััที่รุนแรงและลึกซึ้งกว่านี้มันกลับเริ่มควบคุมไม่ได้ ความลับสีดำมืดในบ้านหลังนี้มันกำลังถลำลึกจนยากจะถอนตัว