“พ่อกับแม่คงจะห่วงเธอกับน้องสาว ถึงได้มาหาน้องสาวและให้ของวิเศษกับพวกเราเจียวเออร์น้องสัญญากับพี่นะ ว่าน้องจะไม่บอกเื่นี้กับใคร”ซูเจี้ยนรีบกำชับน้องสาว เธอกลัวว่าน้องสาวจะเป็อันตรายหากมีคนรู้ อย่างที่โบราณได้เอ่ยว่า คนไม่ผิด ผิดที่หยก
“พี่สาว…พี่ไม่ต้องเป็ห่วง ฉันจะไม่บอกใคร พ่อแม่ยังฝากให้ฉันมาบอกพี่ด้วยนะ”ซูเจียวรีบเอ่ยอ้างพ่อแม่อีกครั้ง
“พ่อแม่ท่านฝากน้องมาบอกพี่ เื่อะไร”ซูเจี้ยนมองหน้าน้องสาวและเอ่ยถามน้องสาวอย่างแตกตื่น
“พ่อแม่บอกว่า…ไม่ให้พวกเราเชื่อใจพวกลุงๆ หาพวกเรา้าความช่วยเหลือ ให้ไปของความช่วยเหลือจากลุงหัวหน้าหมู่บ้านแทนการไปหาพวกลุงๆ”ซูเจียวบอกพี่สาว ไม่กลัวว่าพี่สาวจะเชื่อใจคนพวกนั้น
“พ่อแม่คงรู้อะไรมาถึงได้มาบอกเสี่ยวเจียวแบบนี้ พี่ก็อยากเจอพ่อแม่บ้างจัง”ซูเจี้ยนพยักหน้าเข้าใจที่น้องสาวบอก แต่ในใจก็อดน้องใจไม่ได้
“พี่สาว…พี่อย่าได้น้อยใจพ่อแม่ไปเลยนะ พวกเรารีบเก็บของมีค่าพวกนี้กันก่อน ที่พวกคุณลุงจะมาเจอและเอาแย่งเอาไปกันก่อนเถอะ”ซูเจียวกล่าวและพาพี่สาวไปห้องนอนของพ่อแม่
“เสี่ยวเจียว พวกคุณลุงจะมาแย่งไปได้ยังไง น้องทำไมคิดอย่างนี้ล่ะ”ซูเจี้ยนถามน้องสาวอย่างไม่เข้าใจ พวกคุณลุงถึงจะไม่ค่อยชอบคนบ้านเรา แต่ก๋เป็ญาติสนิทที่พวกเราเหลืออยู่นะ
ซูเจียวหยุดเดินเมื่อคิดว่าพี่สาวยังไม่เข้าใจในสิ่งที่เธอบอก เธอหันมามองพี่สาวก็จะตอบว่า “พี่สาวญาติของเราไม่ได้เป็คนดีอย่างที่พี่คิด ไม่งั้นพ่อแม่ของเราที่ตายไปแล้ว ท่านคงจะไม่เป็ห่วนจนมาเข้าฝันฉันได้หรอกนะ พี่อย่างลืมนะตอนนี้ มีแค่เราสองคนที่เป็แค่เด็กผู้หญิง พวกเขาถือว่าเป็ญาติผู้ใหญ่ของเรา พวกเขาสามารถอ้างเื่การดูแลพวกเราและสามารถทำอะไรกับสมบัติของพ่อแม่เราได้ด้วย”
“พวกคุณลุงจะเอาสมบัติของบ้านเราทำไหม เสี่ยวเจียวน้องคิดมากไปหรือเปล่า พี่คิดว่าพวกเขาไม่กล้าเหรอ”ซูเจี้ยนถามน้องสาว เธอเป็เด็กแค่สิบขวบ ยังไม่สามารถคิดอะไรซับซ้อนได้มาก
“ฉันคิดมากก็ดีกว่าให้พวกเขามาเอาสมบัติเงินทองที่พ่อแม่หามาอย่างยากลำบากไปใช้เป็ของตัวเอง” ซูเจียวกล่าวบอกพี่สาว เธอเดินเข้าห้องพ่อแม่ เปิดตู้เสื้อผ้าพยายามยกกล่องเหล็กของพ่อแม่ออกมาจากตู้เสื้อผ้า ในตู้เสื้อผ้าของพ่อแม่มีกล่องเหล็กอยู่สามกล่อง กล่องเล็กสองและกล่องขนาดกลางหนึ่ง ซูเจียวตัวเล็กทำให้พยายามเท่าไหร่ก็ไม่สามารถยกกล่องออกมาได้
“พี่สาวมาช่วยฉันยกหน่อย ฉันยกไม่ไหว”ซูเจียวเรียกพี่สาวมาช่วยเธอยก ซูเจียวและพี่สาว ช่วยกันยกกล่องเหล็กทั้งสามออกมาจากตู้เสื้อผ้า มาวางบนเตียงนอนของพ่อแม่
“ในกล่องมีอะไร ทำไมมันหนักจังเลย”ซูเจี้ยนถามน้องสาว เธอมองกล่องเหล็กทั้งสามกล่อง
“เปิดดูก็รู้เอง”ซูเจียวเดินมานั่งบนเตียง เธอเปิดกล่องเหล็กอันเล็กที่อยู่ใกล้มือเธอที่สุดก่่อน ในกล่องแรกมีเงินและคูปองอยู่เป็จำนวนมาก ซูเจียวมองเงินในกล่องก่อนสบตากับพี่สาว ซูเจี้ยนเดินไปอีกกล่องและเปิดออกดู ของที่อยู่ในกล่องที่สองเป็เครื่องประดับหยกที่มีอยู่เต็มกล่อง ในกล่องหยกมี ป้ายหยก กำไลหยก แหวนหยก ก้อนหยกเต็มไปหมด
ซูเจียวลุกไปเปิดกล่องเหล็กใบกลางแต่มีความใหญ่กว่าสองกล่องที่พวกเธอเปิด ด้านในไม่ใช้เงินและคูปองหรือหยกแต่เป็ทองคำ มีทั้งทองคำแท่ง สร้อยทอง แหวนทอง กำไลข้อมือทองอยู่เต็มกล่อง และจากที่ดูเครื่องประดับทองคำพวกนี้ เหมือนของสมัยโบราณ พ่อแม่ไปเอาของพวกนี้มาจากไหนกัน ไม่ใช่ว่าไปขุดสุสานมานะซูเจียวคิดในใจก่อนจะสบัดหน้าให้ให้คิดเลยพวกนี้อีก
ซูเจียวมองของพวกนี้ เธอกัดฟันอย่างโกรธแค้น พวกญาติพี่น้องของพ่อ พวกเขาได้เงินทองจากบ้านเธอไปมากมาย ทำไมยังไม่พออีก ทำไมถึงใจร้ายใจดำกับพวกเธอพี่น้องนัก ทำไมถึงต้องทำร้ายเธอและพี่สาวได้มากขนาดนั้น พวกเขามันไม่ใช่คน ซูเจียวพยายามกลั้นน้ำตาไม่ให้ไหลออกมาให้พี่สาวได้เห็น
“พี่สาว รีบนับดูก่อนว่ามีอะไรบ้าง”ซูเจียวและพี่สาวช่วยกันนับเงินและคูปองในกล่องใบแรกก่อน เงินที่พวกเธอนับได้มีทั้งหมด 30,1000 หยวนและมีคูปองข้าว 50 กิโล คูปองเนื้อหมู 20 กิโล คูปองแป้ง คูปองเครื่องปรุง คูปองธัญพืช คูปองผ้า คูปองน้ำผง คูปองอุตสาหกรรม ซูเจียวและพี่สาวได้ยินเสียงป้าสะใภ้ใหญ่เรียกอยู่นอกบ้าน ทำเอาเด็กทั้งสองใรีบเก็บเงินและคูปองใส่กล่องเหล็กและปิดฝาอย่างใแตกตื่นกับจำนวนเงินและคูปองที่เยอะ ไม่รู้พ่อแม่ไปทำอะไรมาถึงมีขอพวกนี้
“เสี่ยวเจียวเราจะเอาไปเก็บที่ไหนดี หากมีคนรู้ต้องมีขโมยขึ้นบ้านเราแน่ๆ”ซูเจี้ยนถามน้องสาว เธอใจนลนลานไม่รู้จะทำยังไง
“พี่สาวไม่ต้องใ ฉันจะเก็บพวกมันแบบนี้”ซูเจียวจับกล่องทั้งสามและคิดในใจเก็บ กล่องทั้งสามหายไปจากสายได้ของพี่สาว ซูเจี้ยนตาโตมองบนเตียงที่ไม่มีอะไรวางอยู่แล้ว
“ทำได้ไง น้องสาวมันหายไปไหน”ซูเจี้ยนเดินมาจับน้องสาวหมุนตัวไปมา มองหาตามตัวน้องสาว
“ฉันก็ไม่รู้ แต่พี่ไม่ต้องห่วง ฉันคิดว่ามันก็เหมือนกับส้ม พอฉันคิดมันก็ออกมาเอง แบบนี้”ซูเจียวบอกพี่สาวไม่ให้คิดมาก เธอคิดให้กล่องออกมาและเก็บเข้าไปใหม่
“ซูเจี้ยน แกอยู่บ้านไหม ทำไมไม่ออกมาเปิดประตู แกจะเอาไหมศพพ่อแม่แก”เสียงะโจากป้าสะใภ้ใหญ่ดังขัดคำถามของพี่สาว
“พี่รีบไปเปิดประตูให้ป้าสะใภ้ใหญ่เถอะจ๊ะ”ซูเจียวบอกพี่สาว เธอไม่ได้เดินตามพี่สาวออกไปหน้าบ้านในทันที ซูเจียวมองห้องนอนพ่อแม่ และหาเอกสารสำคัญๆของพ่อแม่และของตัวเองและพี่สาวมาเก็บไว้ในร้านมิติ ก่อนจะตามเก็บของอื่น ๆ ในห้องพ่อแม่เอามาเก็บไว้ในมิติร้านอาหารทั้งหมด
รวมถึงที่นอนและผ้าห่มของพ่อแม่และของเธอกับพี่สาวด้วย ซูเจียวนำที่นอนและผ้าห่มอันเก่าๆ ที่แม่ยังไม่ได้เอาไปทิ้งด้วยความเสียดาย เอามาปูแทนของเดิมที่เธอเก็บไป ก่อนเดินไปหาพี่สาวที่ลานหน้าบ้าน
“ฮือออ ฮืออ”เสียงร้องไห้ของพี่สาวดังไปทั่วลานบ้าน ชาวบ้านมาช่วยจัดการทำพิธีศพต่างสงสารเด็กน้องทั้งสองของบ้านรองตระกูลซู
“พี่สาว ฮึ ฮืออ”ซูเจียวเดินร้องไห้ไปกอดพี่สาวที่นั่งร้องไห้กอดโลงศพของพ่อแม่ เธอรู้ว่าพี่สาวเสียใจมากแค่ไหน เธอก็ไม่ต่างกัน แม้ว่าเธอจะพบเจอเหตุการณ์นี้มาเป็ครั้งที่สองแล้วก็ตาม เธอก็ยังคงเสียใจเหมือนเดิม
ชาวบ้านต่างสงสารเด็กทั้งสอง ที่เสียพ่อแม่ไป พวกเขารวมกันช่วยเหลือ โดยการรวมเงินกันและใช้เงินบ้างส่วนของที่บ้าน นำมาทำพิธีศพและฝั่งศพของพ่อแม่ของซูเจียวและซูเจี้ยน ตลอดเวลาทำพิธีชาวบ้านมาช่วยเหลืออย่างไม่กลัวเหน็ดเหนื่อย ชาวบ้านส่วนมากในหมู่บ้านเป็คนดีมีน้ำใจ ในอดีตก็พยายามช่วยเหลือพวกเธอตลอด