“ฉิบหายแล้ว”ปริมประภาอ่านชื่อบัตรบนบัตรประชาชนอีกครั้ง หลังสบถคำไม่สุภาพออกไปมาก ๆผักบุ้ง เศวตกุล ทำไมโลกมันกลมแบบนี้จังวะ ปริมประภารู้สึกหูอื้อ ใจเต้นแรง แม้จะเพิ่งได้หลับไปไม่นาน แต่พอได้รู้จักชื่อเด็กคนนี้ก็เกือบจะทำให้อาการที่ง่วงเหงาหาวนอนหายไปจนเกือบหมด ไม่รู้ว่าควรทำยังไงต่อดี เื่ราวในอดีตเริ่มหลั่งไหลออกมาเป็ฉากๆ ครูสาวเริ่มรู้สึกคลื่นไส้ อาการปวดหัวที่ไม่ค่อยเป็นัก เพราะหลัง ๆไม่ได้ดื่มจนเมามายเหมือนเมื่อคืนเริ่มกลับมา ปริมประภาลุกขึ้นนั่งแล้วเปิดลิ้นชักโต๊ะข้างเตียง หยิบยาแก้ปวดลดไข้ขึ้นมาใส่ปาก น้ำแก้วที่วางอยู่ตรงนั้นั้แ่เมื่อคืนเธอกระดกมันเข้าปากแล้วล้มตัวลงนอน เศวตกุล นามสกุลนี้ยังก้องอยู่ในหัว เธอนอนคิดเื่นี้วนไปวนมาอยู่สักพัก ก่อนที่ตาของครูสาวจะค่อย ๆ หลับลงไปในที่สุด
ร่างบางที่นอนอยู่บนเตียงลืมตาตื่นขึ้นมาด้วยความรู้สึกปวดศีรษะและกระหายน้ำมาก เธอควานมือไปทั่ว ๆและสะดุ้งเมื่อค้นพบว่า เตียงนี้ไม่ได้มีแค่เธอคนเดียว ผักบุ้งค่อยๆ ขยับร่างพลิกไปทางที่เธอััอีกร่างที่นอนอยู่ด้วย ร่างเล็กยันตัวเองขึ้นทันทีเมื่อพลิกตัวมาได้ คนที่อยู่ข้างเธอเป็หญิงสาวนอนคว่ำหน้า ผมยาวสีน้ำตาลทองที่ถูกม้วนเป็ลอนกับร่างสาวเต็มวัยกำลังซุกตัวอยู่ในผ้าห่มสีขาว
“พี่เป็ใครคะ แล้วมานอนห้องหนูได้ยังไง”เธอพูดเสียงดัง รายนั้นยังไม่ตื่น ไม่รู้สึกตัวแม้แต่น้อย เด็กสาวเปิดผ้าห่มพบว่าร่างกายของเธอเปลือยล่อนจ้อน และเต็มไปด้วยรอยแดงั้แ่หน้าอกลงไปถึงต้นขาด้านใน ผักบุ้งอยากจะกรี๊ดให้สุดเสียง เธอกระชากผ้าห่ม พยายามปลุกคนที่นอนอยู่ให้ตื่นขึ้นมาพูดคุยกัน
“นี่กูถูกข่มขืนหรอวะ” เธอพึมพำกับตัวเอง ประมวลผลหลังจากเพิ่งตื่นขึ้นมา “คุณ คุณเป็ใคร ตื่นสิเว้ย”
“โอ๊ย เสียงดังอะไรั้แ่เช้าเนี่ย”ครูสาวรู้สึกหงุดหงิด เหมือนเพิ่งได้นอนหลังจากกินยาไปเพียงครู่เดียวเท่านั้น
“ตื่นก่อนเว้ย เช้าที่ไหนตื่นมาแหกตาดูก่อนนี่มันเกือบจะเที่ยงแล้ว” ผักบุ้งส่งเสียงแหลม ๆซึ่งมันน่ารำคาญสำหรับปริมประภามาก เพิ่งได้พักผ่อนไปไม่นานนี่เอง
“ตื่นแล้วก็ไปสิอีหนู เงินเอาวางไว้ให้ที่บนหัวเตียงฝั่งเธอแล้วไง จบ ๆ กันไป”ครูสาวเสียงงัวเงีย ยิ่งทำให้เด็กสาวโกรธจัด เธอกระชากผ้าห่มที่คลุมตัวครูสาวออกไปทั้งหมด ร่างสาวที่เปลือยเปล่าเหมือนกันเผยให้เด็กสาวที่นั่งข้าง ๆ เห็น ปริมประภาหงุดหงิด จนต้องใช้แขนยันตัวเองแล้วหันหน้ามาเผชิญหน้ากับสาวน้อย
“ครูปริม!”เมื่อความรู้สึกผิดชอบชั่วดีกลับคืนมาทั้งหมด การเรียกชื่อและเห็นหน้าครูชัด ๆ ในตอนนี้ ทำเอาเด็กน้อยอยากจะเป็ลม
เด็กสาวพูดเสียงดังด้วยความใ คนที่เธอนอนด้วยทั้งคืนและเ้าของร่องรอยบนตัวเธอคือครูปริมประภา ครูสอนภาษาอังกฤษสุดแซ่บที่โรงเรียนของเธอเอง เกิดอะไรขึ้นกันเนี่ย ผักบุ้งเอามือจับศีรษะของตัวเองนี่มันเื่บ้าบออะไรกัน
“ทำไมครูมาอยู่ห้องหนูได้” ผักบุ้งถามแบบเอาจริงเอาจังและกำลังมั่นใจว่าเธอถูกแน่ ๆ
“ดูดี ๆ ก่อนนะหนู อันนี้ห้องใคร”ปริมประภาพูดมั่น ๆ เช่นเดียวกัน
“แต่ส้มโอบอกว่าจัดห้องให้หนูเรียบร้อยแล้ว และหนูก็ไม่ได้เข้าผิดค่ะ”ผักบุ้งตอบ แต่ให้ความรู้สึกไปทางเถียงเสียมากกว่า
“ตรงนี้มันวีวีไอพีนะ หนูแน่ใจนะคะ ว่าไม่ใช่แค่วีไอพี”ผักบุ้งหน้าเสีย เห้ย มันมีวีไอพี กับวีวีไอพีหรอวะที่นี่เด็กสาวเริ่มสับสน แต่ยังพยายามหาทางว่าตัวเองนั้นถูกแน่นอน
“แต่การ์ดให้หนูเข้ามา”
“งั้นก็รู้นะคะ ว่าตรงนี้ห้องครู”ปริมประภาพูดเสียงเรียบกอดอกมองเด็กสาวที่อยู่ปลายเตียงไม่ได้สะทกสะท้านเมื่อร่างกายของตัวเองต้องเปลือยต่อหน้าเด็กคนนั้น แต่ทว่าผักบุ้งกับรีบฉวยผ้าห่มเอามันขึ้นมาพันรอบตัวของตัวเอง
“เห็นหมดแล้ว จะอายอะไรอีก เอาผ้าห่มมานี่ จะนอน”ครูสาวโบกมือ แล้วขยับตัวเองลงนอนอีกครั้ง
“แค่นี้หรอ ทำไมถึงทำให้เป็เื่ปกติได้อ่ะ”ผักบุ้งเสียงดัง
“ก็แล้วมันไม่ปกติยังไง”ปริมประภานอนตะแคงเอามือดันศีรษะขณะหันมาคุยกับเด็กสาวอีกรอบ แม้จะเห็นจากไกล ๆ แต่ก็พอจะมองออกมา เด็กสาวกำลังจะร้องไห้ “เื่เอากันมันเป็ธรรมชาติของมนุษย์ มีรัก มีใคร่ ไม่รัก ก็ใคร่ได้อยู่ดี”ปริมประภาแล้วทำท่าทางสำรวจเล็บสวย เป็ท่าที่ชวนหงุดหงิดที่สุดเลย ผักบุ้งคิด
“แต่ครูทำแบบนี้ได้ยังไงคะ นอกจากนี้นอนเชิ่ด ๆ หยิ่งๆ แล้ว ไม่ได้รู้สึกรู้สาว่าการทำแบบนี้กับเด็กนักเรียนเป็เื่ที่ผิดไม่ได้แสดงความรับผิดชอบ นี่คุณกำลังล่วงละเมิดคนอื่นอยู่นะ”
“ล่วงละเมิดยังไง เธอเข้ามานอนให้เอาถึงในห้องนี้ไม่ใช่หรอ”
“ทุเรศ!”ผักบุ้งพยายามกลั้นน้ำตา เสียงสั่นเครือ “ต่อให้เจอคนเมา คนไม่ได้สติ หรือคนบ้า ก็ไม่มีควรมีใครถูกข่มขืน หัดรู้จักการให้เกียรติคนอื่นซะบ้าง”เด็กสาวเถียงเชิงสั่งสอนคอเป็เอ็น
“อันนี้ด่าแล้วใช่มั้ย”ครูสาวยิ้มมุมปาก “ไม่ได้รู้สึกอะไรเลย ได้ยินเสียงแหว้ด ๆ น่ารำคาญ หยิบเงินแล้วรีบออกไปซะ” ปริมประภาส่ายหัวช้าๆ บ่งบอกว่าเธอรำคาญเสียเต็มที่
“เอากองไว้ตรงนั้นเถอะค่ะ ไม่ได้ขายตัว บ้านหนูมีเงิน!”เด็กสาวจ้องเขม็งก่อนจะเดินฉับ ๆ ไปเก็บเอาเสื้อผ้าที่กระจัดกระจายจับผ้าห่มคลุมร่างกายให้กระชับแล้วรีบเข้าห้องน้ำไป เสียงปิดประตูไม้สีเบจดังโครม เด็กสาวปล่อยโฮเต็มที่ รู้สึกเ็ปที่ใจ และที่กลางลำตัวมันตึง ๆอย่างบอกไม่ถูก เธอก้มมองอวัยวะเบื้องล่างเห็นความบวมแดง จำไม่ได้ด้วยซ้ำว่า เมื่อคืนเธอโดนไปกี่รอบ จำได้แต่เพียงว่า แต่ละรอบหนักหนาไม่แพ้กัน ไม่มีเวลาให้ได้เสียใจนาน เธอรีบหยิบเสื้อผ้า แต่มันดันอยู่ในสภาพที่ไม่น่ารักเท่าไหร่นักเข้าสวม อยากออกไปจากตรงนี้ และที่้ามากกว่านี้ก็คือ ไม่อยากเห็นหน้าคนที่นั่งอยู่บนเตียงอีกต่อไป ขอบคุณที่ไม่ได้เรียนด้วย ไม่งั้นคงต้องกัดลิ้นตายกันไปข้าง เธอใช้เวลาไม่นานนักก็ออกมาจากห้องน้ำ ไม่ได้พาผ้าห่มผืนใหญ่ออกมาด้วย ยัยครูคนเดิมยังไม่ยอมนอน คงอารมณ์เสียที่ไม่มีผ้าให้ความอบอุ่น และแน่นอน เธอจะไม่กลับไปเอาให้ ผักบุ้งตั้งใจกับตัวเอง
“เอาผ้าห่มไปก็หัดรู้จักเอามาคืนซะบ้างเส่”ปริมประภาจิ๊ปาก
“ถ้าอยากได้ ก็หัดไปเอาเอง”
“เธอคิดว่าเธอเป็ใคร”
“ก็เป็คน ๆ คนหนึ่งที่ถูกละเมิดสิทธิส่วนบุคคล พรากผู้เยาว์ ข่มขืนกระทำชำเรา แล้วก็”
“ถ้าอยากจะแจ้งความก็รีบหน่อย แต่ก็นะ ออกจากห้องนี้ไปก็ไปดูก่อนว่า มีหลักฐานเพียงพอหรือเปล่า ถ้าไม่มีฉันมีให้นะ สร้างหลักฐานไว้ให้เรียบร้อยแล้ว”ปริมประภานึกขัน แววตาอย่างผู้มีชัย
ผักบุ้งไม่ได้เข้าใจนัก แต่ก็ไม่อยากจะทนฟังอะไรมากไปกว่านี้แล้ว เธอรีบหยิบของส่วนตัวที่กระจัดกระจาย เอาเท่าที่หล่นอยู่ใกล้ตัวมากที่สุด น้ำตาคลอในหน่วยตากึ่งวิ่งกึ่งเดินออกไปจากห้องนี้อย่างรวดเร็ว เด็กสาวปิดประตูห้องชั้นนอกสุดเมื่อออกมาที่ทางเดิน พยายามควานหาโทรศัพท์มือถือ แต่ก็พบว่ามันว่างเปล่า เธอสบถกับตัวเองอีกครั้ง จะให้เดินกลับเข้าไปในห้องนั้นอีกครั้ง อยากจะลงไปนอนดิ้นที่พื้นให้รู้แล้วรู้รอด ในที่สุด จึงจำเป็ต้องผลักประตูเข้าไปข้างในอีกครั้ง แต่ก็ต้องใเมื่อโผล่ไปก็เจอยัยครูผู้น่ารังเกียจคนนั้น ยืนเปลือยล่อนจ้อน มือเท้าที่เอวแล้วยื่นโทรศัพท์มือถือให้แบบไม่ใยดี
“ไม่คิดจะขอบคุณขอบใจกันบ้างเลยหรือไง”ปริมประภาพูดขึ้นหลังจากเด็กสาวคนนั้นรีบยื่นมือมารับ อย่าเรียกว่ารับเลยดีกว่า ยื่นมือมาฉวยเอากลับไป ผักบุ้งไม่สนใจประโยคท้วงติงจากผู้หญิงคนนี้ เธอรีบหันหลังแล้วก้าวเท้าออกวิ่งไปจากหน้าห้องนี้เร็วที่สุด ครูสาวหัวเราะร่าตามหลัง แล้วยืนมองเด็กน้อยคนนั้นไปจนสุดสายตา คิ้วขมวดขึ้นทันที ไม่รู้ว่าหลังจากเปิดเครื่องขึ้นแล้วนั้น เด็กสาวจะต้องรู้สึกโกรธและเกลียดจนมิอาจประเมินค่าได้ และที่มากกว่านั้น ถ้าหากครอบครัวของเด็กนั่นรู้เื่ครูสาวไม่อยากจะคิดถึงผลที่ตามมา แต่ในทางกลับกัน ถ้าไม่รู้ก็ควรจะทำให้ได้รู้ นานแล้วนะที่ไม่ได้เจอกับคนในตระกูลเศวตกุลอีกเลย…
รถแท็กซี่ที่ผ่านมาตรงนั้นถูกโบกทันที ครั้งนี้ไม่ต้องรอนาน เด็กสาวเปิดประตูก้าวขึ้นไป พอดีกับกาารสั่นของมือถือ เนื่องจากเเจ้งเตือนข้อความจากทุกแอพพลิเคชั่นที่เป็โซเชียลมีเดีย ผักบุ้งยังไม่ได้บอกสถานที่ให้กับคนขับรถ เธอนั่งเปิดแชทในกลุ่มไลน์แล้วเลือกแชทที่มีข้อความแจ้งเตือนมากที่สุดจนผิดปกติ เมื่อกดเข้าไปแล้วเด็กสาวรู้สึกตัวเย็นวาบชาขึ้นมาจนไม่ได้ยินและไม่สามารถพูดอะไรได้ อาการหูดับเพราะช็อกจากเื่ที่เจอมันเป็แบบนี้นี่เอง เสียงลุงแท็กซี่ดังไม่รู้จักกี่ครั้งผ่านเข้ามาในโสตประสาทจนได้ เธอตอบปลายทางอย่างเลือนลอย รถค่อย ๆ เคลื่อนที่ออกไป เธอไม่ได้รู้ว่า รถที่จอดรอตรงทางออกั้แ่กลางดึกเมื่อคืนคือรถของเพื่อนเธอเอง
สามสาวที่เฝ้าทางออกไว้ั้แ่เมื่อคืนยังไม่รู้ตัวการเกาแขนเกาขาและมีจุดแดง ๆ หลายจุดที่เกิดขึ้นตามร่างกาย คือสิ่งที่ได้รับจากความพยายามที่ทำได้เต็มที่เท่านั้น ไอติมและเพื่อนอีกสองคน เริ่มรู้สึกถึงความร้อนในตอนเกือบเที่ยง ความหิวเริ่มผลักดันร่างกายให้ลืมตาตื่น
“ฉิบหายละ นี่มันเกือบจะเที่ยงแล้ว ถึงว่าร้อนแล้วก็หิวสัส”คิมลุกขึ้นมาโวยวายเป็คนแรก ไอติมรีบติดเครื่องรถทันที ส่วนโฟกัสงัวเงียที่เบาะหลัง
“มึงว่า เราจะเจอมันมั้ยว่ะ”โฟกัสถามด้วยความเป็ห่วงเพื่อน ในบรรดาคนในกลุ่ม เธอก็สนิทกับผักบุ้งมากๆ
“โทรหาเลย ถ้ามันตื่นแล้วมันน่าจะรู้ตัว”ไอติมบอกเพื่อน “ตอนนี้แม่งหาอะไรแดกก่อนก็ดี พวกมึงว่าไง”
“เอาดิวะ กูหิวจนหน้ามืดตาลาย เมื่อวานเย็นก็ไม่ได้กินอะไร มีแต่กับแกล้มกับเหล้ากับเบียร์”คิมพูด และดูเหมือนจะแฮงค์เหล้า
“มึงก็อีกคน เคลียร์กับเมียมึงรู้เื่แล้วใช่ป่ะ ไม่ใช่ว่ามาด่าใส่พวกกูอีก”โฟกัสหันไปถามคิม
“วันนี้วันศุกร์ ป้านั่นไม่ยุ่งกับกูหรอก”คิมพูด
“แต่เมื่อคืนมึงไม่กลับคอนโดฯ”ไอติมสวนมาให้อีกหนึ่งดอก คิมกลืนน้ำลายเฮือกใหญ่ แล้วกดมือถือโทรออกไปหาบุคคลที่เธอพิมพ์ชื่อไว้ว่า ….ครูขิมที่รัก…..