หมูแดดเดียว
เื่ร้ายผ่านไปก็มีแต่เื่ดีเข้ามา
ลูกจันทร์จดรายการที่ต้องใช้ในการทำขนมเพิ่มให้กับพ่อแสนที่กำลังจะเข้าเมือง ตอนนี้ขนมของเธอกลายเป็หัวข้อที่ชาวบ้านยกเอามาพูดกันทุกวันหลังอาหารไปแล้ว ทั้งเด็กทั้งผู้ใหญ่ต่างอยากลองชิมขนมที่เสียงเล่าลือว่าอร่อยจนต้องยื้อแย่งกัน
รายการส่งขนมของลูกจันทร์ยาวเป็หางว่าว เธอต้องรีบทำขนมเพื่อให้ทันขาย น้ำขึ้นต้องรีบตัก นี่เป็่กอบโกยเงินทองทั้งนั้น
เมื่อมีขนมเพิ่มขึ้นมาหลายอย่าง ลำพังแค่สองแม่ลูกคงไม่ทัน ลูกจันทร์จึงให้แม่หวานจ้างน้าพุดซ้อนมาช่วยอีกแรง ซึ่งน้าพุดซ้อนก็เต็มใจเป็อย่างยิ่ง ส่วนเื่เงินทองนั้นบอกว่าไม่เอา มาช่วยเพื่อนสักครั้งสองครั้งจะเป็อะไรไป
เด็กสาวได้ยินดังนั้นก็ไม่ยอม เื่เงินเื่ทองอย่างไรก็ต้องแบ่งแยกชัดเจน ค่าแรงของน้าพุดซ้อนจะได้สองร้อยบาท เพราะต้องทำทุกอย่างตลอดทั้งวัน ั้แ่ตัดใบตองจนกระทั่งส่งขนม เื่นี้จึงจบลงด้วยดี
พอทำขนมส่งตามรายการเสร็จ ตลาดวันเสาร์ก็เวียนมาอีกรอบ ลูกจันทร์ที่เพิ่งวางมือได้ไม่ถึงครึ่งวันดีก็ต้องมาช่วยแม่หวานกับน้าพุดซ้อนเร่งมือทำขนมให้ทันเช้าวันเสาร์ ขนมที่ทำขายก็จะเป็ของที่เด็กๆชอบ ขนมปุยฝ้าย วุ้นกะทิสีต่างๆ ขนมชั้นใบเตย ขนมเปียกปูนสีดำที่ได้จากกาบมะพร้าวเผา ขนมกล้วย ขนมฟักทอง และสังขยาฟักทองจากมิติฟาร์ม
ที่ตลาดเช้าวันเสาร์นอกจากผักสดแล้วเธอยังมีหมูแดดเดียวของแม่หวานมาวางขายด้วย เริ่มแรกนั้นเธอแบ่งหมูเป็มัดๆ ขายมัดละยี่สิบบาท ใส่ถุงครึ่งกิโลหกสิบบาทและใส่ถุงหนึ่งกิโลหนึ่งร้อยยี่สิบบาท ตลาดเช้าของชาวบ้านไม่ใช่ตลาดในเมืองที่มีกำลังซื้อขายมาก ดังนั้นการแบ่งเป็ขนาดต่างๆจะสามารถเก็บลูกค้าที่มีกำลังซื้อไม่มากได้อีกทาง
ผักสดที่นำมาขายดีจนเป็เื่ปกติไปแล้ว นอกจากพ่อแสนที่ต้องอยู่เฝ้าบ้านเพราะต้องค่อยดูช่างก็มีน้าพุดซ้อนมาช่วยแต่เช้า หยิบจับจนกลายเป็แม่ค้าไปอีกคนแล้ว หมูแดดเดียวแบ่งไว้กินสองกิโลกรัม ที่เหลือแปดกิโลกรัมนำมาขายไม่นานก็หมดไปพร้อมกับผักและขนม
ลูกจันทร์เห็นแผงผักไม่พอวางขนมก็คิดอยากจะเช่าแผงเพิ่ม เปิดเป็แผงขายเฉพาะขนมอย่างเดียวไปเลย ส่วนผักกับหมูเธอจะให้น้าพุดซ้อนมาช่วยโดยมีค่าเหนื่อยให้
สายแปดโมงตลาดก็เริ่มวาย ลูกค้าบางตาส่วนพ่อค้าแม่ค้าก็เริ่มเก็บของและออกไปเดินจับจ่ายซื้อของบ้าง
“พุดเธอรับค่าเหนื่อยไว้นะ”
แม่หวานยื่นเงินหนึ่งร้อยห้าสิบบาทให้เพื่อนหลังจากเก็บของเสร็จ น้าพุดซ้อนที่นั่งกินขนมเห็นเงินก็ส่ายหัว เธอมาช่วยเพื่อนกับหลาน ไม่คิดอยากได้เงินอะไร เห็นเพื่อนขายของเหนื่อยกว่าจะได้เงินไหนเลยจะรับไว้ได้
“โอย แค่หยิบจับเล็กๆน้อย จะเอาเงินอะไร เธอเก็บไว้ให้เ้าลูกจันทร์ซื้อของเถอะ”
“น้าพุดซ้อนรับไว้เถอะจ้ะ แม่หวานจะได้กล้าให้น้ามาช่วยอีกคราวหน้า”
ลูกจันทร์ที่เพิ่งคุยกับคนดูแลตลาดเสร็จเดินกลับมา เธอไปติดต่อเช่าแผงขนมไว้แล้วเรียบร้อย แผงจะอยู่ถัดไปสองล็อค แต่ไม่มีร่มไม้ ค่าเช่าต้องจ่ายเป็รายวันเหมือนกับแผงผัก
“นั้นสิพุด ถ้าไม่รับไว้ฉันจะกล้าให้มาช่วยอีกได้ยังไง”
น้าพุดซ้อนได้ยินหลานกับเพื่อนบอกแบบนั้นก็รับเงินไว้แต่โดยดี ลูกจันทร์เองก็รีบทาบทามน้าพุดซ้อนมาช่วยแม่หวานขายผักตอนเช้า แม่หวานตอนนี้หากปล่อยให้ขายคนเดียวยังไม่คล่องนัก เจอลูกค้าต่อราคาก็ลดให้เขาจนแทบไม่ได้ทุน หากเธอไม่รีบห้ามไว้ แม่หวานต้องแถมหมูแดดเดียวให้เขาอีกแน่ เอาเป็ว่าแม่ของเธอไม่เหมาะจะเป็แม่ค้าสักเท่าไร การทำงานเื้ัจึงเข้าท่ากว่า
น้าพุดซ้อนไม่มีธุระอะไรตอนเช้าอยู่แล้วจึงตกลงมาขายของช่วย ตอนแรกจะไม่เอาเงินอะไรอีกเพราะสองแม่ลูกให้มาเยอะแล้ว แต่ลูกจันทร์ไม่ยอม มาขายของไม่ใช่วันสองวันแต่เป็ทุกเสาร์ สองคนหาข้อตกลงกันอยู่สักพัก น้าพุดซ้อนจึงพยักหน้า
สามคนช่วยกันเข่นรถกลับบ้านเพราะวันนี้พ่อแสนไม่ได้มารับ ระหว่างทางมีชาวบ้านเข้ามาสั่งหมูแดดเดียวไว้ห้ากิโลกรัม ยายสรแก่จะฝากไปให้ลูกสาวที่กรุงเทพ ได้ยินว่าทำงานเป็พยาบาลแทบจะไม่มีเวลาดูแลตัวเองเลย ยายสรเป็ห่วงลูกสาวก็เลยสั่งไว้ให้เยอะจนพอกิน หากลูกสาวชอบจะมาสั่งอีก แม่หวานตกลงรับคำก่อนจะรีบกลับบ้าน
มาถึงบ้านเห็นพ่อแสนกำลังคุยกับลุงสานเื่ทำรั้วกันอยู่ ตอนนี้รั้วด้านหน้าเริ่มก่ออิฐบล็อกสูงแล้วเพราะช่างเร่งมือให้เสร็จเร็วขึ้น ปูนกับอุปกรณ์บางอย่างที่ต้องใช้ใกล้จะหมด ลุงสานจึงมาบอกทางพ่อแสนให้ไปสั่งมาไว้เพิ่ม พ่อแสนก็พยักหน้าตกลง บอกว่าถ้าเสร็จจากด้านหน้าก็ทำด้านอื่นๆต่อได้เลย ตอนนี้เื่เงินไม่ใช่ปัญหาใหญ่แล้ว
ลูกจันทร์กับแม่ขนของลงจากรถก่อนจะล้างไม้ล้างมือเตรียมกินข้าวเช้า
วันนี้ขายผัก ขนมและหมูแดดเดียวได้กว่าสามพันเจ็ดร้อยบาท มากกว่าอาทิตย์ก่อนพอตัวเพราะมีขนมกับหมูแดดเดียวเพิ่มเข้ามา เด็กสาวส่งเงินให้แม่ลงบัญชีไว้ ตอนนี้เด็กสาวแยกบัญชีรายรับรายจ่ายของครัวเรือนอย่างเป็สัดส่วนเพื่อง่ายต่อการตวรจสอบ บัญชีร้านก็แยกตั้งหากไม่นำมาปนกัน แรกๆจะยากหน่อยสำหรับคนที่ไม่เคยทำ ลืมลงไว้บ้าง หาบิลไม่เจอบ้าง แต่ลูกจันทร์ก็หมั่นกระตุ้นอยู่เสมอจนตอนนี้แม่หวานแทบจะถือสมุดติดตัวตลอดเวลาแล้ว
หลังจากคุยกับช่างที่มาทำรั้วพร้อมยกน้ำกับขนมไปให้พวกช่างแล้ว พ่อแสนก็ออกไปแปลงนา เข้ากลางเดือนข้าวเริ่มเหลืองสุก อีกไม่นานคงต้องเก็บเกี่ยวในเดือนพฤจิกายนนี้แน่นอน พ่อแสนต้องรีบหาลานตีข้าวไว้แต่เนิ่นๆ
ลูกจันทร์เองก็ไม่ได้อยู่เว้นว่าง หลังกินข้าวเสร็จเธอเข้าไปยังมิติฟาร์มเพื่อหยิบเนื้อหมูที่เธอสะสมไว้ในคลังเก็บของออกมา บ้านเธอยังไม่มีไฟฟ้าจึงไม่สามารถซื้อตู้แช่มาใช้ได้ เวลาจะทำหมูจึงต้องทยอยเอาออกมาทีละนิดทีละหน่อยไม่ให้เนื้อเน่าเสีย
สองแม่ลูกนำเนื้อหมูไปทำความสะอาดก่อนจะนั่งแล่เนื้อหมูจำนวนห้าสิบกิโลกรัมให้เป็ชิ้นหนาขนาดประมาณหนึ่งเิเ ไม่ให้บางจนเกินไปเพราะเวลานำไปตากแดดจะแห้งมากจนไม่อร่อย
เมื่อได้เนื้อหมูเป็ชิ้นตามจำนวนที่้า ก็มาโขลกกระเทียม พริกไทย รากผักชีให้ละเอียดเพื่อนำไปหมักกับเนื้อหมูต่อ เนื่องจากเนื้อหมูค่อนข้างเยอะ ลูกจันทร์จึงต้องผละมาเตรียมกระเทียมพริกไทยรากผัดชีให้พร้อม เวลาใช้จะได้ไม่ต้องรอ ซึ่งผักพวกนี้แม่หวานซื้อมาเตรียมไว้เป็จำนวนมาก เพียงพอต่อการทำเนื้อแดดเดียวถึงร้อยกิโลกรัม
หมูแดดเดียวของเธอจะมีสองสูตรคือสูตรใส่งากับสูตรออริจินอลไม่ใส่งา ใครชอบแบบไหนก็สามารถเลือกซื้อได้ ในอนาคตจะมีสูตรใหม่ๆเพิ่มขึ้นมาเพื่อเปลี่ยนรสชาติให้ลูกค้าได้ลองชิมอย่างอื่นบ้าง
เนื้อหมูอย่างดีที่หมักด้วยสามเกลอจะถูกนำมาปรุงให้มีรสชาติมากขึ้นด้วยน้ำตาล น้ำปลา ซอสปรุงรสก่อนจะคลุกเคล้าให้เข้ากันและทิ้งไว้ประมาณ 1 ชั่วโมงก่อนนำไปตาก
ลูกจันทร์จะไม่หมักหมูนานเกินไปจนเป็น้ำ เพราะนั้นหมายถึงจะเสียความเข้มข้นของรสชาติไป เวลานำไปตากก็จะหมั่นพลิกเพื่อกลับด้านที่ยังไม่แห้งขึ้น หมูแดดเดียวจะไม่ตากนานหรือตากแดดจัดจนเกินไป พอหมูหมาดๆเธอก็เก็บบรรจุลงถุงไว้ส่งตามรายการที่ลูกค้าสั่งมา
เนื้อหมูหมักอย่างดีถูกนำไปวางบนกระด้งเพื่อยกขึ้นเก็บไว้ไม่ให้เตะตาคนอื่น แม้จะมีกลิ่นหอมของกระเทียมเครื่องเทศฟุ้งไปทั่วบริเวณบ้าง แต่ก็ดีกว่าวางไว้บนแคร่ไม้ไม่มีอะไรปิดบัง
ยังไม่ทันล้างมือดีรถจักรยานของป้าเรืองญาติฝั่งแม่ของเธอก็ขี่เข้ามา ป้าเรืองเห็นช่างกำลังทำรั้วกันอยู่ก็ขมวดคิ้วมองอย่างสงสัย ญาติผู้น้องของเธอเริ่มปรับปรุงบ้านแล้วหรือ แต่มีรั้วสูงหน่อยก็ดี จะได้ช่วยป้องกันคนได้บ้าง อย่างไรบ้านหลังนี้ก็ปลูกอยู่ท้ายหมู่บ้าน ไม่ค่อยดีหากไม่ทำรั้วมิดชิด
ป้าเรืองเป็ผู้หญิงโสดที่ยังไม่ได้แต่งงานแม้จะอายุสามสิบกว่าแล้วก็ตาม รูปร่างผอมสูง ผมหยิกประบ่า เป็ลูกพี่ลูกน้องกับแม่หวานเพราะป้าเรืองเป็พี่สาวของป้าแดงนั้นเอง
“หวาน นึกว่าจะไม่อยู่บ้านซะแล้ว”ป้าเรืองเห็นแม่หวานเดินเช็ดไม้เช็ดมืออยู่ใต้ถุนบ้านก็จอดจักรยานไว้ก่อนจะเดินเข้ามา
“เอ๊ะ พี่เรือง มาได้ยังไงคะ เข้ามาก่อน”
แม่หวานเห็นญาติผู้พี่ของตนก็รีบเดินออกไปหา สองคนจึงเดินไปนั่งคุยกันที่ม้านั่งใต้ต้นลำไยเพื่อหลบร้อน ลูกจันทร์เห็นว่ามีแขกก็ยกน้ำท่ามาต้อนรับโดยไม่ให้แม่ต้องเอ่ยปาก
“ลูกจันทร์ เป็ยังไงบ้างเรา เห็นว่ามีเื่มีราวกับฝั่งโน่น เจ็บตรงไหนหรือเปล่า ป้าเอาใบพลับพลึงมาด้วย ให้แม่อังไฟแล้วประคบนะ”
ป้าเรืองรับขันน้ำมาพรางมองดูหลานสาวที่เปลี่ยนไปจนจำแทบไม่ได้ เธอได้ยินชาวบ้านพูดกันเื่เด็กนักเรียนถูกตี ครั้งถามจนได้ความก็รู้ว่าเป็ญาติตนเอง ป้าเรืองจึงไปตัดใบพลับพลึงหลังบ้านใส่ตะกร้ารถมาด้วย ใบพลึงพลึงนี้เอาไปอังไฟจนอุ่นนำมาประคบตรงจุดฟกช้ำดำเขียวได้ผลดี เป็ยาชาวบ้านที่ขาดไม่ได้เลย
“ไม่เป็ไรแล้วจ้ะป้าเรือง แม่ทายาให้จนรอยหายแล้ว”เด็กสาวยกมือไหว้ขอบคุณก่อนจะส่ายหน้าบอกว่าตนเองไม่เป็ไรมาก ก็แค่รอยเชือกหนังยางฟาดจนแดง ไม่ถึงวันก็หายแล้วเพราะไม่ได้รุนแรงอะไร
“อย่าประมาณเชียวน่า เอาไปประคบให้แน่ใจว่าหายจริงๆ เกิดช้ำในขึ้นมาจะเป็เื่ใหญ่”
“ได้จ้ะ งั้นหนูไม่เกรงใจนะจ๊ะ”
ลูกจันทร์พยักหน้าพร้อมกับรับใบพลับพลึงมา แม้จะไม่ได้ใช้ประโยชน์อะไรแต่ก็ดีกว่าปฏิเสธให้เสียน้ำใจคนที่นำมา
“แล้วพี่เรืองมีอะไรหรือเปล่าถึงได้ขี่รถมาถึงนี้ เ้าติงกับเ้าตังใครดูให้”
แม่หวานเห็นพี่สาวขี่รถมาหาถึงบ้านก็แปลกใจ ปกติป้าเรืองจะดูหลานฝาแฝดให้น้องชายจนไม่ได้ผละไปไหน เด็กฝาแฝดเพิ่งได้สามขวบเป็วัยกำลังซนอยู่นิ่งๆไม่ได้เลย
“ก็ได้ข่าวเ้าลูกจันทร์เลยมาดู ส่วนเด็กสองคนให้ตั้งดูแล วันนี้พ่อเขาไม่ได้ไปทำงาน”
น้าตั้งเป็น้องชายของป้าเรือง ญาติผู้น้องอีกคนของแม่หวาน น้าตั้งทำงานในเมืองจะหยุดไม่เป็เวลาเพราะต้องวิ่งรถไปจังหวัดอื่นๆตลอด แกเป็คนน่าสงสารเพิ่งแต่งงานไม่กี่ปีเมียก็มาตายจากทั้งๆที่ลูกไม่ถึงขวบดี ป้าเรืองที่เป็พี่สาวสงสารหลานที่ไม่มีแม่ก็เอามาเลี้ยงให้ ส่วนน้องชายก็ออกไปทำงานส่งเงินมาซื้อนมให้เด็กสองคน
“ลูกจันทร์ไม่ได้เป็อะไรมากแล้วจ้ะพี่”
ตอนแรกที่รู้เื่ว่าลูกสาวถูกรุมตีจากเด็กปอหกถึงสามคนแม่หวานก็แทบเป็ลม แต่พอรู้ว่าลูกจันทร์ไม่ได้เป็อะไรมากนอกจากมีรอยแดงก็เบาใจบ้าง เธอหวาดกลัวแทบตาย ทำอะไรไม่ถูกไปชั่วขณะ แม้แต่ทายาให้ลูกมือเธอก็ยังสั่น หากสามีไม่ห้ามไว้เธอคงน้ำตาไหลออกมาแน่ๆ
แม้การมีเื่ครั้งนี้จะนำมาด้วยชื่อเสียงจนขนมขายดิบขายดีแทบไม่ได้หยุดมือ แต่คนเป็แม่ ใครจะทนเห็นลูกเจ็บตัวได้
โชคดีที่ลูกจันทร์ทั้งปลอบทั้งประล่อมเสียงอ่อนเสียงหวาน ไม่นานแม่หวานก็กลับคืนสู่อารมณ์ปกติ
แน่นอนว่าเื่แบบนี้ลูกจันทร์ทำอะไรไม่ได้ แม่หวานของเธอมีความเป็ผู้หญิงสูง อารมณ์ความคิดจึงอ่อนไหวกว่าปกติไปบ้าง
“ไม่เป็อะไรก็ดีแล้ว เฮ้อ ชาวบ้านแถวนั้นมาเล่าให้ฉันฟัง ที่บ้านลุงทองได้ยินว่ามีเื่มีราวกับทางญาติกำนันชดก็ต่อว่าเธอเสียงดัง หาว่าไม่อบรมสั่งสอนลูกจนก่อเื่วุ่นวายขายหน้าชาวบ้าน”
ป้าเรืองถอนหายใจ เื่ความขัดแย้งระหว่างสองพ่อลูก ลุงทองกับหวานใช่ว่าจะไม่มีใครรู้ ลุงทองแก่แล้วก็แก่เลยไม่คิดถึงเหตุถึงผลอะไร เอะอะก็ด่าไว้ก่อนทั้งๆที่ยังไม่รู้ต้นสายปลายเหตุ คงกลัวว่าเื่ทะเลาะจะทำให้ทางบ้านกำนันชดเกลียดชังทางฝั่งตนจึงโวยวายเสียงดังด่าลูกด่าหลาน ได้ยินว่ารีบไปบ้านกำนันชดทันทีเพื่อขอโทษขอโพย
“ปล่อยแกด่าไปเถอะพี่ ฉันทำดีที่สุดแล้ว ส่วนเื่ลูกจันทร์ก็ไม่ได้ทำผิดอะไรไม่มีเื่ให้ต้องอธิบาย”
แม่หวานได้ยินดังนั้นก็สีหน้าสลดลง เธอกับพ่อหมดหนทางประสานกันแล้วจริงๆ แบบนั้นก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ
“ยายมอญข้างบ้านก็พยายามอธิบายว่าฝ่ายนั้นมาหาเื่ หลานไม่ได้ผิดอะไร แต่ลุงทองก็ยังไม่ฟัง เอาแต่ต่อว่าและให้เธอไปขอโทษบ้านโน่นเสีย”
นี่คือจุดประสงค์ที่ป้าเรืองมาวันนี้ ทั้งๆที่เื่นี้ฝ่ายตนไม่ผิดอะไร แต่ลุงทองก็ยังยืนยันให้แม่หวานพ่อแสนพาลูกจันทร์ไปขอโทษให้ได้
“ให้ลูกจันทร์ไปขอโทษเขาเื่อะไรจ๊ะพี่ ขอโทษที่ถูกเขาตีน่ะหรือ”แม่หวานฟังแล้วก็อดโกรธขึ้นมาไม่ได้ ทางฝั่งพ่อจะบีบบังคับพวกเธอไปถึงไหน หลานตัวเองถูกตีแท้ๆแต่วิ่งไปขอโทษเขาถึงบ้านเพราะกลัวมีเื่มีราว นี่ไม่ใช่การตบหน้าเธอกับสามีหรือ
“ก็นั้นแหละ ฉันก็ยังว่าทำไมต้องไปขอโทษ ลุงทองชักจะเลอะเลือนไปกันใหญ่ แต่เธอกับลูกไม่ต้องคิดมาก เื่นี้ชาวบ้านเขารู้กันทั่วว่าใครผิดใครถูก ไม่มีใครพูดอะไรเสียหายอยู่แล้ว”
ป้าเรืองตบบนหลังมือญาติผู้น้องเบาๆ มีพ่อแบบนี้ เป็ใครใครก็ปวดหัว
“ขอบใจพี่เรืองที่มาเล่าให้ฟัง ฉันก็เคยคิดมาตลอดว่าพ่ออาจจะใจร้ายไปบ้าง แต่ไม่คิดว่าจะใจดำขนาดนี้”
แม่หวานโมโหแล้วจริงๆ แม้แต่คำพูดก็แฝงไปด้วยน้ำเสียงเยือกเย็น
“เอาเถอะหวาน อย่างไรก็เป็พ่อ อย่าไปพูดอะไรมากประเดี๋ยวจะทะเลาะกันเปล่าๆ”
คนที่นี้ถือเื่ความกตัญญูต่อพ่อแม่เป็เื่ใหญ่ แม้พ่อแม่จะดีจะเลวก็ไม่มีสิทธิ์ไปคิดร้ายกับท่าน หน้าที่ของลูกที่ควรทำก็จงก้มหน้าทำไป การโต้เถียงกับบุพการีคือบาปกรรมที่จะติดตัวไปตลอดชีวิต
แม่หวานไม่ได้เอ่ยอะไรต่อเพราะรู้สึกเสียใจกับทางฝั่งบ้านพ่อแม่ของตน ป้าเรืองจึงเปลี่ยนเื่
“จริงสิ พี่ชายเธอจะกลับมาอยู่บ้านแล้วนะ เห็นโทรมาหาแดงวันก่อนว่าให้ไปบอกลุงทองหน่อย เขาจะพาลูกพาเมียข้ามฝั่งมาทำนาบ้าน”
พี่ชายที่ป้าเรืองพูดถึงคือลุงเอี่ยมพี่ชายคนโตของแม่หวาน ลุงเอี่ยมไปทำงานที่กรุงเทพั้แ่สมัยหนุ่มๆก่อนจะได้เมียเป็คนลาว อยู่กินสามปีก็มีลูก แม่หวานคิดว่าพี่ชายจะลงหลักปักฐานอยู่ที่ฝั่งโน่นกับเมีย ไม่คิดว่าจะกลับมาอยู่ที่บ้านกับพ่อกับแม่
“ก็คงมาดูมรดกของเขากระมังพี่เรือง”
แม่หวานนึกถึงตอนที่ตนกับสามีถูกพี่น้องกล่าวหาว่าโกงข้าวพ่อแม่ไปเก็บไว้ขายเอง พอเธอขอให้พ่อแบ่งที่นาทำกินสักแปลงก็ถูกพี่ชายคนนี้โทรมาด่า บอกว่าเธออยากได้มรดกของพ่อคนเดียวไม่แบ่งพี่น้องคนอื่นๆ ทำเอาตอนนั้นเธอกับสามีทนไม่ไหวจนต้องตัดพี่ตัดน้องกับพี่ชายคนนี้กันเลย
“มาดูแลก็ดีไปแหละหวาน พี่ว่าจะมาขายกินมากกว่า ลุงทองก็ยิ่งเชื่อพี่เอี่ยมกว่าใครๆ เขาพูดอะไรก็ฟังเขาหมด”
ป้าเรืองรู้จักนิสัยคนคนนี้ดี เขาเป็คนสนุกสนาน ชอบสังสรรค์เฮฮากับเพื่อนฝูง งานการไม่ค่อยอยากทำเท่าไร ยิ่งงานหนักในนาอย่าพูดถึง แม้แต่ปักกล้าดำนายังทำไม่เป็ จะกลับมาทำนาหรือ มาขายกินสิไม่ว่า
“ก็ให้เขาดูแลกันเอง ฉันไม่ยุ่งเกี่ยวด้วย ตัดกันไปแล้วก็ต่างคนต่างอยู่เถอะ”
แม่หวานเหนื่อยกับพี่น้องแล้ว ใครอยากทำอะไรก็ให้เขาทำไป ขอแค่อย่ามายุ่งเกี่ยวกับครอบครัวตนเองก็พอ
“พอถึงตอนนั้นจะมาร้องให้เธอช่วยน่ะสิ ยิ่งเห็นว่าตอนนี้ครอบครัวเธอเริ่มมีเงินมีทองเพราะปลูกผักขาย ไม่แคล้วจะมาขอยืม”
ป้าเรืองส่ายหัวพร้อมกับคาดการสิ่งที่จะเหตุขึ้น คนที่จ้องจะล้างผลาญแบบนี้มีอะไรก็หมด จะงอกจะเงยได้อย่างไร พอหมดก็แบกหน้ามองหาพี่น้องเพื่อหยิบยืมเงิน
“ฉันไม่มีให้หรอกพี่ ดูบ้านฉันสิ ทุกวันนี้ยังนอนหลังคามุงหญ้า จะเอาเงินทองที่ไหนไปให้เขายืมได้”
เื่นี้สร้างความเจ็ยช้ำแก่แม่หวานมาหลายปี ตอนที่แบ่งนากัน แม่หวานได้รับเงินที่ขายข้าวไม่กี่พัน แม้แต่บ้านก็ไม่มีเงินจะไปซื้อสังกะสีมาใส่ ฝนตกหนักทีไรหญ้าก็รั่วซึมลงมาจนนอนไม่ได้ สามีของเธอต้องวิ่งหาอะไรมาปิดตลอดคืน
“เธอคิดแบบนั้นได้ก็ดี พี่กลัวเธอใจอ่อนยอมให้เขาเอาเปรียบอีก”
ญาติผู้น้องคนนี้เป็คนเงียบๆไม่มีปากไม่มีเสียง งานหนักงานเบาก็ก้มหน้าก้มตาทำโดยไม่ปริปากบ่น พี่น้องก็เลยจ้องเอารัดเอาเปรียบ
ป้าเรืองมาบอกคนทางนี้ไว้แล้วก็ลุกขึ้นเพื่อกลับบ้าน อย่างไรก็ควรส่งข่าวดีกว่าให้ทางนี้ไม่รู้อะไรเลย
“พี่เอาผักไปกินด้วยสิ นี่เ้าลูกจันทร์ปลูกไว้ตั้งเยอะ เอาไปผัดให้สองแฝดกินตอนเย็น”
แม่หวานส่งถุงผักให้ญาติผู้พี่ เนื้อหมูแดดเดียวทำเหลือจากรอบแรกก็ยัดลงไปให้ด้วย เอาไปฝากหลานน้อยสองคนให้ได้กินบ้าง
“ของซื้อของขายให้มาทำไมเยอะแยะ เก็บไว้เถอะ”ป้าเรืองโบกมือพร้อมส่ายหัวไม่รับ กว่าครอบครัวนี้จะมีผักมาขายได้ต้องลำบากเท่าไร เธอไม่อยากให้น้องสิ้นเปลือง
“เอาไปพี่ ให้หลานสองคนได้กิน ถือว่าฉันฝากไปให้หลานๆนะ”
แม่หวานยัดถุงลงตะกร้าหน้ารถไม่ให้ป้าเรืองปฏิเสธอีก ญาติผู้พี่เห็นดังนั้นก็ยอมพยักหน้าเพื่อไม่ให้ยื้ดยุดจนมึดค่ำ พอป้าเรืองขี่จักรยานจากไป ลูกจันทร์ก็เดินเข้ามาจับมือแม่ เธอกลัวว่าแม่จะคิดมากจนล้มป่วย
“ไปช่วยหนูเอาผักใส่เข่งดีกว่าจ้ะแม่ ประเดี๋ยวเถ้าแก่พลจะให้ลุงเคียงมารับตอนเช้ามืดจะไม่ทัน”
ผักที่ต้องส่งให้ร้านเถ้าแก่พลนั้นทางบ้านลูกจันทร์ก็ตระเตรียมให้ตลอดตามล็อคที่สั่ง ่นี้พริกขี้หนูในสวนของแม่แก่แล้ว พ่อกับแม่จึงไปเก็บมาไว้ขายเพิ่มอีกอย่าง ผักในสวนหลังบ้านก็ทยอยเป็ต้นสวยเพราะได้ปุ๋ยดี ไม่นานน่าจะเก็บขายได้เหมือนกัน
แม่หวานที่อยู่ในอารมณ์โศกเศร้าเห็นว่ายังมีงานการอีกเยอะให้ทำก็พลันมีแรงฮึด เธอจะมัวเศร้าเสียใจอะไรกัน ที่บ้านแทบไม่มีจะกินอยู่แล้ว
ไม่นานพ่อแสนก็แบกจอบกลับมาจากแปลงนา วันนี้พ่อแสนไปบุกเบิกเนินดินไว้ทำลานข้าว อาทิตย์หน้าจะเริ่มไปหาขี้ควายสดๆมาทาลานแล้ว ไม้ตีข้าวก็ยังไม่ได้ทำ ไม้หาบข้าวอันเก่าก็ผุผังไปหมดแล้ว พ่อแสนจึงทำงานไม่ได้หยุดมือั้แ่เช้า
แม่หวานเห็นสามีกลับเหนื่อยๆก็สงสารยกน้ำเย็นๆจากโอ่งมาให้ ตอนเที่ยงเธอจะไปเอามะละกอในสวนมาตำส้ม ทอดหมูแดดเดียวกับข้าวเหนียวอีกหน่อยให้สองพ่อลูกกิน
ส้มตำฝีมือเเม่หวานเผ็ดจนน้ำตาไหล ลูกจันทร์ปั้นข้าวเหนียวไปสูดขี้มูกไป มันเผ็ดแต่เธอก็หยุดกินไม่ได้เลย มือเล็กหยิบหมูแดดเดียวที่เพิ่งทอดเสร็จร้อนๆใส่ปาก กลิ่นหอมของเครื่องปรุงที่หมักอย่างดีทำให้เธอพึงพอใจ รสชาติอร่อยกลมกล่อมกำลังพอดี ยิ่งปั้นข้าวเหนียวใส่นะ ข้าวกระติบหนึ่งก็หมดโดยไม่รู้ตัว
สามคนพ่อแม่ลูกนั่งล้อมวงกินข้าวเที่ยง แม้วันนี้จะมีแดดออกทำให้อากาศร้อนอยู่บ้าง แต่ใต้ถุนเปิดโล่งมีลมโกรก บวกกับต้นลำไยริมรั้วมีร่มลงมาทับ พวกเธอจึงสามารถนั่งเพลินได้ยาวๆ
_______________________________________________
ได้อะไรกินข้าวเย็นกันคะ
บ้านน้องเพิ่งกินข้าวเที่ยงเอง มากินตำส้มกับลูกจันทร์กันค่ะ
เห็นญาติฝั่งแม่แล้วปวดหัวแทนลูกจันทร์ล่วงหน้าเลยค่ะ
รอดูนะคะ แต่ละคนแสบๆทั้งนั้น
มาเลี้ยงน้องให้โตไปพร้อมกันค่ะ