ขอย้อนกลับไปเมื่อสองชั่วโมงที่ผ่านมาของฝั่งเรย์และอาวิดเทม... หลังจากพวกเรย์ได้หลบหนีมาทางชายแดนเขตตะวันออกเหนือถูกปกคลุมด้วยผืนป่าไม้กว้างไกลไพศาล หนึ่งในนั้นคือเขตป่าโฮดเดอร์ ต้องสะดุดเข้ากับรอยเท้าสองคู่จากเผ่าพันธุ์มนุษย์พร้อมได้กลิ่นหอมหวนของสายเลือดบริสุทธิ์โชยตามสายลมเย็น มุ่งออกมายังปากทางเข้าที่มีต้นไม้มากมายยืนต้นเบียดเสียดกันจนพาโค้งเป็นอุโมงค์ลงลึกเข้าไป เกิดความสงสัยหวังเดินก้าวตามกลิ่นนั้นไปด้วยความกระหายเลือดผุดขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่ จนกระทั่งเดินเท้าด้วยความเร็วลดลงเท่าเทียบมนุษย์ เพราะเรย์ยังคงไม่หายจากอาการบาดเจ็บจนเกิดความเหนื่อยล้าในภาวะขาดเลือดอย่างมาก สักพักต้องเร่งเดินทางก้าวเร็วกว่าเดิมเมื่อรู้สึกถึงคนกลุ่มหนึ่งมุ่งตามมาไม่ลดละความเร็ว ยิ่งทำให้แน่ใจได้ว่าต้องเป็นกลุ่มทหารลับขององค์กรดำแกะรอยตามมาได้ทันการแล้ว! " ท่านพ่อ " เรย์ตัดสินใจร้องเรียกเสียงกระซิบกับท่านพ่อด้วยใบหน้าเคร่งเครียด แฝงเกรงกลัวเหล่าทหารนั้นกำลังไล่ตามหลังมาติด ๆ ส่วนอาวิดเทมเพียงหันมองด้านข้างแต่ไม่ตอบกลับในทันที ฝีเท้าเริ่มกระหน่ำวิ่งเร็วปานจรวดโดยการต้องพาร่างลูกชายคล้องแขนลากตามไปกับเขาด้วย ยิ่งต้องรีดเร้นพลังลมปราณลงเท้าเพิ่มเป็นสองเท่าตัว เพื่อหวังต้องการสลัดกลุ่มทหารองค์กรดำไม่ให้ไล่ตามพวกเขาได้ทันท่วงทีเช่นนี้อีก! จนกระทั่งวิ่งหนีมาได้ครึ่งทางตามแผนการได้วางกับดักรอไว้ บริเวณรอบเต็มไปด้วยต้นไม้สูงใหญ่ถูกเถาวัลย์เลื้อยพาดพันกับลำต้น ยังยืนสูงดูรกชัฏอย่างยุ่งเหยิงเหมาะแก่การอำพรางยิ่งนัก ทั้งสองพ่อลูกไม่รอช้ารีบพุ่งร่างทะยานหายลับไปหลังพุ่มเถาวัลย์พันกันหนาทึบเพื่อซุ่มรอดูผลงาน มันทำให้หัวหน้าของเหล่าทหารเป็นชายหนุ่มร่างสูงโปร่งมีท่าทางองอาจ แต่งกายด้วยชุดดำทั้งตัวกับทรงผมรวบรัดมัดเป็นหางม้ายาวสีเทาควันบุหรี่ มีผ้าดำปิดบังครึ่งหน้าเผยเห็นแต่แววตาดูขึงขังกำลังยกมือขึ้นทำสัญญาณเป็นเชิง หยุด และทำมือชี้ไปด้านซ้ายและขวาเพื่อให้คนที่เหลือแยกย้ายกันค้นหาผู้หลบหนีในบริเวณนี้ให้ทั่ว แต่ยังไม่ทันได้ก้าวดีลูกน้องทหารนายหนึ่งต้องสะดุดเข้ากับเส้นด้ายดำขึงตึงรอบบริเวณเป็นวงกลม มันได้ทำการปลดล็อคกลไกกับดับเริ่มทำงานจนพื้นที่ตรงนี้ถล่มลงกลายเป็นหลุมลึกขนาดใหญ่ อาบกลิ่นอายพลังรัตติกาลแห่งความตายพลันดูดเหล่าทหารร่วงหล่นลงไปทั้งกอง พร้อมมีกลไกลอีกหนึ่งชิ้นรอรับไว้อยู่ด้านล่างนั่นคือแผ่นหนามแหลมมากมาย ถูกเคลือบด้วยพิษอักขระมนต์ดำทำให้ค่อย ๆ กลายเป็นอัมพาต จนสามารถคราดชีวิตคนให้ตายอย่างทุกข์ทรมานได้เพียงในครึ่งชม.! แต่ดีที่หัวหน้าเหล่าทหารไหวตัวทัน เอื้อมมือสุดแขนรีบคว้าจับขอบหลุมด้านบนรั้งร่างตัวเองไม่ให้ร่วงหล่นไว้ได้ทันการ ส่วนลูกน้องคนที่เหลือพากันดิ่งลงถูกหนามแหลมคมแทงทะลุกลางหลังสุดน่าอนาถใจ มันยังไม่จบเพียงแค่นั้นเมื่อหัวหน้าทหารนายนี้พยายามดันร่างตัวเองด้วยพลังแรงแขนทั้งสองข้างขึ้นไปให้ได้ พลางเงยมองด้านบนขอบเหวหลุมลึกต้องเบิกตากว้างเห็นชายหนุ่มเป็นผู้ต้องหานามว่าเรย์กำลังยื่นหน้าเลื่อนสายตาลงมองมาด้วยการแสยะยิ้ม ก่อนมีปลายสันรองเท้าอันเคลือบพิษชนิดเดียวกับหนามด้านล่างลงแรงเหยียบบดขยี้และเขี่ยมือทั้งสองข้างให้ร่วงลงไปใหม่อีกครั้งเกือบทำได้สำเร็จ " แก! " หัวหน้าทหารเปล่งเสียงสบถคำ มือทั้งสองข้างเริ่มกลายเป็นน้ำแข็งไม่สามารถขยับเขยื้อนได้อีกต่อไป ไม่วายส่งสายตาแห่งความอาฆาตแค้นพร้อมสาปแช่งให้พวกมันตายตกไปตามกัน วิธีสกปรกเช่นนี้หาไม่ได้จากที่ไหนแล้วนอกเสียจากสองพ่อลูกนั่น! ระหว่างกำลังรวบรวมพลังลมปราณที่เหลือลงเท้าไปจนหมดเพื่อหวังเอาชีวิตรอดออกจากหลุมนี้ไปรายงานแก่ท่านมิทรีให้จงได้! สวรรค์ยังคงยื่นโอกาสให้แก่มนุษย์ผู้นี้ให้อยู่รอดต่อไป เมื่อผู้ต้องหานามว่าเรย์เริ่มทำตัวชะล่าใจคิดว่ามันไม่น่าจะรอดแล้ว เดินกลับหลังไปหาท่านพ่อเพื่อรอคำสั่งหวังสังหารมันให้สิ้นกับเหยื่อรายนี้ แต่กลับเผยช่องโหว่ให้หัวหน้าทหารได้เคลื่อนไหวทางขาทั้งสองข้างเริ่มทำการดีดเท้าเข้ากับผนังดินแข็ง แอ่นร่างไปทางด้านหลังกระโดดม้วนตัวบนกลางอากาศห้วงหลุมลึกที่ใต้ล่างมีศพมากมายของเหล่าลูกน้องอยู่เบื้องก้นหลุมนั่นอย่างน่าสลดใจ ขณะส่งแรงลมปราณลงขาชิดสู่ท่ายืนบนพื้นของฝั่งตรงข้ามขอบหลุมได้อย่างแข็งแรงและแม่นยำด้วยความรวดเร็วราวสายลมพัดผ่าน! ช่วงไม่กี่เสี้ยววินาทีนั้นเขารีบพุ่งทะยานเพื่อหนีเอาชีวิตรอดให้ได้เสียก่อน หายลับออกจากปากทางของป่าแห่งนี้รวดเร็วภายในพริบตา " ท่านพ่อ!! มันหนีไปแล้ว " เหตุการณ์เกิดขึ้นอย่างฉับพลัน มันทำให้เรย์ไม่ทันตั้งตัวได้รับมือ รีบหันมองทางท่านพ่อด้วยสีหน้าตกใจ " ปล่อยมันไปเรย์ " อาวิดเทมเพียงพยักหน้ารับ กัดฟันพูดอย่างหงุดหงิดใจมองตามคำอุทานของลูกชายตน " เจ้าควรดูสถานการณ์ของเราด้วยว่ามันย่ำแย่เพียงใด... และดีแค่ไหนแล้วที่เจ้าหนีมันออกมาได้ ?! " คำพูดนั่นมันทำให้ชายหนุ่มนิ่งเงียบปากลงในทันที " แล้วเราจะเอายังไงกันต่อ " เรย์รีบเปลี่ยนเรื่องคุย ขณะลอบมองใบหน้าที่ดูเคร่งเครียดของท่านพ่อ นึกโกรธโทษในความโง่เขลาเบาปัญญาของตัวเองเสียเหลือเกิน ชายหนุ่มมีแต่ทำเรื่องหนักใจให้ท่านพ่ออยู่ตลอดมา และยิ่งถ้ามารู้ว่าได้เปิดปากบอกถึงชื่อของท่านผู้นั้นแล้ว เขาคงไม่มีหน้ามาเจอท่านพ่ออีกต่อไปแน่! " ตามรอยเท้านั่นไป ! " อาวิดเทมตอบเสียงเคร่งขรึม ดวงตาสีแดงสดตวัดมองลูกชายอยู่ครู่เดียว เริ่มก้าวเดินนำไปในเส้นทางของรอยเท้าสองคู่นั่นใหม่ มุ่งสู่เบื้องหน้าเป็นกลางป่าที่มีต้นไม้ยืนลำต้นสูงดูโปร่งโล่งกว่าเดิมหลายเท่าตัวแล้ว หลังจากสองพ่อลูกเดินตามรอยเท้ามาได้สักระยะหนึ่ง กลิ่นอายนั่นให้ความชัดเจนมากขึ้น ขณะสายตาของเรย์เหลือบเห็นเด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งมีสีผมและการแต่งกายเป็นเอกลักษณ์ดูดีสะดุดตา พากันเดินทอดน่องอยู่กลางป่าแห่งนี้คล้ายกำลังเดินเล่นในสวนหลังบ้านของตัวเอง เมื่อเห็นก็รู้ได้ในทันทีว่ามันชื่ออานนท์หรือเป็นตัวเจ้าปัญหาของเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับพวกเขา และผู้หญิงอีกคนหนึ่งที่มีหูกระต่ายกับหางยาวดูส่ายไปมา คล้ายเรดาร์ตรวจจับพื้นที่อยู่ตลอดเวลาชวนน่ารำคาณใจ เพียงแค่ได้ดมกลิ่นของนาง เรย์ถึงกับกระตุกยิ้มราวราชสีห์กำลังตะครุบเหยื่อ เผ่าพันธุ์โกคาเรย์เป็นปรปักษ์กับเผ่ามาเรียซินมานานแสนนานมากแล้ว จนเริ่มคิดแผนวางจับเด็กหนุ่มนามอานนท์มาดื่มเลือดเพื่อดับความกระหายให้จงได้ ใช้โอกาสนี้แก้แค้นมันให้อย่างสาหัส ก่อนส่งตัวกับท่านเอเรบัสจะได้เสร็จสิ้นงานนี้ไปได้เสียที! อะไรมันจะเหมาะเจาะขนาดนี้!! อาวิดเทมใช้คาถาบทหนึ่งเพื่อเพ่งมองถึงขั้นระดับของอานนท์! แต่กลับเห็นเพียงความว่างเปล่าขาวขุ่นไร้แสงสี ต้องเปล่งประกายบ่งบอกถึงระดับพลังเวทจากเจ้าเด็กนั่นอย่างน่าประหลาดใจ เขาพยายามเพ่งมันใหม่แต่ผลลัพธ์กลับเหมือนเดิมทุกครั้งพลันเกิดความระแวกระวังเริ่มขึ้นมา จนต้องเปลี่ยนเป้าหมายมายังเจ้าเด็กผู้หญิงเผ่ามาเรียซินนี้แทน ปรากฏเห็นขั้นนักรบเวทย์ระดับสี่ ใกล้ถึงจุดคอขวดในการข้ามขั้นเป็นจอมปราชญ์เวทย์เพียงอีกอึดใจเดียว " เรย์ พ่อไม่สามารถเห็นขั้นพลังของมันได้เลย! " อาวิดเทมทักลูกชายด้วยน้ำเสียงเบาลง กลัวว่าเหยื่อจักไหวตัวทัน ขณะเดินหลบหลังต้นไม้นั้นต้นไม้นู้นเป็นการกำบังกายหวังไล่ตามไปติด ๆ แต่ทิ้งระยะห่างอย่างพอสมควร จนมาถึงเขตอาศัยของเหล่าสัตว์เวทระดับสูงอยู่ทางด้านหน้าแล้ว หนึ่งในสัตว์เวทระดับสูงที่ชอบอาศัยในเขตนี้ คือ วิเนสเวร่า อยู่ระดับยี่สิบสองคล้ายเสือดาว เปล่งประกายสีแดงอร่ามสะท้อนบนขนยาวสีขาวสะอาดดุจหิมะ พวกเรย์ได้พบมันเข้าอย่างบังเอิญ กำลังเดินหาอาหารอยู่แถวบริเวณนี้พอดิบพอดี ประจวบเหมาะปรากฏสัตว์เวทอีกตัวมีนามว่าเนอัส มีรูปร่างใหญ่โตคล้ายคิงคองยักษ์เป็นผู้รักสันโดษอย่างแท้จริง ชอบเปล่งเสียงครวญครางภายในลำคอคล้ายคำรามบางเบา เพื่อเบ่งอำนาจส่งสัญญาณเตือนเหล่าสัตว์เวทตัวอื่นไม่ให้เข้าใกล้ โดยเส้นทางนี้เป็นเส้นทางผ่านไปมาในการกลับถิ่นอาศัยเมื่อใกล้เวลาเข้านอนของมันแล้ว ได้เกิดความคิดบางอย่างผุดขึ้นในหัวของสองพ่อลูกโดยไม่ต้องออกแรงไล่จับอานนท์และลงมือฆ่าผู้หญิงนั่นด้วยตัวเองแทน อาวิดเทมเดินออกจากหลังต้นไม้ใหญ่มาก้าวหนึ่ง ยื่นมือขึ้นร่ายคาถาสักบทจนปรากฏฝ่ามือโปร่งใสมหึมาแต่อัดมวลพลังพวยพุ่งเข้าผลักบั้นท้ายของสัตว์เวทวิเนสเวร่าอย่างรวดเร็ว ต้องการให้มันวิ่งหนีและเข้าปะทะชนกับเนอัสเพื่อหวังให้เกิดเรื่องได้สำเร็จ ระหว่างเห็นพวกอานนท์เริ่มเข้ามามีบทบาทในเหตุการณ์ต่อสู้ของสัตว์เวททั้งสองด้วยแววตาแห่งความตื่นเต้นแล้วด้วย เวลาผ่านไปสักพักหนึ่ง เรย์ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นอานนท์เรียกธนูขึ้นมายิงใส่เจ้าสัตว์เวทเนอัสด้วยลูกธนูทั้งสามดอกอย่างแม่มยำราวจับวางยัดเข้าใส่ อันถูกกำกับคาถาระดับสูงเป็นกงจักรหมุนวนรอบก้านธนูประกายทองอร่ามดูทรงพลังอย่างมาก อาจเทียบเท่าถึงขั้นจอมราชันย์เวทย์สรรสร้างขึ้นมาให้โดยเฉพาะ แต่นาทีนั้นมันกลับทำให้อาวิดเทมนิ่งเงียบราวก้อนหิน ถึงขั้นตกตะลึงราบลงไปนอนกับพื้นเสียให้ได้แล้ว และแบบนี้ในสภาพของพวกเขาจะจัดการมันได้สำเร็จอย่างที่คิดไว้หรือ ชายวัยกลางคนอดคิดไม่ได้ ระหว่างเห็นเจ้าเด็กเผ่ามาเรียซินพุ่งทะยานเข้าปริบชีพสัตว์เวทวิเนสเวร่าภายในดาบเดียวอย่างง่ายดายของช่วงเวลาเพียงไม่กี่วินาทีเท่านั้น ' เจ้าเด็กนั่นมันมีฝีมือถึงขนาดนี้เชียวรึ ' อาวิดเทมลอบนึกเจาะจงถึงอานนท์ เขาไม่เคยคิดว่ามันจะมีพัฒนาการทางด้านพลังถึงขั้นจอมปราชญ์เวทย์ได้ สามารถร่ายบทคาถาระดับโบราณขึ้นมาใช้อย่างดูชำนาญการ แต่เมื่อก่อนกลับเห็นท่าทางดูไม่รู้จักเวทมนตร์ หรือมีการร่ายบทคาถาออกมาสําแดงฤทธิ์ให้ได้เห็นจากเหยื่อรายนี้เลยสักครั้งเดียว เกือบทำให้หลงเชื่อไปว่าเจ้าเด็กนี้ไม่มีพลังธาตุติดตัวมาตั้งแต่เกิดเหมือนผู้อื่นแล้ว ในความคิดแรกหวังลอบฆ่าพวกมันโดยการยืมมือจากเจ้าสัตว์เวทแทนจากสองพ่อลูก แต่อาวิดเทมกลับได้ตัดสินใจและออกปากสั่งให้เรย์ถอยหนีไปตั้งหลักเสียก่อน ยังดีกว่าเอาชีวิตของลูกชายไปทิ้งอีกครั้งถ้าเกิดพลาดพลั้งเสียท่าขึ้นมาในการเริ่มปะทะคราวนี้ เขาคงไม่ให้อภัยตัวเองอีกเป็นครั้งที่สองแน่ ถ้าหากอาวิดเทมเกิดการพลาดพลั้งขึ้นมาจริงๆ แล้วอย่างงี้เจ้าเรย์จะเป็นอย่างไร คงไม่พ้นถูกกักขังอีกเป็นแน่ ถ้าหัวหน้านายทหารนั่นพาลูกน้องกองใหม่ตามรอยพวกเขามาถึงที่นี่ได้จนสำเร็จเล่า?
จนกระทั่งกินเวลาผ่านล่วงเลยมาถึงเหตุการณ์ ณ ปัจจุบัน ขณะพวกอาวิดเทมกำลังความลังเลในการถอยหนีอยู่ " แย่แล้ว! " เสียงประสานร้องทักดังด้วยความตกใจของทั้งสองพ่อลูก ไม่คิดว่าเจ้าสัตว์เวทเนอัสหน้าโง่จะฟาดร่างอานนท์มาทางพวกเขาที่ยืนหลบหลังต้นไม้เอ็นเตอร์ หวังรอจังหวะเข้าประชิดตัวสังหารมันในดาบเดียวของเรย์ เพื่ออยากล้างแค้นให้เท่ากับสิ่งที่พวกมันทำร้ายชีวิตพวกเขาไว้อย่างสาสม! ขณะอาวิดเทมรีบดึงคอเสื้อของลูกชายวิ่งพุ่งทะยานเข้าหลบด้านหลังต้นไม้อีกต้น แต่กลับถูกสกัดเส้นทางไว้ก่อนจากเด็กสาวเผ่ามาเรียซิน บนมือนางตวัดดาบยาวประกายดำอยู่ครู่เดียวเมื่อม้วนตัวตั้งหลักอย่างง่ายดายจากการถูกสัตว์เวทเนอัสฟาดร่างเข้ามายังตำแหน่งนี้ ก่อนยกปลายดาบขึ้นชี้หน้าพวกมันด้วยสายตาแห่งความอาฆาตแค้นถูกฝังลึกเข้าสู่เส้นเลือด ส่วนอานนท์เดินก้าวเข้ามาปิดท้ายหลังพวกเขาด้วยสภาพดูดีไม่มีรอยเสื้อผ้าต้องยับยูยี่เลยแต่อย่างใด อาวิดเทมถึงต้องผลักตัวลูกชายให้หลบอยู่ด้านหลังตน เดินถอยห่างพวกนั้นไปก้าวหนึ่งอย่างทรงตัวไม่อยู่ แต่เรย์กลับปัดมือท่านพ่อพลางเรียกดาบคู่กายขึ้นมาไว้บนมือสั่นระริกอย่างรุนแรง เพราะขาดเลือดมานานหลายชม.พร้อมพลังเวทถูกดูดไปเกือบจนหมดตัวแล้ว
มาทางด้านอานนท์และริต้า ' ช่างดูไม่ประมาณตนเอาเสียเลย ' จู่เกิดเสียงเล็ก ๆ ทักดังขึ้นภายในห้วงจิตของอานนท์ มันทำให้เขารีบเพ่งมองลึกเข้าไปในตัวของเรย์อดสงสัยไม่ได้ ปรากฏว่าภายในดวงจิตไร้แสงสี หลงเหลือแต่เปลือกนอกขาวขุ่นบ่งถึงพลังธาตุถูกลดลงอยู่ขั้นนักเวทย์ก่อเกิดเพียงเท่านั้น ' เจ้าจะทำยังไงกับสองพ่อลูกนี้? ' ลูซเอ่ยถามต่อ ขณะมองผ่านดวงตาอานนท์เริ่มเห็นการเคลื่อนไหวของอาวิดเทมกำลังบริกรรมคาถาพึมพำภายในลำคอ ลอบยื่นมือออกมาข้างขวาโยนเศษไม้กองเล็กลงบนพื้นดิน ฉับพลันปรากฏหุ่นไล่กามากกว่ายี่สิบตัวขึ้นล้อมรอบพวกอาวิดเทมราวเกราะกำบังเป็นวงกลมยืนคั่นกั้นเขาให้ถอยห่างจนสำเร็จ มีร่างสีดำทมิฬเแผ่กลิ่นอายสังหาร หุ่นไล่กาแถวหน้าปล่อยลูกบอลขนาดใหญ่เต็มไปด้วยพลังรัตติกาลขั้นนักรบเวทย์พวยพุ่งใส่พวกเขาต้องรีบถอยออกมาหลายสิบก้าวในทันที ในช่วงเวลานั้นอานนท์เห็นชายวัยกลางคนเริ่มร่ายคาถาเรียกประตูมิติหวังหลบหนีแต่เด็กหนุ่มไม่ยอมให้มันเกิดขึ้นแน่นอน รีบวิ่งทะยานขณะปรับเปลี่ยนธนูกลับกลายเป็นดาบนามบูรัคจูเปอร์เลียนคล้ายดาบซามูไรประกายเรืองแสงทองอร่ามเปี่ยมไปด้วยอานุภาพทำลายล้างดูทรงพลังเมื่อมีตัวอักขระมากมายถูกกำกับไว้สังหารเหล่าศัตรู พลันยกดาบขึ้นตวัดลงผ่ากลางร่างของหุ่นไล่กาตัวแรกหวังเข้ามาขัดขวางเส้นทางเขามุ่งพุ่งทะยานไปถึงตัวพวกมันให้ได้! จนร่างหุ่นไล่กาตัวแรกถูกแยกออกจากกันเป็นสองซีก เกิดประกายไฟสีทองอร่ามลุกโชนและแผดเผากลายเป็นจุนไม่หลงเหลือเศษเสี้ยวส่วนอื่นเลยแม้แต่ชิ้นเดียว มันทำให้เกรงขามถึงธาตุพลังแสงสว่างแห่งสายเลือดบริสุทธิ์ของตระกูลก๊อตเธอคิงช่างน่าหวาดกลัวเพียงใด ระหว่างริต้าไล่กำจัดหุ่นไล่กาที่เหลือตามหลังเจ้านายไปอย่างติด ๆ แต่กลับถูกสกัดทุกการเคลื่อนไหวราวกับว่าเห็นล่วงหน้าในทิศทางก้าวเท้ารุกตอบโต้กลับไปไม่เว้นช่วงพักผ่อนแรง พลันเรียกกระแสพลังเวทรัตติกาลเป็นมวลหนาแน่นเข้าเคลือบดาบยาวในมือของริต้ายืนอย่างมั่นคงอีกครั้งหลังถอยเท้าก้าวหนึ่งเพื่อต้องการตั้งหลัก ก่อนพุ่งทะยานเข้าใส่หุ่นไล่กาเบื้องหน้าเข้าไปใหม่ ขณะยกดาบขึ้นตวัดฟาดฟันพวกมันไปทีละตัวกำลังยืนขวางทางนางไม่ให้ไล่ตามหลังเจ้านายบัดนี้ได้มุ่งไปด้านหน้าถูกร่างหุ่นไล่กาที่เหลือยืนบดบังจนมิด บรรยากาศโดยรอบล้วนมีการเปลี่ยนแปลงถูกปกคลุมเต็มไปด้วยหมอกมากมายเคลือบคลานเข้ามา ความหนาวเย็นเริ่มเกาะกินไปทั่วทุกพื้นที่! ประกอบจิตสังหารแผ่กระจายออกจากอานนท์เสียแล้ว จิตใจเด็กหนุ่มเริ่มไม่เป็นปกติเพราะความรู้สึกมากมายเข้าถาโถม จนตอนนี้ได้ยินเพียงแต่ ต้องฆ่า ฆ่าและฆ่ามันให้จงได้ ให้เท่ากับร่างกายและจิตใจที่ถูกกระทำมาโดยตลอด พลังด้านมืดถูกกระตุ้นอย่างรุนแรง จนบัดนี้ดาบในมือของอานนท์เริ่มมีการเปลี่ยนแปลงเดิมจากสีทองสายเดียวถูกเคลือบด้วยสีดำทมิฬเข้ามาแทรกปกคลุมเต็มทั้งฝักโดยสมบูรณ์ กล้ามเนื้อแขนอันทรงพลังถึงกับสั่นกระเพื่อมแห่งความอาฆาต ขณะอาวิดเทมกำลังรวบรวมพลังเวทเพื่อร่ายคาถาเปิดประตูมิติข้ามไปอีกเขตหนึ่ง แต่การกระทำเช่นนั้นมันต้องแลกกับพลังเวททั้งหมดถูกลดระดับลงภายในขั้นจอมปราชญ์เวทย์ที่สะสมบ่มเพาะมาโดยตลอดจนอยู่ระดับสี่ แต่ตอนนี้เหลือแค่ระดับต้นเพียงเท่านั้นแล้ว แต่ชายวัยกลางคนกลับยิมยอมที่จะแลกมันเพื่อต้องการพาลูกชายคนเดียวของเขาในการต่อชีวิตให้อยู่รอดต่อไป ดวงตาชายวัยกลางคนไม่วายเห็นการผ่าฝูงหุ่นไล่กาตั้งใจสร้างไว้สกัดการเคลื่อนไหวพุ่งกระหน่ำจากเจ้าเด็กหนุ่มนามอานนท์ด้วยแววตากระหายอยากแก้แค้นฉายชัด หวังเข้าขัดขวางการเปิดประตูมิติของพวกอาวิดเทม บนมือถือดาบบูรัคจูเปอร์เลียนฟาดฟันเหล่าหุ่นไล่กาตัวแล้วตัวเล่าได้สลายหายไปด้วยเปลวไฟที่ร้อนแรง " อย่าแม้แต่จะคิดหนีให้รอด!! " เสียงตะโกนกู่ร้องทัก ถูกอำนาจแห่งความโกรธแค้นเข้าครอบงำ ห้วงแห่งจิตเริ่มปั่นป่วนจนเกือบควบคุมร่างกายไม่อยู่ ถึงอารมณ์เหล่านี้ได้เข้ามาแทนที่ความใจเย็นในตอนแรกของอานนท์ แต่สติปัญญายังคงดีอยู่ไม่ให้เกิดความประมาทจนพลาดพลั้งเสียท่าพวกมันเป็นภัยแก่ตัวเอง! เด็กหนุ่มรู้สึกถึงพลังธาตุรัตติกาลบริสุทธิ์อีกสายกำลังร้องเรียกให้เขานำขึ้นมาใช้งานในครั้งนี้ แต่ดีที่อานนท์สามารถควบคุมพลังนั้นได้อย่างอยู่หมัด หลังจากได้คำชี้แนะของท่านอาจารย์แอนทิลจนเข้าใจอย่างแตกฉาน อานนท์รู้สึกขัดใจอยู่ตลอดเวลากับการถูกเหล่าหุ่นไล่กาที่เหลือเข้ามาขัดแข้งขัดขาเกือบใกล้ถึงตัวพวกอาทิดเวทเพียงไม่กี่ก้าว แต่ถูกร่างของพวกมันสกัดได้ในทุกครั้งต้องถอยร่นออกไปหลายช่วงเช่นกันจนน่ารำคาณใจ ขณะเห็นผู้ติดตามสาวไล่กำจัดหุ่นไล่กาอยู่ด้านหลังตามขึ้นมาติด ๆ ไม่ลดละเช่นกัน ให้ความรู้สึกถึงการไม่ต้องโดดเดี่ยวอีกต่อไป เมื่อต้องเผชิญในเหตุการณ์เหล่านั้นเหมือนครั้งก่อน