ยามสองคนที่เฝ้าอยู่ด้านหน้าประตูรั้ว ได้ยินเสียงของผู้นำตระกูลประกาศออกมา ก็พุ่งทะยานเข้าหาก่อนฟาดกระบี่เข้าใส่เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าทันที
"กล้าที่จะมาหาเรื่องถึงหน้าตระกูลโหวง"
"จงตายไปซะ!"
แต่เมื่อยามทั้งสองคนเข้ามาใกล้เทียนฉิน ก็เป็นตาเฒ่าหม่าที่ชักกระบี่สีดำออกมาก่อนวาดออกไปอย่างไม่เกรงกลัว
เปรี้ยง!
เสียงกระบี่กระทบกันจนเกิดประกายไฟ เทียนฉินหันมามองด้วยชายตาก่อนเอามือไพล่หลังเดินเข้าไปด้านในอย่างใจเย็น
ไม่ทันไรยามหนึ่งในนั้นถูกตาเฒ่าหม่าซัดจนกระเด็นลอยออกมา ก่อนที่อีกคนจะถูกตัดหัวจนเลือดพุ่งสาดกระจายเลอะเต็มหน้าประตูทางเข้า
ส่วนด้านเทียนฉินที่เดินเข้ามาด้านใน ก็กำลังต่อสู้กับสมาชิกหลายคนของตระกูลโหวงอย่างสบายมือ เพราะคนพวกนี้ส่วนใหญ่ล้วนมีพลังแค่ระดับหลอมรวมเท่านั้น
"เจ้าต้องการจะทำอะไร?"
อาวุโสของตระกูลโหวงคนหนึ่งอยู่ในอาการตะลึงเมื่อเห็นดาบจ่ออยู่ที่คอ เขาไม่ได้คาดหวังเลยว่าระดับผันแปรขั้นต้นอย่างเขาจะพ่ายแพ้ได้โดยง่าย พลางคิดว่าครั้งนี้ตระกูลโหวงจะเตะโดนแผ่นเหล็กเข้าเสียแล้ว เพราะเด็กหนุ่มตรงหน้าคนนี้ไม่ได้เกรงกลัวคนในตระกูลโหวงเลยด้วยซ้ำ
"ข้าก็จะมาทำลายตระกูลของเจ้าอย่างไรล่ะ!"
ฉั้วะ!
อาวุโสโสคนนั้นดวงตาเบิกกว้างอย่างไม่อยากจะเชื่อ แต่เสียงคำตอบที่มันได้ยินคือความตายเท่านั้น ส่วนคนที่อยู่รอบข้างได้ยินชัดเต็มสองรูหูในสิ่งที่เทียนฉินประกาศออกมา พวกมันล้วนพากันยืนตัวสั่นพร้อมกับไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน
ตระกูลโหวงนั้นเป็นตระกูลแรกในเมืองฝู่โจวแห่งนี้ ผู้นำนิกายมีพลังนะดับผันแปรขั้นสูง ส่วนอาวุโสหลายคนก็มีระดับผันแปรขั้นต้นและขั้นกลาง สมาชิกกว่าสามสิบคนล้วนมีระดับหลอมรวมขึ้นไปทั้งนั้น ซึ่งความสามารถดังกล่าวเพียงพอที่จะบดขยี้ทุกตระกูลในเมืองฝู่โจวได้สบาย
แต่เด็กหนุ่มคนนี้กลับบอกหน้าตาเฉยว่าเขาต้องการทำลายตระกูลโหวง แล้วอย่างนี้จะไม่ให้พวกมันไม่หวาดกลัวได้อย่างไรกัน
"พวกที่ไม่เกี่ยวข้องกับตระกูลโหวงนี้ให้รีบหนีไปซะ!"
"ข้าไม่อยากจะฆ่าคนมากไปกว่านี้อีกแล้ว!"
เทียนฉินเห็นพวกมันถืออาวุธอย่างหวาดกลัวก็ไม่ได้สนใจอีกต่อไป ก้าวเดินต่อไปข้างหน้าพร้อมกับตาเฒ่าหม่าทันที
"คนในตระกูลโหวงไปมุดหัวอยู่ที่ไหนกันหมด!" เทียนฉินตะโกนออกมาเสียงดังเมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าประตูคฤหาสน์แล้วแต่กลับไม่พบใครออกมาต้อนรับเลย
อาวุโสในตระกูลโหวงหลายคนได้ยินดังนั้น ก็แสดงความโกรธออกมาจนใบหน้าของพวกเขาแดงก่ำอย่างเห็นได้ชัด ไม่ใช่ว่าพวกมันไม่กล้าออกไป แต่พวกมันกำลังวางแผนการพร้อมกับส่งโหวงจ้งให้ไปแจ้งข่าวกับพี่ชายของมันอย่างเร่งด่วนต่างหาก
"ไปตายซะ!"
อาวุโสตระกูลโหวงคนหนึ่งที่มีพลังระดับผันแปรขั้นต้นทนไม่ไหวพุ่งออกมา ก่อนฟาดดาบใส่เทียนฉินทันที ตาเฒ่าหม่าที่เตรียมพร้อมอยู่แล้วกระโดดเข้าไปต้านรับอย่างรู้จังหวะ เพียงปะทะกันไม่ถึงสิบกระบวนท่า ตาเฒ่าหม่าก็เสียบกระบี่ทะลุเข้าไปที่หน้าอกของอาวุโสคนนั้น จนขาดใจตายก่อนที่ร่างจนร่วงหล่นลงพื้นเสียอีก
"อาวุโสเตา!"
"แกต้องตาย!"
อาวุโสอีกคนที่เห็นฉากตรงหน้าก็คลุ้มคลั่งฟาดฟันกระบี่ออกมาอย่างรุนแรง ตาเฒ่าหม่าวาดกระบี่เข้าต้านทานอีกครั้ง แต่เป็นเพราะระดับที่ต่ำกว่าขั้นหนึ่งจึงไม่อาจจะต่อสู้ได้นานนัก
"นี่คือสิ่งที่ตระกูลโหวงเป็นคนเริ่มก่อน ถ้าจะโทษก็โทษพวกเจ้าเองที่อวดเบ่งจนไม่เห็นหัวผู้ใด!"
"ตาข่ายฟ้า!"
เทียนฉินไม่อยากเสียเวลาอีกแล้ว หันมาพยักหน้าให้กับตาเฒ่าหม่าที่เสียเปรียบอยู่เพื่อให้ถอยออกไป ก่อนวาดดาบออกไปอย่างรวดเร็ว
เปลวเพลิงสองสีถักทอเป็นตาข่ายเข้าทำลายตระกูลโหวงอย่างไม่ปราณี เสียงพังทะลายของอาคารบ้านเรือนตรงนั้นดังสนั่นหวั่นไหวไปทั่ว คนในตระกูลที่มีระดับพลังต่ำต่างหลบหนีไม่พ้นตกตายกันเป็นจำนวนมาก เสียงร้องโหยหวนดังระงมไปทั่วจากการโดนคมดาบฟาดใส่
ผู้นำตระกูลและอาวุโสหลายคนที่รอดตายมาได้พุ่งออกมาจากซากปรักหักพังนั้นอย่างทุลักทุเล พวกเขาไม่คาดคิดเลยว่าเด็กหนุ่มคนนี้จะกล้าทำลายตระกูลเขาจริงๆ ผู้นำตระกูลมองมาที่เทียนฉินด้วยสายตาเคียดแค้น ตระกูลที่ถูกสร้างมาอย่างยาวนานกลับต้องมาพังทะลายในมือของเขาอย่างนี้รึ
"พวกเราทุกคนเข้าไปสู้พร้อมกันเถอะ!"ผู้นำตระกูลเอ่ยเสียงเล็ดลอดไรฟันออกมา พร้อมกับจิตสังหารที่ถูกปลดปล่อยออกมาอย่างไม่มีปิดบัง
"ฆ่า!"
เมื่อสิ้นเสียง ผู้นำตระกูลก็ขับเคลื่อนพลังปราณออกมาอย่างท่วมท้น ก่อนจะกระชับดาบพุ่งเข้าฟันไปที่หัวเทียนฉินอย่างรวดเร็ว หมายจะตัดให้ขาดภายในดาบเดียว
เทียนฉินแสยะยิ้มออกมาก่อนพริ้วตัวเคลื่อนไหวหลบหลีก จากนั้นจึงวาดออกด้วยกระบวนท่าพยัคฆ์คลั่งออกมาทันที คมดาบที่ผสานแก่นแท้ธาตุลมก่อตัวเป็นพายุลูกใหญ่ พุ่งเข้าใส่ผู้นำตระกูลอย่างรุนแรง
"อ้าก!"
อาวุโสที่อยู่ใกล้โดนลูกหลงจนกรีดร้องออกมาด้วยความเจ็บปวด มือและเท้าของเขาถูกคมดาบตัดขาดออกจากกันจนเลือดพุ่งกระจาย ใบหน้าของอาวุโสคนนั้นซีดเซียวคล้ายกำลังจะเอ่ยบางอย่างก่อนจะสิ้นใจตายไปในที่สุด
ส่วนผู้นำตระกูลก็ชักดาบออกมาต้านรับอย่างยากลำบาก เทียนฉินที่มองดูอยู่ก็วาดกระบวนท่าพิรุณโปรยปรายออกมาอีกครั้งหวังจะกำจัดตระกูลนี้ให้สิ้นซากในการโจมตีครั้งนี้
คมดาบแปรเปลี่ยนเป็นดาบเล่มเล็กนับไม่ถ้วนล่วงหล่นใส่ตระกูลโหวงอย่างรวดเร็ว ส่วนตาเฒ่าหม่าก็เหาะวนเวียนอยู่รอบนอกเพื่อตามซ้ำคนที่หนีออกมาจากห่าฝนดาบนั้นอย่างรู้งาน
อ้าก!
ผู้นำตระกูลถูกคมดาบเชือดเฉือนจนเกิดบาดแผลไปทั้งตัว แต่ด้วยพลังระดับผันแปรขั้นสูงทำให้เขายังสามารถรอดพ้นจากจุดตายมาได้อย่างฉิวเฉียด แต่อาวุโสของตระกูลหลายคนไม่อาจตอบสนองได้ทันจึงถูกคมดาบเหล่านั้นพุ่งเข้าแทงไม่พิการก็สิ้นใจตายคาที่อยู่ตรงนั้น
และพวกที่คิดจะหลบหนีก็ไม่พ้นโดนตาเฒ่าหม่าแอบซุ่มโจมตีจนร่วงหล่นลงไปอย่างไม่ทันระวังตัว เทียนฉินวาดดาบเข้าใส่อีกหลายกระบวนท่าจนผู้นำตระกูลไม่อาจต้านทานได้อีก ถูกดาบเพลิงสุริยาตัดแขนขาดกระเด็นทั้งที่ยังกำดาบอยู่ในมือ
แต่ในขณะที่ดาบของเทียนฉินกำลังจะตัดคอของผู้นำนิกายนั้นเอง อาวุธบางอย่างได้พุ่งเข้ามากระแทกกับดาบของเขาจนหันเหเปลี่ยนทิศทางไป จึงทำให้ผู้นำนิกายรอดตายไปได้อย่างหวุดหวิด
"หืม! ใครกัน!"
เทียนฉินรีบแผ่กระแสจิตขยายออกไปเพื่อสำรวจหาคนที่ซ่อนอยู่ทันที เพียงพริบตาเขาก็สัมผัสได้กับความผันผวนของพลังงานอยู่ด้านหลังซากปรักหักพังเหล่านั้น เขาไม่รอช้าวาดดาบออกไปด้วยกระบวนท่าคมเขี้ยวพยัคฆ์เข้าใส่ตรงจุดนั้นทันที
ตู้ม!
คลื่นดาบเข้ากระแทกตรงจุดนั้นอย่างแรงแต่กลับไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆเลย เทียนฉินแผ่กระแสจิตตรวจสอบอีกรอบก็พบว่าความผันผวนตรงนั้นได้หายไปหมดแล้ว
เมื่อไม่พบอะไรเทียนฉินจึงพริ้วตัวเข้าหาผู้นำตระกูลอย่างว่องไว มือซ้ายคว้าหมับเข้าไปที่คอก่อนออกแรงเล็กน้อยเพื่อให้มันรู้สึกตัว จากนั้นจึงเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงดุดัน
"บอกข้ามาว่าคนที่ซ่อนอยู่เป็นใคร?"
ผู้นำตระกูลเผยรอยยิ้มที่มุมปากก่อนจะพยายามกล่าวออกมา
"เจ้าไม่มีทางได้รู้หรอกว่ามันเป็นใคร?"
"แต่สิ่งหนึ่งที่เจ้าควรรู้ไว้เลยว่าลูกชายของข้าไม่มีทางปล่อยเจ้าไว้แน่!"
เทียนฉินที่ได้ยินดังนั้นก็พลันคิ้วขมวดครุ่นคิดอย่างช้าๆ โหวงจ้งที่เขาได้เห็นแล้วไม่อาจสร้างภัยคุกคามให้เขาได้แน่ แต่แล้วทำไมประมุขตระกูลโหวงคนนี้ถึงได้มีท่าทางมั่นใจขนาดนั้นกัน
หรือว่ามันจะมีลูกชายอีกคน? แล้วถ้ามีจะใช่คนที่ขว้างอาวุธมาสกัดดาบเขาไว้ตอนนั้นหรือเปล่า แต่เมื่อหาคำตอบไม่ได้เทียนฉินจึงสะบัดหัวเลิกคิดเรื่องนี้อีก ก่อนจะออกแรงบีบจนผู้นำตระกูลคอหักตายคามือของเขา
เมื่อการต่อสู้ได้สิ้นสุดลง เทียนฉินกับตาเฒ่าหม่าจึงเริ่มค้นหาทรัพย์สินของคนในตระกูลนี้อย่างคล่องแคล่ว ก่อนที่เทียนฉินจะปลดปล่อยเพลิงอัคนีเผาทำลายซากศพจนไม่หลงเหลืออะไร
ท่ามกลางเปลวเพลิงที่ลุกโชน ผู้คนโดยรอบต่างมายืนมุงดูกันอย่างสนใจ แต่ก็ไม่มีใครกล้าเข้าไปใกล้เนื่องจากความร้อนของเปลวเพลิงที่แผดเผาอยู่โดยรอบ
ณ ห้องพักในโรงเตี๊ยมแห่งหนึ่ง
"ตระกูลโหวงนี่มีสมบัติไม่ใช่น้อยเลย!"
ตาเฒ่าหม่าหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดี หลังจากที่แบ่งทรัพย์สินกันเรียบร้อย ส่วนเทียนฉินนั่งดูแผนที่บนโต๊ะอย่างตั้งใจโดยไม่สนสิ่งที่ตาเฒ่าหม่ายื่นมาให้เลย
พวกเขาทั้งสองไม่ได้หลบหนีไปไหน แต่กลับมาอาศัยอยู่ที่โรงเตี๊ยมแห่งเดิมราวกับว่าไม่มีอะไรเกี่ยวข้องกับเขาเลย
"พรุ่งนี้เช้าเราคงต้องออกเดินทางกันแล้ว!"เทียนฉินเงยหน้าขึ้นมาก่อนชี้ไปแผนที่ตรงที่มีชื่อเมืองหนึ่งเขียนไว้อยู่
"เจ้ากังวลเรื่องลูกชายอีกคนของผู้นำตระกูลโหวงหรือ?"ตาเฒ่าหม่าที่เห็นเทียนฉินทำหน้าเคร่งเครียดก็เอ่ยถามออกมาอย่างสงสัย
"เรื่องนั้นก็ส่วนหนึ่ง แต่เรื่องหาข่าวของลัทธิอีกาดำสำคัญกว่า!"เทียนฉินเอ่ยบอกออกมาตามตรง เพราะเขาได้มาที่แคว้นชิงหลายวันแล้ว แต่ยังไม่รู้เลยว่าจะไปตามหาพวกลัทธิอี
กาดำที่ไหน
"อืม!"ตาเฒ่าหม่าพยักหน้าอย่างเข้าใจก่อนจะแยกย้ายกันไปพักผ่อนเพื่อเตรียมตัวเดินทางในวันพรุ่งนี้
จบตอนที่ 93