ตอนที่ 145 กลิ่นอายเก่าแก่โบราณ!
"หมายถึงว่า…เราต้องรับรู้ถึงจิตของตัวเองได้อย่างมั่นคงตลอดเวลาสินะ?""ใช่ค่ะ ถ้าเชนสามารถรับรู้ถึงจิตของตัวเองได้อย่างมั่นคงแล้ว วิชานิทราห้วงสมาธิก็สำเร็จเกินครึ่งแล้วล่ะค่ะ""แต่ว่าฉันยังงงเรื่องที่จะแยกจิตกับร่างกายอยู่เลย จะทำให้จิตตื่นแล้วร่างกายหลับได้ยังไง?""จริงๆวิชานี้มันก็ไม่ต่างจากการทำสมาธิปกติเท่าไหร่หรอกค่ะ เดี๋ยวฉันจะอธิบายเคล็ดวิชาให้ฟัง…"ฉินที่ขณะนี้กำลังเดินนำหน้าขบวนเพื่อมุ่งไปยังซุ้มประตูปริศนาต้องหันมองไปยังด้านหลังอย่างสนใจ เพราะถ้าเขาฟังไม่ผิดขณะนี้เชนและฟางหรูที่กำลังเดินตามมาอยู่นั้นกำลังพูดคุยกันถึงเรื่องวิชานิทราห้วงสมาธิกันอยู่"นี่นายสนใจวิชานิทราห้วงสมาธิงั้นเหรอเชน?"ฉินเอ่ยถามขึ้น เมื่อฟางหรูนั้นได้อธิบายเคล็ดวิชานิทราห้วงสมาธิให้เชนฟังจนจบเป็นที่เรียบร้อย"ก็นะ ถ้าเกิดมีติดตัวไว้คงจะดี เพราะถ้าต้องไปติดอยู่ในป่าหรือที่ไหนสักที่คนเดียว วิชานี้คงมีประโยชน์ไม่น้อยเลย"เชนพยักหน้าพร้อมตอบออกไปตามตรง เมื่อคืนตอนเขาได้ยินฉินบอกถึงวิชานี้เขาเองก็รู้สึกสนใจมันอยู่แล้ว แต่ด้วยความง่วงเขาจึงต้องวางมันไปก่อน แต่ตอนนี้เมื่อว่างๆอยู่เขาจึงถามฟางหรูถึงวิชานี้ และดูเหมือนเองฟางหรูก็สามารถใช้วิชานี้ได้เช่นกัน เพราะเธอนั้นสามารถอธิบายและไขข้อข้องใจของเขาได้ทั้งหมด จนตอนนี้เขารู้วิธีใช้อย่างทะลุปรุโปร่งแล้ว"นิทราห้วงสมาธิน่ะเป็นวิชาที่ไม่ใช้เอกลักษณ์ปราณของแดนกระบี่เราเลยทำให้คนนอกสามารถเรียนรู้ได้ก็จริง แต่มันก็เป็นวิชาที่ยากเอามากๆนะ เพราะมันต้องกำหนดและสัมผัสถึงจิตให้ได้ ขนาดฉันที่ฝึกจิตมาตั้งแต่เด็ก กว่าจะใช้วิชานี้ได้ยังล่อเข้าไปเป็นเดือนแน่ะ เพราะงั้นมันอาจจะยากสำหรับคนไม่เคยฝึกควบคุมจิตอย่างนายไปสักหน่อย แต่ก็พยายามเข้าล่ะ ถ้าตั้งใจนายต้องทำได้แน่"ฉินบอกเล่าถึงความยากของวิชานี้พร้อมกับกล่าวให้กำลังใจเชนไปด้วย เพราะเขารู้ดีว่าวิชานี้ยากขนาดไหน การรับรู้ถึงจิตได้อย่างมั่นคงจนสามารถแยกการทำงานของจิตกับร่างออกจากกันได้นั้น ถือว่าเป็นอะไรที่โหดหินเอามากๆ ขนาดเขาที่มั่นใจในเรื่องการทำสมาธิควบคุมจิต ยังต้องใช้เวลาเป็นเดือนๆกว่าจะสามารถใช้วิชานี้ได้แต่…ฉินไม่ได้รู้หรอกว่าเชนนั้นมีความสามารถพิเศษอยู่…ความสามารถที่ทำให้ฟางหรูต้องตกตะลึงมาแล้วฟางหรูเมื่อได้ยินฉินกล่าวออกมาเช่นนั้นก็ได้แต่ยิ้มแห้งๆ เพราะเธอรู้ดี…ขนาดวิชากระบี่ปรับสภาพที่ต้องใช้เอกลักษณ์ปราณของแดนกระบี่สูงมากเพื่อใช้ออก เชนก็ยังใช้มันได้ราวกับเป็นเรื่องธรรมดา ถึงวิชานิทราห้วงสมาธินี้จะยาก..แต่ถ้าเป็นเชนละก็คง…"นั่นสิ ฉันว่ามันก็ยากอยู่ คงต้องตั้งใจทำดูล่ะนะ"เชนพยักหน้ารับคำฉินพร้อมกับเอามือลูบคางอย่างครุ่นคิดไปด้วย ส่วนฉินเองเมื่อได้ยินแบบนั้นก็พยักหน้าให้กำลังใจ…แต่ทั้งสองไม่รู้เลยว่าพวกเขานั้นได้ตีความคำว่าตั้งใจนั้นแตกต่างกันโดยสิ้นเชิง..'ถึงฟังที่หรูหรูบอกจนเข้าใจวิธีการใช้หมดแล้วก็เถอะ แต่..ก็คงต้องมีเวลาสักสิบนาทีตั้งใจทำดูล่ะนะ'นี่คือความคิดของเชน..ชายหนุ่มที่แค่เห็นวิชาต่างๆก็สามารถนำมันมาใช้ได้..'ไม่อยากไปพูดตัดกำลังใจเชนเลยแฮะ แต่วิชานี้มันก็ยากจริงๆ แต่ไม่แน่ถ้าเชนตั้งใจฝึกติดต่อกันสักสามสี่ปีเป็นประจำทุกวัน เชนก็คงใช้ได้แหละ…มั้งนะ'และนี่คือความคิดอย่างเห็นใจของฉิน… พวกเชนเดินทางกันไปเรื่อยๆอย่างไม่รีบร้อนและไม่ประมาท เพราะฉินนั้นได้ทำการเดินนำเชนและฟางหรูเดินลัดเลาะไปตามตีนเขาของภูเขาขนาดใหญ่ลูกหนึ่ง ภูเขาลูกนี้สูงใหญ่และทอดยาวไม่ใช่น้อย แถมเส้นทางระหว่างเดินทางก็ไม่ใช่ทางเดินตรงราบเรียบเหมือนถนนในเมืองแต่อย่างใด แต่มันเป็นทางคดเคี้ยวชวนมึนหัวที่วกไปวนมาและเต็มไปด้วยอันตราย เพราะมีหลายครั้งที่พวกเขาต้องเดินเลาะไปตามทางเดินแคบๆที่ด้านข้างเป็นเหวลึก ที่เมื่อเชนมองลงไปเขาก็เห็นเพียงความมืดมิดเนื่องจากความลึกสุดยอดของมัน นี่ทำให้ทั้งสามต้องเดินทางอย่างระมัดระวังอย่างที่สุด"นั่นไง ช่องแคบนั่นแหละ"หลังจากเดินลัดเลาะตีนเขาคดเคี้ยวขนาดใหญ่มาเกือบหนึ่งชั่วโมง ในที่สุดพวกเขาทั้งสามก็เดินลัดเลาะพ้นตีนเขาลูกนี้มาได้สำเร็จ เมื่อหลุดพ้นมาได้ฉินที่เดินนำอยู่ก็กล่าวขึ้นพร้อมชี้นิ้วไปด้านหน้า เชนและฟางหรูที่เดินตามมาไม่ห่างรีบเดินเข้าไปสมทบพร้อมกับมองไปตามนิ้วของฉิน"ว้าว.."เชนถึงกับเผลอร้องว้าวออกมาเบาๆเมื่อมองไปยังทิศทางที่นิ้วของฉินชี้ไป ส่วนฟางหรูเองก็ไม่ต่างกับเขานัก เธอมองไปยังทิศทางนั้นพร้อมกับดวงตาที่ฉายแววอัศจรรย์ใจ นั่นเพราะทิศทางที่นิ้วของฉินชี้ไปนั้นมันคือ…ภูเขาขนาดใหญ่โตมโหฬารลูกหนึ่ง! มันเป็นภูเขาที่สูงใหญ่มโหฬารอย่างที่สุด! สูงจนเชนที่ยืนอยู่บนพื้นเงยหน้ามองขึ้นไปยังมองไม่เห็นยอดเขา! แถมภูเขาลูกนั้นยังทอดยาวออกไปอย่างสุดสายตา! เชนไม่เคยเห็นภูเขาขนาดใหญ่โตเช่นนี้มาก่อนเลยในชีวิต ขนาดภูเขาที่ล้อมรอบเมืองไม้หอมที่เขาคิดว่ามันก็สูงใหญ่มากๆแล้ว แต่เมื่อนำมาเทียบกับภูเขาขนาดมหึมาที่เขากำลังมองอยู่ มันเทียบไม่ติดหนึ่งในสิบเลยด้วยซ้ำ!แต่ถ้าสังเกตให้ดีและมองไปยังทิศทางที่นิ้วของฉินชี้ไป จะเห็นว่าภูเขาขนาดยักษ์ลูกนั้นมีช่องแคบที่สูงจนมองไม่เห็นยอดอยู่ และช่องแคบนั้นมันดู..เรียบตรงอย่างที่สุด เรียบตรงราวกับว่าภูเขาลูกนั้นได้ถูกดาบขนาดใหญ่ยักษ์ฟันใส่จนเกิดเป็นช่องแคบนั้นขึ้น!! ถ้ามองจากมุมที่เชนอยู่นี้ จะเรียกว่าภูเขาขนาดใหญ่ยักษ์ลูกนั้น ถูกตัดแยกออกเป็นสองซีกก็ไม่ผิดนัก! และดูแล้วช่องแคบที่ตัดแยกภูเขานั้นก็คือเส้นทางที่ฉินบอกพวกเขาไว้! "สุดยอดเลยแฮะ ภูเขาลูกนั้นใหญ่โคตร แถมช่องแคบนั่น…เหมือนมันโดนดาบขนาดใหญ่ตัดเอาเลย"เชนกล่าวอย่างทึ่งๆเมื่อได้เห็นทัศนียภาพเบื้องหน้า"เดี๋ยวถ้านายไปถึงช่องแคบนั่นนายได้ตกใจกว่านี้แน่เชน"ฉินหันมากล่าวเมื่อเห็นท่าทางตกตะลึงของเชน"หมายความว่าไง?"เชนเอ่ยถามอย่างงุนงง"ไปถึงเดี๋ยวก็รู้"ฉินกล่าวขึ้นอย่างอมพะนำ และเมื่อกล่าวจบเขาก็ออกเดินนำต่อไปทันที ทิ้งความงุนงงสงสัยไว้ให้เชนที่อยู่เบื้องหลัง"ไปกันค่ะเชน"ฟางหรูกล่าวชวนพร้อมกับเดินตามหลังฉินไปเชนเงยหน้ามองภูเขาขนาดยักษ์นั้นครั้งหนึ่ง แล้วก็เดินตามศิษย์พี่น้องแห่งแดนกระบี่ไปโชคดีที่เส้นทางที่จะมุ่งตรงไปยังช่องแคบนั้นไม่ได้เดินลำบากมากนัก พวกเขาทั้งสามแค่ต้องเดินฝ่าผืนซากต้นไม้สีดำสนิทที่ขึ้นจนแน่นขนัดเท่านั้น"พวกเรามาถึงแล้ว"ฉินกล่าวขึ้นหลังจากที่พวกเขาทั้งหมดเดินฝ่าซากต้นไม้มาร่วมครึ่งชั่วโมง เบื้องหน้าของพวกเขาทั้งสามในขณะนี้คือช่องแคบที่สูงจนมองไม่เห็นยอด! ในที่สุดพวกเขาก็เดินมาถึงปากทางเข้าช่องแคบแล้ว!"นี่มัน.."เชนกล่าวอย่างเหม่อลอยพร้อมกับเดินไปยื่นมือสัมผัสกับผนังของช่องแคบ ฟางหรูเองก็ไม่ต่างกับเชนนัก เธอเดินไปที่ผนังอีกด้านของช่องแคบที่อยู่ห่างไปราวยี่สิบเมตร เธอเดินไปหยุดมองมันแล้วก็ยกมือขึ้นสัมผัสกับผิวผนังนั้นอย่างเหม่อลอย"ตอนฉันเห็นทีแรก..ฉันก็ตกใจเหมือนกัน"ฉินกล่าวขณะมองท่าทางของเชนและฟางหรู เขาเข้าใจ..เพราะตอนเห็นครั้งแรกเขาก็ถึงกับอ้าปากค้างเหมือนกัน นั่นเพราะผนังทั้งสองข้างของช่องแคบแห่งนี้นั้นมันเรียบกริบ…เรียบกริบอย่างผิดธรรมชาติ! มันเรียบราวกับว่าช่องแคบแห่งนี้เกิดมาจากการที่มีอาวุธอันคมกริบตัดผ่าลงมา!!"นี่มัน..เกิดเองตามธรรมชาติจริงดิ"เชนกล่าวขึ้นเบาๆพร้อมกับลูบผนังช่องแคบไปมา เขาลูบมันโดยไม่มีการสะดุดเลยสักนิด แสดงให้เห็นว่ามันเรียบขนาดไหน"หรูน้อย สัมผัสได้ใช่ไหม""มันเลือนรางมาก..แต่หนูก็พอสัมผัสได้ค่ะ แต่กลิ่นอายที่ทรงพลังแบบนี้..หนูไม่เคยเจอมาก่อนเลย"ทันใดนั้นเสียงพูดคุยของฟางหรูและฉินก็ดังมาจากผนังอีกฝั่งของช่องแคบ ทำให้เชนที่กำลังตกตะลึงกับสิ่งที่เห็นต้องหันไปมอง"มีอะไรกันเหรอ?"เชนเดินเข้าไปสมทบกับฉินและฟางหรูที่เหมือนกำลังพูดคุยอะไรกันอยู่"บนผนังพวกนี้..มันมีกลิ่นอายอยู่ค่ะ"ฟางหรูตอบคำถามของเชนโดยที่มือเรียวสวยยังคงลูบผนังถ้ำนั้นไปมา"กลิ่นอาย? กลิ่นอายอะไร ฉันไม่เห็นรู้สึกเลย"เชนกล่าวอย่างงุนงง เพราะเขาไม่เห็นรู้สึกถึงกลิ่นอายอะไรที่ฟางหรูว่าเลย"มันเบาบางมากแล้ว แถมยังเก่าแก่เอามากๆ พวกเราที่ฝึกจิตมาตั้งแต่เด็กเลยพอจะสัมผัสได้ ส่วนนายจะไม่รู้สึกก็ไม่แปลกหรอก"ฉินเป็นผู้กล่าวตอบเชน ครั้งแรกที่มาเขาเองก็พอจะสัมผัสถึงกลิ่นอายบนผนังพวกนี้ได้ แต่มันเลือนรางเอามากๆทำให้เขายังไม่ฟันธงเต็มสิบส่วน แต่เมื่อฟางหรูเองก็สัมผัสได้เช่นนี้..เขาเองก็คงต้องเชื่อแล้ว แม้มัน..จะไม่น่าเชื่อแค่ไหนก็ตาม"ตกลงมันเป็นกลิ่นอายอะไรกันแน่?"เชนเมื่อได้ฟังก็ยิ่งสงสัยขึ้นไปอีก เขาจึงรีบกล่าวถามออกไป"กลิ่นอายของการตัดค่ะ""??"เสียงหวานของฟางหรูที่ตอบกลับมา ทำให้เชนที่รอฟังอยู่ต้องหันไปมองฟางหรูที่หันหลังให้เขาอยู่อย่างงุนงงฟางหรูชักมือกลับจากการลูบผนังแล้วหันหลังมองไปที่เชน ถ้าเชนสังเกตไม่ผิดใบหน้าของฟางหรูนั้น..ดูจะซีดลงไป แถมแววตาคู่นั้นก็เหมือนจะสั่นไหวน้อยๆ"บนผนังพวกนี้แม้จะเบาบาง..แต่มันมีกลิ่นอายอยู่ค่ะ เป็นกลิ่นอายที่เก่าแก่โบราณ แถมทรงพลังอย่างที่ฉันไม่เคยสัมผัสได้จากที่ไหนมาก่อน กลิ่นอาย…ที่เต็มไปด้วยเจตจำนงแห่งการตัด"เมื่อเชนได้ยินฟางหรูกล่าวเช่นนั้น เขาก็เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่าง นั่นทำให้เขาต้องเผยสีหน้าตกตะลึงออกมาอีกครั้ง"หรูหรูจะบอกว่าช่องแคบนี่.."เชนกล่าวพร้อมกับเงยหน้ามองช่องแคบขนาดใหญ่ที่มองขึ้นไปไม่เห็นยอดแห่งนี้ด้วยสีหน้าที่ไม่อยากเชื่อฟางหรูพยักหน้าเบาๆเมื่อเห็นเชนเหมือนจะเข้าใจแล้ว..ขนาดเธอเองก็ไม่อยากจะเชื่อเช่นกัน"ใช่ค่ะ..ช่องแคบที่เรายืนอยู่นี้ไม่ได้เกิดขึ้นเองตามธรรมชาติ..แต่มันเกิดขึ้นจากฝีมือของใครบางคน!"คำกล่าวของฟางหรูถึงกับทำให้เชนอ้าปากค้างตกตะลึงพรึงเพริด!!