31 2-2
ตอนที่48 ปราณสีม่วง
หลังเดินตามติดชายคนนั้นได้สักระยะประมาณครึ่งชั่วยามฝีเท้าของเขาพลันหยุดกะทันหัน มองย้อนกลับไปหาเซียถงโบกมือข้างหนึ่งขึ้นมาเป็นสัญญาณให้เงียบ มีดสั้นเล่มใหม่เงาวิบไหลออกมาจากใต้แขนเสื้อนาง เล็ดลอดสอดใส่บนฝ่ามือโดยไวประการแรกเพื่อตั้งรับขับสู่กับสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้น และประการที่สองเผื่อว่าชายคนนั้นจะเบ่งเป้าหมายมาโจมตีตนแทน
พอเซียถงเคลื่อนคลานเข้าไปใกล้ยิ่งขึ้นชายคนนั้นก็กวักมือ กดลงบนไหล่ซ้ายของเซียถงให้ย่อตัวต่ำลงกว่านี้ จนสุดท้ายต้องส่งสัญญาณให้หมอบลงแนบกับพื้นนางทอดสายตามองออกไปสุดขอบทะเลสาบ ก่อนจะเอนกายหมอบลงพื้นอย่างเชื่อฟัง
“มันอยู่ในทะเลสาบจันทราแน่นอนในไม่ช้ามันจะปรากฏตัวออกมาแล้ว คาดได้ว่ายามนี้ถึงเวลาที่มันต้องมาอาบน้ำล้างตัว”
ชายคนนั้นนั่งย่องๆอยู่เคียงข้างนางที่หมอบต่ำแนบพื้น เอ่ยกระซิบเสียงแผ่วต่ำ
ห่างออกไปประมาณสามเมตรมีทุ่งราบกว้างไพศาล อุดมไปด้วยผืนหญ้าเขียวขจี บุปผาป่าพลิ้วไหวตามกระแสลมยามดึก
ท่ามกลางแสงจันทราสว่างเฉิดฉายผิวน้ำเรียบใจกลางทะเลสาบใสบริสุทธิ์ดั่งกระจกเงาสะท้อน
ผนวกกับเงาสะท้อนจากดวงดาราประดับประดาเคียงจันทร์ทำให้สุดขอบฟ้าทะเลสาบกลายเป็นเส้นสีเงินสว่างงดงาม สมแล้วที่ได้ชื่อว่าทะเลสาบจันทรา อย่างแท้จริง เซียถงมองดูภาพฉากเบื้องหน้าด้วยความหลงใหลนางไม่เคยพบเห็นทิวทัศน์ใดที่งดงามปานนี้มาก่อนเลย
“อีกไม่นานมันจะออกมาแล้ว”
ชายคนนั้นกดศีรษะลงไปมองเซียถงเท่าที่เขามองเห็นในขณะนี้คือ แววตาของหญิงสาวคู่สวย นัยน์ตาสีดำขลับเสมือนหมึกดำยามนี้ปราศจากแววอาฆาตเย็นชา กระทั่งร่องรอยจิตสังหารเจนจัดโดยทั่วไปยังไม่มีเวลาปกติแบบนี้นางช่างงดงามอย่างแท้จริงประกายแสงระยิบระยับที่ส่องสะท้อนจากทะเลสาบจันทรา ฉายแววปรากฏบนดวงตาคู่นั้นแวววับริมฝีปากเงางามอวบอิ่มน่าสัมผัส ทั้งยังรอยยิ้มพริมใจที่ค่อยๆ พลิบานนั่นอีก
สายตาของชายผู้นั้นเป็นประกายสดใสจากนั้นพลันปรากฏรอยยิ้มบาง ผุดขึ้นใต้หน้ากากที่สวมใส่อยู่
“มีอะไร?”
เมื่อสัมผัสได้ถึงสายตาของใครบางคนเซียถงละทิ้งรอยยิ้มหุบมุมปากในทันใด เงยหน้าหันไปมองชายคนนั้นแลเห็นแววตาเสน่ห์หาปานนั้น ถึงกับเพิ่มความระมัดระวังขึ้นเป็นเท่าตัว
ทั้งรอยยิ้มและประกายสายตาเมื่อครู่ของชายคนนั้นอันตรธานหายวับไปในชั่วขณะอึดใจแทนที่ด้วยแววตาสุดเย่อหยิ่งลำพองตนแววตาสายเย็นของเซียถงยังคงจับจ้องไม่เสื่อมคลายก่อนในท้ายที่สุดจะเคลื่อนกลับไปเฝ้าสังเกตทะเลสาบจันทราเบื้องหน้าดังเดิม
เซียถงคิดรำพึงกับตัวเองในใจไฉนชายคนนั้นถึงต้องส่งสายตาแปลกๆ ให้แก่นาง?ทั้งนี้นางก็มั่นใจว่า ตัวเองมิได้งดงามหรือพราวเสน่ห์ยั่วยวนตรงไหนหรือชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาผู้นี้จะมีรสนิยมชอบของแปลกกัน?
หลังระดมความคิดไปหลายตลบไม่ว่ายังไงนางก็นึกสาเหตุไม่ออก ส่ายหัวพลางยักไหล่ไปทีหนึ่งพร้อมมุ่งความสนใจไปที่ทะเลสาบจันทราต่อไป
ชั่วขณะต่อมามีสุ้มเสียงดังกรอบแกรบดังขึ้นจากในป่าฝั่งขวา เซียถงค่อยๆเคลื่อนสายตามองไปยังทิศทางดังกล่าวจนได้พบกับสัตว์สี่ขาร่างขาวบริสุทธิ์ตนหนึ่งคล้ายม้าย้ำเท้าเดินแช่มออกมาจากทุ่งหญ้า
นี่มันสัตว์อสูรปราณวิญญาณ!เซียถงถึงกับกระชับกำมีดสั้นในมือแน่นทันที
ในฐานะสัตว์อสูรปราณวิญญาณตอนที่มันเดินออกจากทุ่งหญ้ากว้าง ถึงกับยืนนิ่งหันซ้ายแลขวาอยู่หลายรอบมีท่าทีระแวดระวังสุดขีด หลังมั่นใจแล้วว่า ไม่มีภัยอันตรายใดๆจึงยกกีบเท้าย่างก้าวเคลื่อนออกไปอย่างสง่าผ่าเผย ตรงเข้าใกล้ทะเลสาบจันทราภายใต้เงาจันทร์ส่องสว่างเขาปราณวิญญาณตั้งตระหง่านบนศีรษะ ลักษณธเขาของมันใสบริสุทธิ์ดุจเพชรเปล่งประกายวิบวับงดงามจรัส
หลังจากที่มันย่างเท้าก้าวลงไปในทะเลสาบท่าทีระแวดระวังของสัตว์อสูรปราณวิญญาณก็ดูผ่อนปรนหละหลวมลงหลายส่วน มันแช่ตัวอยู่ในทะเลสาบจันทราอย่างสบายใจเฉิบบ้างยังมีก้มศีรษะดำน้ำใสสะอาด เพื่อล้างหน้าล้างเขาของมัน
ซึ่งเสี้ยวจังหวะที่มันก้มศีรษะลงไปดำน้ำเล่นชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาก็ส่งสัญญาณให้เซียถงบุกจู่โจมทันควันร่างเงาสองสายปราดพุ่งออกมาจากที่ซ่อน ตรงเข้าหาสัตว์อสูรปราณวิญญาณด้วยความเร็วสูงสุดมือข้างขวาของชายคนนั้นกระตุกวูบส่องแสงประกายสีเงินสาดสะท้อนปรากฏเป็นกระบี่อ่อนเล่มเรียวยาวในมือ ชั่วขณะเดียวกันพลันปรากฏร่างเงาอีกหลายหลากสายกระโจนพุ่งออกมาจากสารทิศพุ่งเข้าหาสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นโดยพร้อมเพรียง
ปรากฏว่า ที่นี่มีคนของเขาซุ่มโจมตีรออยู่แล้ว!
เซียถงปราดสายตาจับจ้องเงาร่างหลากหลายสายเหล่านั้นที่พุ่งเข้าใส่เป้าหมายเดียวกันพวกเขาล้วนมีพลังฝีมืออยู่ในขอบเขตเสาหลักเขียวทั้งสิ้น มีอาวุธคมมือเป็นกระบี่ยาวใครจะไปรู้กันว่า มีคนดักซุ่มโจมตีรอไว้อยู่แล้วมากขนาดนี้? ตั้งใจไว้ว่าหากต้านรับไม่ไหวและหมดแรงไปก่อน จะเปลี่ยนตัวสลับให้คนอื่นลงมาต้านรับแทน?
สัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นกลับมิได้เตรียมตัวเตรียมใจก่อนแต่อย่างใดคมกระบี่อ่อนสีเงินวาววับในมือชายสวมหน้ากากคลื่นลายเมฆาทะลวงเสียบใต้ซี่โครงล่างขวาของมันเข้าอย่างเต็มๆจนมือที่กระชับจับด้ามกระบี่สัมผัสได้ถึงเรียวขนอันอ่อนนุ่มของมัน
ด้วยความเจ็บปวดแสนสาหัสสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นถึงกับกรีดร้องคร่ำครวญระงม รีบกระโจนขึ้นจากน้ำโดยไว
ทันใดนั้นก็เปิดปากอ้ากว้างหันเข้าใส่ชายคนนั้นปรากฏเปลวเพลิงลุกโชนพวยพุ่งออกมาจากปากของมัน
ชั่วอึดใจขณะชายคนนั้นเร่งเร้าพลังลมปราณทั่วร่างระเบิดคลื่นรัศมีสีครามฟ้าออกมาเป็นวงแหวนโคจรอยู่รอบกายปิดกั้นเปลวไฟเดือดดุที่ผลาญพุ่งกระหน่ำเข้าใส่ เบี่ยงกระบี่อ่อนในมือขวาเปลี่ยนทิศทางการฟันเป็นจากล่างสวนขึ้นบน ผ่าบริเวณซี่โครงของสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นจนก่อเกิดเป็นรอยแผลลากยาวแต่ชั่วพริบตานั้นร่างกายาสีขาวของมันกลับกระแสพลังวิญญาณลึกลับระดมเข้าปกคลุมเนื้อหนังเอาไว้
ดวงตาคู่นั้นของสัตว์อสูรปราณวิญญาณกลายเป็นสีแดงเลือดชูศีรษะแผดเสียงคำรนเสียดฟ้า และจู่ๆก็มีเปลวเพลิงสีทองพวยพุ่งปะทุออกมาจากร่างของมันไม่ว่าเงาร่างของชายคนนั้นจะพยายามเลี่ยงหลบไปยังทิศทางใดแต่เปลวเพลิงสีทองดังกล่าวกลับติดตามเขาไม่มีลดละหากถูกเพลิงสีทองเหล่านี้จับได้เพียงปลายเท้า อาจต้องกลายเป็นเถ้าถ่านพริบตา
เพียงไม่นาน ทะเลสาบจันทราสีเย็นแห่งนี้ก็กลายมาเป็นทะเลเพลิงสีทองอันร้อนแรง
ชายคนนั้นกระชับกระบี่หลบกระแสเพลิงสีทองอย่างไม่ลดละแต่ทันใดนั้น กระแสพลังลมปราณสีครามบนร่างก็พุ่งทะยานผงาดง้ำฟ้าดินอีกครา!ระเบิดพลังแผดรัศมีทรงพลานุภาพไพศาล จากสีครามฟ้าเริ่มไล่ระดับไปเข้มจัดจนสุดท้ายแปรเปลี่ยนเป็นสีม่วง!ดวงตาสีขลับเข้มจับจ้องไปที่สัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นที่วิ่งอยู่เหนือน้ำครั้งนี้กรอกเทพลังสายใหญ่อัดแน่นลงในคมกระบี่อ่อนพร้อมฟาดฟันออกไปสุดแรงเต็มพิกัดใส่มันคลื่นกระบี่วินาศทรงคลื่นจันทร์เสี้ยวสีม่วงทอประกายจัดจ้าน ฉีกกระชากห้วงเวหาดังเสียดหูพวยพุ่งเข้าใส่ทางสัตว์อสูรปราณวิญญาณตนนั้นโดยไร้ปรานี!
เซียถงที่เฝ้ามองสถานการณ์อยู่เคียงข้างพอเห็นสีสันคลื่นพลังม่วงจัดจ้านที่โหมกระพือบนร่างของชายคนนั้น ชั่วขณะอึดใจนางถึงกับตกสู่ภวังค์ความตื่นตะลึงไปสักครู่ใหญ่
ขอบเขตราชันย์ม่วง!ราชันย์ม่วงจริงๆ!!
ชายคนนี้คือยอดฝีมือขอบเขตราชันย์ม่วง!
ลมปราณสีม่วงประกายในตำนาน!
นางกระชับมีดสั้นในมือกำแน่นแอบคิดกับตัวเองไปว่า โชคดีแล้วที่นางมิได้ยั่วยุหรือล้ำเส้นอะไรอีกฝ่ายไปมิฉะนั้นนางอาจตายไม่รู้ตัว! แต่ยังไม่ทันคิดจินตนาการไปไกลทันใดนั้นนางก็ปั้นหน้าฉงนงุนงงอีกครั้ง เพียงพริบตาต่อมาชายคนนั้นก็สามารถฆ่าสัตว์อสูรปราณวิญญาณได้แล้ว ราวกับว่าหลับตาฆ่ายังได้!
เช่นนั้น...ไฉนเขาถึงต้องลากนางมาที่นี่ด้วย? จู่ๆก็ยอมมอบเขาปราณวิญญาณซึ่งเป็นส่วนที่มีค่าที่สุดของสัตว์อสูรปราณวิญญาณให้โดยที่นางไม่ต้องเปลืองแรง?หรือทั้งหมดอาจจะเป็นเพราะ...คัมภีร์วรยุทธลับในมือนาง?