คำพูดของซางจื้อหย่วนราวกับมีมนตร์สะกดทุกคนฟังอย่างตั้งใจ มีเพียงเซี่ยหลิงเท่านั้นที่ไม่ได้หลงใหลในท่วงทำนองนั้น
เพราะการค้นพบผู้โหยหวนเป็เื่ยากมากซึ่งแตกต่างจากการพิสูจน์ตัวตนผู้บริสุทธิ์ของกวนหลิง
การเปิดเผยตัวตนของฆาตกรนั้นมีค่ามากกว่าการปกป้องผู้บริสุทธิ์หลายเท่านัก
แม้กระดูกของเขาจะยังไม่เย็นดีแต่น้ำเสียงอวดดีที่เต็มไปด้วยสำเนียงท้องถิ่นของข้าราชการเสฉวนคนก่อนหน้านี้ยังคงติดหู
ไม่มีใครลืมใบหน้าบิดเบี้ยวของเขาในขณะเสียชีวิตนั่นเป็ครั้งแรกที่ทุกคนััได้ถึงความน่ากลัวและการควบคุมอำนาจของหวังเฉียง
แม้หวังเฉียงจะไม่ได้แสดงเจตนาร้ายแต่ธรรมชาติของมนุษย์นั้นชัดเจน
เมื่อพวกเขาเผชิญหน้ากับคนที่แข็งแกร่งกว่าตนพวกเขามักจะไม่ได้รู้สึกชื่นชม แต่กลับรู้สึกระแวงและจับผิดแทนมากกว่า
“ที่ไอ้ทหารนั่นเป็คนฆ่าหรือ? หึ โชคดีจริงนะถ้าฆ่าผิดคนไป แกคงได้ติดคุกอีกนานกว่าเดิมแน่นอน”
แม้จะมีคนยุแหย่เพียงไม่กี่คนแต่แม้กระทั่งชายชราก็ยังสงบปากสงบคำ หยุดท่องฮาเลลูยา แล้วตั้งใจฟังสิ่งที่ซางจื้อหย่วนพูดอย่างเงียบๆอย่างไรก็ตาม เกมนี้ยังคงเต็มไปด้วยการเคลื่อนไหวที่ไม่หยุดนิ่ง
และเฉียนตัวตัวนี่เองคือตัวป่วนที่ขัดขวางการดำเนินเกมอย่างแท้จริงแม้เหมือนจะไม่ใช่เื่ใหญ่โต แต่การมีอยู่ของเขากลับกลายเป็อุปสรรคใหญ่ต่อเกม
ความคิดแบบตนเองเป็ใหญ่และแนวทางไร้ซึ่งความคิดที่ชัดเจนของเขานั้นเป็อะไรที่อันตรายอย่างแท้จริงเป็เพื่อนร่วมทีมที่ไม่มีใครอยากได้ หากใครต้องอยู่ร่วมทีมกับเขาคงรู้สึกไม่ต่างจากถูกฝังทั้งเป็แน่นอน!
“ถ้าแน่จริงก็พูดอีกครั้งสิ”
หวังเฉียงบิดคอจนเกิดเสียงดังกร๊อบคล้ายกับตอนที่เขาหักคอหญิงคนนั้น
ทุกคนที่เคยเห็นการลงมือของเขาล้วนหวาดกลัวกันทั้งนั้นแม้แต่เ้าหนูอ้วนที่อยู่ข้างๆ ก็ยังตัวสั่น
“หึ ไอ้คนหยาบกระด้างขยะเอ้ย ถ้าอยากลองก็เข้ามาเลย ฆ่าฉันสิแต่ขอบอกเลยว่าแกก็อย่าหวังว่าจะรอดสบายๆ เพราะโอกาสครั้งที่สองมันไม่มีอีกแล้ว”
ท่าทีหยิ่งยโสของเฉียนตัวตัวทำให้ผมอดรู้สึกพะอืดพะอมไม่ได้และยิ่งมองเขามากเท่าไหร่ ก็ยิ่งเห็นว่าเขาเป็แค่พวกก่อกวนที่ไม่มีความสามารถอะไรน่ารำคาญจนอยากเมินเสีย
ชวิ้งสายตาของผมเริ่มมืดหม่น ขณะที่มองไปรอบๆ ไม่ว่าท่าทาง สีหน้าหรือคำพูดของใครต่อใครต่างก็ไม่มีความน่าเชื่อถืออีกต่อไป
ผมไม่เคยเชื่อใจใครอย่างแท้จริงแม้แต่กวนหลิง เด็กสาวที่เคยดูไร้เดียงสาเพราะรู้จักวิธีใช้ความสามารถของกัปตันผมก็ยังเริ่มสงสัยแล้วด้วยเช่นกัน
แต่แล้วผิ่นชวนเซี่ยคนที่ผมเคยคิดว่าเป็เพียงตัวก่อกวน กลับกลายเป็ผู้โหยหวนหญิงคนแรกที่ผมตรวจเจอเสียได้
พิษที่ร้ายสุดคือจิตใจผู้หญิงประโยคนี้ไม่มีตรงไหนผิดเลยจริงๆ
ปัญหาสำคัญตอนนี้คือไม่ใช่แค่ผู้โหยหวนที่ยังพยายามก่อกวนเราอยู่แต่เป็การเคลื่อนไหวของซางจื้อหย่วนต่างหาก
บทบาทกัปตันไม่ได้เป็เครื่องรอดชีวิตแต่เป็เหมือนเผือกร้อนที่ยากจะควบคุมต่างหาก
หากพลาดแม้แต่นิดเดียวก็อาจต้องทิ้งชีวิตไปได้เลยซึ่งผมเข้าใจเื่นี้ดียิ่งกว่าใคร
มองไปที่กวนหลิงแล้วก็รู้ทันทีว่าเธอถูกจับตามองขนาดไหน
มันสะท้อนให้เห็นธาตุแท้ของคนพวกนี้อย่างชัดเจนดังนั้น สิ่งที่ซางจื้อหย่วนจะทำด้วยบทบาทกัปตันนี้เป็สิ่งที่ผมให้ความสนใจอย่างยิ่ง
เพราะมันอาจเป็ตัวกำหนดชะตาของทุกคนเมื่อถึงเวลาหลับใหลโดยไม่มีใครเลือก
ตราบใดที่เขาสามารถหาข้ออ้างได้ผมก็คงยอมรับสถานะกัปตันชั่วคราวของเขา
เพราะเขาใช้จังหวะได้ดีแถมยังอาศัยนิสัยของผมที่ไม่ชอบโดดเด่นมาปกปิดตนเองผมมีความสามารถในการตัดสินใจและสัญชาตญาณที่ดี แต่ถ้าจะต้องอยู่ในบทบาทกัปตันความสามารถนี้ก็คงใช้ได้ไม่เต็มที่นัก
ส่วนหนึ่งผมอยากเห็นเหมือนกันว่าเ้า “นักแสดง” คนนี้จะแสดงอะไรได้อีก และในระดับหนึ่ง ผมอาจมีนิสัยเพี้ยนๆเหมือนกับคนที่หมกมุ่นกับหัวกะโหลกนั่นก็ได้
นิสัยของผมเหมาะจะเป็แค่ผู้โดยสารหรือพนักงานบนเครื่องหรือแม้กระทั่งผู้โหยหวนที่ต้องซ่อนตัวอยู่ในเงามืดที่สุด
“เชอะ ตายไปแล้วจะพูดอะไรกันนักหนา แกคงแค่หาใครสักคนมาโยนความผิดสินะ!ฉันไม่เชื่อหรอกว่าจะตรงขนาดนั้น!”
เฉียนตัวตัวชูนิ้วกลางขึ้นมาอย่างท้าทายอาศัยว่าอยู่กับชายชรา เขาเลยกล้าเผชิญหน้ากับบทบาทกัปตันเสียเต็มประดา
ต้องยอมรับว่า“ขิงก็ยังคงเผ็ดกว่าข่า” ชายชราผมสีเงินนั้นถือเป็ผู้เล่นรอบจัด
ใช้ไม้กางเขนหลอกล่อคนได้แเีฆ่าคนได้อย่างเด็ดขาด และยังแสร้งทำเป็คนแก่ใจดีจนกลายเป็เพื่อนร่วมทีมที่สมบูรณ์แบบที่สุด
แต่ลึกๆแล้ว สัญชาตญาณบอกผมว่าการร่วมมือกับเขาอาจไม่ใช่ความคิดที่ดี
“แกตรวจสอบคนไหน คนคนนั้นก็ตายไปหมดสงสัยคนถัดไปที่แกจะตรวจสอบก็คงเป็ผู้โหยหวนอีก แล้วจะตายอีกงั้นสิ”
การเยาะเย้ยของเฉียนตัวตัวทำให้บรรยากาศยิ่งน่าอึดอัดขึ้นไปอีกและตอนนี้ก็ถึงเวลาที่คนในบทบาทกัปตันจะต้องพูด
บทบาทนี้เหมือนจะเป็เหมือนเป้าสำหรับทุกฝ่ายใครก็ตามที่รับบทกัปตัน เหมือนจะถูกเล็งเป้าทันทีไม่ว่าเขาจะเป็กัปตันตัวจริงหรือไม่ พวกนั้นก็พร้อมจะโยนโคลนใส่ และแปะความผิดไว้ก่อนเสมือนเป็เื่ปกติทำให้บทบาทนี้กลายเป็อะไรที่ต้องแบกรับอย่างหนักหนาสาหัส
“ฮ่าๆ … เหมือนจะไม่ค่อยตลกเท่าไหร่เลยนะ เฉียนตัวตัวอย่าทำให้เขาโกรธเลย บทบาทเขาคือกัปตันถ้าเราอยากรอดก็ต้องพึ่งให้เขาเป็คนพาทีมต่อไป”
หลิวเนี่ยนกลับมาเป็เด็กเรียบร้อยอีกครั้งดวงตาที่เคยเหม่อลอยจากการถูกสะกดจิตก็ดูมีชีวิตชีวาขึ้น
แต่ถึงอย่างนั้นคนที่เคยเสียการควบคุมแบบเขาก็ยังคงน่าสงสัยอยู่ดี
ถ้าเขาเกิดเสียสติขึ้นมาอีกครั้งมันคงเหมือนมีะเิเวลารอะเิข้างตัวทุกคนคงไม่มีใครอยากให้มีะเิที่พร้อมจะปะทุอยู่ใกล้ตัวหรอกนะ
“นำทีมเหรอ หึ! ฉันว่ามันพาพวกเราไปตายมากกว่าถ้าคราวหน้าไม่ให้เหตุผลที่สมควร ฉันจะโหวตไล่ซางจื้อหย่วนออกเองไม่ต้องมีใครมาห้าม”
เฉียนตัวตัวกอดอกทำตัวไร้ยางอายอย่างเต็มที่
ถือเป็ลูกเล่นที่ชาญฉลาดเพราะการฆ่าของหวังเฉียงครั้งก่อนก็เกือบจะทำให้ถึงขีดสุดแล้วและด้วยกฎในเกมจึงไม่มีใครอยากเสี่ยงซ้ำอีก
“โอ้ ชักน่าตื่นเต้นขึ้นแล้วสิ แล้วใครจะเป็คนตายต่อไปนะ~”
เซี่ยหลิงกระซิบอย่างกระตือรือร้นขณะที่คนอื่นต่างกระเสือกกระสนเพื่ออยู่รอด แต่เธอกลับหลงใหลในความตาย
การลอบสังหารแต่ละครั้งเหมือนจะทำให้เธอถึงจุดสูงสุดของอารมณ์บ่งบอกถึงความวิปริตที่ลึกซึ้งของเธอ ยิ่งมีคนตาย เธอก็ยิ่งตื่นเต้น
“อาเมน เรามาฟังเขาพูดกันเถอะ”
ชายชราเข้ามาขวางเฉียนตัวตัวไว้คนที่เหมือนจะเป็พวกเดียวกันแท้จริงแล้วกลับถูกปฏิบัติเหมือนลูกหมาไร้ค่าเ้าเศรษฐีหนุ่มคนนี้ ทั้งโง่และเอาแต่ใจ ไม่มีทางทัดเทียมความเ้าเล่ห์และเฉลียวฉลาดของชายชราได้เลย
เฮอะ! ใครจะรู้ว่าบ้านของเขาทำธุรกิจผิดกฎหมายขนาดไหนถึงได้ให้กำเนิดตัวซวยที่ทั้งสิ้นคิดและไร้เดียงสาแบบนี้!
“แน่นอนว่าพวกคุณต้องพอใจอยู่แล้ว”
ซางจื้อหย่วนกล่าวด้วยความมั่นใจสูงสุดรอยยิ้มของเขาเหมือนจะทำให้ทุกคนหายใจโล่งขึ้นเล็กน้อยถึงแม้จะเป็การอาศัยความไว้ใจจากรูปลักษณ์ก็เถอะ แต่ในห้องโดยสารมรณะนี้การตัดสินคนจากภายนอกก็ถือว่าเสี่ยงอยู่ดี
“เพราะว่าคนที่ผมตรวจสอบล่าสุดนั้น ทั้งสองคนเป็ฝ่ายดี ทั้งที่ยังหาผู้โหยหวนใหม่ไม่เจอแต่ข่าวดีก็คือ ทั้งสองคนยังมีชีวิตอยู่และยืนอยู่ตรงนี้”
จังหวะของเกมที่ทั้งเร่งเร้าและน่าตื่นเต้นนี้เป็บรรยากาศที่แท้จริงของการเดินทางแห่งโหยหวน
“อะไรนะ! โชคดีขนาดนั้นเลยเหรอ” “เป็ไปได้ยังไง!นี่ต้องโกหกแน่ๆ ทั้งที่คนตายกันมากขนาดนี้!”
เสียงลมกรรโชกนอกหน้าต่างดังเสียดหูอย่างน่ากลัวเหมือนเครื่องบินกำลังเข้าสู่พื้นที่สภาพอากาศรุนแรงมองออกไปเห็นเมฆหนาทึบที่น่าสะพรึงกลัวซึ่งปกติจะพบได้เฉพาะในพื้นที่ที่อันตรายถึงขีดสุด
เสียงฟ้าร้องดังกึกก้องเมฆดำทะมึนหมุนวนหนาทึบ จนเหมือนว่าเรากำลังอยู่ในพื้นที่ที่เลวร้ายที่สุดที่พวกเราเคยเห็น
เครื่องบินเริ่มสั่นไหวอย่างเห็นได้ชัดทำให้ความคิดเื่การเครื่องบินตกลอยขึ้นมาในหัวอีกครั้งทั้งที่เราไม่ได้ละเมิดกฎอะไรเลย
“อย่างที่คิดไว้เลย ต่อให้พวกเราชนะเกมนี้ได้ก็ต้องรีบจบเที่ยวบินนี้โดยเร็ว มิฉะนั้นเครื่องบินจะเข้าสู่พื้นที่ที่อันตรายมากขึ้นเรื่อยๆ”