“เอ่อ..ท่านอ๋องสามนั้นตอนอายุสิบสี่ก็ออกรบแล้วเ้าค่ะ ได้ประจำการที่ชายแดนตอนอายุสิบแปด ตอนนี้อายุได้ยี่สิบ ได้ยินว่าท่านอ๋องสามเป็คนที่เด็ดขาด พูดน้อย รูปร่างหน้าตาจัดได้ว่าดีเลยเ้าค่ะคุณหนู” ชิงหลัวตอบไปตามสิ่งที่เ้าตัวได้ยินมา
“ รู้แค่นี้หรือ ” ข้อมูลแค่นี้ไม่พอหรอกนะ อยากจะบ้าตาย!
“ข้ารู้แค่นี้เ้าค่ะคุณหนู” เสียงสาวใช้ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว ด้วยกลัวเ้านายตนจะโมโหขึ้นมา
“ถ้าอย่างงั้นเ้าไปสืบมาว่าตอนนี้มีคุณหนูตระกูลไหนได้ชมชอบท่านอ๋องสามจนอยากแต่งงานด้วย และแต่ละวันพวกนางไปที่ไหนกันบ้างเข้าใจหรือไม่”
“เ้าค่ะ คุณหนู” คุณหนูของข้าจะทำอะไรกันแน่ทำไมต้องสืบเื่คุณหนูตระกูลอื่นด้วยหรือนางจะกำจัดคูแข่งกัน แม้สาวใช้จะสงสัยแต่ก็ไม่กล้าถามให้มากความ
“ ไม่ว่าใครก็ไม่อยากให้คนนิสัยร้ายกาจมาอยู่ในบ้านหรอก หึ หึ ถึงฉันจะไม่เคยร้ายมาก่อนแต่ก็ใช่ว่าจะร้ายไม่เป็” อันหลานใช้เวลาทั้งวันในการวางแผนชีวิตในอนาคตของเธอ
เสียงคนคุยกันจอแจไปทั่วตลาดยามบ่าย สองข้างทางเต็มไปด้วยของกินของใช้และร้านขายของเรียงรายเต็มสองข้างทาง แม้จะเป็ตอนบ่ายแต่คนก็คึกคัก บ้างก็มาเดินเล่นเที่ยวชม บ้างก็มาซื้อของ ทำให้ถนนสายนี้แน่นขนัดไปด้วยผู้คน มีร่างระหงส์สวมชุดสีแดงสดใส เครื่องประดับหรูหราอีกทั้งเครื่องหน้าสวยโดดเด่น แม้สีหน้าของเธอจะไม่แยแสต่อสิ่งรอบข้าง ไม่แสดงอาการใดๆออกมาก็ไม่สามารถบั่นทอนความงามลงได้เลย หญิงสาวนางนี้คือมู่อันหลานนั้นเอง หลังจากที่สาวใช้รายงานเื่ที่ตนเองให้ไปสืบความมานั้น อันหลานก็ได้มาทำตามแผนที่ตนเองได้คิดมาเป็อย่างดี
จากที่สาวใช้สืบความมามีคุณหนูมากมายที่หมายปองอ๋องสาม แต่ที่ปักใจจริงๆมีอยู่สามนาง คือ คุณหนูหรงจือหรัน คุณหนูสามจวนขุนนางระดับหกสายงานกรมพระคลังหลวง ชอบออกมาเที่ยวโรงน้ำชาที่ตลาดแห่งนี้ตอนบ่ายเป็ประจำ
“โรงน้ำชาที่นางชอบเที่ยวอยู่ไหน” อันหลานถามสาวใช้ของตนด้วยเสียงที่ราบเรียบ
“อยู่ด้านนี้เ้าค่ะ เดี๋ยวบ่าวนำทางไป เ้าค่ะ” พูดแล้วสาวใช้ก็นำทางคุณหนูของตนเข้าไปในโรงน้ำชาที่อยู่ไม่ไกลนัก